ผู้ตรวจสำนวนพบคำสรุปฐานความผิดที่อาจสับสนในหัวข้อ “กรรโชก” ข้อเท็จจริงคือ ผู้กระทำข่มขืนใจผู้อื่นให้ยอมให้หรือยอมจะให้ประโยชน์ในลักษณะที่เป็นทรัพย์สิน โดยใช้กำลังหรือขู่เข็ญว่าจะทำอันตรายตามกฎหมาย ควรแก้เป็นข้อใด
กเป็นฉ้อโกงเพราะไม่มีข้อความเท็จ
ขต้องพิจารณาความผิดฐานกรรโชกตามมาตรา 337
คเป็นยักยอกเพราะทรัพย์อยู่กับผู้เสียหาย
งเป็นลักทรัพย์ทุกกรณีแม้ผู้เสียหายยอมเพราะถูกข่มขู่
เฉลยอธิบาย
มาตรา 337 มีแกนที่การข่มขืนใจให้ยอมให้ประโยชน์ในลักษณะทรัพย์สินด้วยกำลังหรือคำขู่ตามที่บัญญัติ ต่างจากการหลอกลวงและการแย่งเอาทรัพย์ทันที อ้างอิง: ประมวลกฎหมายอาญาฉบับที่ใช้บังคับปัจจุบัน ตรวจสอบกับระบบกลางทางกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (https://law.go.th/) และราชกิจจานุเบกษา (https://ratchakitcha.soc.go.th/) จึงเลือกข้อ B; ตัวเลือกอื่นสับสนองค์ประกอบ ขยายความรับผิดเกินบทบัญญัติ หรือไม่ตรวจเงื่อนไขของเหตุยกเว้น