กลับไปทำข้อสอบวิชานี้

การบริหารจัดการด้านเทคโนโลยีดิจิทัลภาครัฐ (การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการปรับปรุง ประสิทธิภาพการบริหารราชการแผ่นดินและการให้บริการ)

คู่มือเชื่อมยุทธศาสตร์ บริการ ข้อมูล คลาวด์ โครงการ คน เครื่องมือ ความมั่นคง กฎหมาย และธรรมาภิบาลสู่ผลลัพธ์รัฐบาลดิจิทัล

7 หัวข้อ · อ่านประมาณ 47 นาที · มีต้นฉบับจาก personnel.moi.go.th

เปิดเนื้อหาฉบับเต็ม
อ่านฟรีได้ 2 จาก 7 หัวข้อ29%
หัวข้อ 1

รัฐบาลดิจิทัล ยุทธศาสตร์ สถาปัตยกรรม และกรอบการขับเคลื่อน

เทคโนโลยีสารสนเทศและระบบสารสนเทศ — เทคโนโลยีสารสนเทศครอบคลุมคน กระบวนการ ข้อมูล ซอฟต์แวร์ ฮาร์ดแวร์ เครือข่าย และการควบคุมที่ทําให้ข้อมูลถูกนําไปใช้ตามวัตถุประสงค์ ระบบสารสนเทศจึงมิใช่โปรแกรมเพียงส่วนเดียว แต่เป็นระบบงานที่รับข้อมูล ประมวลผล จัดเก็บ ส่งต่อ และสร้างสารสนเทศสําหรับการปฏิบัติงานหรือการตัดสินใจ สําหรับ People ต้องพิจารณาผู้รับผิดชอบในบทบาท Owner และ User และ Admin และ Approver และ Subject matter expert ทั้งนี้ ขอบเขตการประยุกต์ใช้ประกอบด้วยผู้ปฏิบัติงาน ประชาชน ผู้บริหาร ผู้ให้บริการ e-Government, Digital Government และ Digital transformation — รัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์มุ่งใช้เทคโนโลยีสนับสนุนงานและบริการ ส่วนรัฐบาลดิจิทัลยกระดับไปสู่การเชื่อมภารกิจ กระบวนงาน ข้อมูล

และบริการโดยมีประชาชนเป็นศูนย์กลาง การเปลี่ยนผ่านดิจิทัลต้องเปลี่ยนวิธีดําเนินงานและความรับผิดชอบ มิใช่เพียงแปลงเอกสารกระดาษเป็นไฟล์หรือเพิ่มช่องทางออนไลน์ บทความประกอบรายวิชาของกระทรวงมหาดไทยใช้อธิบายพัฒนาการจากรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์สู่รัฐบาลดิจิทัลและระบบราชการที่เปิดกว้าง เชื่อมโยง และมีขีดสมรรถนะสูง เนื้อหาส่วนนี้มีคุณค่าเชิงแนวคิดและประวัติ แต่สถานะของแผน มาตรฐาน และบริการกลางต้องตรวจจากเอกสารทางการฉบับปัจจุบัน Digital strategy, Portfolio และ Roadmap ภาครัฐ — ยุทธศาสตร์ดิจิทัลต้องเริ่มจากอํานาจหน้าที่ ปัญหาสาธารณะ และผลลัพธ์ที่ต้องการ แล้วจึงกําหนดขีดความสามารถเป้าหมาย ช่องว่าง โครงการ

และลําดับการเปลี่ยนผ่าน การบริหารกลุ่มโครงการช่วยตัดสินใจว่าจะลงทุน ดําเนินการร่วมกัน ชะลอ รวม หรือยุติเรื่องใดตามคุณค่า ความเสี่ยง ความพร้อม และข้อจํากัด สําหรับ Policy และ mandate ผลที่ต้องการคือกฎหมาย ยุทธศาสตร์ แผนรัฐบาลดิจิทัล ภารกิจและสิทธิประชาชนกําหนดอะไร ในส่วนของ Outcome ผลที่ต้องการคือประชาชน และ ธุรกิจ และ เจ้าหน้าที่ได้ผลลัพธ์อะไร มิใช่เพียงจํานวนระบบ Enterprise Architecture และมาตรฐานร่วม — สถาปัตยกรรมองค์กรเชื่อมยุทธศาสตร์กับโครงสร้างงาน ข้อมูล ระบบประยุกต์ เทคโนโลยี ความมั่นคงปลอดภัย และการเชื่อมโยง โดยแสดงทั้งสภาพปัจจุบัน สภาพเป้าหมาย และช่วงเปลี่ยนผ่าน มาตรฐานร่วมทําให้ระบบใหม่และระบบเดิมทํางานร่วมกันได้ ลดความซ้ําซ้อนและการผูกติดกับเทคโนโลยีเฉพาะราย

สําหรับ Business architecture ต้องพิจารณา Mission, Capability, Service, Process, Actor, Policy และ Outcome ในส่วนของ Data architecture ต้องพิจารณา Domain, Master และ Reference, Owner, Model, Flow, Quality, Sharing, Retention บทบาท DGA, สดช. และเจ้าของภารกิจ — การกํากับรัฐบาลดิจิทัลต้องจําแนกบทบาทของคณะกรรมการพัฒนารัฐบาลดิจิทัล สํานักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล สํานักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และหน่วยงานเจ้าของภารกิจให้ชัด การใช้บริการกลางหรือผู้รับจ้างไม่ทําให้ความรับผิดชอบตามกฎหมาย คุณภาพบริการ และความเสี่ยงของหน่วยงานสิ้นสุดลง สําหรับ คณะกรรมการพัฒนารัฐบาลดิจิทัล แก่นที่ต้องแยก ได้แก่ เสนอ Policy และ Plan ต่อ ครม. จัดทํา Data governance กําหนด Standard และ หลักเกณฑ์และติดตามตาม พ.ร.บ.

2562 ในส่วนของ DGA และ สพร. แก่นที่ต้องแยก ได้แก่ สํานักงานตาม พ.ร.บ. รัฐบาลดิจิทัล สนับสนุนคณะกรรมการ ร่างแผน และ มาตรฐาน ประสานช่วยหน่วยงาน ติดตาม และพัฒนา และ สนับสนุนบริการกลางตามภารกิจ พ.ร.บ. การบริหารงานและการให้บริการภาครัฐผ่านระบบดิจิทัล พ.ศ. 2562 — พระราชบัญญัติการบริหารงานและการให้บริการภาครัฐผ่านระบบดิจิทัล พ.ศ. 2562 ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2562 และมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 23 พฤษภาคม 2562 กฎหมายกําหนดกรอบแผนรัฐบาลดิจิทัล ธรรมาภิบาลข้อมูล การเชื่อมโยงแลกเปลี่ยนข้อมูล การลดการเรียกสําเนา และหน้าที่ของหน่วยงานของรัฐ สาระสําคัญต้องอ่านเป็นระบบ โดยบทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง กําหนดวัตถุประสงค์ บทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง วางเรื่องแผนพัฒนารัฐบาลดิจิทัล บทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง เกี่ยวกับธรรมาภิบาลข้อมูล

บทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง สนับสนุนการไม่เรียกสําเนาที่รัฐออกให้ บทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง กําหนดหน้าที่ของหน่วยงาน และบทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง–15 วางกลไกการเชื่อมโยงแลกเปลี่ยนและศูนย์กลางข้อมูล แผนพัฒนารัฐบาลดิจิทัล พ.ศ. 2566–2570 — แผนพัฒนารัฐบาลดิจิทัลของประเทศไทย พ.ศ. 2566–2570 เป็นกรอบขับเคลื่อนรัฐบาลดิจิทัลที่ต้องอ่านร่วมกับกฎหมายและสถานะประกาศทางการ แผนกําหนดทิศทางเชิงผลลัพธ์ การบูรณาการบริการ การใช้ข้อมูล และความพร้อมของภาครัฐ การนําแผนไปใช้ต้องถ่ายทอดสู่เจ้าของงาน งบประมาณ ตัวชี้วัด และหลักฐานผลสัมฤทธิ์ เมื่อกล่าวถึงแผนต้องใช้ชื่อและช่วงปีของฉบับที่ประกาศใช้อย่างถูกต้อง ไม่ควรนําร่างหรือข้อเสนอสําหรับช่วงถัดไปมาอธิบายเสมือนมีผลแล้ว การติดตามผลต้องแยกกิจกรรม ผลผลิต ผลลัพธ์ และผลกระทบ พร้อมระบุผู้รับผิดชอบและข้อมูลที่ใช้วัด

หัวข้อ 2

บริการดิจิทัล ข้อมูล และระบบสนับสนุนการบริหาร

ระบบนิเวศบริการกลางภาครัฐและการเชื่อมโยง — บริการกลางช่วยให้หน่วยงานใช้ขีดความสามารถร่วม เช่น ช่องทางบริการ การพิสูจน์ตัวตน การแลกเปลี่ยนข้อมูล การชําระเงิน เอกสารอิเล็กทรอนิกส์ และโครงสร้างพื้นฐาน แต่ละบริการมีวัตถุประสงค์ เจ้าของ ขอบเขต และระดับบริการต่างกัน จึงต้องตรวจรายการบริการและเงื่อนไขจากหน่วยงานผู้รับผิดชอบ สําหรับ GDX และ ศูนย์แลกเปลี่ยนข้อมูลกลางภาครัฐ หน้าที่สําคัญคือช่องทาง และ กลไกแลกข้อมูลและทะเบียนระหว่างหน่วยงานตามสิทธิ มาตรฐานและธรรมาภิบาล มิใช่ฐานรวมที่ทุกคนเปิดดู ในส่วนของ Linkage และ ทะเบียนเฉพาะด้าน หน้าที่สําคัญคือกลไกเชื่อมข้อมูลทะเบียนตามหน่วยเจ้าของและกฎหมายเฉพาะ ต้องแยกจาก GDX เชิง Platform และ ชื่อบริการ

Digital Service Design, Accessibility และ Omnichannel — การออกแบบบริการดิจิทัลต้องพิจารณาเส้นทางบริการตั้งแต่ต้นจนจบ ภาระของผู้ใช้ ความชัดเจน ความเท่าเทียม การเข้าถึงได้ ความมั่นคงปลอดภัย และช่องทางช่วยเหลือ มสพร. 16-2569 จัดวางกรอบร่วมสําหรับบริการดิจิทัลภาครัฐ โดยครอบคลุมการพัฒนาและส่งมอบ ข้อกําหนดทางเทคนิคและความมั่นคงปลอดภัย ตลอดจนการประเมินและปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง มสพร. 16-2569 แบ่งบริการเป็นบริการข้อมูล บริการปฏิสัมพันธ์ และบริการธุรกรรม พร้อมให้พิจารณาระดับผลกระทบต่ํา ปานกลาง หรือสูงตามความลับ ความถูกต้องครบถ้วน และความพร้อมใช้ หลักการออกแบบครอบคลุมความเข้าใจผู้ใช้ จริยธรรม การเข้าถึงได้ ความสม่ําเสมอ ธุรกรรมและการชําระเงิน หลัก Once-Only ความมั่นคงปลอดภัย ความน่าเชื่อถือ ความโปร่งใส สมรรถนะ และความต่อเนื่อง

Data, Information, Knowledge และคุณภาพข้อมูล — ข้อมูลคือข้อเท็จจริงที่ยังต้องได้รับการตีความ สารสนเทศคือข้อมูลที่ผ่านการจัดบริบทหรือประมวลผล และความรู้เกิดจากการเชื่อมสารสนเทศกับประสบการณ์และหลักเหตุผล คุณภาพข้อมูลต้องประเมินตามวัตถุประสงค์การใช้ แหล่งที่มา ความถูกต้อง ความครบถ้วน ความสอดคล้อง ความเป็นปัจจุบัน และความพร้อมใช้ สําหรับ Data สาระสําคัญคือข้อเท็จจริง และ สัญลักษณ์ดิบที่บันทึกได้ ทั้งนี้ ขอบเขตการประยุกต์ใช้ประกอบด้วยยอดแต่ละรายการ เวลา Sensor Log ในส่วนของ Information สาระสําคัญคือ Data ที่ผ่านบริบท และ ประมวลผลจนมีความหมายต่อประเด็นพิจารณา ทั้งนี้ ขอบเขตการประยุกต์ใช้ประกอบด้วยยอดรวมรายเดือน อัตราความผิดพลาด Open Data, API และ Interoperability — ข้อมูลเปิดคือข้อมูลที่อนุญาตให้สาธารณะค้นพบ เข้าถึง ใช้ และใช้ซ้ําได้ภายใต้เงื่อนไขที่ชัดเจน ส่วน API

เป็นวิธีให้ระบบสื่อสารกันและอาจให้ข้อมูลแบบเปิดหรือจํากัดสิทธิก็ได้ การทํางานร่วมกันต้องสอดคล้องทั้งด้านกฎหมาย องค์กร ความหมาย โครงสร้าง และเทคนิค บทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง แห่งพระราชบัญญัติรัฐบาลดิจิทัลวางหลักการเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยงานตามประโยชน์ในการบริหารและบริการประชาชน ส่วนมาตรฐาน TGIX แยกมาตรฐานด้านการเชื่อมโยงทางเทคนิคออกจากมาตรฐานด้านความหมายข้อมูล การมีช่องทาง API จึงยังต้องกํากับตัวตน สิทธิ วัตถุประสงค์ สัญญาข้อมูล รุ่น การบันทึก และข้อผิดพลาด Database และ DBMS เบื้องต้น — ฐานข้อมูลจัดเก็บข้อมูลอย่างมีโครงสร้างเพื่อให้ค้นหา แก้ไข และควบคุมความสัมพันธ์ได้ ส่วนระบบจัดการฐานข้อมูลทําหน้าที่บริหารโครงสร้าง คําสั่ง สิทธิ ธุรกรรม

ความพร้อมใช้ และการกู้คืน การออกแบบต้องรักษาความถูกต้องเชิงโครงสร้างและรองรับภาระงานจริง ไม่ควรพิจารณาเพียงรูปแบบตาราง สําหรับ Database หน้าที่สําคัญคือชุดข้อมูลที่จัดเป็นระบบเพื่อใช้ร่วม และ ค้น และ ปรับปรุง ในส่วนของ DBMS หน้าที่สําคัญคือ Software จัด Schema, Query, Transaction, Concurrency, Security, Backup และ Recovery Data pipeline, Warehouse, Lake และ Big Data — สายงานข้อมูลนําข้อมูลจากแหล่งกําเนิดผ่านการรับเข้า ตรวจสอบ แปลง จัดเก็บ และนําไปใช้ คลังข้อมูลเหมาะกับข้อมูลที่จัดแบบแผนเพื่อการวิเคราะห์ ส่วนทะเลสาบข้อมูลรองรับข้อมูลหลากหลายรูปแบบแต่ต้องมีบัญชีข้อมูล คุณภาพ สิทธิ และวงจรชีวิต มิฉะนั้นจะกลายเป็นแหล่งข้อมูลที่ค้นหาและเชื่อถือไม่ได้

สําหรับ Source system ใช้ และ ข้อจํากัด ได้แก่ ระบบกําเนิดข้อมูล; ต้องรู้ Owner, Semantics, Time และ Change ในส่วนของ ETL ใช้ และ ข้อจํากัด ได้แก่ Extract→Transform→Load ก่อนเข้าเป้าหมาย ประเภทระบบสารสนเทศตามระดับงาน — ระบบสารสนเทศมีบทบาทต่างกันตามระดับการทํางาน ตั้งแต่การประมวลผลธุรกรรม การรายงานเพื่อการจัดการ การสนับสนุนการตัดสินใจ ไปจนถึงข้อมูลเชิงยุทธศาสตร์ การจําแนกประเภทช่วยกําหนดผู้ใช้ ความถี่ ความละเอียด เวลาในการตอบสนอง การควบคุม และผลกระทบเมื่อระบบขัดข้อง สําหรับ TPS: Transaction Processing System ผู้ใช้ และ วัตถุประสงค์ ได้แก่ งานปฏิบัติการบันทึกธุรกรรมจํานวนมากถูกต้อง และ รวดเร็ว ทั้งนี้ ขอบเขตการประยุกต์ใช้ประกอบด้วยรับชําระ ลงทะเบียน สต็อก; ต้อง Atomicity และ Validation และ Audit ตามงาน

สายคุณค่าจากข้อมูลสู่บริการภาครัฐ

  1. 1ความต้องการและเหตุการณ์ชีวิต
  2. 2กระบวนงานและเจ้าของภารกิจ
  3. 3ข้อมูลและมาตรฐาน
  4. 4บริการกลางและการเชื่อมต่อ
  5. 5ผลลัพธ์และการปรับปรุง
อ่านสรุปฉบับเต็มทุกหัวข้อ
สมาชิก PRO ระบบจะจำหัวข้อที่อ่านค้างไว้ให้ด้วย
PRO 99 บาท/เดือน
เนื้อหาฉบับเต็มต้นฉบับจาก personnel.moi.go.thเปิดต้นฉบับ

เนื้อหาสรุปนี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาส่วนบุคคล ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ หรือนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต