กลับไปทำข้อสอบวิชานี้

ความรู้เกี่ยวกับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม

อ่าน อว. เป็นระบบเดียว ตั้งแต่เหตุผลการควบรวมและวิสัยทัศน์ ผ่านภารกิจ การปฏิรูป แผน เงินทุน ข้อมูล และโครงสร้าง ไปจนถึงการเปลี่ยนคนกับความรู้เป็นคุณค่าต่อประเทศ

6 หัวข้อ · อ่านประมาณ 29 นาที · มีต้นฉบับจาก mhesi.go.th

เปิดเนื้อหาฉบับเต็ม
อ่านฟรีได้ 2 จาก 6 หัวข้อ33%
หัวข้อ 1

บทที่ 1 จากโจทย์ประเทศสู่กระทรวงแห่งปัญญา โอกาส และอนาคต

จุดตั้งต้นของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หรือ “อว.” อยู่ที่โจทย์การพัฒนาทุนมนุษย์ให้พร้อมดำรงชีวิตและทำงานในศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ด ประเทศต้องการกำลังคนที่มีทั้งความรู้ ทักษะวิชาชีพชั้นสูง ความสามารถปรับตัว และพลังสร้างสิ่งใหม่ ขณะเดียวกันการผลิตคนต้องสัมพันธ์กับทิศทางเศรษฐกิจ ชุมชน และสังคม มิใช่แยกมหาวิทยาลัยออกจากโลกการทำงาน กระทรวงจึงถูกวางให้เชื่อมการเรียนรู้กับการสร้างองค์ความรู้ แล้วนำความรู้นั้นเข้าสู่การใช้ประโยชน์ในภาคเกษตรกรรม อุตสาหกรรม ภาคบริการ ตลอดจนนวัตกรรมเชิงสังคมและเชิงพื้นที่ เป้าหมายนี้ทำให้คำว่า “การอุดมศึกษา” มีความหมายกว้างกว่าการจัดการเรียนการสอน และทำให้คำว่า “วิจัย” ต้องมองต่อไปถึงนวัตกรรม ผลกระทบ และความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

โครงสร้างกระทรวงเกิดจากการควบรวมงานด้านการอุดมศึกษากับงานด้านวิจัยและพัฒนา โดยเชื่อมกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัยเข้ามาอยู่ในสถาปัตยกรรมใหม่ เหตุผลของการควบรวมมิใช่เพียงลดจำนวนหน่วยงานหรือเปลี่ยนป้ายชื่อ แต่เพื่อให้การกำหนดกำลังคน การลงทุนวิจัย การพัฒนาเทคโนโลยี การสร้างนวัตกรรม และการกำกับมาตรฐานเดินไปในทิศทางที่สัมพันธ์กัน เมื่อหน่วยผลิตบัณฑิต หน่วยสร้างความรู้ หน่วยสนับสนุนทุน และหน่วยกำกับนโยบายมองเป้าหมายร่วม ประเทศย่อมมีโอกาสลดงานซ้ำซ้อน เติมช่องว่างระหว่างความรู้กับการใช้จริง และวางทรัพยากรไปยังปัญหาที่สำคัญได้แม่นยำขึ้น

กระทรวงใหม่ถูกอธิบายว่าเป็นการวางรากฐานสู่อนาคต ไม่ใช่มาตรการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า รากฐานดังกล่าวเริ่มจากการเปิดโอกาสให้ประชาชนเรียนรู้ตลอดชีวิต ลดความเหลื่อมล้ำและช่องว่างทางสังคม ยกระดับคุณภาพชีวิต และเตรียมความพร้อมต่อโลกดิจิทัล การพัฒนาคนจึงไม่จบเมื่อได้รับปริญญา แต่ครอบคลุมการเพิ่มทักษะ การเปลี่ยนทักษะ การสร้างความเชี่ยวชาญระดับสูง และการเปิดทางให้คนกลุ่มต่าง ๆ เข้าถึงความรู้ การมองเช่นนี้ทำให้มหาวิทยาลัย สถาบันวิจัย ภาคธุรกิจ ชุมชน และภาครัฐต้องร่วมกันสร้างเส้นทางการเรียนรู้หลายรูปแบบ พร้อมยอมรับว่าความรู้จากสังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสหวิทยาการต่างมีส่วนต่อการแก้ปัญหาของประเทศ

อีกด้านหนึ่งคือการปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจจากการพึ่งพาปริมาณไปสู่เศรษฐกิจที่สร้างคุณค่า องค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และการวิจัยต้องสอดประสานกับการพัฒนาคนของสถาบันอุดมศึกษา เพื่อให้บุคลากรและสถาบันทำหน้าที่เป็นผู้สร้างการเปลี่ยนแปลงในอนาคต งานวิจัยจึงไม่ควรหยุดที่รายงานหรือผลงานวิชาการ หากต้องมีช่องทางสู่การยกระดับการผลิต บริการ คุณภาพชีวิต ความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานราก และนวัตกรรมที่ตอบปัญหาเฉพาะพื้นที่ การสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันกับการพัฒนาที่ยั่งยืนจึงมิใช่เป้าหมายคนละด้าน เพราะประเทศจะแข่งขันระยะยาวได้ก็ต่อเมื่อมีคนที่พร้อม มีฐานความรู้ของตนเอง ใช้ทรัพยากรอย่างมีเหตุผล และกระจายประโยชน์ไปถึงประชาชน

กรอบความคิดของการจัดตั้งถูกสื่อผ่านสี่มิติ ได้แก่ การสร้างและพัฒนาคนไทย การสร้างและพัฒนาองค์ความรู้ การสร้างและพัฒนานวัตกรรม และการปฏิรูปการอุดมศึกษา ทั้งสี่มิติต้องหมุนต่อเนื่อง คนที่มีสมรรถนะสร้างความรู้ ความรู้ที่ผ่านการวิจัยก่อให้เกิดนวัตกรรม นวัตกรรมย้อนกลับไปสร้างงานและคุณภาพชีวิต ส่วนระบบอุดมศึกษาต้องปรับตัวเพื่อผลิตคนและความรู้รอบใหม่ได้ทันการเปลี่ยนแปลง ภาพของ อว. ในฐานะ “กระทรวงแห่งปัญญา กระทรวงแห่งโอกาส และกระทรวงแห่งอนาคต” จึงมิใช่คำขวัญแยกจากภารกิจ ปัญญาหมายถึงฐานความรู้ โอกาสหมายถึงการเข้าถึงและการนำความรู้ไปใช้ และอนาคตหมายถึงความสามารถของประเทศในการเตรียมตัวก่อนความเปลี่ยนแปลงจะมาถึง

หัวข้อ 2

บทที่ 2 วิสัยทัศน์และขอบอำนาจของระบบที่เชื่อมถึงกัน

วิสัยทัศน์ของกระทรวงมุ่ง “สานพลัง” การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมไทย เพื่อพลิกโฉมประเทศให้พัฒนาอย่างรวดเร็วและยั่งยืน ยกระดับความสามารถในการแข่งขันด้วยเศรษฐกิจสร้างคุณค่า และเตรียมประเทศให้พร้อมก้าวสู่อนาคต คำว่าสานพลังเป็นหัวใจ เพราะแต่ละระบบมีทุนและข้อจำกัดต่างกัน สถาบันอุดมศึกษามีคน หลักสูตร และเสรีภาพทางวิชาการ หน่วยวิจัยมีความเชี่ยวชาญและเครื่องมือ หน่วยให้ทุนมีอำนาจจัดลำดับความสำคัญ ส่วนผู้ใช้ประโยชน์มีปัญหาจริงและตลาดจริง การทำให้ทรัพยากรเหล่านี้พบกันต้องอาศัยนโยบายร่วม ข้อมูลร่วม กลไกเงินทุน และความรับผิดชอบต่อผลสัมฤทธิ์ มิใช่เพียงการประชุมหรือการลงนามความร่วมมือ

หน้าที่ด้านการอุดมศึกษาครอบคลุมการส่งเสริม สนับสนุน และกำกับดูแลให้สถาบันเท่าทันการเปลี่ยนแปลงของโลก พร้อมรักษาความเป็นอิสระทางวิชาการและการบริหารจัดการ ความเป็นอิสระเปิดพื้นที่ให้มหาวิทยาลัยตัดสินใจตามความเชี่ยวชาญและบริบท แต่ต้องสัมพันธ์กับการพัฒนากำลังคนตามความต้องการของประเทศและความรับผิดชอบต่อคุณภาพ สถาบันอุดมศึกษายังมีหน้าที่วิจัยและสร้างนวัตกรรมเพื่อพัฒนาชุมชน สังคม และประเทศในทุกสาขา ดังนั้น หลักสูตร การเรียนการสอน การวิจัย บริการวิชาการ และการพัฒนาท้องถิ่นไม่ควรเป็นภารกิจที่เดินคนละทาง หากควรใช้ปัญหากับความต้องการจริงเป็นพื้นที่ร่วมของการผลิตคนและการสร้างความรู้

หน้าที่ด้านวิจัยและนวัตกรรมมิได้จำกัดอยู่ที่หน่วยงานภายในกระทรวง กระทรวงต้องส่งเสริม สนับสนุน และกำกับดูแลการวิจัยกับการสร้างสรรค์นวัตกรรมของสถาบันอุดมศึกษาและหน่วยงานในระบบที่อยู่ในสังกัดหรืออยู่ในการกำกับของรัฐมนตรี พร้อมประสานหน่วยงานนอกกระทรวงให้เกิดความร่วมมือในทิศทางที่เชื่อมโยงกับนโยบาย ยุทธศาสตร์ และแผนด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมของประเทศ ลักษณะนี้ทำให้บทบาทของ อว. เป็นทั้งเจ้าของภารกิจบางส่วนและผู้ประสานระบบส่วนรวม ความสำเร็จจึงวัดจากความเชื่อมโยงและการใช้ประโยชน์ของทั้งระบบ ไม่ใช่เพียงจำนวนโครงการของหน่วยงานในสังกัด

  1. 1พัฒนากำลังคนและรักษาคุณภาพการอุดมศึกษา
  2. 2สร้างองค์ความรู้ผ่านการวิจัยหลายสาขา
  3. 3จัดระบบนิเวศ โครงสร้างพื้นฐาน และความร่วมมือ
  4. 4แปลงความรู้เป็นนวัตกรรมและประโยชน์ต่อประเทศ
  5. 5นำผลลัพธ์และข้อมูลย้อนกลับไปปรับการผลิตคนกับการลงทุนวิจัย

กระทรวงยังต้องจัดให้มีระบบนิเวศและโครงสร้างพื้นฐานสำคัญสำหรับการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ระบบนิเวศหมายถึงเงื่อนไขที่ทำให้คน เงิน เครื่องมือ ข้อมูล กฎเกณฑ์ สถาบัน และผู้ใช้ประโยชน์ทำงานร่วมกันได้ ส่วนโครงสร้างพื้นฐานอาจอยู่ในรูปห้องปฏิบัติการ ระบบมาตรฐาน ฐานข้อมูล เครือข่าย หรือกลไกสนับสนุนที่หน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งสร้างได้ไม่คุ้ม กระทรวงต้องส่งเสริมความร่วมมือเพื่อผลิตกำลังคนระดับสูงเฉพาะทางและร่วมวิจัยกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตลอดจนบุคคลหรือหน่วยงานต่างประเทศ ภารกิจนี้อาจมอบหมายหน่วยงานในสังกัดหรือในกำกับ หรือดำเนินการร่วมกับภาคส่วนเหล่านั้นได้ตามกรอบที่กำหนด

เมื่ออ่านอำนาจทั้งสามกลุ่มร่วมกัน จะเห็นลำดับการทำงานจากการพัฒนาคน ไปสู่การสร้างความรู้ แล้วจัดสภาพแวดล้อมให้ความรู้นั้นถูกใช้ประโยชน์ การกำกับอุดมศึกษาช่วยรักษาคุณภาพและทิศทางกำลังคน การประสานระบบวิจัยช่วยลดความกระจัดกระจายและเชื่อมการลงทุนกับโจทย์ประเทศ ส่วนระบบนิเวศช่วยให้ผลงานข้ามจากห้องเรียนหรือห้องทดลองไปสู่ชุมชน บริการสาธารณะ และภาคการผลิต หน้าที่อื่นที่กฎหมายกำหนดยังคงเป็นส่วนหนึ่งของขอบอำนาจ แต่แก่นร่วมคือการทำให้การตัดสินใจทุกระดับรองรับด้วยความรู้ มีผู้ร่วมรับผิดชอบ และสร้างผลลัพธ์ที่กลับไปเพิ่มศักยภาพของคนกับสถาบันในรอบถัดไป

อ่านสรุปฉบับเต็มทุกหัวข้อ
สมาชิก PRO ระบบจะจำหัวข้อที่อ่านค้างไว้ให้ด้วย
PRO 99 บาท/เดือน
เนื้อหาฉบับเต็มต้นฉบับจาก mhesi.go.thเปิดต้นฉบับ

เนื้อหาสรุปนี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาส่วนบุคคล ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ หรือนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต