จากข้อมูลก่อนดำเนินงาน ทีมต้องเลือกวิธีวิเคราะห์ที่ลดความคลาดเคลื่อน ข้อใดเหมาะสมที่สุดสำหรับ ในการประเมินผลกระทบของนโยบาย (Policy Impact Evaluation) ความท้าทายหลักคือการพิสูจน์ว่าผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นมาจากนโยบายโดยตรง ไม่ใช่จากปัจจัยอื่น วิธีการทางวิชาการใดที่ได้รับการยอมรับว่าช่วยแก้ปัญหา 'การระบุสาเหตุ' (Causality Problem) ได้ดีที่สุด

การเปรียบเทียบตัวชี้วัดผลลัพธ์ก่อนและหลังดำเนินนโยบายโดยไม่มีกลุ่มเปรียบเทียบ (Pre-Post Analysis)
การใช้แบบสอบถามความพึงพอใจของผู้รับบริการ (Satisfaction Survey) เพื่อวัดความสำเร็จของนโยบายโดยตรง
การวิเคราะห์เอกสารและรายงานผลการดำเนินงานประจำปีของหน่วยงานที่รับผิดชอบนโยบาย
การใช้การออกแบบการทดลองแบบสุ่ม (Randomized Controlled Trial: RCT) เพื่อเปรียบเทียบกลุ่มที่ได้รับนโยบายกับกลุ่มควบคุม

เฉลยอธิบาย

การออกแบบการทดลองแบบสุ่ม (RCT) ถือเป็น 'มาตรฐานทอง' (Gold Standard) ในการประเมินผลกระทบเชิงเหตุและผล เพราะการสุ่มแบ่งกลุ่มทำให้กลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุมมีลักษณะใกล้เคียงกัน ทำให้สามารถระบุได้ว่าความแตกต่างของผลลัพธ์เกิดจากนโยบายจริงๆ ไม่ใช่ปัจจัยอื่น ส่วนการวิเคราะห์ก่อน-หลัง (ข้อ D) มีจุดอ่อนคือไม่สามารถตัดปัจจัยภายนอกออกได้ การใช้แบบสอบถามความพึงพอใจ (ข้อ B) วัดเพียงการรับรู้ ไม่ใช่ผลกระทบที่แท้จริง และการวิเคราะห์เอกสาร (ข้อ C) ไม่สามารถพิสูจน์ความสัมพันธ์เชิงเหตุและผลได้ ต้องระบุผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ความเป็นไปได้ทางเทคนิค/การเงิน/กฎหมาย ความเสี่ยง และทดสอบความไวของสมมติฐาน พร้อมกำหนดตัวชี้วัดที่มีนิยามและแหล่งข้อมูลชัดเจน; อ้างแนวทางสำนักงบประมาณและ สศช.

ข้อสอบอื่นในวิชาความรู้เกี่ยวกับการวิเคราะห์นโยบาย/ แผนงาน การจัดทำแผนงาน/ โครงการ/ การบริหาร จัดการงบประมาณและการติดตามประเมินผลโครงการ

ดูข้อสอบวิชานี้ทั้งหมด →