กลับไปทำข้อสอบวิชานี้

ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับกรมธนารักษ์

ฉบับเต็มสำหรับอ่านก่อนสอบ: ตรวจจากเว็บไซต์กรมธนารักษ์ กฎหมายที่กรมเผยแพร่ ผังโครงสร้างปัจจุบัน และยุทธศาสตร์ปีงบประมาณ 2569 แยกข้อมูลคงที่ออกจากรายชื่อผู้บริหาร/บริการที่เปลี่ยนได้ พร้อมแก้ความสับสนเรื่องที่ราชพัสดุ ราคาประเมิน เหรียญ ธนบัตร และเงินคงคลัง

18 หัวข้อ · อ่านประมาณ 99 นาที · มีต้นฉบับจาก treasury.go.th

เปิดเนื้อหาฉบับเต็ม
อ่านฟรีได้ 2 จาก 18 หัวข้อ11%
สารบัญ18 หัวข้อหลัก
  1. 1.บทนำ — แผนที่ทั้งวิชา: กรมที่ดูแล “มูลค่า” และ “คุณค่า” ของทรัพย์สินแผ่นดิน
  2. 2.วิสัยทัศน์ปัจจุบัน: ต้องควรทำความเข้าใจครบตั้งแต่ “เพิ่มมูลค่าและคุณค่า”
  3. 3.พันธกิจที่ 3: ผลิตและบริหารเหรียญให้พอกับระบบเศรษฐกิจ
  4. 4.ที่ราชพัสดุคืออะไร: อย่าแปลว่าอสังหาริมทรัพย์ของรัฐทุกชิ้น
  5. 5.Asset Based Economy: ทรัพย์สินเป็นฐานพัฒนา ไม่ใช่แค่ของรอขาย
  6. 6.ข้อมูลสิทธิ เขต และผู้ครอบครอง: ความถูกต้องมาก่อนการพัฒนา
  7. 7.หลักประเมิน: ข้อมูลตลาด มาตรฐาน และการควบคุมคุณภาพต้องทำงานร่วมกัน
  8. 8.วงจรเหรียญกษาปณ์: คาดความต้องการ ผลิต กระจาย รับคืน และหลอมทำลาย
  9. 9.งานรับจ้างทำของ: โรงกษาปณ์เป็นโรงงานมาตรฐาน ไม่ใช่รับทำเหรียญทุกแบบโดยเสรี
  10. 10.โครงสร้างปัจจุบัน: อธิบดี ที่ปรึกษา รองอธิบดี หน่วยส่วนกลาง และพื้นที่
  11. 11.สำนักงานธนารักษ์พื้นที่ 76 พื้นที่และงานกรุงเทพมหานคร
  12. 12.ผู้บริหารและช่องติดต่อปัจจุบัน: ข้อมูลที่ต้องติดวันที่
  13. 13.A — Appraise: เพิ่มความแม่นยำในการประเมินราคาที่ดิน
  14. 14.E — Efficiency: ปรับกระบวนงานและเทคโนโลยีให้คล่อง โปร่งใส ตรวจสอบได้
  15. 15.กรณีวิเคราะห์ 01 — ส่วนราชการขอพื้นที่เกินความจำเป็นเพื่อสำรองอนาคต
  16. 16.กรณีวิเคราะห์ 04 — ข้อเสนอค่าแรกเข้าสูงแต่ผลตอบแทนระยะยาวต่ำและรื้ออาคารเก่า
  17. 17.กรณีวิเคราะห์ 07 — ประชาชนนำธนบัตรชำรุดไปโรงกษาปณ์
  18. 18.กรณีวิเคราะห์ 10 — แนวประเด็นถามชื่ออธิบดีจากเอกสารปีเก่า
หัวข้อ 1

บทนำ — แผนที่ทั้งวิชา: กรมที่ดูแล “มูลค่า” และ “คุณค่า” ของทรัพย์สินแผ่นดิน

กรมธนารักษ์เป็นส่วนราชการระดับกรมในสังกัดกระทรวงการคลัง งานไม่ได้มีเพียงเก็บค่าเช่าที่ราชพัสดุหรือขายเหรียญ แต่เชื่อมที่ดินและอาคารของรัฐ ราคาประเมินทรัพย์สิน เหรียญกษาปณ์ เงินคงคลัง และทรัพย์สินมีค่าทางวัฒนธรรมเข้าด้วยกัน. ภาพรวมจึงมีสองด้านพร้อมกัน ด้านหนึ่งสร้างประสิทธิภาพและรายได้จากทรัพย์สินของรัฐ อีกด้านรักษาประโยชน์สาธารณะ สังคม สิ่งแวดล้อม และมรดกวัฒนธรรม การตัดสินใจที่ดีไม่วัดเฉพาะเงินเข้าคลังหรือราคาสูงสุด. เวลาแก้กรณีศึกษาให้ยึดแนกก่อนว่าเรื่องอยู่เสาหลักใด ได้แก่ ที่ราชพัสดุ ประเมินราคา เหรียญ/เงินตรา เงินคงคลัง หรือทรัพย์สินมีค่า แล้วค่อยหากฎหมาย หน่วยงานเจ้าภาพ บริการ และผู้รับประโยชน์ที่ตรงกับเสานั้น

ประชาชนค้นราคาประเมินที่ดินควรไปบริการประเมินราคาทรัพย์สิน ผู้เช่าตรวจสัญญาและจ่ายค่าเช่าใช้บริการที่ราชพัสดุ ผู้ต้องการแลกเหรียญติดต่อสายบริหารเงินตรา ส่วนธนบัตรเป็นภารกิจของธนาคารแห่งประเทศไทย ไม่ใช่โรงกษาปณ์. ข้อควรระวังคือเห็นคำว่า “ธนารักษ์” แล้วแปลว่าเก็บรักษาเงินสดทุกชนิด หรือเห็นคำว่า “คลัง” แล้วสลับกับกรมบัญชีกลาง หน่วยงานเหล่านี้อยู่ในระบบการคลังเหมือนกันแต่มีฐานกฎหมายและงานบริการต่างกัน. สูตรทวนคือ “ทรัพย์อะไร—กฎหมายใด—ใครเป็นเจ้าภาพ—บริการอะไร—ผลประโยชน์เศรษฐกิจหรือคุณค่าสาธารณะอย่างไร” หากตอบครบจะไม่สลับที่ราชพัสดุกับที่ดินเอกชน ไม่สลับเหรียญกับธนบัตร และไม่ใช้ราคาประเมินแทนราคาตลาด

แผนที่ทั้งวิชา: กรมที่ดูแล “มูลค่า” และ “คุณค่า” ของทรัพย์สินแผ่นดิน

  1. 1ระบุประเภททรัพย์หรือบริการ
  2. 2ตรวจฐานกฎหมายและขอบเขตภารกิจ
  3. 3เลือกหน่วยส่วนกลางหรือสำนักงานพื้นที่
  4. 4ตรวจสิทธิ เอกสาร และข้อมูลทะเบียน
  5. 5ดำเนินการตามหลักโปร่งใสและมาตรฐาน
  6. 6บันทึกผล รายได้ คุณค่าสาธารณะ และการติดตาม

กรมธนารักษ์สังกัดกระทรวงการคลัง ซึ่งมีภารกิจภาพใหญ่ด้านการเงินการคลัง ทรัพย์สินของแผ่นดิน ภาษี รายได้ หนี้สาธารณะและรัฐวิสาหกิจ กรมธนารักษ์รับช่วงเฉพาะด้านทรัพย์สินที่ราชพัสดุ การประเมิน เหรียญ เงินคงคลังและของมีค่าตามกฎหมาย. การอยู่กระทรวงเดียวกับกรมบัญชีกลาง กรมสรรพากร กรมศุลกากรหรือกรมสรรพสามิตไม่ทำให้หน้าที่ทับกัน กรมธนารักษ์ไม่ประเมินภาษีเงินได้ ไม่ควบคุมการจัดซื้อทั้งระบบ และไม่จัดเก็บอากรศุลกากร แม้งานของหน่วยเหล่านี้อาจใช้ข้อมูลหรือเงินที่เชื่อมกัน. ผู้ปฏิบัติควร route เรื่องจากวัตถุประสงค์ เช่น ขอใช้ที่ดินรัฐหรือจัดหาประโยชน์ส่งสายที่ราชพัสดุ ขอราคาประเมินเพื่อประโยชน์แห่งรัฐส่งสายประเมิน ขอจ่ายแลกเหรียญส่งสายเงินตรา ไม่ส่งทุกเรื่องที่มีคำว่าเงินไปกรมบัญชีกลาง

หน่วยงานรัฐต้องการพื้นที่ตั้งสำนักงานเป็นกรณีศึกษาที่ราชพัสดุ แม้ต้องของบก่อสร้างจากสำนักงบประมาณและเบิกจ่ายผ่านระบบการคลังภายหลัง กระบวนการหลายหน่วยร่วมกันแต่ละหน่วยยังคงอำนาจของตน. ข้อผิดพลาดคือบอกว่ากรมธนารักษ์เป็นรัฐวิสาหกิจเพราะมีรายได้จากค่าเช่า ความจริงเป็นส่วนราชการระดับกรม ส่วนบริษัท ธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์ จำกัด เป็นนิติบุคคลอีกแห่งที่อยู่ภายใต้การกำกับและต้องไม่ถูกเรียกแทนกรม. คำถามทวนคือองค์กรนี้อยู่กระทรวงใด มีสถานะกรมหรือบริษัท งานในกรณีศึกษาเกี่ยวทรัพย์สินแผ่นดินแบบใด และมีหน่วยการคลังอื่นร่วมเฉพาะขั้นใด

กรมธนารักษ์จัดตั้งเมื่อ 23 พฤษภาคม 2476 โดยรวมกรมพระคลังมหาสมบัติ กรมเงินตรา กรมรักษาที่หลวงและกัลปนา และกรมกระษาปณ์สิทธิการเข้าด้วยกัน ตามพระราชกฤษฎีกาจัดวางระเบียบกรมในกระทรวงการคลัง พุทธศักราช 2476. ตอนก่อตั้งใช้ชื่อ “กรมพระคลัง” ต่อมาเปลี่ยนเป็น “กรมคลัง” เมื่อ 9 ธันวาคม 2476 และเปลี่ยนจากกรมคลังเป็น “กรมธนารักษ์” เมื่อ 12 มีนาคม 2495 ตามการปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม ชื่อปัจจุบันจึงเริ่มในปี 2495 ไม่ใช่วันก่อตั้งเดิม. การรวมสี่กรมอธิบายว่าทำไมภารกิจปัจจุบันหลากหลาย: พระคลังมหาสมบัติเชื่อมทรัพย์สินและของมีค่า เงินตราเชื่อมการบริหารเงิน กระษาปณ์สิทธิการเชื่อมการผลิตเหรียญ และรักษาที่หลวงเชื่อมที่ราชพัสดุ

หากกรณีศึกษาถาม “ก่อตั้งเมื่อใด” ให้ตอบ 23 พฤษภาคม 2476 แต่ถ้าถาม “ใช้ชื่อกรมธนารักษ์ตั้งแต่เมื่อใด” ให้ตอบ 12 มีนาคม 2495 การเห็นปีสองชุดไม่ใช่เอกสารขัดกันแต่เป็นคนละเหตุการณ์. อย่าสลับ “กรมพระคลัง” กับ “กรมพระคลังมหาสมบัติ” กรมแรกเป็นชื่อหน่วยใหม่หลังรวม ส่วนกรมพระคลังมหาสมบัติเป็นหนึ่งในหน่วยเดิม และคำสะกดประวัติศาสตร์ “กระษาปณ์สิทธิการ” ควรรักษาตามแหล่งทางการเมื่ออ้างชื่อ. ทบทวนเป็นเส้นเวลา: รวมสี่กรม 23 พ.ค. 2476 ใช้ชื่อกรมพระคลัง → 9 ธ.ค. 2476 กรมคลัง → 12 มี.ค. 2495 กรมธนารักษ์ แล้วโยงมรดกภารกิจของแต่ละกรมเดิม

ตั้งแต่ก่อตั้งถึง พ.ศ. 2502 ที่ทำการอยู่ในพระบรมมหาราชวังบริเวณริมถนนเขื่อนขัณฑ์นิเวศ ต่อมา พ.ศ. 2503 ย้ายไปถนนจักรพงษ์ แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร และ พ.ศ. 2535 ย้ายเข้าสู่บริเวณกระทรวงการคลัง ถนนพระรามที่ 6. ที่อยู่ปัจจุบันตามเว็บไซต์คือซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระรามที่ 6 แขวงพญาไท เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร 10400 แต่หน่วยภารกิจเฉพาะหลายกองตั้งอยู่นอกอาคารกลาง เช่นกองกษาปณ์และกองบริหารเงินตราที่จังหวัดปทุมธานี. การเลือกช่องบริการจึงไม่ควรดูเพียงสำนักงานใหญ่ ประชาชนในต่างจังหวัดติดต่อสำนักงานธนารักษ์พื้นที่ ส่วนบริการบางอย่างมีศูนย์เฉพาะหรือระบบออนไลน์ การรู้โครงบริการสำคัญกว่าการเดินทางตามชื่อกรม

ผู้ขอราคาประเมินในจังหวัดควรเริ่มที่สำนักงานธนารักษ์พื้นที่หรือระบบออนไลน์ ไม่จำเป็นต้องไปส่วนกลางพระรามที่ 6 ส่วนการแลกเหรียญปริมาณมากอาจใช้หน่วยบริหารเงินตราหรือศูนย์เหรียญที่กำหนด. ข้อควรระวังคือถือว่าสำนักงานถนนจักรพงษ์ยังเป็นสำนักงานใหญ่เพราะพิพิธภัณฑ์/หน่วยวัฒนธรรมของกรมยังมีสถานที่ในย่านพระนคร หรือสับสนสถานที่โรงกษาปณ์กับสำนักงานอธิบดี. คำถามทวนคือกรณีศึกษาถามประวัติที่ตั้ง ที่อยู่สำนักงานกลาง หรือจุดให้บริการเฉพาะ และผู้ใช้ควรเลือกสำนักงานพื้นที่/ออนไลน์/ศูนย์ภารกิจใด

หัวข้อ 2

วิสัยทัศน์ปัจจุบัน: ต้องควรทำความเข้าใจครบตั้งแต่ “เพิ่มมูลค่าและคุณค่า”

วิสัยทัศน์ที่เว็บไซต์และยุทธศาสตร์ปีงบประมาณ 2569 ระบุตรงกันคือ “เพิ่มมูลค่า และคุณค่าทรัพย์สินของแผ่นดิน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรม เดินหน้าประเทศไทยสู่ความยั่งยืน”. คำว่าเพิ่มมูลค่าหมายถึงใช้ทรัพย์ให้เกิดผลตอบแทนและประสิทธิภาพ ส่วนเพิ่มคุณค่าครอบประโยชน์ประชาชน สิ่งแวดล้อม ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม วิสัยทัศน์จึงไม่ใช่คำสั่งให้ประมูลแก่ผู้เสนอราคาสูงสุดในทุกกรณี. เวลาอธิบายโครงการให้ชี้อย่างน้อยหนึ่งผลในแต่ละมิติที่เกี่ยว ไม่ต้องฝืนครบทุกมิติ แต่ต้องแสดง trade-off เช่นรายได้ค่าเช่า คุณภาพชีวิตชุมชน พื้นที่สีเขียว การอนุรักษ์อาคาร และความยั่งยืนระยะยาว

การพัฒนาที่ราชพัสดุเก่าอาจเพิ่มรายได้พร้อมรักษาอาคารประวัติศาสตร์และเปิดพื้นที่สาธารณะ แบบนี้ตอบทั้งมูลค่าและคุณค่า ต่างจากรื้อเพื่อรายได้ระยะสั้นโดยไม่วิเคราะห์กฎหมายอนุรักษ์หรือผลชุมชน. ชุดข้อมูลเดิมเดิมบางข้อเริ่มวิสัยทัศน์ที่ “ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ...” และตัดวลีแรกออก จึงไม่ครบข้อความทางการ อีกจุดคือควรใช้คำว่า “เดินหน้าประเทศไทย” ไม่ใช่เพียง “เดินหน้าประเทศ” เมื่อถามถ้อยคำตรง. ทบทวนโดยแยกวิสัยทัศน์เป็นสามช่วง: เพิ่มมูลค่าและคุณค่า → ขับเคลื่อน 4 มิติ → เดินหน้าประเทศไทยสู่ความยั่งยืน แล้วอธิบายความหมาย ไม่ท่องเสียงอย่างเดียว. พันธกิจอธิบายสิ่งที่องค์กรตั้งใจทำเพื่อบรรลุวิสัยทัศน์ ภารกิจระบุงานตามอำนาจหน้าที่ที่ต้องดำเนิน และยุทธศาสตร์เป็นทิศทาง/วิธีเน้นในช่วงเวลา จึงมีถ้อยคำใกล้กันแต่ตอบคำถามคนละระดับ

เว็บไซต์ปัจจุบันมีพันธกิจ 4 ข้อ ได้แก่บริหารที่ราชพัสดุ ประเมินราคาทรัพย์สิน ผลิตและบริหารเหรียญ และอนุรักษ์/เผยแพร่ทรัพย์สินมีค่า ส่วนภารกิจมี 5 ข้อเพราะแยกงานรับ-จ่ายควบคุมเงินคงคลังเพิ่ม. ยุทธศาสตร์ปี 2569 ใช้ VALUE ห้าคำเพื่อแปลงพันธกิจเป็นแนวปฏิบัติ เช่นเพิ่มมูลค่าที่ราชพัสดุ เพิ่มความแม่นยำประเมิน พัฒนาประวัติศาสตร์เหรียญ/พิพิธภัณฑ์ บุคลากร และประสิทธิภาพเทคโนโลยี. คำถามว่า “ข้อใดเป็นพันธกิจ” ต้องเทียบชุด 4 ข้อ ไม่ควรตอบงานย่อยเช่นรับคำขอเช่าหรือออกใบรับรองราคา ส่วนคำถามภารกิจตามกฎหมายจึงกล่าวถึงการให้ใช้ จัดประโยชน์ รับคืนเหรียญหรือควบคุมเงินคงคลังได้ละเอียดกว่า

อย่านับคำว่า 4 กับ 5 แบบท่องโดยไม่รู้เนื้อหา เพราะเอกสารเก่าหรือกฎกระทรวงอาจใช้คำ “อำนาจหน้าที่” และถ้อยคำต่างเล็กน้อย วิธีปลอดภัยคือระบุชื่อชุด ปี และชั้นเอกสาร. คำถามทวนคือข้อความนี้บอก “ทำไปเพื่ออะไร” “กฎหมายให้ทำอะไร” หรือ “ปีนี้จะเน้นวิธีใด” จากนั้นจึงจัดเป็นพันธกิจ ภารกิจ หรือยุทธศาสตร์. พันธกิจแรกคือบริหารจัดการที่ราชพัสดุอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดทั้งเชิงเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ข้อความนี้วางกรอบกว้างกว่าการเก็บค่าเช่าและสะท้อนบทบาทเจ้าของทรัพย์เชิงนโยบาย. ภารกิจเชิงกฎหมายครอบปกครอง ดูแล บำรุงรักษา ให้ใช้ จัดประโยชน์ และพัฒนาที่ราชพัสดุ แต่ละคำมีผู้รับและกระบวนต่างกัน เช่นให้ส่วนราชการใช้เพื่อราชการไม่เหมือนให้เอกชนเช่าหาผลประโยชน์

การบริหารที่ดีต้องมีทะเบียนและสิทธิถูกต้อง ตรวจการใช้ตรงวัตถุประสงค์ ประเมินศักยภาพพื้นที่ จัดสัญญาโปร่งใส บริหารรายได้ แก้บุกรุก และวางแผนคืน/เปลี่ยนใช้เมื่อภารกิจเดิมหมด. ที่ดินใจกลางเมืองอาจจัดพื้นที่ราชการ ที่อยู่อาศัยผู้มีรายได้น้อย พาณิชย์ และพื้นที่สีเขียวในแผนเดียวกัน การเลือกสัดส่วนต้องมีข้อมูลความต้องการ ผลตอบแทน สาธารณูปโภคและผลชุมชน ไม่ตัดจากค่าเช่าสูงสุดอย่างเดียว. จุดพลาดคือคิดว่ากรมธนารักษ์ครอบครองใช้ที่ราชพัสดุทุกแปลงเอง ในทางปฏิบัติส่วนราชการผู้ใช้มีหน้าที่ดูแลตามกฎหมายและวัตถุประสงค์ ขณะที่กระทรวงการคลัง/กรมธนารักษ์บริหารสิทธิและทะเบียนในฐานะระบบกลาง. คำถามทวนคือแปลงนี้ใครถือกรรมสิทธิ์ ใครใช้ เพื่อราชการหรือจัดประโยชน์ มีผลเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อมอย่างไร และการใช้ตรงทะเบียน/เงื่อนไขหรือไม่

พันธกิจด้านประเมินคือประเมินราคาทรัพย์สินตามหลักการสากล เพื่อสร้างความมั่นคงและยั่งยืนทางเศรษฐกิจและสังคม ภารกิจทำตามพระราชบัญญัติการประเมินราคาทรัพย์สินเพื่อประโยชน์แห่งรัฐ พ.ศ. 2562 และกฎหมายลำดับรอง. กรมจัดทำบัญชีราคาประเมินที่ดิน สิ่งปลูกสร้างและห้องชุด พร้อมมาตรฐาน วิธี ข้อมูลและการเผยแพร่ ราคานี้เป็น official assessed value สำหรับวัตถุประสงค์ตามกฎหมาย ไม่ใช่คำรับรองว่าซื้อขายได้ราคาเดียวกันทุกวัน. คุณภาพประเมินพึ่งข้อมูลแปลง ตำแหน่ง การใช้ประโยชน์ สภาพแวดล้อม หน่วยที่ดิน ธุรกรรมและแบบจำลอง เจ้าหน้าที่ต้องควบคุมมาตรฐานและอัปเดต ไม่เพียงนำค่าเฉลี่ยจังหวัดมาคูณพื้นที่

ประชาชนค้นราคาที่ดินเพื่อเตรียมค่าธรรมเนียมควรใช้เลขโฉนด/ระวาง/ที่ตั้งให้ตรง ตรวจวันที่บัญชี และแยกสิ่งปลูกสร้าง หากต้องการราคาตลาดเพื่อขายหรือสินเชื่ออาจต้องใช้ข้อมูลตลาดหรือผู้ประเมินตามวัตถุประสงค์อื่น. จึงต้องแยกกับกรมที่ดินซึ่งทำทะเบียนสิทธิและนิติกรรม แม้ค่าธรรมเนียมบางประเภทใช้ราคาประเมิน และอย่าบอกว่ากรมธนารักษ์กำหนดราคาขายเอกชนทุกแปลง. คำถามทวนคือประเมินทรัพย์ชนิดใด เพื่อประโยชน์ตามกฎหมายอะไร ใช้ข้อมูลแปลงใด บัญชีมีผลเมื่อไร และผู้ถามต้องการราคาประเมินราชการหรือราคาตลาด

อ่านสรุปฉบับเต็มทุกหัวข้อ
สมาชิก PRO ระบบจะจำหัวข้อที่อ่านค้างไว้ให้ด้วย
PRO 99 บาท/เดือน
เนื้อหาฉบับเต็มต้นฉบับจาก treasury.go.thเปิดต้นฉบับ

เนื้อหาสรุปนี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาส่วนบุคคล ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ หรือนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต