บทที่ 1 สถานะ กลุ่มงาน และการเข้าสู่ระบบ
ข้อบังคับว่าด้วยการบริหารพนักงานประกันสังคม พ.ศ. 2562 จัดทำขึ้นภายใต้กฎหมายประกันสังคมและกฎหมายว่าด้วยการบริหารทุนหมุนเวียน เพื่อให้การบริหารบุคลากรที่รับค่าจ้างจากกองทุนประกันสังคมสอดคล้องกับมาตรฐานการบริหารทุนหมุนเวียน ข้อบังคับใช้ตั้งแต่วันประกาศ และให้เลขาธิการสำนักงานประกันสังคมเป็นผู้รักษาการ มีอำนาจออกระเบียบ ประกาศ คำสั่ง หลักเกณฑ์ หรือวิธีปฏิบัติที่ไม่ขัดกับข้อบังคับ หากเกิดปัญหาการตีความหรือการปฏิบัติ ให้เลขาธิการวินิจฉัยชี้ขาดและคำวินิจฉัยนั้นเป็นที่สุดภายในระบบของข้อบังคับ
“พนักงานประกันสังคม” คือบุคคลที่มีสถานะเป็นพนักงานทุนหมุนเวียนตามสัญญาจ้าง รับค่าจ้างจากกองทุนประกันสังคม และปฏิบัติงานในสำนักงานตามภารกิจของกองทุนหรือคำสั่งที่ได้รับมอบหมาย คำว่า “ผู้บังคับบัญชา” เชื่อมกับสายงานการปฏิบัติราชการในสำนักงาน ส่วน “ค่าจ้าง” คือเงินที่จัดสรรจากกองทุนและจ่ายตามสัญญาจ้าง ขณะที่ “ค่าตอบแทน” เป็นเงินนอกเหนือจากค่าจ้างตามหลักเกณฑ์ที่เลขาธิการกำหนด นิยามเหล่านี้ทำให้เห็นว่าพนักงานอยู่ในความสัมพันธ์ตามสัญญา แต่การปฏิบัติงานและวินัยยังผูกกับระบบราชการของสำนักงาน
ข้อบังคับแบ่งพนักงานออกเป็นหกกลุ่มตามธรรมชาติของงาน กลุ่มสนับสนุนช่วยงานหรือสนับสนุนภารกิจหลัก กลุ่มทั่วไปทำงานที่ไม่ซับซ้อนหรือมีขั้นตอนชัดเจน กลุ่มวิชาการใช้ความรู้ทางวิชาการ กลุ่มวิชาชีพเฉพาะใช้ความรู้เฉพาะทาง กลุ่มวิชาชีพการลงทุนต้องมีความรู้หรือความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านการลงทุน และกลุ่มเชี่ยวชาญรองรับนโยบายสำคัญ งานจำเป็นเร่งด่วน งานพัฒนาระบบ หรือภารกิจที่ต้องการทักษะและผลงานเฉพาะ การกำหนดชื่อตำแหน่ง ลักษณะงาน มาตรฐาน และคุณสมบัติเฉพาะเป็นอำนาจของเลขาธิการ
| กลุ่ม | ลักษณะงานแกนกลาง |
|---|---|
| สนับสนุน | ช่วยปฏิบัติหรือสนับสนุนผู้ปฏิบัติภารกิจหลัก |
| ทั่วไป | งานไม่ซับซ้อนหรือมีขั้นตอนการปฏิบัติชัดเจน |
| วิชาการ | งานที่ต้องใช้ความรู้และความสามารถทางวิชาการ |
| วิชาชีพเฉพาะ | งานที่ต้องใช้ความรู้เฉพาะวิชาชีพตามภารกิจ |
| วิชาชีพการลงทุน | งานที่ต้องใช้ความรู้หรือความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านการลงทุน |
| เชี่ยวชาญ | งานนโยบายสำคัญ งานเร่งด่วน งานพัฒนาระบบ หรือภารกิจที่ต้องการความเชี่ยวชาญเฉพาะ |
กรอบอัตรากำลังต้องสอดคล้องกับเป้าหมายการปฏิบัติราชการ แผนงบประมาณเชิงกลยุทธ์ และประโยชน์ของสำนักงาน โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของคณะกรรมการและต้องได้รับความเห็นชอบจากกระทรวงการคลังก่อนจ้าง เลขาธิการเปลี่ยนกรอบภายในกลุ่มเดียวกันได้เมื่อมีเหตุจำเป็น ผู้ที่จะได้รับการจ้างโดยหลักต้องมีสัญชาติไทย อายุไม่น้อยกว่าสิบแปดปีและไม่เกินหกสิบปี แต่หากจำเป็นและเป็นประโยชน์ต่อสำนักงาน อาจจ้างผู้มีอายุเกินหกสิบปีตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด ข้อยกเว้นเรื่องอายุจึงไม่ใช่สิทธิทั่วไป แต่ต้องมีเหตุและประโยชน์ของสำนักงานรองรับ
คุณสมบัติด้านความประพฤติและความเป็นกลางถูกควบคุมควบคู่กับอายุ ผู้สมัครต้องเลื่อมใสการปกครองระบอบประชาธิปไตย ไม่ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย ไม่อยู่ระหว่างถูกสั่งให้ออกจากงานไว้ก่อน และไม่เคยถูกลงโทษหรือให้ออกจากราชการเพราะเหตุร้ายแรงตามที่กำหนด การสรรหาอาจใช้การสอบแข่งขัน การคัดเลือก หรือวิธีอื่นที่เลขาธิการกำหนด ผู้ได้รับการจ้างต้องทดลองปฏิบัติงาน การแต่งกายเป็นไปตามที่เลขาธิการกำหนด ส่วนเวลาทำงานใช้กรอบราชการพลเรือนโดยอนุโลม เว้นแต่วิชาชีพการลงทุนซึ่งใช้เวลาตามที่เลขาธิการกำหนดและวันหยุดตามธนาคารแห่งประเทศไทย
บทที่ 2 สัญญาจ้าง ค่าตอบแทน และการประเมิน
การจ้างพนักงานประกันสังคมทำเป็นสัญญาคราวละไม่เกินสี่ปีและต่อสัญญาได้ตามความเหมาะสมและความจำเป็น แบบสัญญาและการลงนามเป็นอำนาจของเลขาธิการ เมื่อต่อสัญญา ให้นับอายุงานในช่วงที่ต่อเนื่องเข้าด้วยกันเพื่อประโยชน์ด้านค่าจ้าง ค่าตอบแทน และสิทธิประโยชน์ พนักงานต้องปฏิบัติตามสัญญา กฎหมาย กฎ ระเบียบ คำสั่ง และหน้าที่เช่นเดียวกับบุคลากรของส่วนราชการในส่วนที่เกี่ยวข้อง เลขาธิการอาจสั่งให้ปฏิบัติงานนอกเงื่อนไขสัญญาเพื่อประโยชน์ราชการได้ โดยไม่เป็นเหตุให้บอกเลิกสัญญาหรือเรียกประโยชน์ตอบแทนเพิ่มเติมเพียงเพราะได้รับมอบหมายเช่นนั้น
วงจรการบริหารพนักงาน
สถานะพนักงานเกิดและเปลี่ยนแปลงผ่านขั้นตอนที่มีหลักเกณฑ์รองรับตลอดสัญญา
- 1รับและทดลองงานสรรหาหรือเลือกสรร ทำสัญญา และตรวจความเหมาะสมจากการทดลองปฏิบัติ
- 2ปฏิบัติและพัฒนาทำงานตามสัญญาและคำสั่ง พร้อมพัฒนาความรู้และทักษะ
- 3ประเมินและตอบแทนใช้ผลประเมินกับค่าจ้าง การต่อสัญญา ระดับ และตำแหน่ง
- 4ต่อหรือสิ้นสุดต่อสัญญาเมื่อจำเป็นและเหมาะสม หรือสิ้นสุดตามเหตุที่กำหนด
หากระหว่างสัญญามีพฤติการณ์ที่อาจก่อความเสียหายแก่ทางราชการ ผู้บังคับบัญชาต้องตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างน้อยสามคนและเสนอความเห็นโดยเร็ว วิธีตรวจสอบใช้แนวทางของราชการโดยอนุโลม เมื่อพบความเสียหาย เลขาธิการเรียกร้องค่าเสียหายได้ และหากพนักงานไม่ชดใช้ สำนักงานหักจากค่าจ้าง ค่าตอบแทน หรือเงินอื่นที่บุคคลนั้นมีสิทธิได้รับเพื่อชำระความเสียหายได้ ความรับผิดจึงเชื่อมการปฏิบัติงานระหว่างสัญญากับการคุ้มครองทรัพย์สินของสำนักงาน โดยไม่ต้องรอให้ความสัมพันธ์สิ้นสุดก่อนจึงตรวจสอบได้
บัญชีอัตราค่าจ้าง ค่าตอบแทน สิทธิประโยชน์ และสวัสดิการเป็นไปตามที่คณะกรรมการกำหนดโดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง เลขาธิการอาจให้สิทธิเรื่องการลา ค่าจ้างระหว่างลา ค่าตอบแทนนอกเวลางาน ค่าใช้จ่ายเดินทาง เครื่องแต่งกาย และสิทธิอื่นตามกรอบที่กำหนด หากสิทธิใดต้องใช้เงินจากกองทุนเพิ่มเติมต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการ การทบทวนอัตราค่าจ้างและสิทธิประโยชน์ต้องคำนึงถึงค่าครองชีพ สถานะการเงินของกองทุน ภารกิจ และประโยชน์ในการบริหาร เพื่อให้เกิดความเหมาะสม เป็นธรรม และมีมาตรฐาน
การพัฒนาพนักงานทำได้ผ่านการศึกษา ฝึกอบรม ประชุม สัมมนา ดูงานทั้งในและต่างประเทศ หรือวิธีอื่นที่จำเป็น หลักเกณฑ์เป็นอำนาจของเลขาธิการ ขณะที่การประเมินผลทำตลอดสัญญาและไม่ได้มีจุดประสงค์เดียว ข้อบังคับแยกการประเมินเพื่อทดลองงาน เลื่อนค่าจ้าง ต่อสัญญา เลื่อนระดับหรือเลื่อนตำแหน่ง และกรณีอื่นที่กำหนด ผลประเมินจึงเป็นข้อมูลตัดสินใจตั้งแต่รับบุคคลเข้าสู่ระบบไปจนถึงความก้าวหน้าและการคงอยู่ของสัญญา มิใช่เอกสารประจำปีที่แยกออกจากการบริหารบุคลากร
บัญชีแนบท้ายกำหนดจังหวะการเลื่อนค่าจ้างต่างกันตามกลุ่ม กลุ่มทั่วไป สนับสนุน วิชาการ วิชาชีพเฉพาะ และเชี่ยวชาญประเมินปีละสองรอบและเลื่อนตามวันที่กำหนด ส่วนกลุ่มวิชาชีพการลงทุนประเมินปีละครั้งและเลื่อนค่าจ้างในวันที่หนึ่งมกราคมของปีถัดไป ทุกกลุ่มอยู่ใต้เพดานของช่วงค่าจ้างและฐานคำนวณที่กำหนด เมื่อค่าจ้างถึงขั้นสูงสุด อาจได้รับค่าตอบแทนพิเศษแทนการเลื่อน ขั้นตอนทั้งหมดจึงเชื่อมผลการปฏิบัติงานกับข้อจำกัดงบประมาณ ตำแหน่ง และกลุ่มวิชาชีพ โดยไม่ทำให้การประเมินกลายเป็นสิทธิได้เพิ่มค่าจ้างโดยอัตโนมัติ
เนื้อหาสรุปนี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาส่วนบุคคล ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ หรือนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต