สถานะ อำนาจ องค์ประกอบ และการได้มาของคณะกรรมการ
สถานะ หน้าที่ และอํานาจของคณะกรรมการการเลือกตั้ง — คณะกรรมการการเลือกตั้งเป็นองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ มีหน้าที่จัดหรือดําเนินการให้มีการเลือกตั้ง การเลือกสมาชิกวุฒิสภา และการออกเสียงประชามติ ตลอดจนควบคุมให้กระบวนการดังกล่าวเป็นไปโดยสุจริต เที่ยงธรรม และชอบด้วยกฎหมาย การใช้อํานาจต้องแยกให้ชัดระหว่างอํานาจของคณะกรรมการทั้งคณะ อํานาจของกรรมการแต่ละคน และงานธุรการของสํานักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง กกต.: สถานะและหลักการทํางาน — คณะกรรมการการเลือกตั้งเป็นองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ มี กรรมการ 7 คน ใช้อํานาจตามรัฐธรรมนูญ กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความสุจริต เที่ยงธรรม กล้าหาญ ปราศจากอคติ และไม่อยู่ใต้อาณัติของฝ่ายการเมืองหรือผู้มีส่วนได้เสีย ภารกิจหลักครอบคลุมการจัดหรือดําเนินการให้มีการเลือกตั้ง การเลือก ส.ว. และประชามติ ตลอดจนควบคุมให้สุจริตเที่ยงธรรมและชอบด้วยกฎหมาย มีอํานาจสืบสวน ไต่สวน วินิจฉัย หรือดําเนินการตามขั้นที่กฎหมายกําหนด รวมทั้งออกระเบียบ ประกาศ คําสั่ง และแต่งตั้งผู้ปฏิบัติงาน สํานักงาน กกต. เป็นหน่วยธุรการ ไม่ใช่องค์กรที่จะใช้อํานาจแทนคณะกรรมการได้เองทุกเรื่อง; ต้องดูบทมอบอํานาจและตําแหน่งผู้ลงนาม
กกต.: อํานาจควบคุมการเลือกตั้งและเยียวยาความไม่สุจริต — ก่อนหรือระหว่างลงคะแนน พบเหตุไม่สุจริตหรือดําเนินการไม่ชอบ แนวอํานาจที่ต้องนึกถึง สั่งระงับ ยับยั้ง แก้ไข เปลี่ยนกรรมการ หรือสั่งออกเสียงและเลือกตั้งใหม่ตามฐานกฎหมายที่ตรงกรณี ผลนับคะแนนหรือจํานวนบัตรผิดปกติ แนวอํานาจที่ต้องนึกถึง ตรวจสอบ สั่งนับใหม่ หรือสั่งลงคะแนนใหม่เมื่อเข้าเงื่อนไข ผู้สมัครหรือผู้ได้รับเลือกขาดคุณสมบัติ แนวอํานาจที่ต้องนึกถึง ใช้ช่องทางคําร้องและศาลที่กฎหมายกําหนด ซึ่งต่างกันตามเหตุและช่วงเวลา เจ้าหน้าที่ไม่เป็นกลางหรือปฏิบัติหน้าที่บกพร่อง
แนวอํานาจที่ต้องนึกถึง ถอดถอน เปลี่ยนตัว สั่งพ้นหน้าที่ชั่วคราว หรือดําเนินวินัยและอาญาตามฐานอํานาจ องค์ประกอบ คุณสมบัติ ลักษณะต้องห้าม และการสรรหา — คณะกรรมการการเลือกตั้งประกอบด้วยกรรมการเจ็ดคนซึ่งพระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งตามคําแนะนําของวุฒิสภา บุคคลที่จะได้รับแต่งตั้งต้องผ่านช่องทางสรรหาหรือคัดเลือกตามบทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง มีคุณสมบัติทั่วไปตามบทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง และไม่มีลักษณะต้องห้ามตามบทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง ทั้งยังต้องจัดการตําแหน่ง อาชีพ หรือผลประโยชน์ที่ขัดกันให้เสร็จก่อนการแต่งตั้งตามบทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง
องค์ประกอบ กกต.: บทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง — จํานวน กรรมการการเลือกตั้ง 7 คน การแต่งตั้ง พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งตามคําแนะนําของวุฒิสภาจากผู้ผ่านกระบวนการสรรหาหรือคัดเลือก กลุ่มสรรหา บุคคลมีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ตามบทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง (1) จากคณะกรรมการสรรหา กลุ่มคัดเลือก บุคคลจากที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาตามคุณสมบัติและจํานวนที่กฎหมายกําหนด ประธาน กรรมการเลือกกันเองเป็นประธานตามขั้นตอน ไม่เพิ่มจํานวนเป็นคนที่แปด ความรู้และประสบการณ์ตามบทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง (1) — รับราชการหรือเคยรับราชการตําแหน่งไม่ต่ํากว่าอธิบดีหรือเทียบเท่า ระยะขั้นต่ํา ไม่น้อยกว่า 5 ปี
เป็นหรือเคยเป็นผู้บริหารสูงสุดของรัฐวิสาหกิจหรือหน่วยงานอื่นของรัฐที่ไม่เป็นส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจ ระยะขั้นต่ํา ไม่น้อยกว่า 5 ปี ดํารงหรือเคยดํารงตําแหน่งศาสตราจารย์มหาวิทยาลัยในประเทศไทย และยังมีผลงานวิชาการเป็นที่ประจักษ์ ระยะขั้นต่ํา ไม่น้อยกว่า 5 ปี ประกอบวิชาชีพที่มีกฎหมายรับรองอย่างสม่ําเสมอและต่อเนื่องจนถึงวันเสนอชื่อ และองค์กรวิชาชีพรับรอง ระยะขั้นต่ํา ไม่น้อยกว่า 20 ปี เชี่ยวชาญบริหาร การเงิน การคลัง การบัญชี หรือบริหารกิจการวิสาหกิจ ระดับไม่ต่ํากว่าผู้บริหารระดับสูงของบริษัทมหาชนจํากัด ระยะขั้นต่ํา ไม่น้อยกว่า 10 ปี
วาระ การประชุม อำนาจตามกฎหมาย และผู้ตรวจการเลือกตั้ง
วาระ การพ้นจากตําแหน่ง การปฏิบัติหน้าที่แทน และการประชุม — กรรมการการเลือกตั้งดํารงตําแหน่งเจ็ดปีนับแต่วันที่พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งและดํารงตําแหน่งได้ วาระเดียว กฎหมายกําหนดระยะเวลาเริ่มสรรหาก่อนครบวาระ วิธีดําเนินการเมื่อตําแหน่งว่าง กลไกแต่งตั้งผู้ปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราวเมื่อกรรมการเหลือไม่พอ ตลอดจนองค์ประชุมและหลักลงมติเพื่อให้การใช้อํานาจขององค์กรเป็นไปอย่างต่อเนื่องและตรวจสอบได้
วาระกรรมการ: บทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง — วาระ 7 ปี วันเริ่มนับ วันที่พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้ง ไม่ใช่วันที่วุฒิสภาให้ความเห็นชอบ จํานวนวาระ ดํารงตําแหน่งได้เพียงวาระเดียว ครบวาระ พ้นตามวันครบ 7 ปี แม้ผลงานดีและไม่อาจกลับมาเป็นวาระที่สอง การทําหน้าที่ต่อ ใช้บทเฉพาะเรื่องรักษาการและตําแหน่งว่างตามที่กฎหมายกําหนด ไม่ขยายวาระเอง
สรรหาก่อนครบวาระและเมื่อพ้นด้วยเหตุอื่น: บทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง — จะครบวาระ กรอบดําเนินการ เริ่มและดําเนินกระบวนการภายใน 120 วัน ก่อนวันครบวาระตามขั้น ตาย ลาออก ขาดคุณสมบัติ หรือพ้นด้วยเหตุอื่น กรอบดําเนินการ ดําเนินการภายใน 90 วันนับแต่วันที่ตําแหน่งว่าง ไม่มีประธานหรือประธานทําหน้าที่ไม่ได้ กรอบดําเนินการ กรรมการเลือกกรรมการคนหนึ่งทําหน้าที่แทนประธาน ผู้มาแทน กรอบดําเนินการ มีวาระและผลตามมาตราที่ใช้ ไม่รับช่วงวาระเดิมโดยคาดเดา
อํานาจตามกฎหมายและผู้ตรวจการเลือกตั้ง — หน้าที่และอํานาจของคณะกรรมการครอบคลุมการส่งเสริมความรู้ การตอบข้อหารือ การเรียกคําชี้แจงและพยานหลักฐาน การเข้าตรวจสถานที่เลือกตั้ง และการสั่งการในเหตุเร่งด่วนระหว่างการเลือกตั้ง ส่วนผู้ตรวจการเลือกตั้งมีบทบาทตรวจการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่และพฤติการณ์ที่อาจทําให้การเลือกตั้งไม่สุจริต โดยต้องปฏิบัติตามขอบเขต ขั้นตอน และสายการรายงานที่กฎหมายกําหนด อํานาจส่งเสริมความรู้และการมีส่วนร่วม: บทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง (5) — กกต.
ส่งเสริมและสนับสนุนหน่วยงานของรัฐ สถาบันการศึกษา และองค์กรเอกชนให้สร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องแก่ประชาชน เนื้อหาครอบคลุมประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข การมีส่วนร่วมทางการเมือง การมีส่วนร่วมตรวจสอบการเลือกตั้ง และความรู้ที่ถูกต้องเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ ตัวอย่างตรงบทคือสนับสนุนสถาบันการศึกษาจัดหลักสูตรความรู้รัฐธรรมนูญและการตรวจสอบการเลือกตั้ง ไม่ใช่ให้พรรคจัดบัญชีผู้มีสิทธิหรือให้ศาลออกกฎหาเสียงแทน กกต
การตอบข้อหารือ: บทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง — ผู้สมัคร พรรค หรือผู้เกี่ยวข้องอาจขอให้ กกต. ตอบข้อหารือเกี่ยวกับการปฏิบัติตามกฎหมายเลือกตั้งตามขอบเขต ต้องตอบโดยเร็วและ ไม่ช้ากว่า 30 วัน นับแต่ได้รับเรื่อง คณะกรรมการอาจมอบหมายกรรมการหรือเลขาธิการตอบแทนตามขอบเขตที่กฎหมายอนุญาต เผยแพร่คําตอบให้ประชาชนทราบเพื่อสร้างมาตรฐานเดียวและลดความได้เปรียบจากข้อมูลเฉพาะราย จงใจไม่ตอบภายในกําหนดอาจถือเป็นการจงใจฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรม; การเผยแพร่วันที่ 35 ไม่แก้ความล่าช้า
| องค์ประกอบ | หน้าที่ในระบบ | หลักที่ต้องตรวจ |
|---|---|---|
| วาระและการพ้นตำแหน่ง | ทำให้อำนาจกรรมการมีช่วงเวลาชัดเจนและมีช่องทางเติมตำแหน่งว่าง | เหตุพ้นตำแหน่ง วันมีผล และผู้มีอำนาจเริ่มกระบวนการสรรหา |
| องค์ประชุมและมติ | เปลี่ยนความเห็นของกรรมการเป็นคำวินิจฉัยหรือคำสั่งขององค์กร | จำนวนผู้เข้าประชุม การมีส่วนได้เสีย คะแนนเสียง และการบันทึกเหตุผล |
| อำนาจกำกับเลือกตั้ง | ควบคุมให้การเลือกตั้งหรือการออกเสียงเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม | ฐานอำนาจ เหตุที่ใช้มาตรการ และผลต่อผู้สมัคร เจ้าหน้าที่หรือกระบวนการ |
| ผู้ตรวจการเลือกตั้ง | รวบรวมข้อเท็จจริง สังเกตการณ์ และรายงานสภาพพื้นที่ต่อคณะกรรมการ | การคัดเลือก การแต่งตั้ง เขตงาน ความเป็นกลาง และขอบเขตคำสั่ง |
| ความร่วมมือจากรัฐ | ทำให้คณะกรรมการเข้าถึงบุคลากร ข้อมูล และหลักฐานที่จำเป็น | คำขอต้องชอบด้วยกฎหมาย หน่วยงานผู้รับต้องตอบสนอง และการไม่ปฏิบัติอาจมีผลตามกฎหมาย |
เนื้อหาสรุปนี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาส่วนบุคคล ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ หรือนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต