สารบัญ6 หัวข้อหลัก
- 1.ขอบเขต แหล่งเงิน ฐานกฎหมาย และวัตถุประสงค์ของกองทุน
- 2.ประเภทใช้จ่าย คำขอ บทบาท อำนาจ และกระบวนการอนุมัติ
- 3.การออกแบบโครงการ ตัวชี้วัด งบประมาณ และการจัดซื้อ
- 4.ค่าใช้จ่าย ทรัพย์สิน เทคโนโลยี การอบรม และงานวิจัย
- 5.การใช้เงิน รายงาน ตรวจสอบ ปิดโครงการ และความโปร่งใส
- 6.โครงการจังหวัด การช่วยผู้พิการ การสื่อสาร และการวัดผล
ขอบเขต แหล่งเงิน ฐานกฎหมาย และวัตถุประสงค์ของกองทุน
ความแตกต่างระหว่างกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนกับกองทุนทดแทนผู้ประสบภัย — กองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน หรือ กปถ. อยู่ในระบบกรมการขนส่งทางบกและเชื่อมรายได้จากการประมูลหมายเลขทะเบียนรถกับการป้องกัน/ลดอุบัติเหตุ งานวิจัย โครงการและความช่วยเหลือผู้พิการตามช่องกฎหมาย ไม่ใช่กองทุนจ่ายค่าเสียหายเบื้องต้นทั่วไปเมื่อรถไม่มีประกัน "กองทุนทดแทนผู้ประสบภัย" เป็นกลไกอีกฉบับภายใต้พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ มีวัตถุประสงค์/แหล่งเงิน/ผู้บริหาร/เหตุจ่าย/ระยะเวลาคําขอและการไล่เบี้ยเฉพาะ การเห็นคําว่าผู้ประสบอุบัติเหตุคล้ายกันไม่ทําให้รวมเป็นกองทุนเดียว แหล่งเงินและหลักประโยชน์สาธารณะของกองทุน — ฐานกฎหมายเปิดให้จัดหมายเลขทะเบียนที่เป็นที่ต้องการ/มีลักษณะพิเศษและนํารายได้หลังหักค่าใช้จ่ายเข้ากองทุน กลไกจึงเปลี่ยน ความเต็มใจชําระเพื่อใช้หมายเลขทะเบียนเพื่อหมายเลขเป็นทรัพยากรสาธารณะด้านความปลอดภัย ไม่ใช่ค่าธรรมเนียมต่อทะเบียนรถทุกคันหรือเบี้ยประกันภัย
กองทุนอาจมีเงิน/ทรัพย์จากแหล่งอื่นตามกฎหมาย เช่น ดอกผล เงินบริจาคหรือเงินที่กฎหมายกําหนด แต่ข้อสรุปต้องอิงถ้อยคําปัจจุบัน ไม่แต่งว่าเงินงบประมาณ/ประกันเป็นแหล่งหลักหากไม่มีหลักฐานบัญชีและฐานเฉพาะ ผู้เกี่ยวข้องและผู้รับประโยชน์จากการใช้เงินกองทุน — โครงการ/วิจัยที่ได้รับจัดสรรไม่ได้จ่ายสินไหมรายบุคคล แต่สร้างผลต่อผู้ใช้รถใช้ถนนผ่านมาตรการ คน ระบบและหลักฐาน ผู้ยื่น/ผู้รับเงิน/ผู้ร่วมงาน/กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ได้รับผลสุดท้ายจึงเป็นคนละบทบาทและต้องไม่ใช้แทนกัน การช่วยผู้พิการจากอุบัติเหตุทางถนนเป็นวัตถุประสงค์กองทุนแต่มีระเบียบ หลักเกณฑ์ แบบคําขอ เอกสาร ประเภท/วงเงินอุปกรณ์และกระบวนการเฉพาะ ไม่ใช้ระเบียบขอรับจัดสรรโครงการ พ.ศ. 2551 ข้อ 6(2)แทนคําขออุปกรณ์ กฎหมาย ระเบียบ และสถานะของเอกสารแก้ไขเพิ่มเติม — ณ วันที่ 2 กันยายน 2569 เอกสารเกี่ยวกับการแก้ไขกฎกระทรวงที่เผยแพร่ในระบบของสํานักกฎหมาย กรมการขนส่งทางบก ยังใช้ชื่อว่า "ร่างกฎกระทรวง" และ
"สรุปผลการรับฟังความคิดเห็น" เอกสารดังกล่าวจึงเป็นข้อมูลประกอบการพัฒนากฎหมาย ไม่ใช่กฎหมายที่มีผลใช้บังคับ การปฏิบัติต้องยึดกฎหมายและระเบียบที่มีผลอยู่จนกว่าจะมีฉบับแก้ไขประกาศในราชกิจจานุเบกษา แกนคําขอโครงการ/แผนงานและศึกษาวิจัยใช้ระเบียบคณะกรรมการกองทุนฯ ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขการขอรับจัดสรรเงินกองทุน พ.ศ. 2551 โดยข้อ 6 แยกโครงการ/แผนงานของกรมจากงานศึกษาวิจัยที่เปิดผู้ขอตามกรอบมากกว่า ภาพรวมวงจรการบริหารเงินกองทุน — วิชานี้ว่าด้วยกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน หรือ กปถ. ซึ่งตั้งอยู่ในกรมการขนส่งทางบก จุดมุ่งหมายคือใช้ทรัพยากรของกองทุนสนับสนุนและส่งเสริมความปลอดภัยบนถนน รวมทั้งช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากการใช้รถใช้ถนนตามกรอบกฎหมาย ไม่ใช่กองทุนอาชีวอนามัยหรือเงินทดแทนลูกจ้าง ระเบียบ พ.ศ. 2551 ทําหน้าที่เป็นทางเข้าของคําขอรับจัดสรรสําหรับโครงการหรือแผนงานลดอุบัติเหตุและงานศึกษาวิจัย ส่วนฐานจัดตั้ง แหล่งรายได้ อํานาจคณะกรรมการ
และประเภทการใช้จ่ายมาจากพระราชบัญญัติรถยนต์กับกฎกระทรวง จึงต้องอ่านเอกสารเป็นชุด ไม่หยิบชื่อระเบียบแล้วขยายอํานาจเกินตัวบท ชื่อทางการและขอบเขตของกองทุน — ชื่อทางการคือ "กองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน" ไม่ใช่กองทุนความปลอดภัยในการดําเนินงาน กองทุนสุขภาพแรงงาน กองทุนทดแทนผู้ประสบอันตรายจากการทํางาน หรือกองทุนความปลอดภัยในการใช้รถใช้แรงงาน ส่วนชื่อระเบียบเต็มมีคําว่า "หลักเกณฑ์และวิธีการขอรับจัดสรรเงินกองทุน" ความแม่นของชื่อไม่ใช่เรื่องรูปแบบอย่างเดียว เพราะคําว่าใช้รถใช้ถนนเชื่อมกับพระราชบัญญัติรถยนต์ รายได้จากการประมูลหมายเลขทะเบียน และภารกิจกรมการขนส่งทางบก ถ้าเปลี่ยนเป็นความปลอดภัยในการดําเนินงาน ผู้วิเคราะห์จะเผลออ้างสถานประกอบการ เงินสมทบ นายจ้าง ลูกจ้างหรือโรคจากการทํางานซึ่งไม่มีฐานในระเบียบนี้ ลําดับศักดิ์และบทบาทของเอกสารทางกฎหมาย — ชั้นบนสุดของเรื่องนี้คือพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ.
2522 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยฉบับที่ 12 พ.ศ. 2546 แล้วมีกฎกระทรวงว่าด้วยคณะกรรมการ การบริหารและการใช้จ่ายกองทุน จากนั้นจึงมีระเบียบคณะกรรมการ พ.ศ. 2551 คําสั่งแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ หลักเกณฑ์ปรับปรุง แบบคําขอ และระเบียบเฉพาะเรื่องภายหลัง พระราชบัญญัติกําหนดวัตถุประสงค์และฐานเงินของกองทุน ส่วนกฎกระทรวงกําหนดขอบเขตการใช้จ่ายกับอํานาจอนุมัติ ระเบียบ พ.ศ. 2551 แยกชนิดคําขอและวิธียื่น ส่วนหลักเกณฑ์ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2563 กับคู่มืออธิบายรายละเอียดคุณภาพโครงการ งบ ตัวชี้วัดและการติดตามในทางปฏิบัติ การจัดตั้งกองทุนและรายได้จากการประมูลหมายเลขทะเบียนรถ — พระราชบัญญัติรถยนต์ (ฉบับที่ 12) พ.ศ. 2546 เพิ่มบทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง และบทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง โดยเชื่อมค่าธรรมเนียมพิเศษจากการประมูลหมายเลขทะเบียนซึ่งเป็นที่ต้องการหรือเป็นที่นิยมเข้ากับกองทุน กองทุนจัดตั้งขึ้นในกรมการขนส่งทางบกเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2546
พระราชบัญญัติรถยนต์ฉบับแก้ไข พ.ศ. 2546 ให้อธิบดีนําหมายเลขทะเบียนซึ่งเป็นที่ต้องการหรือเป็นที่นิยมออกประมูล และจัดตั้งกองทุนในกรมการขนส่งทางบก รายได้จากการประมูลจึงถูกนํามาใช้สร้างประโยชน์สาธารณะด้านความปลอดภัยทางถนนแทนที่จะเป็นรายรับที่ไร้วัตถุประสงค์ วัตถุประสงค์ตามพระราชบัญญัติรถยนต์ — วัตถุประสงค์ระดับพระราชบัญญัติมีแกนสนับสนุนและส่งเสริมด้านความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน และให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยอันเกิดจากการใช้รถใช้ถนน แต่คําว่า "ช่วยเหลือ" ไม่ได้ทําให้ระเบียบ พ.ศ. 2551 กลายเป็นช่องจ่ายเงินชดเชยทุกความเสียหายโดยตรง การใช้เงินแต่ละแบบต้องลงในประเภทที่กฎกระทรวงกําหนด เช่น โครงการลดอุบัติเหตุ อุปกรณ์ช่วยเหลือผู้พิการ งานศึกษาวิจัย หรือค่าใช้จ่ายจัดประมูลและบริหารกองทุน และบางประเภทมีระเบียบเฉพาะต่างหาก ผู้สมัครจึงต้องเลือกช่องกฎหมายให้ตรง
สายคุณค่าของเงินกองทุน
- 1รายได้และฐานกฎหมาย
- 2คำขอและการกลั่นกรอง
- 3การอนุมัติและโอนเงิน
- 4การดำเนินงานและควบคุม
- 5ผลลัพธ์สาธารณะ
ประเภทใช้จ่าย คำขอ บทบาท อำนาจ และกระบวนการอนุมัติ
ประเภทการใช้จ่ายเงินตามกฎกระทรวง พ.ศ. 2547 — กฎกระทรวง พ.ศ. 2547 แยกการใช้จ่ายออกเป็นสี่กลุ่มสําคัญ ได้แก่ โครงการหรือแผนงานของกรมการขนส่งทางบกเพื่อป้องกันและลดอุบัติเหตุ ค่าอุปกรณ์ช่วยเหลือผู้พิการ งานศึกษาวิจัยเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน และค่าใช้จ่ายในการจัดประมูลหมายเลขทะเบียนรวมถึงการบริหารกองทุน แต่ละกลุ่มต้องใช้ช่องทางและหลักฐานที่ตรงกับวัตถุประสงค์ของตน รายงานทางการของกรมการขนส่งทางบกสรุปการใช้เงินสี่ด้าน ได้แก่ เงินช่วยเหลือ เงินอุดหนุนหรือค่าใช้จ่ายเพื่อลดอุบัติเหตุตามโครงการหรือแผนงานของกรม ค่าอุปกรณ์ช่วยเหลือผู้พิการจากภัยการใช้รถใช้ถนน ค่าใช้จ่ายสนับสนุนและส่งเสริมการศึกษาวิจัย และค่าใช้จ่ายจัดประมูล บริหารกองทุนหรือดําเนินการอื่นที่จําเป็น โครงสร้างคําขอรับจัดสรรเงินตามระเบียบ พ.ศ. 2551 — หลักฐานแบบคําขอและรายงานประชุมทางการยืนยันว่าข้อ 6 แบ่งอย่างน้อยสองสายสําคัญ: ข้อ 6 (1) การใช้เงินเพื่อโครงการหรือแผนงานด้านลดอุบัติเหตุของกรมการขนส่งทางบก และข้อ 6 (2) การส่งเสริม
สนับสนุน ช่วยเหลือหรืออุดหนุนสําหรับการศึกษาวิจัยเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน ความต่างอยู่ที่ทั้งลักษณะงานและฐานผู้เสนอ สายกิจกรรมทั่วไปผูกกับแผนกรม แม้บูรณาการหน่วยอื่นได้ ส่วนสายวิจัยเปิดให้หน่วยงานภายในหรือภายนอกเสนอได้เพราะกองทุนต้องการองค์ความรู้ หลักฐานและนวัตกรรมจากผู้เชี่ยวชาญหลายภาคส่วน โครงการหรือแผนงานของกรมการขนส่งทางบกตามข้อ 6 (1) — รายงานประจําปีของกรมอธิบายว่าตามขอบเขตนี้ หน่วยงานภายในกรมการขนส่งทางบกผู้ประสงค์รับการสนับสนุนยื่นคําขอและเอกสารต่อสํานักงานกองทุน โครงการอาจบูรณาการกับหน่วยงานภายนอกได้ แต่แกนต้องยังเป็นโครงการหรือแผนงานของกรมเพื่อการลดอุบัติเหตุ เหตุผลของการผูกกับกรมคือกฎกระทรวงใช้ถ้อยคําถึงโครงการหรือแผนงานของกรม มิใช่เปิดทุนกิจกรรมทั่วไปแก่บุคคลหรือนิติบุคคลใดก็ได้ หน่วยงานภายนอกจึงไม่กลายเป็นผู้มีสิทธิในสายนี้เพียงเพราะโครงการดีหรือเคยร่วมงานกับกรม
งานศึกษาวิจัยตามข้อ 6 (2) — รายงานประจําปีทางการระบุว่างานศึกษาวิจัยเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนอาจเป็นของหน่วยงานในหรือภายนอกกรมก็ได้ แบบคําขอทางการก็พิมพ์ชัดว่าเป็นการขอรับจัดสรรสําหรับการศึกษาวิจัยตามข้อ 6 (2) และเก็บข้อมูลสถานะหน่วยงาน การเงิน บุคลากร โครงการเดิมและแผนวิจัยอย่างละเอียด งานที่เข้าเกณฑ์ควรเป็นการศึกษาเพื่อให้ได้แนวทางประยุกต์ใช้ วิจัยและพัฒนาเพื่อความปลอดภัย หรือวิจัยเชิงประจักษ์เพื่อสืบค้นข้อเท็จจริง ไม่ใช่บทความรวบรวมทั่วไป การซื้อของแล้วสาธิต หรือการจัดอบรมที่ไม่มีคําถามวิจัยและวิธีวิเคราะห์ การยื่นคําขอและหน้าที่ให้ความร่วมมือตามข้อ 7 — รายงานประชุมคณะกรรมการกองทุนอ้างข้อ 7 ว่าผู้ขอในสายข้อ 6 (1) ต้องยื่นคําขอพร้อมเอกสารตามแบบ ณ กรมการขนส่งทางบก เพื่อนําเสนอคณะอนุกรรมการที่มีอํานาจพิจารณา และผู้ขอต้องร่วมมือในการชี้แจง ส่งข้อมูลเพิ่มเติมหรือให้ตรวจสอบข้อมูล
คําขอจึงไม่จบที่การส่งแบบครั้งแรก ผู้พิจารณาต้องตรวจทั้งข้อเท็จจริง ความจําเป็น งบ ความพร้อมและผลด้านความปลอดภัย ผู้ขอมีหน้าที่ทําให้ข้อมูลตรวจสอบได้ หากหลีกเลี่ยงการชี้แจงหรือไม่ให้ตรวจเอกสาร คณะอนุกรรมการสงวนสิทธิไม่พิจารณาคําขอได้ สถานะของผู้ยื่น ผู้ได้รับจัดสรร และหน่วยงานร่วมดําเนินงาน — ผู้ยื่นคือหน่วยที่ลงชื่อและรับผิดคําขอ ผู้ได้รับจัดสรรคือหน่วยที่ได้รับมติและมีหน้าที่ตามสัญญาหรือข้อตกลง ส่วนผู้ร่วมโครงการอาจเป็นตํารวจ โรงเรียน โรงพยาบาล มหาวิทยาลัย เอกชนหรือชุมชนที่ช่วยดําเนินกิจกรรม แต่ไม่จําเป็นต้องเป็นคู่รับเงินกองทุน การแยกสถานะสําคัญต่ออํานาจลงนาม บัญชีรับเงิน การจัดซื้อจัดจ้าง การถือครองครุภัณฑ์ ลิขสิทธิ์ข้อมูล การรายงานและความรับผิดเมื่อใช้เงินผิด ถ้าคําขอเขียนรวมว่า "เครือข่ายร่วมรับผิดชอบ" โดยไม่แจกหน้าที่ จะติดตามไม่ได้ว่าใครต้องแก้อะไร
คณะกรรมการ คณะอนุกรรมการ อธิบดี และสํานักงานกองทุน — กฎหมายวางคณะกรรมการกองทุนเป็นกลไกพิจารณาจัดสรรและอนุมัติใช้เงินตามวัตถุประสงค์และแผน ขณะเดียวกันคณะกรรมการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อทําหน้าที่ที่มอบหมายได้ สํานักงานกองทุนรับและตรวจคําขอ ประสานการกลั่นกรอง ติดตาม และดําเนินการทางธุรการ รายงานประชุมทางการอธิบายความต่างสําคัญว่า แม้กฎกระทรวงให้อธิบดีหรือผู้รับมอบหมายอนุมัติการจ่ายเงินได้ การจ่ายนั้นเกิดภายหลังโครงการได้รับอนุมัติใช้เงินจากคณะกรรมการหรือคณะอนุกรรมการที่ได้รับมอบอํานาจแล้ว อธิบดีจึงไม่ใช่ทางลัดอนุมัติโครงการแทนกลไกจัดสรร อํานาจอนุมัติภายในวงเงินไม่เกินห้าล้านบาท — เอกสารการประชุมคณะอนุกรรมการ ครั้งที่ 1/2563 ระบุอํานาจพิจารณาอนุมัติให้ใช้เงินตามข้อ 16 (1) แห่งกฎกระทรวง พ.ศ. 2547 ภายในวงเงินไม่เกิน 5,000,000 บาทต่อหนึ่งคําขอ ฐานวงเงินดังกล่าวอยู่ในคําสั่งแต่งตั้งและมอบอํานาจของคณะอนุกรรมการ มิใช่ถ้อยคําของข้อ 7 แห่งระเบียบ พ.ศ.
2551 และต้องตรวจคําสั่งที่ใช้บังคับในขณะพิจารณาจริง วาระคณะอนุกรรมการ พ.ศ. 2563 ระบุอํานาจพิจารณาอนุมัติโครงการตามกฎกระทรวงข้อ 16 (1) ในวงเงินไม่เกินห้าล้านบาทต่อหนึ่งคําขอ และคู่มือแผนภาพแยกคําขอในอํานาจคณะอนุกรรมการออกจากคําขอเกินวงเงินที่ต้องเสนอคณะกรรมการ กระบวนการตั้งแต่รับคําขอจนถึงการโอนเงิน — ขั้นปฏิบัติโดยทั่วไปเริ่มจากผู้ขอจัดทําแบบและหลักฐาน สํานักงานกองทุนตรวจ/จัดเตรียม คณะกลั่นกรองพิจารณาเบื้องต้น คณะอนุกรรมการสายโครงการหรือสายวิจัยพิจารณาตามอํานาจ และส่งคณะกรรมการเมื่อเกินอํานาจหรือกติกากําหนด หลังมติยังมีการรับรองรายงานประชุม แจ้งผล แก้รายละเอียดตามเงื่อนไข ทําสัญญาหรือข้อตกลง ตรวจอํานาจลงนาม แจ้งโอน และดําเนินการทางการเงิน ความต่างระหว่างหน่วยภายในกับภายนอกคือภายนอกมักต้องมีสัญญาและตรวจร่างละเอียดกว่า
- 1ระบุประเภทการใช้จ่ายและฐานกฎที่รองรับ
- 2เตรียมคำขอ ผลลัพธ์ งบ แผน ความเสี่ยง และเอกสารตามแบบ
- 3ส่วนงานตรวจความครบถ้วน สถานะผู้ยื่น และความสอดคล้องกับวัตถุประสงค์
- 4กลั่นกรองด้านเทคนิค งบ ความคุ้มค่า ความพร้อม และผลกระทบ
- 5เสนอผู้มีอำนาจอนุมัติตามวงเงินและเงื่อนไข
- 6ทำข้อตกลง โอนเงิน บันทึกเส้นฐาน และเริ่มติดตาม
เนื้อหาสรุปนี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาส่วนบุคคล ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ หรือนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต