กลับไปทำข้อสอบวิชานี้

ความรู้เกี่ยวกับกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน

คู่มือเชื่อมแหล่งเงิน คำขอ การอนุมัติ การดำเนินงาน การควบคุม และผลลัพธ์ด้านความปลอดภัยทางถนนเป็นวงจรกองทุนเดียวกัน

6 หัวข้อ · อ่านประมาณ 39 นาที · มีต้นฉบับจาก dlt.go.th

เปิดเนื้อหาฉบับเต็ม
อ่านฟรีได้ 2 จาก 6 หัวข้อ33%
หัวข้อ 1

ขอบเขต แหล่งเงิน ฐานกฎหมาย และวัตถุประสงค์ของกองทุน

ความแตกต่างระหว่างกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนกับกองทุนทดแทนผู้ประสบภัย — กองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน หรือ กปถ. อยู่ในระบบกรมการขนส่งทางบกและเชื่อมรายได้จากการประมูลหมายเลขทะเบียนรถกับการป้องกัน/ลดอุบัติเหตุ งานวิจัย โครงการและความช่วยเหลือผู้พิการตามช่องกฎหมาย ไม่ใช่กองทุนจ่ายค่าเสียหายเบื้องต้นทั่วไปเมื่อรถไม่มีประกัน "กองทุนทดแทนผู้ประสบภัย" เป็นกลไกอีกฉบับภายใต้พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ มีวัตถุประสงค์/แหล่งเงิน/ผู้บริหาร/เหตุจ่าย/ระยะเวลาคําขอและการไล่เบี้ยเฉพาะ การเห็นคําว่าผู้ประสบอุบัติเหตุคล้ายกันไม่ทําให้รวมเป็นกองทุนเดียว แหล่งเงินและหลักประโยชน์สาธารณะของกองทุน — ฐานกฎหมายเปิดให้จัดหมายเลขทะเบียนที่เป็นที่ต้องการ/มีลักษณะพิเศษและนํารายได้หลังหักค่าใช้จ่ายเข้ากองทุน กลไกจึงเปลี่ยน ความเต็มใจชําระเพื่อใช้หมายเลขทะเบียนเพื่อหมายเลขเป็นทรัพยากรสาธารณะด้านความปลอดภัย ไม่ใช่ค่าธรรมเนียมต่อทะเบียนรถทุกคันหรือเบี้ยประกันภัย

กองทุนอาจมีเงิน/ทรัพย์จากแหล่งอื่นตามกฎหมาย เช่น ดอกผล เงินบริจาคหรือเงินที่กฎหมายกําหนด แต่ข้อสรุปต้องอิงถ้อยคําปัจจุบัน ไม่แต่งว่าเงินงบประมาณ/ประกันเป็นแหล่งหลักหากไม่มีหลักฐานบัญชีและฐานเฉพาะ ผู้เกี่ยวข้องและผู้รับประโยชน์จากการใช้เงินกองทุน — โครงการ/วิจัยที่ได้รับจัดสรรไม่ได้จ่ายสินไหมรายบุคคล แต่สร้างผลต่อผู้ใช้รถใช้ถนนผ่านมาตรการ คน ระบบและหลักฐาน ผู้ยื่น/ผู้รับเงิน/ผู้ร่วมงาน/กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ได้รับผลสุดท้ายจึงเป็นคนละบทบาทและต้องไม่ใช้แทนกัน การช่วยผู้พิการจากอุบัติเหตุทางถนนเป็นวัตถุประสงค์กองทุนแต่มีระเบียบ หลักเกณฑ์ แบบคําขอ เอกสาร ประเภท/วงเงินอุปกรณ์และกระบวนการเฉพาะ ไม่ใช้ระเบียบขอรับจัดสรรโครงการ พ.ศ. 2551 ข้อ 6(2)แทนคําขออุปกรณ์ กฎหมาย ระเบียบ และสถานะของเอกสารแก้ไขเพิ่มเติม — ณ วันที่ 2 กันยายน 2569 เอกสารเกี่ยวกับการแก้ไขกฎกระทรวงที่เผยแพร่ในระบบของสํานักกฎหมาย กรมการขนส่งทางบก ยังใช้ชื่อว่า "ร่างกฎกระทรวง" และ

"สรุปผลการรับฟังความคิดเห็น" เอกสารดังกล่าวจึงเป็นข้อมูลประกอบการพัฒนากฎหมาย ไม่ใช่กฎหมายที่มีผลใช้บังคับ การปฏิบัติต้องยึดกฎหมายและระเบียบที่มีผลอยู่จนกว่าจะมีฉบับแก้ไขประกาศในราชกิจจานุเบกษา แกนคําขอโครงการ/แผนงานและศึกษาวิจัยใช้ระเบียบคณะกรรมการกองทุนฯ ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขการขอรับจัดสรรเงินกองทุน พ.ศ. 2551 โดยข้อ 6 แยกโครงการ/แผนงานของกรมจากงานศึกษาวิจัยที่เปิดผู้ขอตามกรอบมากกว่า ภาพรวมวงจรการบริหารเงินกองทุน — วิชานี้ว่าด้วยกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน หรือ กปถ. ซึ่งตั้งอยู่ในกรมการขนส่งทางบก จุดมุ่งหมายคือใช้ทรัพยากรของกองทุนสนับสนุนและส่งเสริมความปลอดภัยบนถนน รวมทั้งช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากการใช้รถใช้ถนนตามกรอบกฎหมาย ไม่ใช่กองทุนอาชีวอนามัยหรือเงินทดแทนลูกจ้าง ระเบียบ พ.ศ. 2551 ทําหน้าที่เป็นทางเข้าของคําขอรับจัดสรรสําหรับโครงการหรือแผนงานลดอุบัติเหตุและงานศึกษาวิจัย ส่วนฐานจัดตั้ง แหล่งรายได้ อํานาจคณะกรรมการ

และประเภทการใช้จ่ายมาจากพระราชบัญญัติรถยนต์กับกฎกระทรวง จึงต้องอ่านเอกสารเป็นชุด ไม่หยิบชื่อระเบียบแล้วขยายอํานาจเกินตัวบท ชื่อทางการและขอบเขตของกองทุน — ชื่อทางการคือ "กองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน" ไม่ใช่กองทุนความปลอดภัยในการดําเนินงาน กองทุนสุขภาพแรงงาน กองทุนทดแทนผู้ประสบอันตรายจากการทํางาน หรือกองทุนความปลอดภัยในการใช้รถใช้แรงงาน ส่วนชื่อระเบียบเต็มมีคําว่า "หลักเกณฑ์และวิธีการขอรับจัดสรรเงินกองทุน" ความแม่นของชื่อไม่ใช่เรื่องรูปแบบอย่างเดียว เพราะคําว่าใช้รถใช้ถนนเชื่อมกับพระราชบัญญัติรถยนต์ รายได้จากการประมูลหมายเลขทะเบียน และภารกิจกรมการขนส่งทางบก ถ้าเปลี่ยนเป็นความปลอดภัยในการดําเนินงาน ผู้วิเคราะห์จะเผลออ้างสถานประกอบการ เงินสมทบ นายจ้าง ลูกจ้างหรือโรคจากการทํางานซึ่งไม่มีฐานในระเบียบนี้ ลําดับศักดิ์และบทบาทของเอกสารทางกฎหมาย — ชั้นบนสุดของเรื่องนี้คือพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ.

2522 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยฉบับที่ 12 พ.ศ. 2546 แล้วมีกฎกระทรวงว่าด้วยคณะกรรมการ การบริหารและการใช้จ่ายกองทุน จากนั้นจึงมีระเบียบคณะกรรมการ พ.ศ. 2551 คําสั่งแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ หลักเกณฑ์ปรับปรุง แบบคําขอ และระเบียบเฉพาะเรื่องภายหลัง พระราชบัญญัติกําหนดวัตถุประสงค์และฐานเงินของกองทุน ส่วนกฎกระทรวงกําหนดขอบเขตการใช้จ่ายกับอํานาจอนุมัติ ระเบียบ พ.ศ. 2551 แยกชนิดคําขอและวิธียื่น ส่วนหลักเกณฑ์ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2563 กับคู่มืออธิบายรายละเอียดคุณภาพโครงการ งบ ตัวชี้วัดและการติดตามในทางปฏิบัติ การจัดตั้งกองทุนและรายได้จากการประมูลหมายเลขทะเบียนรถ — พระราชบัญญัติรถยนต์ (ฉบับที่ 12) พ.ศ. 2546 เพิ่มบทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง และบทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง โดยเชื่อมค่าธรรมเนียมพิเศษจากการประมูลหมายเลขทะเบียนซึ่งเป็นที่ต้องการหรือเป็นที่นิยมเข้ากับกองทุน กองทุนจัดตั้งขึ้นในกรมการขนส่งทางบกเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2546

พระราชบัญญัติรถยนต์ฉบับแก้ไข พ.ศ. 2546 ให้อธิบดีนําหมายเลขทะเบียนซึ่งเป็นที่ต้องการหรือเป็นที่นิยมออกประมูล และจัดตั้งกองทุนในกรมการขนส่งทางบก รายได้จากการประมูลจึงถูกนํามาใช้สร้างประโยชน์สาธารณะด้านความปลอดภัยทางถนนแทนที่จะเป็นรายรับที่ไร้วัตถุประสงค์ วัตถุประสงค์ตามพระราชบัญญัติรถยนต์ — วัตถุประสงค์ระดับพระราชบัญญัติมีแกนสนับสนุนและส่งเสริมด้านความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน และให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยอันเกิดจากการใช้รถใช้ถนน แต่คําว่า "ช่วยเหลือ" ไม่ได้ทําให้ระเบียบ พ.ศ. 2551 กลายเป็นช่องจ่ายเงินชดเชยทุกความเสียหายโดยตรง การใช้เงินแต่ละแบบต้องลงในประเภทที่กฎกระทรวงกําหนด เช่น โครงการลดอุบัติเหตุ อุปกรณ์ช่วยเหลือผู้พิการ งานศึกษาวิจัย หรือค่าใช้จ่ายจัดประมูลและบริหารกองทุน และบางประเภทมีระเบียบเฉพาะต่างหาก ผู้สมัครจึงต้องเลือกช่องกฎหมายให้ตรง

สายคุณค่าของเงินกองทุน

  1. 1รายได้และฐานกฎหมาย
  2. 2คำขอและการกลั่นกรอง
  3. 3การอนุมัติและโอนเงิน
  4. 4การดำเนินงานและควบคุม
  5. 5ผลลัพธ์สาธารณะ
หัวข้อ 2

ประเภทใช้จ่าย คำขอ บทบาท อำนาจ และกระบวนการอนุมัติ

ประเภทการใช้จ่ายเงินตามกฎกระทรวง พ.ศ. 2547 — กฎกระทรวง พ.ศ. 2547 แยกการใช้จ่ายออกเป็นสี่กลุ่มสําคัญ ได้แก่ โครงการหรือแผนงานของกรมการขนส่งทางบกเพื่อป้องกันและลดอุบัติเหตุ ค่าอุปกรณ์ช่วยเหลือผู้พิการ งานศึกษาวิจัยเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน และค่าใช้จ่ายในการจัดประมูลหมายเลขทะเบียนรวมถึงการบริหารกองทุน แต่ละกลุ่มต้องใช้ช่องทางและหลักฐานที่ตรงกับวัตถุประสงค์ของตน รายงานทางการของกรมการขนส่งทางบกสรุปการใช้เงินสี่ด้าน ได้แก่ เงินช่วยเหลือ เงินอุดหนุนหรือค่าใช้จ่ายเพื่อลดอุบัติเหตุตามโครงการหรือแผนงานของกรม ค่าอุปกรณ์ช่วยเหลือผู้พิการจากภัยการใช้รถใช้ถนน ค่าใช้จ่ายสนับสนุนและส่งเสริมการศึกษาวิจัย และค่าใช้จ่ายจัดประมูล บริหารกองทุนหรือดําเนินการอื่นที่จําเป็น โครงสร้างคําขอรับจัดสรรเงินตามระเบียบ พ.ศ. 2551 — หลักฐานแบบคําขอและรายงานประชุมทางการยืนยันว่าข้อ 6 แบ่งอย่างน้อยสองสายสําคัญ: ข้อ 6 (1) การใช้เงินเพื่อโครงการหรือแผนงานด้านลดอุบัติเหตุของกรมการขนส่งทางบก และข้อ 6 (2) การส่งเสริม

สนับสนุน ช่วยเหลือหรืออุดหนุนสําหรับการศึกษาวิจัยเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน ความต่างอยู่ที่ทั้งลักษณะงานและฐานผู้เสนอ สายกิจกรรมทั่วไปผูกกับแผนกรม แม้บูรณาการหน่วยอื่นได้ ส่วนสายวิจัยเปิดให้หน่วยงานภายในหรือภายนอกเสนอได้เพราะกองทุนต้องการองค์ความรู้ หลักฐานและนวัตกรรมจากผู้เชี่ยวชาญหลายภาคส่วน โครงการหรือแผนงานของกรมการขนส่งทางบกตามข้อ 6 (1) — รายงานประจําปีของกรมอธิบายว่าตามขอบเขตนี้ หน่วยงานภายในกรมการขนส่งทางบกผู้ประสงค์รับการสนับสนุนยื่นคําขอและเอกสารต่อสํานักงานกองทุน โครงการอาจบูรณาการกับหน่วยงานภายนอกได้ แต่แกนต้องยังเป็นโครงการหรือแผนงานของกรมเพื่อการลดอุบัติเหตุ เหตุผลของการผูกกับกรมคือกฎกระทรวงใช้ถ้อยคําถึงโครงการหรือแผนงานของกรม มิใช่เปิดทุนกิจกรรมทั่วไปแก่บุคคลหรือนิติบุคคลใดก็ได้ หน่วยงานภายนอกจึงไม่กลายเป็นผู้มีสิทธิในสายนี้เพียงเพราะโครงการดีหรือเคยร่วมงานกับกรม

งานศึกษาวิจัยตามข้อ 6 (2) — รายงานประจําปีทางการระบุว่างานศึกษาวิจัยเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนอาจเป็นของหน่วยงานในหรือภายนอกกรมก็ได้ แบบคําขอทางการก็พิมพ์ชัดว่าเป็นการขอรับจัดสรรสําหรับการศึกษาวิจัยตามข้อ 6 (2) และเก็บข้อมูลสถานะหน่วยงาน การเงิน บุคลากร โครงการเดิมและแผนวิจัยอย่างละเอียด งานที่เข้าเกณฑ์ควรเป็นการศึกษาเพื่อให้ได้แนวทางประยุกต์ใช้ วิจัยและพัฒนาเพื่อความปลอดภัย หรือวิจัยเชิงประจักษ์เพื่อสืบค้นข้อเท็จจริง ไม่ใช่บทความรวบรวมทั่วไป การซื้อของแล้วสาธิต หรือการจัดอบรมที่ไม่มีคําถามวิจัยและวิธีวิเคราะห์ การยื่นคําขอและหน้าที่ให้ความร่วมมือตามข้อ 7 — รายงานประชุมคณะกรรมการกองทุนอ้างข้อ 7 ว่าผู้ขอในสายข้อ 6 (1) ต้องยื่นคําขอพร้อมเอกสารตามแบบ ณ กรมการขนส่งทางบก เพื่อนําเสนอคณะอนุกรรมการที่มีอํานาจพิจารณา และผู้ขอต้องร่วมมือในการชี้แจง ส่งข้อมูลเพิ่มเติมหรือให้ตรวจสอบข้อมูล

คําขอจึงไม่จบที่การส่งแบบครั้งแรก ผู้พิจารณาต้องตรวจทั้งข้อเท็จจริง ความจําเป็น งบ ความพร้อมและผลด้านความปลอดภัย ผู้ขอมีหน้าที่ทําให้ข้อมูลตรวจสอบได้ หากหลีกเลี่ยงการชี้แจงหรือไม่ให้ตรวจเอกสาร คณะอนุกรรมการสงวนสิทธิไม่พิจารณาคําขอได้ สถานะของผู้ยื่น ผู้ได้รับจัดสรร และหน่วยงานร่วมดําเนินงาน — ผู้ยื่นคือหน่วยที่ลงชื่อและรับผิดคําขอ ผู้ได้รับจัดสรรคือหน่วยที่ได้รับมติและมีหน้าที่ตามสัญญาหรือข้อตกลง ส่วนผู้ร่วมโครงการอาจเป็นตํารวจ โรงเรียน โรงพยาบาล มหาวิทยาลัย เอกชนหรือชุมชนที่ช่วยดําเนินกิจกรรม แต่ไม่จําเป็นต้องเป็นคู่รับเงินกองทุน การแยกสถานะสําคัญต่ออํานาจลงนาม บัญชีรับเงิน การจัดซื้อจัดจ้าง การถือครองครุภัณฑ์ ลิขสิทธิ์ข้อมูล การรายงานและความรับผิดเมื่อใช้เงินผิด ถ้าคําขอเขียนรวมว่า "เครือข่ายร่วมรับผิดชอบ" โดยไม่แจกหน้าที่ จะติดตามไม่ได้ว่าใครต้องแก้อะไร

คณะกรรมการ คณะอนุกรรมการ อธิบดี และสํานักงานกองทุน — กฎหมายวางคณะกรรมการกองทุนเป็นกลไกพิจารณาจัดสรรและอนุมัติใช้เงินตามวัตถุประสงค์และแผน ขณะเดียวกันคณะกรรมการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อทําหน้าที่ที่มอบหมายได้ สํานักงานกองทุนรับและตรวจคําขอ ประสานการกลั่นกรอง ติดตาม และดําเนินการทางธุรการ รายงานประชุมทางการอธิบายความต่างสําคัญว่า แม้กฎกระทรวงให้อธิบดีหรือผู้รับมอบหมายอนุมัติการจ่ายเงินได้ การจ่ายนั้นเกิดภายหลังโครงการได้รับอนุมัติใช้เงินจากคณะกรรมการหรือคณะอนุกรรมการที่ได้รับมอบอํานาจแล้ว อธิบดีจึงไม่ใช่ทางลัดอนุมัติโครงการแทนกลไกจัดสรร อํานาจอนุมัติภายในวงเงินไม่เกินห้าล้านบาท — เอกสารการประชุมคณะอนุกรรมการ ครั้งที่ 1/2563 ระบุอํานาจพิจารณาอนุมัติให้ใช้เงินตามข้อ 16 (1) แห่งกฎกระทรวง พ.ศ. 2547 ภายในวงเงินไม่เกิน 5,000,000 บาทต่อหนึ่งคําขอ ฐานวงเงินดังกล่าวอยู่ในคําสั่งแต่งตั้งและมอบอํานาจของคณะอนุกรรมการ มิใช่ถ้อยคําของข้อ 7 แห่งระเบียบ พ.ศ.

2551 และต้องตรวจคําสั่งที่ใช้บังคับในขณะพิจารณาจริง วาระคณะอนุกรรมการ พ.ศ. 2563 ระบุอํานาจพิจารณาอนุมัติโครงการตามกฎกระทรวงข้อ 16 (1) ในวงเงินไม่เกินห้าล้านบาทต่อหนึ่งคําขอ และคู่มือแผนภาพแยกคําขอในอํานาจคณะอนุกรรมการออกจากคําขอเกินวงเงินที่ต้องเสนอคณะกรรมการ กระบวนการตั้งแต่รับคําขอจนถึงการโอนเงิน — ขั้นปฏิบัติโดยทั่วไปเริ่มจากผู้ขอจัดทําแบบและหลักฐาน สํานักงานกองทุนตรวจ/จัดเตรียม คณะกลั่นกรองพิจารณาเบื้องต้น คณะอนุกรรมการสายโครงการหรือสายวิจัยพิจารณาตามอํานาจ และส่งคณะกรรมการเมื่อเกินอํานาจหรือกติกากําหนด หลังมติยังมีการรับรองรายงานประชุม แจ้งผล แก้รายละเอียดตามเงื่อนไข ทําสัญญาหรือข้อตกลง ตรวจอํานาจลงนาม แจ้งโอน และดําเนินการทางการเงิน ความต่างระหว่างหน่วยภายในกับภายนอกคือภายนอกมักต้องมีสัญญาและตรวจร่างละเอียดกว่า

  1. 1ระบุประเภทการใช้จ่ายและฐานกฎที่รองรับ
  2. 2เตรียมคำขอ ผลลัพธ์ งบ แผน ความเสี่ยง และเอกสารตามแบบ
  3. 3ส่วนงานตรวจความครบถ้วน สถานะผู้ยื่น และความสอดคล้องกับวัตถุประสงค์
  4. 4กลั่นกรองด้านเทคนิค งบ ความคุ้มค่า ความพร้อม และผลกระทบ
  5. 5เสนอผู้มีอำนาจอนุมัติตามวงเงินและเงื่อนไข
  6. 6ทำข้อตกลง โอนเงิน บันทึกเส้นฐาน และเริ่มติดตาม
อ่านสรุปฉบับเต็มทุกหัวข้อ
สมาชิก PRO ระบบจะจำหัวข้อที่อ่านค้างไว้ให้ด้วย
PRO 99 บาท/เดือน
เนื้อหาฉบับเต็มต้นฉบับจาก dlt.go.thเปิดต้นฉบับ

เนื้อหาสรุปนี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาส่วนบุคคล ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ หรือนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต

สรุปความรู้เกี่ยวกับกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน อ่านง่าย จำได้จริง | ติวสอบภาค ข | ติวสอบภาค ข