กลับไปทำข้อสอบวิชานี้

กฎหมายว่าด้วยการสอบสวนคดีพิเศษ

คู่มือเชื่อมองค์กร เกณฑ์คดี บุคลากร การรับโอน อำนาจสอบสวน สิทธิ และความรับผิดเป็นระบบเดียวกัน

5 หัวข้อ · อ่านประมาณ 26 นาที · มีต้นฉบับจาก dsi.go.th

เปิดเนื้อหาฉบับเต็ม
อ่านฟรีได้ 2 จาก 5 หัวข้อ40%
หัวข้อ 1

ฐานกฎหมาย นิยาม และคณะกรรมการคดีพิเศษ

ฐานกฎหมาย ขอบเขต และความหมายสําคัญ — พระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. 2547 และพระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2551 วางโครงสร้างองค์กร บุคลากร หลักเกณฑ์รับคดี อํานาจพิเศษ และความรับผิด ส่วนรายชื่อกฎหมายที่อาจเป็นคดีพิเศษได้รับการเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง และรายละเอียดของลักษณะความผิดในปัจจุบันกําหนดโดยประกาศคณะกรรมการคดีพิเศษ (ฉบับที่ 10) พ.ศ. 2569 ซึ่งต้องใช้ตามวันมีผลบังคับและบทเปลี่ยนผ่านของเอกสารแต่ละฉบับ นิยามสําคัญตามบทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง — คดีพิเศษ — คดีความผิดทางอาญาที่ต้องดําเนินการสืบสวนและสอบสวนตามพระราชบัญญัตินี้.

พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ — อธิบดี รองอธิบดี และผู้ซึ่งได้รับแต่งตั้งให้มีอํานาจและหน้าที่สืบสวนสอบสวนคดีพิเศษตามกฎหมาย. เจ้าหน้าที่คดีพิเศษ — ผู้ซึ่งได้รับแต่งตั้งให้ช่วยเหลือพนักงานสอบสวนคดีพิเศษตามหน้าที่ที่กฎหมายกําหนด. อธิบดี — อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ. รัฐมนตรี — รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัติ คือ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม. กคพ — คณะกรรมการคดีพิเศษ. กพศ — คณะกรรมการพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ซึ่งดูเรื่องงานบุคคลตามหมวดเฉพาะ. บัญชีท้าย 22 ประเภท กับประกาศปัจจุบัน 34 รายการ — บัญชีท้ายพระราชบัญญัติเดิมเรียงกฎหมาย 22 ประเภท จึงเป็นคําตอบของการพิจารณาที่ถาม จํานวนในบัญชีท้ายพระราชบัญญัติ.

ต่อมามีกฎกระทรวงเพิ่มฐานกฎหมาย และประกาศ กคพ. ฉบับที่ 10 พ.ศ. 2569 รวมรายละเอียดในบัญชีท้ายประกาศ 34 รายการ. เลข 22 กับ 34 ไม่ขัดกัน เพราะถามเอกสารคนละฉบับและคนละชั้นกฎหมาย. การอยู่ในรายชื่อกฎหมายยังไม่พอ ต้องเข้าเกณฑ์มาตราและมูลค่าและจํานวนผู้เสียหายหรือเงื่อนไขเฉพาะ และมีคําสั่งอธิบดีตามข้อ 4 ของประกาศ. เมื่อการพิจารณาระบุประกาศเก่า ให้ตรวจวันเกิดเหตุ วันเริ่มสอบสวน วันใช้บังคับ และบทเปลี่ยนผ่านก่อนเลือกฉบับที่ใช้. คณะกรรมการคดีพิเศษ — คณะกรรมการคดีพิเศษหรือ กคพ.

เป็นกลไกระดับนโยบายและวินิจฉัยตามพระราชบัญญัติ มี นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมเป็นรองประธาน กรรมการโดยตําแหน่ง กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ และอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษเป็นกรรมการและเลขานุการ อํานาจของ กคพ. ครอบคลุมการเสนอเพิ่มประเภทคดี การกําหนดรายละเอียดลักษณะความผิด การมีมติรับคดีอาญาอื่น การออกหลักเกณฑ์ และการติดตามประเมินผล คณะกรรมการคดีพิเศษ: องค์ประกอบตามบทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง — ประธานกรรมการ — นายกรัฐมนตรี. รองประธานกรรมการ — รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม.

กรรมการโดยตําแหน่ง — ปลัดและหัวหน้าหน่วยงานด้านยุติธรรม ความมั่นคง การเงิน การบังคับใช้กฎหมาย และหน่วยงานที่ระบุในบทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง. กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ — ผู้ได้รับแต่งตั้งจากผู้มีอํานาจตามจํานวนและสาขาที่กฎหมายกําหนด. กรรมการและเลขานุการ — อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ. ผู้ช่วยเลขานุการ — ข้าราชการกรมสอบสวนคดีพิเศษที่อธิบดีแต่งตั้งตามกฎหมาย. ต้องแยกนายกรัฐมนตรีกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม: นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมเป็นรองประธาน.

กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ: คุณสมบัติและความเชี่ยวชาญ — มีสัญชาติไทยและอายุ ไม่ต่ํากว่า 35 ปีบริบูรณ์. มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ หรือประสบการณ์ที่เป็นประโยชน์ต่อคดีพิเศษ เช่น กฎหมาย เศรษฐศาสตร์ การเงินการธนาคาร เทคโนโลยีสารสนเทศ การสอบสวนคดีอาญา หรือสาขาที่กฎหมายกําหนด. ต้องมีความเป็นอิสระ ซื่อสัตย์ และไม่มีผลประโยชน์ที่กระทบความเป็นกลาง. การมีคุณสมบัติด้านหนึ่งไม่ลบลักษณะต้องห้าม ต้องตรวจทั้งคุณสมบัติบวกและข้อห้าม. เอกสารแต่งตั้งต้องระบุฐานอํานาจ วันเริ่มวาระ และสาขาผู้ทรงคุณวุฒิให้ตรวจสอบได้.

หัวข้อ 2

บุคลากรผู้สอบสวนและเกณฑ์การเป็นคดีพิเศษ

พนักงานสอบสวนคดีพิเศษและเจ้าหน้าที่คดีพิเศษ — พระราชบัญญัติแยกพนักงานสอบสวนคดีพิเศษซึ่งมีอํานาจสืบสวนสอบสวนออกจากเจ้าหน้าที่คดีพิเศษซึ่งทําหน้าที่ช่วยเหลือ แต่ละตําแหน่งต้องมีคุณสมบัติตามกฎหมายข้าราชการพลเรือนและคุณสมบัติพิเศษตาม บทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง หรือบทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง การแต่งตั้ง การฝึกอบรม การมอบหมาย และการยกเว้นคุณสมบัติบางประการต้องมีฐานอํานาจและหลักฐานรองรับ มิใช่เกิดจากการมอบหมายงานโดยพฤตินัยเพียงอย่างเดียว พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ: คุณสมบัติบทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง — ประสบการณ์เจ้าหน้าที่คดีพิเศษ — รับราชการหรือเคยรับราชการในตําแหน่งเจ้าหน้าที่คดีพิเศษไม่น้อยกว่า 5 ปี ในระดับที่กําหนด.

ปริญญาตรีทางกฎหมาย — มีประสบการณ์ที่เป็นประโยชน์นับแต่สําเร็จการศึกษาไม่น้อยกว่า 3 ปี และดํารงตําแหน่งไม่ต่ํากว่าข้าราชการพลเรือนสามัญระดับ 6. ทางเลือกการศึกษาและวิชาชีพอื่น — ต้องครบทั้งวุฒิ ประสบการณ์ ระดับตําแหน่ง หรือคุณสมบัติวิชาชีพตามอนุมาตราที่อ้าง. หลักใช้ — เข้าองค์ประกอบทางเลือกใดทางเลือกหนึ่งครบถ้วน ไม่หยิบวุฒิจากข้อหนึ่งไปแทนประสบการณ์ของอีกข้อ. ผู้สําเร็จปริญญาตรีทางกฎหมายซึ่งขาดประสบการณ์ 3 ปีหรือยังต่ํากว่าระดับ 6 ยังแต่งตั้งตามทางเลือกนั้นไม่ได้. เจ้าหน้าที่คดีพิเศษ: คุณสมบัติบทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง — มีทางเลือกคุณสมบัติหลายชุด ไม่ได้จํากัดเฉพาะผู้จบนิติศาสตร์.

ทางเลือกหนึ่งตามกฎหมายคือ ปริญญาตรีและปริญญาโททางกฎหมายพร้อมประสบการณ์ในหน่วยงานรัฐไม่น้อยกว่า 5 ปี. ปริญญาตรีทางกฎหมายและสอบไล่ได้เนติบัณฑิต พร้อมประสบการณ์ที่เป็นประโยชน์ไม่น้อยกว่า 3 ปี. ปริญญาตรีสาขาใดสาขาหนึ่งและมีประสบการณ์ที่เป็นประโยชน์นับแต่สําเร็จการศึกษาไม่น้อยกว่า 2 ปี เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง. ข้ออ้างว่าปริญญาตรีกฎหมายต้องมีประสบการณ์ 10 ปีไม่ใช่ชุดคุณสมบัติที่ บทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง ระบุ. ต้องตรวจประกาศของอธิบดี ระดับตําแหน่ง และหลักฐานประสบการณ์ประกอบการแต่งตั้งจริง.

หลักเกณฑ์การเป็นคดีพิเศษ — การวินิจฉัยว่าคดีใดเป็นคดีพิเศษต้องตรวจเป็นลําดับจากฐานความผิด รายชื่อกฎหมาย ลักษณะของคดีตามบทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง รายละเอียดและเกณฑ์ตามประกาศที่มีผลใช้บังคับ ตลอดจนคําสั่งหรือมติที่กฎหมายกําหนด การมีความเสียหายสูง เกี่ยวข้องกับระบบออนไลน์ มีลักษณะข้ามชาติ หรือมีเจ้าหน้าที่ของรัฐเกี่ยวข้อง เป็นข้อเท็จจริงที่ต้องนําไปเทียบองค์ประกอบ มิได้ทําให้คดีเปลี่ยนสถานะโดยอัตโนมัติ คดีพิเศษตามบทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง วรรคหนึ่ง (1): ห้าลักษณะ — (ก) — คดีซับซ้อน ต้องใช้วิธีการสืบสวนสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานเป็นพิเศษ.

(ข) — คดีมีหรืออาจมีผลกระทบอย่างรุนแรงต่อความสงบเรียบร้อย ศีลธรรม ความมั่นคง ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ หรือระบบเศรษฐกิจและการคลัง. (ค) — คดีข้ามชาติที่สําคัญหรือเป็นการกระทําขององค์กรอาชญากรรม. (ง) — คดีมีผู้ทรงอิทธิพลสําคัญเป็นตัวการ ผู้ใช้ หรือผู้สนับสนุน. (จ) — คดีมีพนักงานฝ่ายปกครองหรือตํารวจชั้นผู้ใหญ่ซึ่งมิใช่พนักงานสอบสวนคดีพิเศษหรือเจ้าหน้าที่คดีพิเศษเป็นผู้ต้องสงสัย เมื่อมีหลักฐานตามสมควร. ต้องประกอบกับฐานความผิดและประกาศรายละเอียด ไม่ใช่เลือกเพียงลักษณะหนึ่งแล้วรับคดีโดยอัตโนมัติ.

คดีอาญาอื่นเป็นคดีพิเศษตามมติ กคพ.: บทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง วรรคหนึ่ง (2) — คดีอาญาที่ไม่เข้าเส้นบัญชีอาจเป็นคดีพิเศษได้เมื่อ กคพ. มีมติตามช่องบทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง วรรคหนึ่ง (2). ผู้ร้อง ผู้เสียหาย หน่วยงาน หรือกรมเสนอข้อมูลตามหลักเกณฑ์และวิธีที่ประกาศกําหนด. กคพ. พิจารณาความสําคัญ ความซับซ้อน ผลกระทบ อิทธิพล ความจําเป็น และประโยชน์สาธารณะ. ความเสียหายสูงเพียงอย่างเดียวไม่แทนมติ และอธิบดีไม่มีอํานาจแก้บัญชีท้ายเป็นรายคดี. มติรับคดีต้องประกาศหรือบันทึกตามวิธีและระบุขอบเขตคดีให้ชัด.

ชั้นตรวจจากบุคลากรถึงฐานการเป็นคดีพิเศษ
ชั้นตรวจคำถามหลักผลต่อคดี
ผู้ปฏิบัติเป็นพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ เจ้าหน้าที่คดีพิเศษ หรือผู้เชี่ยวชาญที่แต่งตั้งตามเงื่อนไขใดกำหนดอำนาจ หน้าที่ ความรับผิด และข้อจำกัดของบุคคลนั้น
ฐานประเภทความผิดความผิดอยู่ในกฎหมายหรือบัญชีที่กำหนดให้พิจารณาเป็นคดีพิเศษหรือไม่เปิดประตูให้ตรวจองค์ประกอบต่อไป แต่ยังไม่ทำให้ทุกคดีเป็นคดีพิเศษอัตโนมัติ
ลักษณะคดีมีความซับซ้อน ผลกระทบ อิทธิพล เครือข่าย หรือเงื่อนไขตามที่กฎหมายกับประกาศกำหนดหรือไม่ทำให้คดีที่อยู่ในประเภทเดียวกันถูกจำแนกต่างกันได้ตามข้อเท็จจริง
มติคณะกรรมการเป็นคดีอาญาอื่นที่องค์กรผู้มีอำนาจมีมติรับไว้ตามกระบวนการหรือไม่เป็นฐานอีกทางหนึ่งซึ่งต้องมีองค์ประชุม เหตุผล และมติชอบด้วยกฎหมาย
ผลต่อสำนวนหน่วยงานใดรับผิดชอบและต้องส่งมอบพยานหลักฐานเมื่อใดเชื่อมเขตอำนาจกับการรับช่วง การประสาน และความต่อเนื่องของคดี
อ่านสรุปฉบับเต็มทุกหัวข้อ
สมาชิก PRO ระบบจะจำหัวข้อที่อ่านค้างไว้ให้ด้วย
PRO 99 บาท/เดือน
เนื้อหาฉบับเต็มต้นฉบับจาก dsi.go.thเปิดต้นฉบับ

เนื้อหาสรุปนี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาส่วนบุคคล ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ หรือนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต