กลับไปทำข้อสอบวิชานี้

กฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นและกฎหมายว่าด้วยการออกเสียงประชามติ

คู่มือเชื่อมผู้รับผิดชอบ ผู้มีสิทธิ ผู้สมัคร การหาเสียง วันเลือกตั้ง การเยียวยา และประชามติเป็นระบบเดียวกัน

5 หัวข้อ · อ่านประมาณ 28 นาที · มีต้นฉบับจาก ect.go.th

เปิดเนื้อหาฉบับเต็ม
อ่านฟรีได้ 2 จาก 5 หัวข้อ40%
หัวข้อ 1

กฎหมายที่ใช้และโครงสร้างผู้รับผิดชอบการเลือกตั้งท้องถิ่น

กฎหมายที่ใช้บังคับและการแก้ไขล่าสุด — การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นอยู่ภายใต้พระราชบัญญัติ พ.ศ. 2562 และฉบับแก้ไข รวมทั้งระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งที่กําหนดรายละเอียดการปฏิบัติ ส่วนจํานวนสมาชิก โครงสร้างองค์กร และคุณสมบัติเฉพาะบางตําแหน่งต้องอ่านร่วมกับกฎหมายจัดตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแต่ละประเภท กฎหมายแก้ไขล่าสุด พ.ศ. 2569 มีผลตั้งแต่วันที่ 29 สิงหาคม 2569 และต้องใช้แทนข้อความเดิมในประเด็นที่แก้ไข พระราชบัญญัติฉบับที่ 3 พ.ศ. 2569 — อายุผู้สมัคร บทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง (2) — อายุไม่ต่ํากว่า 25 ปี นับถึงวันเลือกตั้ง เว้นแต่กฎหมายจัดตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นกําหนดเป็นอย่างอื่น.

ผู้สมัครผู้บริหาร บทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง (2/1) — ต้องมีการศึกษาหรือเคยดํารงตําแหน่งตามประเภทองค์กรที่กฎหมายกําหนด. เจ้าของหรือผู้ถือหุ้นสื่อ บทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง (3) — เป็นลักษณะต้องห้ามเมื่อกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนนั้นยังคงดําเนินกิจการ. บทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง (21) — ถูกยกเลิกแล้ว ห้ามนําข้อความเดิมมาใช้ตัดสิทธิ. การรับสมัคร บทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง — ตรวจทั้งความครบถ้วนและการถูกจํากัดสิทธิสมัครตามบทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง (1); ไม่ครบหรือถูกจํากัดให้คืนทุกอย่างทันที. ระเบียบฉบับที่ 6 พ.ศ. 2569 — แก้ข้อ 213/4 โดยให้การเลือกตั้งใหม่ใช้ข้อ 207, 207/1 และ 213 โดยอนุโลม.

กรอบเวลาเตรียมการเลือกตั้งเมื่อครบวาระ — หัวหน้าพนักงานส่วนท้องถิ่นแจ้งผู้อํานวยการการเลือกตั้งประจําจังหวัด — ไม่น้อยกว่า 60 วัน ก่อนวันครบวาระ. จัดการเลือกตั้งหลังสมาชิกหรือผู้บริหารครบวาระ — ภายใน 45 วันนับแต่วันที่ครบวาระตามบทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง. ประกาศรับสมัคร — โดยหลักก่อนครบวาระไม่น้อยกว่า 45 วัน และกําหนดช่วงรับสมัครไม่น้อยกว่า 5 วัน. ประกาศหน่วยและที่เลือกตั้ง — ก่อนวันเลือกตั้งไม่น้อยกว่า 25 วัน เว้นแต่เปลี่ยนเพราะเหตุฉุกเฉินหรือจําเป็นตามระเบียบ. แต่งตั้งกรรมการประจําหน่วย — ก่อนวันเลือกตั้งไม่น้อยกว่า 20 วัน.

องค์กรและบุคลากรผู้รับผิดชอบการเลือกตั้งท้องถิ่น — คณะกรรมการการเลือกตั้งเป็นผู้ควบคุมและจัดการเลือกตั้งให้สุจริต เที่ยงธรรม และชอบด้วยกฎหมาย โดยมีผู้อํานวยการการเลือกตั้งประจําจังหวัด ผู้อํานวยการการเลือกตั้งประจําองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น คณะกรรมการการเลือกตั้งประจําองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น คณะกรรมการประจําหน่วย และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยรับผิดชอบตามระดับ อํานาจของแต่ละตําแหน่งต้องแยกจากกัน และผู้ปฏิบัติงานต้องเป็นกลางตลอดกระบวนการ ผู้จัดการเลือกตั้งระดับจังหวัดและระดับท้องถิ่น — คณะกรรมการการเลือกตั้ง — ควบคุม จัดหรือดําเนินการให้การเลือกตั้งสุจริตเที่ยงธรรม ออกระเบียบ และสั่งนับใหม่ ลงคะแนนใหม่

หรือเลือกตั้งใหม่ตามกฎหมาย. ผู้อํานวยการการเลือกตั้งประจําจังหวัด — เตรียมและกํากับระดับจังหวัด ประกาศวงเงินค่าใช้จ่าย ควบคุมนับใหม่ และรับรายงานจากท้องถิ่น. คณะกรรมการการเลือกตั้งประจําองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น — ให้ความเห็นชอบ กํากับ ตรวจสอบ และวินิจฉัยเรื่องที่กฎหมายหรือระเบียบมอบ. ผู้อํานวยการการเลือกตั้งประจําองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น — ดําเนินการรับสมัคร จัดหน่วย แต่งตั้งผู้ปฏิบัติ จัดบัตร นับและรายงานผลตามหน้าที่บทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง. นายทะเบียน — จัดบัญชีผู้มีสิทธิ พิจารณาการแจ้งเหตุ และแก้ไขรายการตามขั้นตอน.

ผู้อํานวยการการเลือกตั้งประจําท้องถิ่น — หน้าที่ตามบทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง — รับสมัครและตรวจใบสมัคร เอกสาร หลักฐาน ค่าธรรมเนียม และข้อจํากัดสิทธิสมัคร. กําหนดหน่วยเลือกตั้งและที่เลือกตั้งโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการท้องถิ่น แล้วประกาศตามเวลา. แต่งตั้งและฝึกอบรมกรรมการประจําหน่วย เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย และผู้ช่วยที่จําเป็น. จัดทําหรือประสานบัญชีผู้มีสิทธิ บัตรเลือกตั้ง หีบบัตร แบบพิมพ์ และวัสดุอุปกรณ์. ควบคุมการลงคะแนน การนับ การรวมคะแนน และรายงานผลตามลําดับ. ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามกฎหมาย ระเบียบ ประกาศ คําสั่ง หรือที่ กกต. มอบหมาย; การประกาศผลผู้ได้รับเลือกเป็นอํานาจตามขั้นของ กกต. ไม่ใช่ตัดสินได้เองทุกกรณี.

หัวข้อ 2

เขต ผู้มีสิทธิ ผู้สมัคร และการตรวจสิทธิ

การแบ่งเขต หน่วยเลือกตั้ง และผู้มีสิทธิเลือกตั้ง — การแบ่งเขตยึดจํานวนราษฎรไทยจากประกาศ ปีสุดท้ายก่อนปีที่มีการเลือกตั้ง โดยมุ่งให้จํานวนราษฎรใกล้เคียงกันและพื้นที่ติดต่อกันเท่าที่สภาพพื้นที่อํานวย การกําหนดหน่วยและที่เลือกตั้งต้องประกาศล่วงหน้าตามระเบียบ ส่วนสิทธิเลือกตั้งเกิดจากสัญชาติ อายุ ทะเบียนบ้าน และการไม่อยู่ในลักษณะต้องห้าม ณ วันเลือกตั้ง มิใช่เกิดจากการมีบัตรประจําตัวเพียงอย่างเดียว

หลักแบ่งเขตเลือกตั้งท้องถิ่น — จํานวนราษฎรในแต่ละเขตควรใกล้เคียงกันและพื้นที่ต้องติดต่อกัน เว้นแต่มีเหตุจําเป็นหรือข้อจํากัดที่อธิบายได้. ระเบียบฉบับที่ 5 พ.ศ. 2568 ให้ใช้จํานวนราษฎรผู้มีสัญชาติไทยตามหลักฐานทะเบียนราษฎรที่ประกาศในปีสุดท้ายก่อนปีที่มีการเลือกตั้ง. ผลต่างจํานวนราษฎรระหว่างเขตไม่ควรเกินร้อยละ 10 ของอัตราเฉลี่ยราษฎรหนึ่งเขต เว้นแต่เหตุจําเป็น เช่น ภูมิประเทศ โดยต้องบันทึกเหตุผลละเอียด. คํานึงถึงเขตการปกครอง การคมนาคม ความสะดวกของประชาชน และการรักษาความเป็นชุมชน.

เปิดรับฟังความคิดเห็นต่อรูปแบบแบ่งเขตเป็นหนังสือภายใน 10 วันตามขั้นของระเบียบ. คุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้สมัคร — สิทธิสมัครต้องพิจารณาคุณสมบัติด้านสัญชาติ อายุ ความผูกพันกับพื้นที่ และคุณสมบัติเฉพาะตามกฎหมายจัดตั้ง ควบคู่กับลักษณะต้องห้ามทุกข้อ พระราชบัญญัติฉบับที่ 3 พ.ศ. 2569 ปรับเกณฑ์อายุ เพิ่มเงื่อนไขการศึกษาหรือประสบการณ์ของผู้สมัครผู้บริหาร ปรับลักษณะต้องห้ามเกี่ยวกับกิจการสื่อ และยกเลิก บทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง (21) จึงต้องใช้ข้อความปัจจุบันโดยตรง

คุณสมบัติผู้สมัครปัจจุบัน — บทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง — สัญชาติ — มีสัญชาติไทยโดยการเกิด. อายุ — ไม่ต่ํากว่า 25 ปีนับถึงวันเลือกตั้ง เว้นแต่กฎหมายจัดตั้งองค์กรนั้นกําหนดอย่างอื่น. ทะเบียนบ้าน — มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในเขตองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่สมัครติดต่อกันไม่น้อยกว่า 1 ปีนับถึงวันสมัคร. ผู้สมัครผู้บริหาร — นอกจากเกณฑ์ข้างต้น ต้องมีการศึกษาหรือประสบการณ์ตําแหน่งตาม บทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง (2/1) ชั้นสุดท้าย — ต้องไม่อยู่ในลักษณะต้องห้ามบทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง

และไม่ถูกจํากัดสิทธิสมัครตามบทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง (1) การสมัคร การตรวจสิทธิ และตัวแทนผู้สมัคร — ผู้สมัครต้องยื่นใบสมัคร เอกสาร หลักฐาน และค่าธรรมเนียมต่อผู้อํานวยการการเลือกตั้งประจําองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นภายในวันและเวลาที่ประกาศ การรับเอกสารเป็นขั้นตอนทางธุรการที่ต้องตรวจความครบถ้วนและข้อจํากัดสิทธิ ส่วนการวินิจฉัยคุณสมบัติหรือถอนชื่อเป็นอํานาจตามกฎหมายอีกขั้นหนึ่ง เมื่อออกหลักฐานรับสมัครแล้วผู้สมัครถอนการสมัครไม่ได้ เอกสารสมัครรับเลือกตั้ง — บทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง — ใบสมัคร — แบบที่ กกต.

กําหนด กรอกครบ ลงลายมือชื่อ และยื่นด้วยตนเองตามวันเวลา. หลักฐานตัวบุคคล — บัตรประจําตัวประชาชน สําเนาทะเบียนบ้าน และรูปถ่ายตามจํานวนและขนาดที่กําหนด. หลักฐานสุขภาพ — ใบรับรองแพทย์ตามแบบหรือเงื่อนไข. หลักฐานคุณสมบัติเฉพาะ — วุฒิการศึกษา หรือหลักฐานเคยดํารงตําแหน่งสําหรับผู้บริหารตามบทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง (2/1) ภาษี — หลักฐานการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเป็นเวลา 3 ปีติดต่อกัน นับถึงปีที่สมัคร. หลักฐานอื่นและค่าธรรมเนียม — ตามกฎหมายจัดตั้ง ระเบียบ และประกาศของการเลือกตั้งครั้งนั้น.

เส้นทางจากผู้มีสิทธิไปถึงผู้สมัครที่ประกาศชื่อ
ชั้นตรวจสิ่งที่ตรวจช่องทางเมื่อข้อมูลไม่ถูกต้อง
เขตและหน่วยที่อยู่ เขตเลือกตั้ง ที่เลือกตั้ง และหน่วยที่บุคคลมีชื่อตรวจประกาศและยื่นคำขอแก้ไขตามเวลา
ผู้มีสิทธิอายุ สัญชาติ ทะเบียนบ้าน และลักษณะต้องห้ามขอเพิ่มชื่อ ถอนชื่อ หรือแจ้งเหตุไม่อาจไปใช้สิทธิตามกระบวนการ
ผู้สมัครคุณสมบัติ ความผูกพันกับพื้นที่ การศึกษาหรือประสบการณ์ และลักษณะต้องห้ามยื่นเอกสารประกอบและใช้สิทธิร้องเมื่อไม่รับสมัครหรือไม่ประกาศชื่อ
การรับสมัครวันเวลา สถานที่ ค่าธรรมเนียม เอกสาร และการตรวจโดยผู้รับผิดชอบคำสั่งต้องมีฐาน ข้อเท็จจริง และช่องทางพิจารณาตามกฎหมาย
ตัวแทนผู้สมัครหนังสือแต่งตั้ง จำนวน หน่วยที่ประจำ และขอบเขตการสังเกตการณ์ทักท้วงหรือบันทึกเหตุโดยไม่ขัดขวางการทำหน้าที่ของกรรมการประจำหน่วย
อ่านสรุปฉบับเต็มทุกหัวข้อ
สมาชิก PRO ระบบจะจำหัวข้อที่อ่านค้างไว้ให้ด้วย
PRO 99 บาท/เดือน
เนื้อหาฉบับเต็มต้นฉบับจาก ect.go.thเปิดต้นฉบับ

เนื้อหาสรุปนี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาส่วนบุคคล ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ หรือนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต