กลับไปทำข้อสอบวิชานี้

ความรู้เกี่ยวกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

เข้าใจกระทรวงจากภารกิจและโครงสร้าง สู่การทำงานร่วมกันของการผลิต ทรัพยากร เกษตรกร มาตรฐาน และข้อมูล

6 หัวข้อ · อ่านประมาณ 30 นาที · มีต้นฉบับจาก moac.go.th

เปิดเนื้อหาฉบับเต็ม
อ่านฟรีได้ 2 จาก 6 หัวข้อ33%
หัวข้อ 1

บทที่ 1 ภารกิจของกระทรวงในฐานะระบบเกษตรทั้งสาย

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์รับผิดชอบงานที่กว้างกว่าการส่งเสริมให้ผลิตสินค้าเกษตรได้มากขึ้น อำนาจหน้าที่ตามหน้าโครงสร้างของกระทรวงครอบคลุมการเกษตร แหล่งน้ำและชลประทาน การส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกร ระบบสหกรณ์ กระบวนการผลิต และสินค้าเกษตร ตลอดจนงานอื่นที่กฎหมายกำหนด ขอบเขตดังกล่าวทำให้เรื่องคน ทรัพยากร ความรู้ การรวมกลุ่ม และสินค้าต้องถูกพิจารณาร่วมกัน หากพัฒนาพันธุ์ได้ดีแต่ขาดน้ำ การผลิตย่อมไม่ต่อเนื่อง หากผลผลิตสูงแต่ไม่ตรงความต้องการตลาด รายได้ก็อาจไม่เพิ่ม และหากมีมาตรการส่วนกลางแต่ข้อมูลเกษตรกรกับแปลงไม่ถูกต้อง ความช่วยเหลืออาจไม่ถึงพื้นที่เป้าหมาย วิชานี้จึงควรอ่านเป็นระบบงานตั้งแต่เงื่อนไขก่อนผลิตจนถึงผลที่กลับไปสู่ชีวิตเกษตรกร

วิสัยทัศน์ที่กระทรวงเผยแพร่ให้เกษตรกรมีคุณภาพชีวิตที่ดีและมีรายได้เพิ่มขึ้น วางผลลัพธ์ของประชาชนไว้เหนือจำนวนกิจกรรมราชการ พันธกิจจึงเดินหลายแนวพร้อมกัน ได้แก่ การสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคมแก่เกษตรกรกับสถาบันเกษตรกร การให้ตลาดนำการผลิต การยกระดับประสิทธิภาพตลอดห่วงโซ่ การวิจัยและใช้เทคโนโลยีกับนวัตกรรม การบริหารทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุล และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานกับสิ่งอำนวยความสะดวกทางการเกษตร ความสัมพันธ์สำคัญอยู่ตรงที่พันธกิจแต่ละด้านมิใช่โครงการแยกส่วน ตลาดบอกคุณลักษณะของสินค้า งานวิจัยหาวิธีผลิต ทรัพยากรกำหนดความเป็นไปได้ หน่วยส่งเสริมถ่ายทอดสู่พื้นที่ และข้อมูลผลจริงต้องย้อนกลับมาแก้นโยบาย

ยุทธศาสตร์ที่ปรากฏในหน้าเดียวกันจัดสาระเป็นห้าแกน คือการสร้างความเข้มแข็งแก่เกษตรกรและสถาบันเกษตรกร การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและยกระดับมูลค่าสินค้า การเพิ่มความสามารถแข่งขันด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม การบริหารทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุลยั่งยืน และการพัฒนาระบบบริหารจัดการภาครัฐ แกนเหล่านี้ช่วยจัดระเบียบความคิดได้ดีกว่าการท่องชื่อหน่วยงาน เพราะปัญหาหนึ่งมักพาดผ่านหลายแกน เช่น โรคสัตว์เป็นเรื่องความรู้และการควบคุมการผลิต แต่ยังเกี่ยวกับรายได้ การเคลื่อนย้ายสินค้า งบภาคสนาม การรายงานผล และความเชื่อมั่นของตลาด การกำหนดเจ้าภาพจึงต้องดูงานหลักพร้อมหน่วยสนับสนุน มิใช่เลือกเพียงกรมที่ชื่อใกล้กับปัญหา

หน้าเผยแพร่วิสัยทัศน์ยังเก็บตัวชี้วัดบางชุดซึ่งผูกกับกรอบเวลาถึงปี 2565 ไว้ด้วย ตัวเลขเหล่านั้นมีคุณค่าในฐานะหลักฐานของแผนช่วงหนึ่ง แต่ไม่ควรถูกย้ายมาใช้เป็นเป้าหมายปัจจุบันโดยไม่ตรวจแผนและปีที่อ้างอิง การแยกข้อความที่มีลักษณะคงทน เช่น อำนาจหน้าที่หรือโครงสร้างพื้นฐาน ออกจากข้อมูลที่เปลี่ยนตามรอบแผน เช่น ค่าเป้าหมาย โครงการ และงบประมาณ เป็นทักษะสำคัญของวิชาความรู้หน่วยงาน เมื่อพบตัวเลขควรถามเสมอว่าเป็นค่าฐาน ค่าเป้าหมาย หรือผลที่เกิดแล้ว อยู่ในช่วงเวลาใด และยังมีเอกสารใหม่กว่าหรือไม่ วิธีนี้ป้องกันการจำข้อมูลเก่าที่ถ้อยคำยังดูเป็นทางการแต่พ้นบริบทไปแล้ว

ค่านิยม MOAC ประกอบด้วย Morality, Openness, Accountability และ Creativity ซึ่งเชื่อมจริยธรรมกับวิธีทำงานโดยตรง Morality ทำให้การใช้อำนาจและทรัพยากรยึดประโยชน์สาธารณะ Openness เปิดรับข้อมูลจากเกษตรกร พื้นที่ และหน่วยงานร่วม Accountability ทำให้ระบุผู้รับผิดชอบ การใช้เงิน และผลที่ต้องรายงานได้ ส่วน Creativity สนับสนุนการแก้ปัญหาด้วยความรู้และนวัตกรรม ค่านิยมทั้งสี่จะมีความหมายเมื่อปรากฏในกระบวนงานจริง ตั้งแต่การเลือกปัญหาวิจัย การจัดสรรงบ การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ไปจนถึงการเปิดผลการดำเนินงาน ภาพของกระทรวงจึงไม่ใช่เพียงแผนผังราชการ แต่เป็นระบบที่ต้องสร้างผลต่อเกษตรกรด้วยความรู้ ความโปร่งใส และการเรียนรู้จากหลักฐาน

หัวข้อ 2

บทที่ 2 โครงสร้าง หน่วยงาน และหลักการนับที่ไม่ทำให้สับสน

หน้าโครงสร้างของกระทรวงแสดงรายชื่อส่วนราชการรวม 16 แห่งเมื่อรวมสำนักงานรัฐมนตรี แต่ส่วนที่นำมาจัดตามกลุ่มภารกิจมี 15 แห่ง ความต่างหนึ่งหน่วยเกิดจากหลักการนำเสนอ มิใช่ความขัดแย้งของข้อมูล สำนักงานรัฐมนตรีรองรับงานของฝ่ายการเมืองและปรากฏในรายชื่อส่วนราชการ ขณะที่การแบ่งกลุ่มภารกิจใช้หน่วยงานซึ่งขับเคลื่อนงานประจำของกระทรวงเป็นแกน จึงได้สามกลุ่มภารกิจรวม 12 แห่ง และหน่วยที่ไม่สังกัดกลุ่มภารกิจอีก 3 แห่ง เมื่อถามจำนวนต้องตรวจให้ชัดว่ากำลังนับรายชื่อส่วนราชการทั้งหมด หรือกำลังนับหน่วยที่อยู่ในแผนผังกลุ่มภารกิจ การตอบเพียงตัวเลขโดยไม่รู้ฐานนับทำให้ข้อมูลที่ดูแม่นกลายเป็นคำตอบคนละคำถาม

กลุ่มภารกิจด้านพัฒนาการผลิตมีกรมการข้าว กรมประมง กรมปศุสัตว์ กรมวิชาการเกษตร และกรมหม่อนไหม รวม 5 แห่ง การวางไว้ในกลุ่มเดียวกันสะท้อนว่ากระทรวงแยกความเชี่ยวชาญตามชนิดการผลิต แต่ยังต้องประสานกันในเรื่องวิจัย สุขภาพของพืชหรือสัตว์ ประสิทธิภาพ คุณภาพ และการนำผลผลิตเข้าสู่ห่วงโซ่สินค้า ตัวอย่างงานวิจัยพืชแสดงว่าความรู้ต้องผ่านการคัดเลือกและทดสอบในสภาพพื้นที่ ส่วนงานควบคุมโรคสัตว์แสดงว่าความรู้ทางวิชาการต้องมีเครือข่ายเฝ้าระวัง การตรวจตัวอย่าง การควบคุมการเคลื่อนย้าย และการบริหารงบ การผลิตจึงมีทั้งด้านพัฒนาและด้านป้องกันความเสียหาย มิใช่การเพิ่มปริมาณเพียงมิติเดียว

กลุ่มภารกิจด้านบริหารจัดการทรัพยากรเพื่อการผลิตมีกรมชลประทาน กรมฝนหลวงและการบินเกษตร กรมพัฒนาที่ดิน และสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม รวม 4 แห่ง น้ำ ฝน ดิน และที่ดินเป็นเงื่อนไขร่วมของงานผลิตทุกสาขา จึงต้องเชื่อมข้อมูลพื้นที่กับการตัดสินใจด้านพันธุ์ ฤดู การจัดการ และการลงทุน การทดสอบปาล์มน้ำมันหลายภูมิภาคในวัตถุดิบของวิชานี้ช่วยให้เห็นความสัมพันธ์ดังกล่าว เพราะผลการทดลองระบุว่าพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือต้องให้น้ำในฤดูแล้ง การเลือกพันธุ์หรือเทคโนโลยีโดยไม่อ่านทรัพยากรของพื้นที่จึงไม่อาจแปลงผลวิจัยเป็นคำแนะนำที่ใช้ได้จริง

แผนที่หน่วยงานตามฐานะและกลุ่มภารกิจ
ฐานะหรือกลุ่มหน่วยงานแกนความสัมพันธ์ในระบบ
ฝ่ายการเมืองสำนักงานรัฐมนตรีรองรับงานของรัฐมนตรีและนโยบายฝ่ายการเมือง จึงอยู่ในรายชื่อส่วนราชการทั้งหมดแต่ไม่อยู่ใน 15 หน่วยที่จัดกลุ่มภารกิจ
พัฒนาการผลิตกรมการข้าว · กรมประมง · กรมปศุสัตว์ · กรมวิชาการเกษตร · กรมหม่อนไหมสร้างและใช้ความรู้เพื่อพัฒนาหรือคุ้มครองการผลิตตามสาขา
ทรัพยากรเพื่อการผลิตกรมชลประทาน · กรมฝนหลวงและการบินเกษตร · กรมพัฒนาที่ดิน · สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมดูเงื่อนไขน้ำ ฝน ดิน และที่ดินซึ่งรองรับการผลิต
เกษตรกรและสหกรณ์กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ · กรมส่งเสริมการเกษตร · กรมส่งเสริมสหกรณ์เชื่อมความรู้ บริการ ข้อมูล และความเข้มแข็งขององค์กรสู่เกษตรกร
ไม่สังกัดกลุ่มภารกิจสำนักงานปลัดกระทรวง · สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ · สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรประสาน มาตรฐาน และข้อมูลเศรษฐกิจข้ามกลุ่มภารกิจ
หน่วยในกำกับฐานะอื่นรัฐวิสาหกิจ 4 แห่ง · องค์การมหาชน 3 แห่งสนับสนุนภารกิจเฉพาะตามฐานะของตน ไม่รวมในจำนวนส่วนราชการ 16 แห่ง

กลุ่มภารกิจด้านส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกรกับระบบสหกรณ์มีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ กรมส่งเสริมการเกษตร และกรมส่งเสริมสหกรณ์ รวม 3 แห่ง ส่วนสำนักงานปลัดกระทรวง สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ และสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรเป็น 3 หน่วยที่ไม่สังกัดกลุ่มภารกิจ ตำแหน่งดังกล่าวมิได้แปลว่าอยู่นอกงานหลัก แต่สะท้อนภารกิจที่ต้องเชื่อมข้ามหลายกลุ่ม ทั้งการประสานราชการ มาตรฐานของสินค้า และข้อมูลกับเศรษฐกิจการเกษตร หากกลุ่มผลิตกับทรัพยากรทำงานโดยไม่มีข้อมูลเศรษฐกิจหรือมาตรฐาน ผลผลิตอาจไม่ตรงเงื่อนไขตลาด และหากไม่มีการส่งเสริมกับระบบองค์กร ความรู้จากส่วนกลางก็อาจไม่เปลี่ยนการปฏิบัติของเกษตรกร

นอกจากส่วนราชการ กระทรวงยังแสดงรัฐวิสาหกิจ 4 แห่ง ได้แก่ การยางแห่งประเทศไทย องค์การสะพานปลา องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร และองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย รวมทั้งองค์การมหาชน 3 แห่ง ได้แก่ สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง และสำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว หน่วยเหล่านี้อยู่ในกำกับของกระทรวงแต่มีฐานะต่างจากกรม จึงไม่ควรถูกบวกเข้าไปในจำนวนส่วนราชการหรือเรียกว่าเป็นกรม การจำโครงสร้างให้ถูกต้องจึงต้องแยกสามชั้น คือส่วนราชการในสายกระทรวง รัฐวิสาหกิจ และองค์การมหาชน แล้วจึงพิจารณาว่างานหนึ่งต้องใช้ความร่วมมือข้ามชั้นอย่างไร

อ่านสรุปฉบับเต็มทุกหัวข้อ
สมาชิก PRO ระบบจะจำหัวข้อที่อ่านค้างไว้ให้ด้วย
PRO 99 บาท/เดือน
เนื้อหาฉบับเต็มต้นฉบับจาก moac.go.thเปิดต้นฉบับ

เนื้อหาสรุปนี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาส่วนบุคคล ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ หรือนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต

สรุปความรู้เกี่ยวกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อ่านง่าย จำได้จริง | ติวสอบภาค ข