กลับไปทำข้อสอบวิชานี้

ความรู้เกี่ยวกับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม

อ่านกระทรวง อว. จาก พ.ร.บ. จัดระเบียบฉบับแก้ไข 2568 วิสัยทัศน์/ผู้บริหารปัจจุบัน แผนอุดมศึกษา 2566–2570 ระบบวิทยาศาสตร์และบริการจริง พร้อมตัดข้อหลอนเรื่องปี 2580 และ AIT โดยตรวจหน้า official ถึง 31 สิงหาคม 2569

18 หัวข้อ · อ่านประมาณ 91 นาที · มีต้นฉบับจาก mhesi.go.th

เปิดเนื้อหาฉบับเต็ม
อ่านฟรีได้ 2 จาก 18 หัวข้อ11%
สารบัญ18 หัวข้อหลัก
  1. 1.บทนำ — อ่านกฎหมายนี้อย่างไรให้เป็นฉบับปัจจุบัน
  2. 2.สถาบันอุดมศึกษาของรัฐ: คำรวมและคำเฉพาะ
  3. 3.นวัตกรรมและกลไกนโยบาย
  4. 4.มาตรา 9: แบ่งส่วนราชการต้องใช้กฎกระทรวง
  5. 5.มาตรา 12: กรมวิทยาศาสตร์บริการ
  6. 6.มาตรา 16: รัฐมนตรีกำหนดนโยบายที่เชื่อมแผนประเทศ
  7. 7.มาตรา 17 (11)–(12): ยับยั้งหรือยุติการดำเนินการ
  8. 8.มาตรา 20: องค์ประกอบ กกอ.
  9. 9.มาตรา 21 (3)–(6): ติดตาม แนะนำ และเชื่อมวิจัย
  10. 10.วิสัยทัศน์: คน ปัญญา คุณธรรม และความยั่งยืนต้องอยู่ด้วยกัน
  11. 11.การเข้าถึงอย่างทั่วถึง เป็นธรรม และไม่ลดคุณภาพ
  12. 12.ผู้สูงอายุ: อย่าออกแบบผู้เรียนเป็นกลุ่มเดียวกันทั้งหมด
  13. 13.วิสัยทัศน์กระทรวงบนหน้า official: “สานพลัง…เศรษฐกิจสร้างคุณค่า…พร้อมก้าวสู่อนาคต”
  14. 14.ศูนย์ประกอบและทดสอบดาวเทียมแห่งชาติ: AIT คือ Assembly, Integration and Testing ไม่ใช่ Asian Institute of Technology
  15. 15.กรณีวิเคราะห์ 02 — ฐานข้อมูลนักศึกษารวมคนซ้ำและ dashboard บอกมีงานทำ 95%
  16. 16.กรณีวิเคราะห์ 05 — เรื่องมาตรฐานหลักสูตรถูกส่งให้ กกอ. รับรองเพราะเป็นคณะกรรมการอุดมศึกษา
  17. 17.กรณีวิเคราะห์ 08 — ศูนย์ AIT พบ vibration anomaly แต่ถูกกดดันให้ออกใบผ่านเพราะวันปล่อยใกล้ถึง
  18. 18.กรณีวิเคราะห์ 11 — โครงการวิจัยตีพิมพ์ครบ KPI แต่ชุมชน/SME ใช้ไม่ได้และเครื่องมือว่าง
หัวข้อ 1

บทนำ — อ่านกฎหมายนี้อย่างไรให้เป็นฉบับปัจจุบัน

กฎหมายหลักคือ พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พ.ศ. 2562 ซึ่งประกาศ 1 พฤษภาคม 2562 และใช้ตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศ. ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2568 ประกาศ 24 มีนาคม 2568 และใช้ตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศ แก้เพียงสองจุดคือมาตรา 21 (2) กับมาตรา 32 โดยเปลี่ยนกลไก “ข้อตกลงการพัฒนาการอุดมศึกษา” เป็น “คำรับรองการปฏิบัติตามเงื่อนไขของการรับเงินอุดหนุนการพัฒนาการอุดมศึกษา”. มาตราอื่นยังใช้ตาม พ.ศ. 2562 เว้นแต่กฎหมายที่อ้างในบทเฉพาะกาลทำให้เงื่อนไขบางอย่างสำเร็จภายหลัง การครบกำหนดเวลาอย่างเดียวไม่ทำให้ส่วนราชการเปลี่ยนฐานะ ต้องดูว่าพระราชกฤษฎีกาที่กฎหมายกำหนดมีผลจริงหรือไม่

ลำดับอ่านที่ปลอดภัยคือระบุเรื่อง → หาเจ้าของอำนาจ → ตรวจว่าต้องผ่าน กกอ. หรือ กมอ. → ตรวจแผนและข้อมูล → ตรวจฉบับแก้ไข → สรุปผลและหลักฐาน ไม่เลือกหน่วยงานจากชื่อเรื่องเพียงอย่างเดียว. เวลาใช้กฎหมายให้ระบุฉบับ พ.ศ. 2562 คู่พระราชบัญญัติฉบับที่ 2 พ.ศ. 2568 และวันที่ตรวจ เพราะคำเรียก “กฎหมาย อว.” จากชีทเก่าอาจไม่รวมการแก้เรื่องเงินอุดหนุนเอกชนและคำรับรองผลการดำเนินงาน. การตั้งกระทรวง อว. รวมภารกิจอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมไว้ในโครงสร้างเดียว กฎหมายนี้จึงกำหนดขอบเขตอำนาจ การแบ่งส่วนราชการ และกลไกบริหารให้มีเอกภาพและประสิทธิภาพ. หมวด 1 วางภารกิจกระทรวง หมวด 2 แบ่งส่วนราชการ หมวด 3 แยกหน้าที่รัฐมนตรีกับปลัด หมวด 4 ตั้ง กกอ. และ กมอ. หมวด 5 วางหลักสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ และหมวด 6 วางกลไกส่งเสริมงบประมาณ

บทเฉพาะกาลมาตรา 33–41 จัดการการเปลี่ยนองค์กร บุคลากร ทรัพย์สิน คดี และกลไกปฏิรูป จึงไม่ใช่เนื้อหาที่ตัดทิ้งได้ แม้ช่วงเวลาเริ่มแรกบางตอนผ่านไปแล้ว. สาระสำคัญตลอดฉบับคือการบูรณาการโดยเคารพความเป็นอิสระและความหลากหลายของสถาบัน ไม่ใช่รวมอำนาจแล้วสั่งทุกสถาบันใช้รูปแบบเดียวกัน. ภาพรวมหกหมวดช่วยหาตำแหน่งมาตรา แต่การตอบให้เริ่มจาก actor–power–object–procedure–evidence ไม่ใช่จำชื่อหมวดแล้วเดาอำนาจคณะกรรมการ. มาตรา 1 กำหนดชื่อพระราชบัญญัติ และมาตรา 2 ให้ใช้วันถัดจากวันประกาศ จึงมีผล 2 พฤษภาคม 2562. มาตรา 3 ยกเลิกพระราชบัญญัติสภาวิจัยแห่งชาติ พ.ศ. 2502 พระราชบัญญัติสภาวิจัยแห่งชาติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2507 และประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 315 ลงวันที่ 13 ธันวาคม 2515

การยกเลิกกฎหมายเดิมไม่ทำให้การโอนกิจการ บุคลากร หรือคดีหายไป เพราะบทเฉพาะกาลสร้างสะพานรับสิทธิ หน้าที่ ทรัพย์สิน และกระบวนพิจารณาไว้. เมื่อพบคู่มือเก่า ต้องตรวจว่าฐานอำนาจถูกยกเลิกหรือถูกแปลงชื่อหน่วยงานตามมาตรา 35–36 ไม่ใช้เอกสารเดิมต่อเพียงเพราะยังมีแบบฟอร์ม. วันใช้บังคับและบทกฎหมายที่ยกเลิกเป็น version control; งาน/คดี/บุคลากรช่วงเปลี่ยนผ่านต้องดูบทเฉพาะกาล ไม่ถือว่าการตั้งกระทรวงลบสิทธิหรือคำสั่งเดิมทั้งหมดทันที. การอุดมศึกษาคือการศึกษาสูงกว่าขั้นพื้นฐาน มีวัตถุประสงค์สร้างและเผยแพร่องค์ความรู้กับนวัตกรรม และผลิตหรือพัฒนากำลังคนด้านวิชาการและวิชาชีพชั้นสูง. สถาบันอุดมศึกษาหมายถึงสถาบันที่จัดการศึกษาระดับปริญญาและต่ำกว่าปริญญา ทั้งของรัฐและเอกชน จึงเป็นคำกว้างกว่าสถาบันของรัฐในสังกัดกระทรวง

การใช้คำกว้างหรือแคบผิดทำให้ขอบเขตอำนาจผิด เช่น มาตรา 31 ขอข้อมูลจากสถาบันในสังกัด และนำไปใช้กับสถาบันนอกสังกัดกับเอกชนโดยอนุโลม ส่วนบางอำนาจรัฐมนตรีจำกัดเฉพาะในสังกัดหรือเอกชน. ก่อนออกคำสั่งต้องระบุสถานะสถาบันให้ชัดว่าเป็นรัฐหรือเอกชน อยู่ในสังกัดหรือไม่ เป็นส่วนราชการหรืออยู่ในกำกับ เพราะกฎหมายให้ผลต่างกัน. นิยามการอุดมศึกษาครอบคลุมการศึกษาเหนือมัธยมทั้งระดับปริญญาและต่ำกว่าปริญญาตามกฎหมาย จึงไม่ควรใช้คำว่ามหาวิทยาลัยหรือปริญญาแทนขอบเขตทุกกรณี

หัวข้อ 2

สถาบันอุดมศึกษาของรัฐ: คำรวมและคำเฉพาะ

“สถาบันอุดมศึกษาของรัฐ” รวมทั้งสถาบันของรัฐในสังกัดกระทรวงและสถาบันของรัฐที่ไม่อยู่ในสังกัดกระทรวง. “สถาบันอุดมศึกษาของรัฐในสังกัดของกระทรวง” รวมสถาบันที่เป็นส่วนราชการในสังกัด และสถาบันของรัฐในกำกับของรัฐมนตรี อว. การที่สถาบันอยู่ในกำกับของรัฐมนตรีไม่ทำให้เป็นส่วนราชการโดยอัตโนมัติ ต้องดูพระราชบัญญัติจัดตั้งของสถาบันและบทนิยามนี้ประกอบ. กรณีศึกษาที่ใช้คำว่า “ทุกมหาวิทยาลัยของรัฐ” ต้องตรวจว่ามาตราที่อ้างใช้กับรัฐทั้งหมดหรือเฉพาะในสังกัด ไม่ขยายจากความสะดวกทางบริหาร. ก่อนเรียกสถาบันว่า “ของรัฐ” ให้แยกส่วนราชการ องค์การมหาชน/ในกำกับและฐานกฎหมายเฉพาะ เพราะงบ บุคลากร การกำกับและความเป็นอิสระไม่เหมือนกัน

“ส่วนราชการในกระทรวง” หมายถึงรายการมาตรา 8 ส่วน “หน่วยงานในกำกับ” คือรัฐวิสาหกิจ หน่วยงานที่ตั้งตามพระราชบัญญัติเฉพาะ และองค์การมหาชนที่อยู่ในกำกับรัฐมนตรี. นิยามหน่วยงานในกำกับไม่รวมสถาบันอุดมศึกษาของรัฐในกำกับรัฐมนตรีและไม่รวมสถาบันอุดมศึกษาเอกชน แม้ภาษาทั่วไปอาจเรียกว่าอยู่ภายใต้การกำกับ. ความต่างมีผลต่อมาตรา 7 (3) เรื่องมอบหมายสร้างระบบนิเวศและโครงสร้างพื้นฐาน และมาตรา 18 (2) เรื่องระบบบูรณาการหน่วยงานในกำกับ. เอกสารควรระบุฐานะทางกฎหมายของคู่ร่วมงาน ไม่ใช้คำว่า “หน่วยงานในกำกับ” เป็นคำครอบจักรวาลเพราะจะขยายอำนาจรัฐมนตรีผิดกลุ่ม. หน่วยงานในกำกับรัฐมนตรีไม่เท่ากับส่วนราชการในกระทรวง และชื่ออยู่บนหน้า link ไม่พิสูจน์สายบังคับบัญชา ต้องอ่านกฎหมายจัดตั้ง/กำกับของแต่ละองค์กร

หน่วยงานในระบบวิจัยและนวัตกรรมรวมหน่วยงานรัฐ เอกชน และสถาบันอุดมศึกษาที่ดำเนินงานเกี่ยวกับวิจัยและนวัตกรรม จึงกว้างกว่าส่วนราชการของกระทรวง. การวิจัยคือการศึกษาค้นคว้า วิเคราะห์ หรือทดลองอย่างเป็นระบบเพื่อได้ข้อเท็จจริง ความรู้ใหม่ หรือหลักการสำหรับพัฒนาศาสตร์ต่าง ๆ และสร้างนวัตกรรมที่ใช้ประโยชน์ได้. ระบบวิจัยคือการทำงานร่วมอย่างเป็นระบบของหน่วยที่เกี่ยวข้อง ให้เชื่อมโยง ประสานสอดคล้อง และไปในทิศทางเดียวกันเพื่อบรรลุเป้าหมาย. เมื่อหลายหน่วยเสนอทุนหรือโครงการซ้ำ ต้องเทียบหน้าที่ เป้าหมาย กลุ่มเป้าหมาย ผลลัพธ์ และชุดข้อมูล แล้วออกแบบเจ้าภาพร่วม ไม่แยกอนุมัติทุกแผนโดยไม่บูรณาการ

ระบบวิจัยเชื่อมหน่วยให้ทุน ทำวิจัย โครงสร้างพื้นฐาน ผู้ใช้และกติกา; คำว่าอยู่ในระบบไม่ได้แปลว่าอยู่ใต้สำนักงานการวิจัยแห่งชาติหรือกระทรวงโดยตรงทั้งหมด. มาตรฐานการอุดมศึกษาคือข้อกำหนดขั้นต่ำด้านคุณลักษณะ คุณภาพ และเกณฑ์จัดการศึกษา รวมถึงขั้นต่ำของหลักสูตร เกณฑ์ขอตำแหน่งทางวิชาการ และมาตรฐานอื่นที่กฎกระทรวงกำหนด. มาตรฐานใช้เป็นเกณฑ์ส่งเสริม กำกับ ตรวจสอบ ติดตาม ประเมินผล และประกันคุณภาพ จึงไม่ควรถูกลดเหลือแบบฟอร์มตรวจเอกสารโดยไม่วัดผลลัพธ์ผู้เรียน. คำว่า “ขั้นต่ำ” ไม่ห้ามสถาบันสร้างความเป็นเลิศสูงกว่าเกณฑ์ และไม่ให้อำนาจส่วนกลางบังคับวิธีสอนเดียวกันทุกแห่งหากผลลัพธ์มาตรฐานยังบรรลุได้. การออกหรือใช้มาตรฐานต้องอ่านมาตรา 17 (6), 26 และ 27 ร่วมกัน โดยให้ กมอ. รับผิดชอบและรับฟังผู้มีส่วนได้เสียอย่างกว้างขวาง

มาตรฐานการอุดมศึกษาเป็นผลลัพธ์/คุณภาพที่ใช้กำกับ ไม่ควรแปลงเป็นแบบฟอร์มเดียวทุกสถาบันจนลดอัตลักษณ์ ความเป็นอิสระทางวิชาการและ innovation

อ่านสรุปฉบับเต็มทุกหัวข้อ
สมาชิก PRO ระบบจะจำหัวข้อที่อ่านค้างไว้ให้ด้วย
PRO 99 บาท/เดือน
เนื้อหาฉบับเต็มต้นฉบับจาก mhesi.go.thเปิดต้นฉบับ

เนื้อหาสรุปนี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาส่วนบุคคล ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ หรือนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต