กลับไปทำข้อสอบวิชานี้

กฎหมายว่าด้วยพรรคการเมือง

คู่มือเชื่อมการจัดตั้ง สมาชิก ประชาธิปไตยภายใน การสรรหา การเงิน ความรับผิด และการสิ้นสุดพรรคเป็นระบบเดียวกัน

5 หัวข้อ · อ่านประมาณ 28 นาที · มีต้นฉบับจาก party.ect.go.th

เปิดเนื้อหาฉบับเต็ม
อ่านฟรีได้ 2 จาก 5 หัวข้อ40%
หัวข้อ 1

ฐานะของพรรค การจัดตั้ง และสมาชิก

ฐานกฎหมาย ฐานะของพรรค และองค์กรกํากับดูแล — กฎหมายหลักคือพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 ซึ่งต้องอ่านร่วมกับฉบับที่ 2 พ.ศ. 2566 ในส่วนที่แก้ไขเรื่องค่าบํารุง สมาชิก ตัวแทนประจําจังหวัด และการสรรหาผู้สมัคร พรรคการเมืองเป็นนิติบุคคลที่มีวัตถุประสงค์ทางการเมืองตามรัฐธรรมนูญ มิใช่องค์กรที่จัดตั้งเพื่อแบ่งกําไร และอยู่ภายใต้การกํากับของคณะกรรมการการเลือกตั้ง นายทะเบียนพรรคการเมือง และศาลตามอํานาจของแต่ละองค์กร ขอบเขตและลําดับการใช้กฎหมาย — สรุปนี้ใช้พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.

2560 เป็นกฎหมายหลัก และนําข้อความที่แก้ไขโดย ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2566 มาใช้แทนข้อความเดิมทุกจุดที่เกี่ยวข้อง จึงไม่ใช้ตัวเลขค่าบํารุงตลอดชีพ 2,000 บาทหรือวิธีสรรหาผู้สมัครแบบเดิมที่ถูกแก้ไขแล้ว. กฎหมายพรรคการเมืองควบคุมวงจรชีวิตทั้งวงจร ตั้งแต่เตรียมจัดตั้ง จดทะเบียน รับสมาชิก บริหารพรรค สรรหาผู้สมัคร หาและใช้เงิน รับเงินอุดหนุน ไปจนถึงสิ้นสภาพ ยุบ ควบรวม และชําระบัญชี รายละเอียดบางเรื่องยังต้องอ่านประกาศหรือระเบียบ กกต. ที่ออกตามกฎหมายด้วย. ส. หรือกฎหมายการเงิน เมื่อต้องบอกให้ชัดว่าส่วนใดเป็นหน้าที่ตามกฎหมายพรรคการเมือง และส่วนใดเป็นหน้าที่จากกฎหมายข้างเคียง.

การเตรียมการและการจดทะเบียนจัดตั้งพรรค — การจัดตั้งพรรคเริ่มจากบุคคลที่มีคุณสมบัติตามบทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง แจ้งเตรียมการ รวบรวมผู้ร่วมจัดตั้งและทุนประเดิม จัดประชุมจัดตั้ง และยื่นคําขอพร้อมเอกสารต่อ นายทะเบียน การมีชื่อ เครื่องหมาย นโยบาย ข้อบังคับ องค์กรบริหาร และเงินครบตามจํานวนยังไม่เพียงพอ หากบุคคลหรือธุรกรรมที่เป็นฐานของเอกสารไม่เป็นจริงหรือมีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมาย การแจ้งเตรียมการจัดตั้งพรรค — บุคคลซึ่งมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามบทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง จํานวนไม่น้อยกว่า 15 คน

อาจยื่นคําขอแจ้งการเตรียมการจัดตั้งพรรคต่อนายทะเบียนก่อนรวบรวมผู้ร่วมจัดตั้งให้ครบ บุคคลทั้งสิบห้าคนจึงต้องมีอายุไม่ต่ํากว่า 20 ปี มิใช่ใช้เกณฑ์อายุ 18 ปีของสมาชิกทั่วไปตามบทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมใน พ.ศ. 2566. คําขอแจ้งต้องมีอย่างน้อยชื่อ ชื่อย่อ และภาพเครื่องหมายของพรรค ชื่อและเครื่องหมายต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามตามบทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง และต้องไม่ซ้ํา พ้อง หรือคล้ายกับพรรค คําขอจดทะเบียน หรือการแจ้งเตรียมการที่มีสิทธิก่อน ตลอดจนต้องไม่สื่อถึงพระปรมาภิไธย พระนาม หรือทําให้ประชาชนเข้าใจผิดในลักษณะที่กฎหมายห้าม.

สมาชิกพรรคการเมือง — สมาชิกเป็นฐานของการมีส่วนร่วมภายในพรรค กฎหมายจึงกําหนดคุณสมบัติ ลักษณะต้องห้าม วิธีสมัคร ค่าบํารุง ทะเบียนสมาชิก การลาออก และการสิ้นสมาชิกภาพไว้โดยเฉพาะ พรรคต้องรักษาความถูกต้องของข้อมูลสมาชิก ควบคู่กับการไม่เปิดเผยหรือใช้ข้อมูลเกินวัตถุประสงค์ และต้องป้องกันมิให้บุคคลภายนอกใช้อํานาจผ่านสมาชิกหรือผู้บริหารเพื่อควบคุมพรรค คุณสมบัติของสมาชิกตามกฎหมายปัจจุบัน — ฉบับแก้ไข พ.ศ. 2566 กําหนดว่าสมาชิกต้องมีอายุไม่ต่ํากว่า 18 ปี มีสัญชาติไทยโดยการเกิด หรือถ้าแปลงสัญชาติต้องได้สัญชาติไทยมาแล้วอย่างน้อยห้าปี และไม่เข้าเกณฑ์ต้องห้ามตามบทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง กับข้อบังคับ.

ลักษณะต้องห้ามครอบคลุมบุคคลต้องห้ามสมัครรับเลือกตั้งบางประเภท ผู้เคยถูกพิพากษาถึงที่สุดในความผิดทุจริตต่อตําแหน่งหน้าที่หรือทรัพย์บางฐาน และความผิดร้ายแรงที่กฎหมายระบุ เช่น ฉ้อโกงประชาชน ยาเสพติดบางฐาน การพนันฐานเจ้ามือ ค้ามนุษย์ หรือฟอกเงิน. บุคคลต้องไม่เป็นสมาชิกพรรคอื่น ผู้ยื่นขอจัดตั้งพรรคอื่น หรือผู้แจ้งเตรียมการของพรรคอื่น การมีอุดมการณ์ใกล้กันไม่ทําให้ถือสมาชิกสองพรรคได้ พรรคและนายทะเบียนต้องตรวจความซ้ําซ้อน ไม่ใช่ปล่อยให้เจ้าตัวเลือกภายหลังเฉพาะตอนสมัครเลือกตั้ง.

หัวข้อ 2

กิจกรรมภายในพรรคและการสรรหาผู้สมัคร

กิจกรรม สาขา ตัวแทน และการประชุม — พรรคที่จดทะเบียนแล้วต้องดําเนินกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง รักษาจํานวนสมาชิกและโครงสร้างพื้นที่ จัดให้มีสาขาและตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดตามเงื่อนไข ตลอดจนใช้ที่ประชุมใหญ่และคณะกรรมการบริหารตามอํานาจที่กฎหมายและข้อบังคับกําหนด การประชุม การลงคะแนน และรายงานต่อ นายทะเบียนต้องมีหลักฐานตรวจสอบย้อนหลังได้

กิจกรรมทางการเมืองเป็นหน้าที่ต่อเนื่อง — พรรคต้องดําเนินกิจกรรมทางการเมืองเพื่อให้ประชาชนมีความรู้ มีส่วนร่วม และเชื่อมพรรคกับปัญหาสาธารณะ ไม่ใช่เปิดสํานักงานเฉพาะปีเลือกตั้งแล้วหยุดทั้งหมด กฎหมายกําหนดให้หัวหน้าจัดทําแผนหรือโครงการประจําปีและรายงานตามกระบวนการ. กิจกรรมอาจรวมการให้ความรู้ประชาธิปไตย รับฟังปัญหา พัฒนานโยบาย ส่งเสริมการมีส่วนร่วม และพัฒนาพรรคเป็นสถาบันของประชาชน แต่ต้องอยู่ในกฎหมาย ไม่ใช้ทรัพยากรรัฐ ซื้อสมาชิก

หรือทําลายความมั่นคงและความสงบเรียบร้อย. บทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง เป็นหน้าที่เนื้อหา ส่วนข้อกําหนดรายงานและการใช้เงินเป็นหน้าที่กํากับ พรรคจึงต้องมีทั้งหลักฐานว่า “ทําจริง” และหลักฐานว่า “ใช้เงินถูก” รูปถ่ายงานอย่างเดียวไม่ทดแทนบัญชี ใบเสร็จ รายชื่อ และผลของโครงการ. หากไม่มีการประชุมใหญ่หรือไม่มีกิจกรรมทางการเมืองติดต่อกันหนึ่งปีโดยไม่มีเหตุอ้างได้ตามกฎหมาย อาจเป็นเหตุสิ้นสภาพตาม บทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง จึงไม่ใช่เพียงคะแนนประเมินผลงานต่ํา.

การสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้ง — ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2566 ปรับกระบวนการสรรหาผู้สมัครทั้งแบบแบ่งเขตและแบบบัญชีรายชื่อ โดยให้คณะกรรมการสรรหาตรวจคุณสมบัติ ส่งรายชื่อให้สาขาหรือตัวแทนประจําจังหวัดจัดประชุมสมาชิกเพื่อรับฟังความคิดเห็นและให้ความเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ แล้วเสนอข้อมูลกลับไปยังคณะกรรมการบริหาร การตัดสินใจทุกชั้นต้องปลอดจากการจูงใจและการแทรกแซงของผู้มิใช่สมาชิก แผนที่กระบวนการสรรหาผู้สมัครหลังแก้ไข พ.ศ.

2566 — กฎหมายฉบับปัจจุบันให้พรรคตั้งคณะกรรมการสรรหา เปิดรับหรือรับการเสนอชื่อ ตรวจคุณสมบัติ ส่งรายชื่อให้สาขาหรือตัวแทนจังหวัดจัดประชุมสมาชิก และนําทั้งผลเห็นชอบ ไม่เห็นชอบ และความคิดเห็นกลับมาประกอบการพิจารณา. จากนั้นคณะกรรมการสรรหาจึงเสนอรายชื่อพร้อมความเห็นแก่คณะกรรมการบริหาร พรรคบริหารเป็นผู้ให้ความเห็นชอบบุคคลสําหรับแบบแบ่งเขต หรือคัดเลือกและจัดลําดับบัญชีรายชื่อ ส่วนหัวหน้าพรรคออกหนังสือรับรองหรือยื่นบัญชีตามบทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง.

การสรรหาเป็นขั้นตอนภายในพรรคที่ต้องทําก่อนหรือควบคู่กับกรอบรับสมัครตามกฎหมายเลือกตั้ง ส.ส. พรรคอาจเตรียมรับสมัครบุคคลก่อนมีพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้งได้ แต่ต้องทําตามกฎหมาย ข้อบังคับ และยังต้องตรวจคุณสมบัติ ณ วันที่กฎหมายเลือกตั้งกําหนด. ผลสํารวจนิยมภายใน คําสั่งผู้บริจาค หรือมติคณะทํางานประชาสัมพันธ์ใช้เป็นข้อมูลประกอบได้เท่าที่ไม่แทนกระบวนการตามกฎหมาย ข้อกล่าวที่ว่าโพลเลือกผู้สมัครอันดับหนึ่งจึงยังขาดการรับฟังสมาชิก คณะกรรมการสรรหา และมติบริหาร.

โครงสร้างภายในพรรคกับการตัดสินใจเรื่องผู้สมัคร
องค์ประกอบบทบาทหลักกำกับ
สมาชิกร่วมกิจกรรม เลือกผู้บริหาร แสดงความคิดเห็น และมีส่วนในกระบวนการสรรหาหนึ่งคนหนึ่งสถานะสมาชิก ความสมัครใจ และสิทธิตามข้อบังคับ
สาขาพรรคเป็นฐานกิจกรรมและรวบรวมความเห็นในพื้นที่ต้องมีสมาชิก กรรมการ การประชุม และหลักฐานการดำเนินงานจริง
ตัวแทนประจำจังหวัดเชื่อมพรรคกับสมาชิกในจังหวัดที่ยังไม่มีหรือมีสาขาตามเงื่อนไขอำนาจและเขตงานต้องไม่ซ้ำซ้อนหรือถูกใช้เป็นเพียงตรายาง
คณะกรรมการสรรหาวางและดำเนินกระบวนการเสนอชื่อกับกลั่นกรองผู้สมัครต้องไม่มีผลประโยชน์ขัดกันและปฏิบัติตามสัดส่วนกับขั้นตอนที่กำหนด
คณะกรรมการบริหารรับรองหรือดำเนินผลสรรหาตามอำนาจของกฎหมายและข้อบังคับต้องเคารพเสียงสมาชิก บันทึกเหตุผล และไม่เปลี่ยนตัวผู้สมัครโดยไร้ฐาน
อ่านสรุปฉบับเต็มทุกหัวข้อ
สมาชิก PRO ระบบจะจำหัวข้อที่อ่านค้างไว้ให้ด้วย
PRO 99 บาท/เดือน
เนื้อหาฉบับเต็มต้นฉบับจาก party.ect.go.thเปิดต้นฉบับ

เนื้อหาสรุปนี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาส่วนบุคคล ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ หรือนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต

สรุปกฎหมายว่าด้วยพรรคการเมือง อ่านง่าย จำได้จริง | ติวสอบภาค ข | ติวสอบภาค ข