ผลทางกฎหมายของการเรียกบุคคลมาให้ถ้อยคำ: หากยังดำเนินการตามกรณี “นายจ้างทราบข้อเท็จจริงสำคัญต่อการสืบเสาะ แต่ผู้จัดทำรายงานจะอาศัยข่าวลือแทน” ข้อสรุปใดถูกต้อง
กการพึ่งข่าวลือทั้งที่มีพยานผู้รู้ข้อเท็จจริงทำให้รายงานขาดฐานข้อเท็จจริงที่ตรวจสอบได้
ขการปฏิเสธความช่วยเหลือโดยไม่ประเมินความจำเป็นละเลยหน้าที่สงเคราะห์ที่กฎหมายกำหนด
คใช้คำบอกเล่าจากผู้ร่วมงานแทนถ้อยคำนายจ้างได้ หากผู้จัดทำรายงานเห็นว่าข้อมูลสอดคล้องกับข่าวลือเดิม
งความสะดวกหรือแนวปฏิบัติทั่วไปไม่แทนฐานคดีหรือหลักฐานอันควรเชื่อที่กฎหมายกำหนด
เฉลยอธิบาย
มาตรา 15 (2) ประกอบมาตรา 14 (1) และ (2) กำหนดหลักสำหรับเรื่องการเรียกบุคคลมาให้ถ้อยคำว่า “การพึ่งข่าวลือทั้งที่มีพยานผู้รู้ข้อเท็จจริงทำให้รายงานขาดฐานข้อเท็จจริงที่ตรวจสอบได้” เมื่อนำหลักนี้เทียบกับข้อเท็จจริง คำตอบดังกล่าวจึงตรงทั้งเงื่อนไข ผู้มีอำนาจ และลำดับการดำเนินงาน ส่วน “การปฏิเสธความช่วยเหลือโดยไม่ประเมินความจำเป็นละเลยหน้าที่สงเคราะห์ที่กฎหมายกำหนด” เป็นหลักของอีกเรื่องหนึ่งและไม่ตอบจุดชี้ขาดในโจทย์