สารบัญ13 หัวข้อหลัก
- 1.บทนำ — ขอบเขตและฐานอ้างอิง
- 2.ยุทธศาสตร์แผน ปภ. แห่งชาติ พ.ศ. 2564–2570
- 3.ทฤษฎีการเปลี่ยนแปลงและ Logic Model
- 4.Rolling Plan และแผนในภาวะไม่แน่นอน
- 5.สูตรส่วนต่างและการคาดการณ์
- 6.ควบคุมการเปลี่ยนแปลงกลางปี
- 7.เกณฑ์ประเมิน OECD DAC 6 มิติ
- 8.โครงการข้ามหน่วยงานและการลดความซ้ำซ้อน
- 9.Gantt, Milestone, Critical Path และ PDCA
- 10.Monitoring, Evaluation และ Learning ต่างกันอย่างไร
- 11.GIS, Remote Sensing และข้อมูลเชิงพื้นที่
- 12.ธรรมาภิบาลข้อมูลและ Single Source of Truth
- 13.Machine Learning: Accuracy รวมไม่พอ
บทนำ — ขอบเขตและฐานอ้างอิง
ขอบเขตและฐานอ้างอิง
- แผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ พ.ศ. 2564–2570 — ใช้กับส่วนใด: กรอบแม่บทการจัดการความเสี่ยงจากสาธารณภัยของไทย การลดความเสี่ยง การจัดการฉุกเฉิน การฟื้นฟู และความร่วมมือ
- Sendai Framework for Disaster Risk Reduction 2015–2030 — ใช้กับส่วนใด: เข้าใจความเสี่ยง ธรรมาภิบาล ลงทุนเพื่อความยืดหยุ่น และเตรียมพร้อม/Build Back Better
- หลักวิเคราะห์นโยบายและการบริหารมุ่งผลสัมฤทธิ์ — ใช้กับส่วนใด: นิยามปัญหา ทางเลือก หลักฐาน ผลกระจาย Logic Model KPI Monitoring และ Evaluation
- หลักบริหารความเสี่ยง — ใช้กับส่วนใด: บริบท ระบุ วิเคราะห์ ประเมิน ตอบสนอง เจ้าของความเสี่ยง ติดตาม สื่อสาร และ residual risk
- ธรรมาภิบาลข้อมูลภาครัฐและแนวทาง ETDA — ใช้กับส่วนใด: คุณภาพ เจ้าของข้อมูล การเชื่อมโยง ความมั่นคงปลอดภัย ความเป็นส่วนตัว และการใช้ข้อมูลอย่างรับผิดชอบ
- ขอบเขตคำถาม 150 ข้อ — ใช้กับส่วนใด: เน้นสถานการณ์จริงและการเลือกวิธีที่เหมาะกับข้อจำกัด ไม่ใช่จำชื่อเครื่องมือโดยไม่เข้าใจเงื่อนไข
เนื้อหาใช้แผน ปภ. พ.ศ. 2564–2570 ซึ่งยังเป็นกรอบในปี 2569 และแยก หลักบริหารทั่วไป ออกจาก ข้อกำหนดกฎหมาย/แผนเฉพาะพื้นที่ ที่ต้องตรวจฉบับปัจจุบันก่อนใช้จริง
กรอบคิดจากนโยบายสู่ความปลอดภัยของประชาชน
- 1เข้าใจ hazard, exposure, vulnerability, capacity และผลกระทบที่ยอมรับไม่ได้
- 2นิยามปัญหา ขอบเขต พื้นที่ ประชากร กลุ่มเปราะบาง สาเหตุ และข้อมูลฐาน
- 3กำหนดผลลัพธ์ความปลอดภัยและความยืดหยุ่น ไม่เริ่มจากรายการอุปกรณ์
- 4สร้างทางเลือกทั้งโครงสร้าง ไม่ใช่โครงสร้าง เทคโนโลยี กติกา การสื่อสาร และไม่ทำ
- 5เปรียบเทียบประสิทธิผล ต้นทุน ผลกระจาย สิทธิ ความเสี่ยง ความพร้อม และความยั่งยืน
- 6วางแผน ดำเนินการ ติดตาม และปรับแบบ adaptive ตาม trigger
- 7ประเมินผลต่อชีวิต ทรัพย์สิน บริการ ความเชื่อมั่น และการฟื้นตัว แล้วใช้บทเรียนลดความเสี่ยงรอบใหม่
การตัดสินใจซื้อเครื่องสูบน้ำ ระบบเตือนภัย หรือศูนย์บัญชาการก่อนวิเคราะห์ปัญหาเป็น solution-first bias ควรย้อนกลับไปนิยามความเสี่ยงและผลลัพธ์ก่อน
| องค์ประกอบ | ความหมาย | ตัวอย่าง |
|---|---|---|
| Hazard — ภัย | เหตุการณ์/กระบวนการที่อาจก่ออันตราย รวมความรุนแรง ความถี่ ระยะเวลา และพื้นที่ | ฝนหนัก แผ่นดินไหว ไฟป่า สารเคมี หรือระบบล่ม |
| Exposure — การเปิดรับ | คน ทรัพย์สิน ระบบ บริการ และสิ่งแวดล้อมที่อยู่ในพื้นที่อาจได้รับผล | บ้าน โรงพยาบาล ถนน และประชาชนในพื้นที่น้ำหลาก |
| Vulnerability — ความเปราะบาง | เงื่อนไขทำให้เสียหายง่ายหรือฟื้นตัวยาก | อาคารไม่แข็งแรง รายได้น้อย ผู้สูงอายุ ภาษา หรือไม่มีพาหนะ |
| Capacity — ศักยภาพ | ทรัพยากร ความรู้ เครือข่าย โครงสร้าง และสถาบันที่ป้องกัน ตอบ และฟื้นได้ | ทีมกู้ภัย แผนอพยพ เงินสำรอง และระบบสื่อสาร |
| Consequence — ผลกระทบ | ชีวิต สุขภาพ ทรัพย์สิน เศรษฐกิจ บริการ สิ่งแวดล้อม วัฒนธรรม และความเชื่อมั่น | เสียชีวิต โรงพยาบาลหยุด และรายได้ชุมชนหาย |
| Disaster Risk | เกิดจากปฏิสัมพันธ์ของภัย การเปิดรับ ความเปราะบาง และศักยภาพ ไม่ใช่ภัยธรรมชาติอย่างเดียว | ฝนเท่ากันแต่ผลต่างเพราะผังเมือง ระบบระบายน้ำ และการเตือน |
สูตรเชิงแนวคิดที่ใช้จำได้คือ Risk ∝ Hazard × Exposure × Vulnerability ÷ Capacity แต่การคำนวณจริงอาจใช้แบบจำลองและหน่วยต่างกัน จึงไม่เอาหลักสรุปไปแทนการประเมินเชิงวิศวกรรม
วงจรการจัดการความเสี่ยงจากสาธารณภัย
- Prevention — งานหลัก: หลีกเลี่ยงการสร้างความเสี่ยงใหม่ เช่น ผังเมือง มาตรฐานก่อสร้าง และไม่ตั้งโครงสร้างสำคัญในเขตอันตราย
- Mitigation — งานหลัก: ลดความรุนแรง/การเปิดรับ/ความเปราะบางด้วยมาตรการโครงสร้างและไม่ใช่โครงสร้าง
- Preparedness — งานหลัก: แผนเผชิญเหตุ ระบบเตือนภัย การฝึก ซ้อม คลังสำรอง การสื่อสาร และความพร้อมต่อเนื่อง
- Response — งานหลัก: บัญชาการ ค้นหา กู้ภัย อพยพ แพทย์ฉุกเฉิน ที่พักพิง โลจิสติกส์ ข้อมูล และคุ้มครอง
- Recovery — งานหลัก: ฟื้นบริการ เศรษฐกิจ สังคม จิตใจ และโครงสร้าง พร้อมลดความเสี่ยงเดิม
- Build Back Better — งานหลัก: ฟื้นฟูให้ปลอดภัย ยืดหยุ่น และเป็นธรรมกว่าเดิม ไม่สร้างซ้ำในแบบเปราะบางเดิม
ไม่ควรเลือก Prevention หรือ Response แบบตัดขาด ต้องจัดพอร์ตลงทุนตามความเสี่ยง: ลดความเสี่ยงล่วงหน้า เตรียมพร้อมตอบ และมีความพร้อมฟื้นฟู เพราะไม่มีมาตรการใดลดความเสี่ยงเป็นศูนย์
Sendai Framework — 4 ลำดับความสำคัญ
- 1 Understanding disaster risk — ความหมายประยุกต์: ข้อมูลภัย การเปิดรับ ความเปราะบาง ศักยภาพ แบบจำลอง ความรู้ท้องถิ่น การสื่อสารความไม่แน่นอน และข้อมูลแยกกลุ่ม
- 2 Strengthening disaster risk governance — ความหมายประยุกต์: บทบาท กฎหมาย แผน เจ้าภาพ การประสาน ข้อมูลร่วม ความรับผิดรับชอบ และการมีส่วนร่วมทุกภาคส่วน
- 3 Investing in DRR for resilience — ความหมายประยุกต์: ลงทุนทั้งโครงสร้างและไม่ใช่โครงสร้าง โครงสร้างพื้นฐานยืดหยุ่น ระบบนิเวศ ประกัน การเงิน และบำรุงรักษา
- 4 Preparedness and Build Back Better — ความหมายประยุกต์: เตรียมพร้อมตอบอย่างมีประสิทธิผล และใช้การฟื้นฟู/บูรณะเป็นโอกาสลดความเสี่ยงเดิม
Sendai 2015–2030 มี 7 เป้าหมายโลกและ 4 Priority แก่นคือเปลี่ยนจากรอจัดการภัยหลังเกิดเป็นป้องกันความเสี่ยงใหม่ ลดความเสี่ยงเดิม และเสริมความยืดหยุ่น
ยุทธศาสตร์แผน ปภ. แห่งชาติ พ.ศ. 2564–2570
- 1 การมุ่งเน้นการลดความเสี่ยงจากสาธารณภัย — พัฒนาและส่งเสริมความเข้าใจความเสี่ยง ป้องกันความเสี่ยงใหม่ ลดความเสี่ยงเดิม และให้ทุกภาคส่วนสร้างแนวปฏิบัติร่วมกัน
- 2 การเพิ่มประสิทธิภาพระบบบริหารจัดการและการประยุกต์ใช้นวัตกรรมด้านสาธารณภัย — พัฒนาคนเป็นศูนย์กลาง ระบบบริหาร องค์ความรู้ การสื่อสารความเสี่ยง เทคโนโลยี และการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
- 3 การส่งเสริมความเป็นหุ้นส่วนระหว่างประเทศในการจัดการความเสี่ยงจากสาธารณภัย — สร้างหุ้นส่วน แลกเปลี่ยนความรู้ ประสานความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม ยกระดับมาตรฐาน และบทบาทนำระหว่างประเทศ
- 4 การจัดการในภาวะฉุกเฉินแบบบูรณาการ — ยกระดับมาตรฐานและเอกภาพของการบัญชาการ/เผชิญเหตุ พัฒนาเครื่องมือสนับสนุน และช่วยเหลือบรรเทาทุกข์อย่างรวดเร็วทั่วถึง
- 5 การเพิ่มประสิทธิภาพการฟื้นฟูอย่างยั่งยืน — ประเมินความเสี่ยงและความต้องการหลังภัย ฟื้นบริการ ชีวิต เศรษฐกิจ และ Build Back Better and Safer โดยคำนึงความเป็นธรรม
ถ้อยคำรายละเอียดอาจจัดหมวดตามบทของแผน แต่หลักที่ต้องใช้ตอบคือ ลดความเสี่ยง–บูรณาการฉุกเฉิน–ฟื้นฟูยั่งยืน–นวัตกรรม/หุ้นส่วน และมีบทบาทจากชาติถึงชุมชน
วงจรบริหารแผนและงบประมาณ
- 1วิเคราะห์สถานการณ์ ปัญหา ความต้องการ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ผลเดิม และข้อจำกัด
- 2กำหนดผลที่ต้องการและทฤษฎีการเปลี่ยนแปลง
- 3แปลงเป็นแผนปฏิบัติการ: กิจกรรม ผู้รับผิดชอบ เวลา ทรัพยากร ความเสี่ยง และ KPI
- 4คำนวณต้นทุนและจัดทำคำของบ พร้อมหลักฐานความจำเป็น ความพร้อม และผลประโยชน์
- 5กลั่นกรองและจัดลำดับตามกฎหมาย ภารกิจ ผลสัมฤทธิ์ ความคุ้มค่า ความเสี่ยง และวงเงิน
- 6อนุมัติ/จัดสรร แล้วดำเนินงาน จัดซื้อ เบิกจ่าย และบันทึกตามกฎหมายเฉพาะ
- 7ติดตามงาน–เวลา–ต้นทุน–ผลลัพธ์ เปรียบเทียบแผนและอธิบายส่วนต่าง
- 8ควบคุมการเปลี่ยนแปลง แก้ความเสี่ยง และคาดการณ์จนจบ
- 9รายงานอย่างโปร่งใส ประเมินผล ใช้บทเรียนในแผนและคำของบรอบถัดไป
| เอกสาร | คำถามที่ตอบ | ระดับรายละเอียด |
|---|---|---|
| แผนยุทธศาสตร์ | จะมุ่งไปไหนและเลือกแนวทางใด | วิสัยทัศน์ เป้าประสงค์ ประเด็นยุทธศาสตร์ ตัวชี้วัดระดับผลลัพธ์ ระยะกลาง/ยาว |
| แผนปฏิบัติการ | ปีนี้ใครทำอะไร เมื่อใด ใช้อะไร และวัดอย่างไร | งาน/โครงการ กิจกรรม เวลา ผู้รับผิดชอบ งบ KPI ความเสี่ยง |
| ข้อเสนอโครงการ | โครงการหนึ่งแก้ปัญหาอย่างไรและคุ้มค่าหรือไม่ | เหตุผล วัตถุประสงค์ กลุ่มเป้าหมาย วิธีดำเนิน ต้นทุน ผลลัพธ์ ความเสี่ยง |
| คำขอตั้งงบประมาณ | หน่วยต้องการวงเงินเท่าใดเพื่อผลใด | วัตถุประสงค์ แผนปฏิบัติ/ใช้จ่าย ผลสัมฤทธิ์ เงินนอกงบ ต้นทุน และหลักฐาน |
| รายงานผล | เกิดอะไร เทียบแผนแล้วเป็นอย่างไร เพราะเหตุใด และทำต่ออย่างไร | ผลจริง งบจริง ส่วนต่าง สาเหตุ ความเสี่ยง แนวแก้ และหลักฐาน |
| รายงานประเมิน | โครงการมีคุณค่า ผล และบทเรียนอะไร | คำถาม วิธี ข้อมูล ข้อค้นพบ การตีความ ข้อจำกัด ข้อเสนอแนะ |
แผนปฏิบัติการไม่ใช่รายงานการเงินย้อนหลัง และคำของบไม่ใช่แผนยุทธศาสตร์ แม้เอกสารเหล่านี้ต้องเชื่อมโยงกัน
ขั้นตอนจัดทำแผนปฏิบัติการ
- 1ทบทวนอำนาจหน้าที่ นโยบาย ยุทธศาสตร์ แผนระดับบน และผลปีที่ผ่านมา
- 2วิเคราะห์สถานการณ์ ปัญหา สาเหตุ ความต้องการ ช่องว่างบริการ และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
- 3กำหนดเป้าประสงค์และผลลัพธ์ที่ชัด พร้อม baseline
- 4ออกแบบทางเลือกและเลือกกิจกรรมที่มีเหตุผลเชื่อมสู่ผลลัพธ์
- 5แตกงาน กำหนดผลส่งมอบ ผู้รับผิดชอบ ผู้ร่วม กรอบเวลา และจุดตัดสินใจ
- 6ประมาณทรัพยากร/ต้นทุน/กระแสใช้จ่ายและตรวจความพร้อม
- 7กำหนด KPI ค่าเป้าหมาย แหล่งข้อมูล ความถี่ และผู้รายงาน
- 8ระบุสมมติฐาน ความเสี่ยง มาตรการตอบสนอง และ contingency
- 9รับฟังผู้ปฏิบัติ/ผู้รับบริการ ตรวจความสอดคล้อง ความซ้ำซ้อน และอนุมัติ
- 10สื่อสารแผน คุม version และเชื่อมกับคำของบ/ระบบติดตาม
ขั้นแรกไม่ใช่ใส่งบประมาณ แต่คือ เข้าใจสถานการณ์และกำหนดผลที่ต้องการ มิฉะนั้นกิจกรรมและตัวเลขจะไม่มีเหตุผลรองรับ
เครื่องมือวิเคราะห์สถานการณ์
- ข้อมูลฐานและแนวโน้ม — ใช้ตอบ: ปัญหาใหญ่แค่ไหน เปลี่ยนอย่างไร กลุ่มใดได้รับผล; ข้อควรระวัง: ต้องมีนิยาม ช่วงเวลา แหล่ง และการจำแนกกลุ่ม
- SWOT — ใช้ตอบ: จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส อุปสรรค; ข้อควรระวัง: เป็นรายการเริ่มต้น ไม่ใช่หลักฐานแทนการวิเคราะห์สาเหตุ
- PESTEL — ใช้ตอบ: การเมือง เศรษฐกิจ สังคม เทคโนโลยี สิ่งแวดล้อม กฎหมาย; ข้อควรระวัง: เลือกเฉพาะปัจจัยที่กระทบการตัดสินใจ
- Stakeholder analysis — ใช้ตอบ: ใครได้/เสีย มีอิทธิพล ความต้องการ และบทบาทใด; ข้อควรระวัง: ไม่รวมผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเป็นกลุ่มเดียว
- Problem tree — ใช้ตอบ: ปัญหาแกน สาเหตุราก และผลกระทบ; ข้อควรระวัง: จึงต้องแยกอาการกับสาเหตุ
- Root-cause analysis — ใช้ตอบ: 5 Whys, fishbone หรือข้อมูลกระบวนการเพื่อหาต้นเหตุ; ข้อควรระวัง: ต้องยืนยันด้วยหลักฐาน ไม่หยุดที่ความเห็น
- Scenario analysis — ใช้ตอบ: ถ้าสมมติฐานภายนอกเปลี่ยน แผนจะรับมืออย่างไร; ข้อควรระวัง: กำหนด trigger และการตอบสนอง ไม่ใช่ทำนายจุดเดียว
เนื้อหาสรุปนี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาส่วนบุคคล ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ หรือนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต