สารบัญ6 หัวข้อหลัก
- 1.บทที่ 1 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติในระบบวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
- 2.บทที่ 2 โครงสร้างองค์กรและการแบ่งงานตามห่วงโซ่วิจัย
- 3.บทที่ 3 การบริหารทุนจากโจทย์ประเทศถึงผลลัพธ์
- 4.บทที่ 4 ฐานข้อมูล ดัชนี และสารสนเทศเพื่อการตัดสินใจ
- 5.บทที่ 5 มาตรฐาน จริยธรรม และคุณภาพการวิจัย
- 6.บทที่ 6 การใช้ประโยชน์ บุคลากร เครือข่าย และองค์กรสมรรถนะสูง
บทที่ 1 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติในระบบวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ใช้อักษรย่อว่า วช. เป็นส่วนราชการในกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม มีหน้าที่ตามกฎหมายจัดระเบียบบริหารราชการของกระทรวงดังกล่าว บทบาทสำคัญคือบริหารและสนับสนุนระบบวิจัยของประเทศ มิได้ทำวิจัยแทนมหาวิทยาลัย นักวิจัย หรือหน่วยปฏิบัติทุกแห่ง วช. เชื่อมทรัพยากรทุน ข้อมูล มาตรฐาน บุคลากร และการใช้ประโยชน์ เพื่อให้การลงทุนด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมตอบปัญหาของประเทศและสร้างผลที่ตรวจสอบได้
คำว่า “วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม” หรือ ววน. ครอบคลุมตั้งแต่การสร้างองค์ความรู้ การทดสอบและพัฒนา ไปจนถึงการนำความรู้หรือเทคโนโลยีไปสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และนโยบาย ภารกิจของ วช. จึงไม่จบที่จำนวนโครงการหรือรายงานฉบับสมบูรณ์ แต่ต้องติดตามว่าผลงานแก้ปัญหา เพิ่มขีดความสามารถ สร้างมาตรฐาน พัฒนาคน หรือเปลี่ยนวิธีทำงานของผู้ใช้จริงอย่างไร การใช้ประโยชน์อาจเกิดในชุมชน หน่วยงานรัฐ ธุรกิจ การศึกษา หรือวงวิชาการตามธรรมชาติของผลงาน
วิสัยทัศน์ของ วช. คือ “เป็นผู้นำการสร้างสรรค์งานวิจัยและนวัตกรรมสู่การใช้ประโยชน์ในทุกมิติ” คำว่าผู้นำไม่จำเป็นต้องเป็นเจ้าของทุกโครงการ แต่หมายถึงมองโจทย์เชิงระบบ รวมเครือข่าย สร้างกลไกที่น่าเชื่อถือ และขับเคลื่อนงานสำคัญให้ถึงผล ส่วนการใช้ประโยชน์ทุกมิติเตือนว่าไม่ควรวัดคุณค่าด้วยรายได้เชิงพาณิชย์เพียงอย่างเดียว งานวิจัยด้านสังคม มนุษยศาสตร์ สุขภาพ เกษตร หรือสิ่งแวดล้อมอาจสร้างคุณค่าผ่านคุณภาพชีวิต ความรู้สาธารณะ และการตัดสินใจที่ดีขึ้น
อำนาจหน้าที่ประกอบด้วยการให้ทุน การจัดทำฐานข้อมูลและดัชนี ววน. ของประเทศ การริเริ่ม ขับเคลื่อนและประสานโครงการสำคัญ การจัดทำมาตรฐานและจริยธรรมการวิจัย การส่งเสริมกับถ่ายทอดความรู้เพื่อใช้ประโยชน์ การพัฒนาบุคลากร และการให้รางวัลหรือยกย่องผลงาน แต่ละภารกิจสนับสนุนกัน ทุนสร้างโอกาส ข้อมูลช่วยเลือกโจทย์ มาตรฐานคุ้มครองคุณภาพ คนทำให้งานสำเร็จ การถ่ายทอดเชื่อมผลกับผู้ใช้ และรางวัลสร้างแรงจูงใจกับการยอมรับ
วช. ทำงานท่ามกลางผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลายกลุ่ม ได้แก่ นักวิจัย บุคลากรวิจัย ผู้เรียน มหาวิทยาลัย หน่วยงานรัฐ เอกชน ชุมชน เกษตรกร ผู้ประกอบการ องค์กรท้องถิ่น และหน่วยบริหารทุนอื่น ความต้องการของแต่ละกลุ่มต่างกัน นักวิจัยต้องการกติกาทุนชัด ผู้ใช้ต้องการผลงานที่นำไปปรับใช้ได้ รัฐต้องการข้อมูลประกอบนโยบาย และสังคมต้องการความโปร่งใสกับการคุ้มครองผู้เกี่ยวข้อง วช. จึงต้องออกแบบกระบวนการซึ่งรักษาคุณภาพวิชาการ ความรับผิดชอบต่อสาธารณะ และความคล่องตัวพร้อมกัน การประสานงานที่ดีต้องทำให้แต่ละฝ่ายเห็นบทบาทของตนตั้งแต่กำหนดโจทย์ถึงติดตามผล พร้อมมีช่องรับข้อเสนอแนะและเหตุร้องเรียนที่ย้อนกลับไปปรับกติกาได้ ความสัมพันธ์ของ วช. กับเครือข่ายจึงมิใช่เพียงผู้ให้ทุนกับผู้รับเงิน แต่เป็นความร่วมมือเพื่อเปลี่ยนทรัพยากรสาธารณะให้เป็นความรู้และผลลัพธ์ที่สังคมตรวจสอบได้
บทที่ 2 โครงสร้างองค์กรและการแบ่งงานตามห่วงโซ่วิจัย
กฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการ พ.ศ. 2564 กำหนดหน่วยหลักเจ็ดส่วน ได้แก่ สำนักงานเลขานุการกรม กองบริหารทุนวิจัยและนวัตกรรมหนึ่ง สอง และสาม กองมาตรฐานการวิจัยและสถาบันพัฒนาการดำเนินการต่อสัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ กองระบบและบริหารข้อมูลเชิงยุทธศาสตร์ด้าน ววน. และกองส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัยและนวัตกรรม การแยกกองทุนสามกองรองรับสาขาและกลุ่มเป้าหมายหลากหลาย ขณะที่หน่วยข้อมูล มาตรฐาน และส่งเสริมทำให้โครงการไม่ถูกมองเป็นเพียงการจ่ายเงิน
สำนักงานเลขานุการกรมดูแลงานอำนวยการ สารบรรณ การเงิน พัสดุ บุคลากร และการประสานราชการซึ่งทำให้งานวิชาการเดินต่อได้ งานสนับสนุนมิใช่ส่วนแยกจากธรรมาภิบาลทุน เพราะการเบิกจ่าย สัญญา การจัดซื้อ การเปิดเผยข้อมูล และการจัดเก็บเอกสารมีผลต่อความโปร่งใสและระยะเวลาของนักวิจัย หากขั้นตอนภายในไม่สอดคล้องกับรอบโครงการ แม้โจทย์วิจัยดีและผู้ทรงคุณวุฒิพร้อม งานก็อาจเริ่มช้า ใช้ทรัพยากรไม่ทัน หรือรายงานผลไม่เชื่อมกับการชำระเงิน
กองบริหารทุนวิจัยและนวัตกรรมทั้งสามกลุ่มงานดูแลการออกแบบกรอบทุน รับข้อเสนอ ประเมิน ทำสัญญา ติดตาม และปิดโครงการในประเด็นต่างกัน การมีกองแยกช่วยสะสมความเข้าใจสาขา เช่น เกษตร อุตสาหกรรม สุขภาพ สังคม หรือการพัฒนาศักยภาพ แต่ต้องใช้มาตรฐานร่วมด้านผลประโยชน์ทับซ้อน คุณภาพการประเมิน และการจัดการข้อมูล โครงการข้ามศาสตร์ต้องมีเจ้าของเรื่องและช่องประสานชัด ไม่ถูกแบ่งเป็นส่วนย่อยจนผลลัพธ์ไม่ตอบโจทย์เดียวกัน
กองมาตรฐานการวิจัยและสถาบันพัฒนาการดำเนินการต่อสัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ดูแลงานมาตรฐาน จริยธรรม และหน้าที่ตามกฎหมายสัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ กองระบบและบริหารข้อมูลเชิงยุทธศาสตร์จัดทำฐานข้อมูล ดัชนี รายงานสถานภาพ วิเคราะห์ระบบ และพัฒนาสารสนเทศ ส่วนกองส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัยและนวัตกรรมเชื่อมองค์ความรู้กับการเผยแพร่ การใช้ประโยชน์ บุคลากร เครือข่าย และรางวัล สามกองนี้ทำให้คุณภาพ ข้อมูล และผลกระทบอยู่รอบวงจรทุนแทนที่จะตรวจเฉพาะปลายทาง
กลุ่มตรวจสอบภายในขึ้นตรงต่อผู้อำนวยการเพื่อประเมินการควบคุม การเงิน และการปฏิบัติงานอย่างมีระยะห่าง ส่วนกลุ่มพัฒนาระบบบริหารขับเคลื่อนประสิทธิภาพ นวัตกรรม ข้อมูลขนาดใหญ่ และงานดิจิทัล โครงสร้างจริงยังอาจมีกลุ่มภายในหรือหน่วยภายใต้การกำกับตามคำสั่งบริหาร แต่การตอบคำถามเรื่องส่วนราชการตามกฎหมายต้องยึดเจ็ดหน่วยในกฎกระทรวงและสองกลุ่มที่ขึ้นตรงเป็นฐาน การแยกฐานกฎหมายจากผังบริหารปัจจุบันช่วยไม่ให้ชื่อโครงการหรือศูนย์ชั่วคราวถูกเข้าใจเป็นกองถาวร ความรับผิดชอบระหว่างหน่วยต้องเชื่อมด้วยกระบวนงานและข้อมูลร่วม มิใช่อาศัยเพียงเส้นบังคับบัญชา เรื่องหนึ่งอาจเริ่มที่กองทุน ผ่านการพิจารณามาตรฐาน บันทึกในระบบข้อมูล และส่งต่อให้กองส่งเสริมใช้ประโยชน์ ขณะที่หน่วยอำนวยการกับกลุ่มกำกับช่วยให้การเงิน บุคลากร ความเสี่ยง และหลักฐานสอดคล้องกันตลอดเส้นทาง
ห่วงโซ่ภารกิจที่หน่วยต่าง ๆ รับผิดชอบร่วมกัน
โครงสร้างไม่ได้เรียงเป็นสายการผลิตตายตัว แต่ทุกโครงการควรเชื่อมโจทย์ ทุน คุณภาพ ข้อมูล และการใช้ประโยชน์
- 1อำนวยการและกำกับสำนักงานเลขานุการกรม กลุ่มตรวจสอบภายใน และกลุ่มพัฒนาระบบบริหารรองรับทรัพยากรกับธรรมาภิบาล
- 2บริหารทุนกองบริหารทุนสามกองออกแบบกรอบ รับข้อเสนอ ประเมิน ทำสัญญา ติดตาม และปิดโครงการตามสาขา
- 3มาตรฐานและจริยธรรมกำหนดแนวปฏิบัติ กำกับ รับรอง และคุ้มครองคุณภาพรวมถึงงานที่ใช้สัตว์ทางวิทยาศาสตร์
- 4ข้อมูลเชิงยุทธศาสตร์เชื่อมฐานข้อมูล จัดทำดัชนี วิเคราะห์สถานภาพ และให้สารสนเทศแก่การตัดสินใจ
- 5ส่งเสริมและใช้ประโยชน์ถ่ายทอดความรู้ พัฒนาคน สร้างเครือข่าย ยกย่องผลงาน และเชื่อมผู้ใช้กับนักวิจัย
เนื้อหาสรุปนี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาส่วนบุคคล ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ หรือนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต