การติดตามเงินและทรัพย์สินของลูกความควรวัดผลใด เมื่อสาระที่ต้องตรวจคือจำนวนเงิน วันที่รับ ฐานที่รับแทน การแจ้งบัญชี ความยินยอม เหตุหน่วงเหนี่ยว และวันส่งมอบ

สัดส่วนกรณีที่ไม่ฉ้อโกง ยักยอก หรือตระบัดสิน และไม่ครอบครองหน่วงเหนี่ยวเงินหรือทรัพย์สินลูกความนานเกินเหตุโดยไม่ได้รับความยินยอม เว้นแต่ได้แจ้งบัญชีแก่ลูกความ โดยมีหลักฐานตรวจสอบครบ
สัดส่วนกรณีที่ไม่ฉ้อโกง ยักยอก หรือตระบัดสิน และไม่ครอบครองหน่วงเหนี่ยวเงินหรือทรัพย์สินลูกความนานเกินเหตุโดยไม่ได้แจ้งบัญชี เว้นแต่มีเหตุสมควร โดยมีหลักฐานตรวจสอบครบ
สัดส่วนกรณีที่ไม่ฉ้อโกง ยักยอก หรือตระบัดสิน และไม่ครอบครองหน่วงเหนี่ยวเงินหรือทรัพย์สินลูกความนานเกินเหตุโดยไม่ได้รับความยินยอม เว้นแต่มีเหตุสมควร โดยมีหลักฐานตรวจสอบครบ
สัดส่วนกรณีที่ไม่ฉ้อโกง ยักยอก หรือตระบัดสิน และไม่ครอบครองหน่วงเหนี่ยวเงินหรือทรัพย์สินลูกความนานเกินสามสิบวันโดยไม่ได้รับความยินยอม เว้นแต่มีเหตุสมควร โดยมีหลักฐานตรวจสอบครบ

เฉลยอธิบาย

ข้อ 15 แยกพฤติการณ์ต้องห้ามเป็นการฉ้อโกง ยักยอก หรือตระบัดสิน และการครอบครองหน่วงเหนี่ยวทรัพย์ของลูกความไว้นานเกินเหตุโดยไม่ได้รับความยินยอม เว้นแต่มีเหตุสมควร C ถ่ายทอดองค์ประกอบเหล่านี้ครบ ขณะที่ A ยกการแจ้งบัญชีขึ้นแทนเหตุสมควร B สลับความยินยอมกับการแจ้งบัญชี และ D สร้างเกณฑ์สามสิบวันที่ไม่มีใน evidence_text

ข้อสอบอื่นในวิชาพระราชบัญญัติทนายความ พ.ศ. 2528

ดูข้อสอบวิชานี้ทั้งหมด →