กลับไปทำข้อสอบวิชานี้

ความรู้เกี่ยวกับการเงินการคลังภาครัฐ เช่น งบประมาณ การเงิน บัญชี พัสดุ เป็นต้น

วงจรงบประมาณภาครัฐตั้งแต่กรอบนโยบาย คำขอ การอนุมัติ การบริหาร การบัญชี การพัสดุ การติดตาม และความรับผิด

6 หัวข้อ · อ่านประมาณ 49 นาที · มีต้นฉบับจาก old.parliament.go.th

เปิดเนื้อหาฉบับเต็ม
อ่านฟรีได้ 2 จาก 6 หัวข้อ33%
หัวข้อ 1

ระบบงบประมาณในฐานะกลไกกำกับเงินของรัฐ

การเงินการคลังภาครัฐเป็นระบบที่นําทรัพยากรของแผ่นดินไปตอบภารกิจสาธารณะภายใต้กฎหมาย แผน และการตรวจสอบ งบประมาณจึงไม่ใช่เพียงบัญชีรายรับรายจ่าย แต่เป็นคําอนุญาตให้หน่วยงานดําเนินงานตามวัตถุประสงค์และวงเงินที่ผ่านกระบวนการพิจารณา การอ่านเรื่องนี้ให้เชื่อมต่อกันต้องเริ่มจากจําแนกเงิน หน่วยงาน เอกสาร และผู้มีอํานาจ ก่อนตามผลของการตัดสินใจไปจนถึงการรายงานและความรับผิด ขอบเขตวิชาและแหล่งที่ยึด แกนเชื่อมโยงคือ พ.ร.บ.วิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2561 — เรื่องคือ ขอบเขตจากคลังการทบทวน ส่วนสาระคือ คําถาม 150 ข้อของวิชานี้วัดพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2561 เป็นหลัก โดยอ้างบทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง–52 ซ้ําในสถานการณ์การเงินการคลัง ขณะที่เรื่องคือ แหล่งหลัก ส่วนสาระคือ ตัวบทพระราชบัญญัติฉบับราชกิจจานุเบกษา เล่ม 135 ตอนที่ 92 ก วันที่ 11 พฤศจิกายน 2561 ซึ่งเผยแพร่โดยสํานักงบประมาณ ขณะที่เรื่องคือ วันที่ใช้บังคับ ส่วนสาระคือ วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา ขณะที่เรื่องคือ โครงกฎหมาย ส่วนสาระคือ 8 หมวด 61 มาตรา;

บทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง–61 เป็นบทเฉพาะกาล ขณะที่เรื่องคือ วิธีใช้สรุป ส่วนสาระคือ จําฐานอํานาจ ผู้อนุมัติ เอกสาร เงื่อนไขเวลา และผลทางความรับผิด แล้วจึงประยุกต์กับสถานการณ์ ขณะที่เรื่องคือ กฎหมายประกอบ ส่วนสาระคือ การเบิกจ่าย บัญชี และพัสดุยังต้องทําตามกฎหมาย/ระเบียบเฉพาะด้านนั้นด้วย พ.ร.บ.นี้ไม่แทนกฎหมายจัดซื้อจัดจ้างหรือระเบียบเบิกเงินจากคลัง สรุปนี้เขียนใหม่จากตัวบท ไม่ใช้สรุปเก่าที่มีตัวเลข “กันเงิน 2 ปี” เพราะบทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง–44 กําหนดจริงเป็น ไม่เกิน 6 เดือน และเมื่อจําเป็นตกลงขยายได้อีกไม่เกิน 6 เดือน แผนที่กฎหมาย 8 หมวด — หมวดคือ 1 บททั่วไป ส่วนมาตราคือ 6–9 ส่วนแกนเรื่องคือ ประสิทธิภาพ โปร่งใส ผลสัมฤทธิ์ ผู้ประสานงบประมาณ ขณะที่หมวดคือ 2 ลักษณะของงบประมาณ ส่วนมาตราคือ 10–18 ส่วนแกนเรื่องคือ เอกสารประกอบ สมดุลรายรับ–รายจ่าย ประเภทและข้ามปี ขณะที่หมวดคือ 3 หน้าที่และอํานาจผู้อํานวยการ ส่วนมาตราคือ 19–22 ส่วนแกนเรื่องคือ ยุทธศาสตร์จัดสรร เงินจัดสรร ตรวจเอกสาร

ขณะที่หมวดคือ 4 การจัดทํางบประมาณ ส่วนมาตราคือ 23–32 ส่วนแกนเรื่องคือ หลักจัดทํา ผู้ร่วมกําหนดนโยบาย คําขอ และแผนบูรณาการ ขณะที่หมวดคือ 5 การบริหารงบประมาณรายจ่าย ส่วนมาตราคือ 33–36 ส่วนแกนเรื่องคือ แผนปฏิบัติงาน การใช้และโอนงบ ขณะที่หมวดคือ 6 การควบคุมงบประมาณ ส่วนมาตราคือ 37–45 ส่วนแกนเรื่องคือ อํานาจควบคุม การจ่าย/ก่อหนี้ การกันเงิน เงินทุนสํารองจ่าย ขณะที่หมวดคือ 7 การประเมินผลและรายงาน ส่วนมาตราคือ 46–51 ส่วนแกนเรื่องคือ ก่อน–ระหว่าง–หลังใช้จ่าย รายงาน 60/45/90/30 วัน ขณะที่หมวดคือ 8 ความรับผิด ส่วนมาตราคือ 52 ส่วนแกนเรื่องคือ ผู้จ่าย/ก่อหนี้/ยินยอมฝ่าฝืนต้องชดใช้ และข้อยกเว้นเมื่อทักท้วงเป็นหนังสือ ขณะที่หมวดคือ บทเฉพาะกาล ส่วนมาตราคือ 53–61 ส่วนแกนเรื่องคือ เปลี่ยนผ่านจากกฎหมายปี 2502 และเงินทุนสํารองเดิม นิยามแกนงบประมาณ — บทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง — คําคือ งบประมาณรายจ่าย ส่วนความหมายตามกฎหมายคือ จํานวนเงินอย่างสูงที่อนุญาตให้จ่ายหรือก่อหนี้ได้ ตามวัตถุประสงค์และระยะเวลาที่กฎหมายงบประมาณกําหนด ขณะที่คําคือ งบประมาณรายจ่ายข้ามปี ส่วนความหมายตามกฎหมายคือ งบที่มีระยะเวลาใช้ได้เกินปีงบประมาณ

ตามวัตถุประสงค์และเวลาที่กฎหมายงบประมาณกําหนด ขณะที่คําคือ กฎหมายว่าด้วยงบประมาณรายจ่าย ส่วนความหมายตามกฎหมายคือ พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจําปี พ.ร.บ.งบเพิ่มเติม หรือ พ.ร.บ.โอนงบประมาณ แล้วแต่กรณี ขณะที่คําคือ ปีงบประมาณ ส่วนความหมายตามกฎหมายคือ 1 ตุลาคมของปีหนึ่งถึง 30 กันยายนของปีถัดไป และใช้ พ.ศ.ของปีถัดไปเป็นชื่อปีงบประมาณ ขณะที่คําคือ เงินนอกงบประมาณ ส่วนความหมายตามกฎหมายคือ เงินที่หน่วยงานของรัฐจัดเก็บหรือได้รับและต้องนําส่งคลัง แต่มีกฎหมายอนุญาตให้เก็บไว้ใช้ได้โดยไม่ต้องนําส่งคลัง ขณะที่คําคือ หนี้ ส่วนความหมายตามกฎหมายคือ ข้อผูกพันที่ต้องหรืออาจต้องจ่ายเป็นเงิน สิ่งของ หรือบริการ จากกู้ ค้ําประกัน ซื้อ/จ้างโดยเครดิต หรือการอื่น ขณะที่คําคือ เงินจัดสรร ส่วนความหมายตามกฎหมายคือ ใครบ้างเป็นหน่วยงานของรัฐ — บทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง — กลุ่มคือ ส่วนราชการ ส่วนหน่วยที่รวมอยู่คือ กระทรวง ทบวง กรม/ฐานะกรม รวมจังหวัดและกลุ่มจังหวัด ขณะที่กลุ่มคือ รัฐวิสาหกิจ

ส่วนหน่วยที่รวมอยู่คือ องค์การของรัฐบาล/กิจการรัฐ/หน่วยธุรกิจรัฐบาล และบริษัทที่ส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจถือทุนรวมเกิน 50% ตามโครงนิยาม ขณะที่กลุ่มคือ องค์กรตามรัฐธรรมนูญและกระบวนยุติธรรม ส่วนหน่วยที่รวมอยู่คือ รัฐสภา ศาลยุติธรรม ศาลปกครอง ศาลรัฐธรรมนูญ องค์กรอิสระ และองค์กรอัยการ ขณะที่กลุ่มคือ องค์การมหาชน ส่วนหน่วยที่รวมอยู่คือ รวมเป็นหน่วยงานของรัฐ ขณะที่กลุ่มคือ ทุนหมุนเวียนนิติบุคคล ส่วนหน่วยที่รวมอยู่คือ รวมเฉพาะทุนหมุนเวียนที่มีฐานะเป็นนิติบุคคลตามข้อความนิยาม ขณะที่กลุ่มคือ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ส่วนหน่วยที่รวมอยู่คือ อบจ. เทศบาล อบต. กรุงเทพมหานคร เมืองพัทยา และ อปท.อื่นตามกฎหมาย ขณะที่กลุ่มคือ หน่วยงานอื่น ส่วนหน่วยที่รวมอยู่คือ หน่วยงานอื่นของรัฐตามที่กฎหมายกําหนด มหาวิทยาลัยของรัฐอาจอยู่ในกลุ่มหน่วยงานของรัฐตามฐานกฎหมายจัดตั้ง/สถานะของตน จึงตัดสินจากชื่อว่า “มหาวิทยาลัย” อย่างเดียวไม่ได้ ต้องดูฐานะตามกฎหมาย ผู้รักษาการและหลักทั่วไป — บทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง–9 แกนเชื่อมโยงคือ ประสิทธิภาพ—โปร่งใส—ตรวจสอบได้—ผลสัมฤทธิ์ — นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรักษาการ

และมีอํานาจออกระเบียบเพื่อปฏิบัติตามกฎหมาย กระบวนการจัดทํา บริหาร ควบคุม ประเมินผล และรายงาน ต้องสอดคล้อง พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังของรัฐ หน่วยรับงบใช้จ่ายตามกฎหมายงบประมาณอย่างเคร่งครัด มีประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อประเทศและประชาชน โอนงบได้เฉพาะกรณีจําเป็นที่กฎหมายนี้เปิดให้ ไม่ใช่เพราะมีเงินเหลือหรือสะดวกกว่า รัฐมนตรี ผู้อํานวยการ และหัวหน้าหน่วยรับงบต้องควบคุมให้โปร่งใส ตรวจสอบได้ และติดตามประเมินผลเพื่อผลสัมฤทธิ์สูงสุด หัวหน้าหน่วยรับงบมอบผู้บริหาร 1 คนรับผิดชอบประสานงานงบประมาณ และแจ้งสํานักงบประมาณทราบ เมื่อวางองค์ประกอบเหล่านี้ร่วมกัน จะเห็นเส้นแบ่งสําคัญระหว่างการมีเงิน การได้รับจัดสรร และการมีอํานาจจ่าย เงินนอกงบประมาณมิได้หมายความว่าอยู่นอกการควบคุม ส่วนปีงบประมาณเริ่มวันที่ 1 ตุลาคมและสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน ทําให้แผน การก่อหนี้ การเบิกจ่าย และการรายงานต้องผูกกับช่วงเวลาที่แน่นอน ความเข้าใจฐานระบบนี้เป็นจุดเริ่มของการวินิจฉัยทุกกรณีในบทต่อไป

สายกำกับจากนโยบายสู่ความรับผิด

  1. 1นโยบายและแผนกำหนดผลสาธารณะที่รัฐต้องการและลำดับความสำคัญของการใช้ทรัพยากร
  2. 2คำของบประมาณแปลงภารกิจเป็นแผนงาน ผลผลิต โครงการ วงเงิน และกรอบล่วงหน้าอย่างมีหลักฐาน
  3. 3การอนุมัติและจัดสรรทำให้หน่วยรับงบประมาณมีกรอบดำเนินงาน แต่ยังต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขการเงินและกฎหมายเฉพาะด้าน
  4. 4การใช้จ่ายและบันทึกบัญชีก่อหนี้ เบิกจ่าย รับเงิน และบันทึกรายการให้ตรงวัตถุประสงค์ ช่วงเวลา และผู้มีอำนาจ
  5. 5ติดตาม รายงาน และรับผิดเปรียบเทียบผลกับเป้าหมาย เปิดเผยฐานะ และย้อนตรวจผู้ตัดสินใจกับหลักฐานตลอดสาย
หัวข้อ 2

จากกรอบการคลังสู่ร่างงบประมาณรายจ่ายประจำปี

การจัดทํางบประมาณเริ่มก่อนปีที่จะใช้เงินจริง โดยรัฐบาลต้องประเมินฐานะเศรษฐกิจ รายได้ หนี้ ภาระผูกพัน และผลของนโยบาย แล้วจึงกําหนดวงเงินและแนวทางที่หน่วยงานใช้จัดทําคําขอ สํานักงบประมาณ กระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย และหน่วยงานด้านการวางแผนเศรษฐกิจต้องนําข้อมูลในความรับผิดชอบมาประกอบกัน เอกสารที่เสนอต่อรัฐสภาต้องทําให้เห็นทั้งที่มาของรายได้ วัตถุประสงค์ของรายจ่าย ผลที่คาดหวัง และภาระในอนาคต หากงบประมาณขาดดุล ล่าช้า หรือจําเป็นต้องจัดทําเพิ่มเติม ก็ต้องอาศัยฐานและกระบวนการเฉพาะ ไม่ใช่การขยายอํานาจจ่ายโดยฝ่ายบริหารเพียงฝ่ายเดียว เอกสารประกอบงบประมาณต่อรัฐสภา — บทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง — ลําดับคือ 1 ส่วนเอกสารขั้นต่ําคือ คําแถลงฐานะและนโยบายการคลัง/การเงิน สาระงบ และความสัมพันธ์รายรับกับรายจ่ายที่ขอ ขณะที่ลําดับคือ 2 ส่วนเอกสารขั้นต่ําคือ รายรับรายจ่ายเปรียบเทียบปีล่วงมา ปีปัจจุบัน และปีที่ขอ ขณะที่ลําดับคือ 3 ส่วนเอกสารขั้นต่ําคือ คําอธิบายประมาณการรายรับ ขณะที่ลําดับคือ 4 ส่วนเอกสารขั้นต่ําคือ

คําชี้แจงรายจ่าย รวมผลสัมฤทธิ์ ประโยชน์ที่คาด และความสอดคล้องยุทธศาสตร์ชาติ ขณะที่ลําดับคือ 5 ส่วนเอกสารขั้นต่ําคือ รายงานสถานะการเงินรวมของรัฐวิสาหกิจ ขณะที่ลําดับคือ 6 ขาดดุล งบออกไม่ทัน และงบเพิ่มเติม — บทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง–13 — สถานการณ์คือ ประมาณการรายได้ต่ํากว่ารายจ่าย ส่วนหลักปฏิบัติคือ แถลงวิธีหาเงินชดเชยส่วนขาดดุลต่อรัฐสภา; หากกู้ต้องทําตามกฎหมายวินัยการเงินการคลังและบริหารหนี้สาธารณะ ขณะที่สถานการณ์คือ ประมาณการรายได้สูงกว่ารายจ่าย ส่วนหลักปฏิบัติคือ แถลงวิธีจัดการส่วนเกินดุล ขณะที่สถานการณ์คือ พ.ร.บ.งบประจําปีออกไม่ทันต้นปี ส่วนหลักปฏิบัติคือ ใช้งบปีที่ล่วงแล้วไปพลางก่อน ตามหลักเกณฑ์/เงื่อนไขที่ผู้อํานวยการกําหนดโดยอนุมัตินายกรัฐมนตรี ขณะที่สถานการณ์คือ งบเพิ่มเติม ส่วนหลักปฏิบัติคือ คณะรัฐมนตรีเสนอร่าง พ.ร.บ.งบเพิ่มเติม พร้อมเหตุผลและเงินที่จะได้มาสําหรับจ่าย; วิธีจัดทําตามที่ผู้อํานวยการกําหนด งบประมาณรายจ่าย 8 ประเภท — บทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง แกนเชื่อมโยงคือ งบกลาง—หน่วยรับงบ—บูรณาการ—บุคลากร—ทุนหมุนเวียน—หนี้—ชดใช้คลัง—ชดใช้ทุนสํารอง — ประเภทคือ 1 งบกลาง ส่วนแกนจําคือ

แยกจากงบของหน่วยรับงบและมีเงินสํารองฉุกเฉิน/จําเป็น ขณะที่ประเภทคือ 2 ของหน่วยรับงบประมาณ ส่วนแกนจําคือ รายจ่ายที่กําหนดให้หน่วยรับงบแต่ละหน่วย ขณะที่ประเภทคือ 3 บูรณาการ ส่วนแกนจําคือ แผนร่วมหลายหน่วยที่ ครม.อนุมัติ ขณะที่ประเภทคือ 4 บุคลากร ส่วนแกนจําคือ เพื่อบริหารงานบุคลากรภาครัฐ ขณะที่ประเภทคือ 5 ทุนหมุนเวียน ส่วนแกนจําคือ รายจ่ายสําหรับทุนหมุนเวียน ขณะที่ประเภทคือ งบกลาง บูรณาการ บุคลากร และข้ามปี — บทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง–18 — ประเภทคือ งบกลาง ส่วนองค์ประกอบสําคัญคือ ตั้งเพื่อจัดสรรให้หน่วยรับงบใช้ แยกจากงบของหน่วย และต้องมีรายการเงินสํารองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจําเป็น ขณะที่ประเภทคือ งบบูรณาการ ส่วนองค์ประกอบสําคัญคือ แผนงานที่ ครม.อนุมัติ มีหน่วยรับงบตั้งแต่ 2 หน่วยขึ้นไปร่วมรับผิดชอบ และต้องสอดคล้องยุทธศาสตร์ชาติ ขณะที่ประเภทคือ งบบุคลากร ส่วนองค์ประกอบสําคัญคือ กําหนดให้จ่ายเพื่อบริหารงานบุคลากรภาครัฐ ขณะที่ประเภทคือ งบข้ามปี ส่วนองค์ประกอบสําคัญคือ ใช้เมื่อคาดว่าใช้ให้เสร็จในปีเดียวไม่ได้ ต้องกําหนดเวลาสิ้นสุด และทําตามหลักเกณฑ์ผู้อํานวยการโดยความเห็นชอบ ครม.

หน้าที่และอํานาจผู้อํานวยการสํานักงบประมาณ — บทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง — อํานาจคือ ยุทธศาสตร์จัดสรร ส่วนสาระคือ กําหนดยุทธศาสตร์จัดสรรรายจ่ายประจําปีโดยความเห็นชอบ ครม. เพื่อให้หน่วยใช้ทําคําขอ ขณะที่อํานาจคือ กรอบประมาณการ ส่วนสาระคือ กําหนดหลักเกณฑ์/วิธีทํากรอบรายจ่ายให้สอดคล้องบทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง ขณะที่อํานาจคือ ข้อมูลคําขอ ส่วนสาระคือ เรียกประมาณการรายรับ รายจ่าย สถานะเงินนอกงบ และรายละเอียดตามแบบ ขณะที่อํานาจคือ วิเคราะห์ ส่วนสาระคือ วิเคราะห์งบและการจ่ายของหน่วยรับงบ รวมหน่วยรัฐสภา ศาล องค์กรอิสระ และอัยการ และเสนอความเห็นต่อ ครม. กําหนดเสนอร่างและอํานาจตรวจ — บทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง–22 แกนเชื่อมโยงคือ เสนออย่างน้อย 3 เดือนก่อนเริ่มปีงบ — มาตราคือ 20 ส่วนหลักคือ ผู้อํานวยการเสนองบประจําปีต่อนายกรัฐมนตรี เพื่อ ครม.เสนอต่อรัฐสภา อย่างน้อย 3 เดือนก่อนเริ่มปีงบประมาณ ขณะที่มาตราคือ 21 ส่วนหลักคือ ผู้อํานวยการเรียกหน่วยรับงบชี้แจงข้อเท็จจริง และผู้อํานวยการ/พนักงานที่มอบหมายเข้าตรวจสมุด บัญชี เอกสาร

และหลักฐานได้ ขณะที่มาตราคือ 22 ส่วนหลักคือ พนักงานเจ้าหน้าที่ที่ผู้อํานวยการมอบหมายตามบทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง เป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา ปีงบเริ่ม 1 ตุลาคม ดังนั้นถ้อยคําของบทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง คือ “อย่างน้อยสามเดือนก่อน” ไม่ใช่ตัวเลข 90 วันแบบตายตัว หลักคิดในการจัดทํางบประมาณ — บทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง — มิติที่ต้องคํานึงคือ รายรับและฐานะการคลัง ส่วนตัวอย่างคําถามควบคุมคือ แหล่งเงินพอหรือไม่ กระทบขาดดุล หนี้ และภาระอนาคตอย่างไร ขณะที่มิติที่ต้องคํานึงคือ ยุทธศาสตร์ชาติ/แผนพัฒนาฯ ส่วนตัวอย่างคําถามควบคุมคือ เชื่อมเป้าหมายประเทศจริงหรือเพียงอ้างชื่อแผน ขณะที่มิติที่ต้องคํานึงคือ เสถียรภาพเศรษฐกิจ ส่วนตัวอย่างคําถามควบคุมคือ กระทบเศรษฐกิจภายในและภายนอกอย่างไร ขณะที่มิติที่ต้องคํานึงคือ ความเป็นธรรมทางสังคม ส่วนตัวอย่างคําถามควบคุมคือ ใครได้/เสีย ประโยชน์กระจายเป็นธรรมหรือไม่ ทีมกําหนดนโยบายงบประมาณ — บทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง แกนเชื่อมโยงคือ สํานักงบประมาณ + กระทรวงการคลัง + สภาพัฒน์ + ธปท.

— องค์ประกอบร่วมคือ สํานักงบประมาณ ส่วนบทบาทในบทบัญญัติที่เกี่ยวข้องคือ หน่วยงานหลัก ขณะที่องค์ประกอบร่วมคือ กระทรวงการคลัง ส่วนบทบาทในบทบัญญัติที่เกี่ยวข้องคือ ร่วมกําหนดนโยบาย/รายได้/วงเงิน/การขาดดุลและกรอบการคลัง ขณะที่องค์ประกอบร่วมคือ สํานักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ส่วนบทบาทในบทบัญญัติที่เกี่ยวข้องคือ ร่วมเชื่อมกรอบเศรษฐกิจและการพัฒนา ขณะที่องค์ประกอบร่วมคือ ธนาคารแห่งประเทศไทย ส่วนบทบาทในบทบัญญัติที่เกี่ยวข้องคือ ร่วมด้านกรอบเศรษฐกิจและการเงิน ร่วมกําหนดนโยบายงบประจําปี ประมาณการรายได้ การจําประเภทของงบรายจ่ายมีประโยชน์เมื่อใช้เพื่อวินิจฉัยที่มาและผู้รับผิดชอบ ไม่ใช่ท่องชื่อแยกจากกระบวนการ รายจ่ายทั้ง 8 ประเภทเชื่อมกับการกําหนดเจ้าภาพ ผลผลิต และวิธีควบคุมที่ต่างกัน ขณะเดียวกันหน่วยงานหลักด้านเศรษฐกิจต้องนําข้อมูลรายได้ หนี้ เงินตรา และภาวะเศรษฐกิจมาประกอบนโยบายงบประมาณร่วมกัน เพื่อให้ร่างกฎหมายงบประมาณตั้งอยู่บนทรัพยากรและความเสี่ยงที่เป็นจริง

ประเภทของงบรายจ่ายและคำถามที่ใช้แยก
ประเภทงบรายจ่ายลักษณะสำคัญประเด็นที่ต้องตรวจ
งบกลางรายการที่ต้องบริหารในระดับรัฐบาลหรือยังระบุหน่วยรับไม่ได้แน่นอนเหตุจำเป็น หลักเกณฑ์จัดสรร และอำนาจอนุมัติ
งบประมาณรายจ่ายของหน่วยรับงบประมาณรายจ่ายตามภารกิจของหน่วยงานและผลผลิตที่รับผิดชอบโดยตรงความเชื่อมโยงกับภารกิจ เป้าหมาย และต้นทุน
งบประมาณรายจ่ายบูรณาการภารกิจที่มีหน่วยรับงบประมาณอย่างน้อย 2 หน่วยทำงานสู่เป้าหมายร่วมเจ้าภาพ ขอบเขตร่วม และผลสัมฤทธิ์ที่ไม่ซ้ำซ้อน
งบประมาณรายจ่ายบุคลากรค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับบุคลากรภาครัฐตามสิทธิและแผนอัตรากำลังจำนวนบุคลากร ฐานสิทธิ และภาระต่อเนื่อง
งบประมาณรายจ่ายสำหรับทุนหมุนเวียนเงินสนับสนุนทุนที่มีกฎหมายหรือฐานจัดตั้งและวัตถุประสงค์เฉพาะความจำเป็น ฐานะของทุน และผลการดำเนินงาน
งบประมาณรายจ่ายเพื่อการชำระหนี้ภาครัฐเงินต้น ดอกเบี้ย และค่าใช้จ่ายจากภาระหนี้ของรัฐกำหนดชำระ แหล่งเงิน และความเสี่ยงทางการคลัง
งบประมาณรายจ่ายเพื่อชดใช้เงินคงคลังการตั้งรายจ่ายคืนเงินคงคลังที่ได้นำไปใช้ตามฐานกฎหมายจำนวนที่ใช้จริง เหตุแห่งการใช้ และหน้าที่ชดใช้
งบประมาณรายจ่ายเพื่อชดใช้เงินทุนสำรองจ่ายการคืนฐานเงินสำรองหลังใช้ในกรณีที่เข้าเงื่อนไขมติอนุมัติ วัตถุประสงค์ และจำนวนที่ต้องชดใช้
อ่านสรุปฉบับเต็มทุกหัวข้อ
สมาชิก PRO ระบบจะจำหัวข้อที่อ่านค้างไว้ให้ด้วย
PRO 99 บาท/เดือน
เนื้อหาฉบับเต็มต้นฉบับจาก old.parliament.go.thเปิดต้นฉบับ

เนื้อหาสรุปนี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาส่วนบุคคล ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ หรือนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต