กลับไปทำข้อสอบวิชานี้

กลยุทธ์การสื่อสารออนไลน์หรือดิจิทัล การเลือกใช้โซเชียลมีเดีย

คู่มือเชื่อมวัตถุประสงค์ ผู้รับสาร ระบบสื่อ เนื้อหา แพลตฟอร์ม ชุมชน การวัดผล วิกฤต และธรรมาภิบาลดิจิทัลเป็นกลยุทธ์เดียวกัน

6 หัวข้อ · อ่านประมาณ 28 นาที

อ่านฟรีได้ 2 จาก 6 หัวข้อ33%
หัวข้อ 1

วัตถุประสงค์ ระบบสื่อ ผู้รับสาร และผลลัพธ์

กรอบของกลยุทธ์การสื่อสารดิจิทัล — กลยุทธ์การสื่อสารดิจิทัลคือการกําหนดความสัมพันธ์อย่างเป็นระบบระหว่างเป้าหมายขององค์กร ผู้รับสาร ข้อความ ช่องทาง เนื้อหา การกระจาย การโต้ตอบ และการวัดผล มิใช่เพียงแผนผลิตโพสต์หรือเพิ่มจํานวนผู้ติดตาม จุดเริ่มต้นต้องเป็นผลที่องค์กรต้องการให้เกิดขึ้นจริง แล้วจึงกําหนดบทบาทของการสื่อสารว่าจะช่วยเปลี่ยนความรู้ ทัศนคติ พฤติกรรม การใช้บริการ หรือความไว้วางใจได้อย่างไร เป้าหมายขององค์กร อาจเป็นการเพิ่มการเข้าถึงบริการ ลดความผิดพลาดในการดําเนินงาน เพิ่มยอดขาย รักษาความสัมพันธ์ หรือคุ้มครองชื่อเสียง ส่วนเป้าหมายการสื่อสารเป็นผลระหว่างทาง เช่น

ทําให้กลุ่มเป้าหมายรู้ เข้าใจ เชื่อมั่น หรือดําเนินการอย่างหนึ่ง การแยกสองระดับนี้ช่วยไม่ให้ยอดการมองเห็นหรือการมีส่วนร่วมถูกใช้แทนผลสัมฤทธิ์ขององค์กรโดยไม่มีหลักฐานเชื่อมโยง การกําหนดวัตถุประสงค์และผลลัพธ์ที่ต้องการ — วัตถุประสงค์ที่ใช้บริหารได้ควรระบุกลุ่มเป้าหมาย การเปลี่ยนแปลงที่ต้องการ ระดับตั้งต้น ค่าเป้าหมาย ช่วงเวลา แหล่งข้อมูล และข้อจํากัดที่ต้องไม่เสียหาย หลัก SMART ช่วยตรวจความเฉพาะเจาะจง ความสามารถวัด ความเป็นไปได้ ความสอดคล้องกับภารกิจ และกรอบเวลา

แต่คุณภาพของวัตถุประสงค์ยังขึ้นกับความหมายของผลลัพธ์และความน่าเชื่อถือของวิธีวัดด้วย เป้าหมายด้านการรับรู้อาจวัดการเข้าถึงในกลุ่มที่มีคุณสมบัติตรง ความจําได้ หรือการค้นหาข้อมูลเพิ่ม เป้าหมายด้านความเข้าใจควรวัดความถูกต้องของความรู้หรือความสามารถดําเนินขั้นตอน เป้าหมายด้านพฤติกรรมควรวัดการสมัคร การซื้อ การใช้บริการ หรือการปฏิบัติตาม ส่วนเป้าหมายด้านความสัมพันธ์อาจวัดคุณภาพการแก้ปัญหา การกลับมาใช้บริการ หรือความเชื่อมั่นด้วยวิธีวิจัยที่เหมาะสม

ระบบสื่อแบบ Paid, Earned, Shared และ Owned — Owned media คือสินทรัพย์ที่องค์กรควบคุมได้ค่อนข้างสูง เช่น เว็บไซต์ แอป จดหมายข่าว และฐานความรู้ เหมาะเป็นแหล่งข้อมูลหลัก การให้บริการ และการเก็บเนื้อหาระยะยาว แต่ต้องลงทุนด้านประสบการณ์ผู้ใช้ การค้นหา ความปลอดภัย การเข้าถึง และการปรับปรุงข้อมูลให้ทันสมัย การเป็นเจ้าของช่องทางไม่ได้ทําให้เกิดการเข้าถึงโดยอัตโนมัติ จึงต้องมีแผนกระจายผู้ใช้เข้าสู่สินทรัพย์ดังกล่าว

Paid media คือการซื้อพื้นที่หรือการกระจายเพื่อเข้าถึงกลุ่มและผลลัพธ์ที่กําหนด ส่วน Earned media คือการที่สื่อ ผู้เชี่ยวชาญ ชุมชน หรือบุคคลภายนอกกล่าวถึงจากคุณค่าหรือความน่าเชื่อถือ และ Shared media คือการสนทนา การส่งต่อ หรือการร่วมสร้างในเครือข่าย ความแตกต่างอยู่ที่ระดับการควบคุม ต้นทุน ความน่าเชื่อถือ และความเสี่ยง มิใช่เพียงชื่อแพลตฟอร์ม การศึกษาผู้รับสารและการแบ่งกลุ่ม — การแบ่งกลุ่มควรเริ่มจากความต้องการ ปัญหา งานที่พยายามทํา ขั้นของการตัดสินใจ พฤติกรรม ช่องทางที่ใช้ ภาษา พื้นที่ และข้อจํากัดในการเข้าถึง

แล้วจึงใช้ข้อมูลประชากรเมื่อมีเหตุผลต่อภารกิจ การแบ่งจากอายุหรืออาชีพอย่างเดียวมักไม่อธิบายแรงจูงใจ ความไว้วางใจ ความพร้อม และอุปสรรคที่ทําให้บุคคลซึ่งอยู่ในกลุ่มเดียวกันตอบสนองต่างกัน ข้อมูลผู้รับสารอาจมาจากการสัมภาษณ์ การสังเกต แบบสํารวจ ข้อมูลค้นหา ข้อมูลบริการ การวิเคราะห์เว็บไซต์ การรับฟังบทสนทนาสาธารณะ และบุคลากรแนวหน้า แหล่งข้อมูลแต่ละชนิดมีข้อจํากัดและอคติ เช่น ข้อมูลโซเชียลสะท้อนเฉพาะบุคคลที่ใช้แพลตฟอร์มและเนื้อหาที่เครื่องมือเข้าถึง การสรุปภาพรวมจึงควรตรวจสอบข้ามแหล่งและบันทึกช่วงเวลาที่เก็บข้อมูล

บทบาทของระบบสื่อ PESO
ประเภทสิ่งที่องค์กรควบคุมข้อจำกัดที่ต้องบริหาร
Paidงบ กลุ่มเป้าหมาย รูปแบบโฆษณา และจังหวะซื้อสื่อต้นทุน การแข่งขัน การมองเห็นที่สิ้นสุดเมื่อหยุดจ่าย และข้อกำหนดแพลตฟอร์ม
Earnedการเตรียมข้อมูล ผู้ให้ข่าว และความสัมพันธ์กับผู้เผยแพร่องค์กรควบคุมถ้อยคำกับจังหวะเผยแพร่สุดท้ายไม่ได้
Sharedเนื้อหาเริ่มต้น การสนทนา และแนวทางดูแลชุมชนการตีความ การส่งต่อ และบริบทเปลี่ยนตามผู้ใช้กับเครือข่าย
Ownedเว็บไซต์ แอป จดหมายข่าว ฐานความรู้ และข้อมูลหลักต้องลงทุนดูแลประสบการณ์ ความถูกต้อง การเข้าถึง และความน่าเชื่อถือระยะยาว
หัวข้อ 2

เส้นทางข้อความ เนื้อหา และการเลือกแพลตฟอร์ม

เส้นทางผู้รับสารและสถาปัตยกรรมข้อความ — เส้นทางผู้รับสารอธิบายช่วงตั้งแต่ยังไม่รู้จักประเด็น เริ่มสนใจ ทําความเข้าใจ พิจารณาทางเลือก ลงมือ ใช้บริการ กลับมาใช้ และบอกต่อ แต่บุคคลไม่ได้เคลื่อนตามลําดับเดียวเสมอ อาจข้ามขั้น ย้อนกลับ ใช้หลายอุปกรณ์ หรือรับอิทธิพลจากช่องทางออฟไลน์ แบบจําลองจึงใช้เพื่อระบุความต้องการและจุดติดขัด ไม่ใช่ข้อเท็จจริงว่าทุกคนต้องเดินเหมือนกัน

แต่ละช่วงต้องตอบคําถามต่างกัน ช่วงรับรู้ต้องทําให้เห็นความเกี่ยวข้อง ช่วงทําความเข้าใจต้องอธิบายสาระและหลักฐาน ช่วงพิจารณาต้องแสดงเงื่อนไข ทางเลือก และผลกระทบ ช่วงลงมือต้องมีขั้นตอนชัดเจน ส่วนหลังการใช้ต้องมีการติดตาม แก้ปัญหา และแจ้งการเปลี่ยนแปลง การพาผู้ใช้ไปยังหน้าที่ไม่ตรงกับคํามั่นในเนื้อหาทําให้การสื่อสารขาดความต่อเนื่อง ยุทธศาสตร์เนื้อหาและกระบวนการบรรณาธิการ — เสาหลักเนื้อหา คือกลุ่มสาระระยะยาวที่เชื่อมความต้องการของผู้รับสารกับภารกิจองค์กร เช่น ความรู้ ขั้นตอนบริการ ความโปร่งใส การแก้ปัญหา

และเรื่องจากชุมชน แต่ละเสาหลักต้องมีวัตถุประสงค์ กลุ่มเป้าหมาย บทบาทในเส้นทาง หลักฐาน รูปแบบ และสัดส่วนที่เหมาะสม เพื่อให้ปฏิทินไม่กลายเป็นรายการวันสําคัญที่ขาดความเชื่อมโยงเชิงกลยุทธ์ ปฏิทินเนื้อหาควรระบุวันที่ ช่องทาง กลุ่มเป้าหมาย เป้าหมาย ประเด็นสาร รูปแบบ เจ้าของงาน แหล่งข้อมูล ผู้ตรวจอนุมัติ สถานะ ลิงก์ปลายทาง รหัสติดตาม และวันที่ทบทวนหรือหมดอายุ การวางกําหนดการต้องเผื่อเนื้อหาตามแผน เนื้อหาตอบสถานการณ์ งานบริการต่อเนื่อง และทรัพยากรสําหรับดูแลปฏิสัมพันธ์หลังเผยแพร่ ไม่ควรวัดประสิทธิภาพจากการโพสต์ตรงเวลาเพียงอย่างเดียว

หลักเกณฑ์เลือกแพลตฟอร์มและจัดชุดช่องทาง — การเลือกแพลตฟอร์มต้องประเมินหลักฐานว่ากลุ่มเป้าหมายใช้ช่องทางนั้นในบริบทใด ความสามารถของช่องรองรับวัตถุประสงค์และรูปแบบหรือไม่ การเชื่อมไปสู่บริการทําได้เพียงใด ต้นทุนผลิตกับดูแลเป็นเท่าใด วัดผลได้อย่างไร และมีความเสี่ยงด้านกติกา ข้อมูล ความปลอดภัย การเข้าถึง และชื่อเสียงระดับใด ความนิยมโดยรวมเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอสําหรับตัดสินใจ

องค์กรควรกําหนด บทบาทของแต่ละช่องทาง เช่น ช่องเพื่อแจ้งข่าว ช่องเพื่ออธิบายเชิงลึก ช่องเพื่อบริการ ช่องเพื่อสร้างชุมชน หรือช่องเพื่อเข้าถึงกลุ่มวิชาชีพ แล้ววางเส้นทางเชื่อมระหว่างช่องกับสินทรัพย์ที่องค์กรควบคุม การใช้หลายแพลตฟอร์มมีคุณค่าก็ต่อเมื่อแต่ละช่องเสริมกันและองค์กรมีทรัพยากรดูแล มิใช่การเปิดบัญชีจํานวนมากโดยไม่มีความต่อเนื่อง บทบาทและข้อจํากัดของแพลตฟอร์มสําคัญ — Facebook และ Instagram รองรับการกระจายเนื้อหา ภาพ วิดีโอ ชุมชน การสนทนา และโฆษณาหลายวัตถุประสงค์ แต่การออกแบบต้องแยกบทบาทของฟีด เรื่องราว วิดีโอ ข้อความ

และหน้าปลายทาง ไม่ควรพึ่งจํานวนผู้ติดตามเป็นตัวแทนการเข้าถึงจริง สําหรับสื่อซื้อควรเลือกวัตถุประสงค์และเหตุการณ์การปรับประสิทธิภาพให้ใกล้ผลที่ต้องการ มิใช่เลือกการคลิกเมื่อผลจริงคือการสมัครหรือการซื้อ YouTube เหมาะกับเนื้อหาวิดีโอที่ต้องการการค้นพบ การอธิบาย และการเก็บใช้งานระยะยาว การประเมินควรดูแหล่งการเข้าชม เวลาในการรับชม ระยะเวลารับชมเฉลี่ย และ การคงอยู่ของผู้ชม ร่วมกัน ไม่ใช่จํานวนการดูเพียงตัวเดียว รายงานของแพลตฟอร์มช่วยระบุช่วงที่ผู้ชมออก ดูซ้ํา หรือสนใจมาก แต่ต้องตีความร่วมกับความยาว จุดประสงค์ และคุณภาพของผู้ชม

  1. 1กำหนดเหตุการณ์หรือพฤติกรรมที่ต้องการให้เกิด
  2. 2แตกผู้รับสารตามความต้องการ อุปสรรค และบริบทการใช้สื่อ
  3. 3วางสารหลัก หลักฐาน น้ำเสียง และคำกระตุ้นในแต่ละช่วง
  4. 4เลือกแพลตฟอร์มจากความเหมาะกับผู้รับสารกับงาน ไม่ใช่ยอดนิยม
  5. 5ผลิตต้นฉบับหลักแล้วปรับรูปแบบตามธรรมชาติของแต่ละช่องทาง
  6. 6เชื่อมการตอบสนองกลับสู่ข้อมูลหลัก บริการ หรือผู้รับผิดชอบ
อ่านสรุปฉบับเต็มทุกหัวข้อ
สมาชิก PRO ระบบจะจำหัวข้อที่อ่านค้างไว้ให้ด้วย
PRO 99 บาท/เดือน

เนื้อหาสรุปนี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาส่วนบุคคล ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ หรือนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต

สรุปกลยุทธ์การสื่อสารออนไลน์หรือดิจิทัล การเลือกใช้โซเชียลมีเดีย อ่านง่าย จำได้จริง | ติวสอบภาค ข | ติวสอบภาค ข