กลับไปทำข้อสอบวิชานี้

ความรู้เกี่ยวกับการเมือง เศรษฐกิจและสังคม

ครบรัฐศาสตร์ ระบอบประชาธิปไตย รัฐธรรมนูญ เศรษฐศาสตร์ โครงสร้างสังคม แผนพัฒนาประเทศ และสถานการณ์ไทยล่าสุดที่อยู่ในขอบเขตคำถาม 150 ข้อ

12 หัวข้อ · อ่านประมาณ 75 นาที

อ่านฟรีได้ 2 จาก 12 หัวข้อ17%
หัวข้อ 1

บทนำ — ขอบเขต แหล่งข้อมูล และวันตัดยอด

ขอบเขต แหล่งข้อมูล และวันตัดยอด

  • รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 และแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2564 — ใช้ตรวจเรื่องใด: รูปแบบรัฐ อำนาจอธิปไตย สิทธิ เสรีภาพ หน้าที่ รัฐสภา รัฐบาล ศาล องค์กรอิสระ และระบบเลือกตั้ง
  • สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง — ใช้ตรวจเรื่องใด: กติกาปัจจุบัน: บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ ส.ส.แบ่งเขต 400 คน และบัญชีรายชื่อ 100 คน
  • แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 พ.ศ. 2566–2570 — ใช้ตรวจเรื่องใด: กรอบพัฒนาระยะ 5 ปีที่ยังใช้ในปี 2569–2570 เป้าหมายการพลิกโฉมและ 13 หมุดหมาย
  • คำแถลงนโยบายคณะรัฐมนตรีต่อรัฐสภา 9 เมษายน 2569 — ใช้ตรวจเรื่องใด: หลักบริหาร 3 ประการ นโยบาย 5 ด้าน 23 หัวข้อ ราชการทันใจ การปฏิรูปกฎหมาย และกลุ่มยุทธศาสตร์
  • สศช. เศรษฐกิจไทยไตรมาส 2/2569 เผยแพร่ 17 สิงหาคม 2569 — ใช้ตรวจเรื่องใด: GDP การใช้จ่าย การลงทุน การค้า เสถียรภาพ แนวโน้ม และข้อเสนอเชิงนโยบาย
  • สศช. ภาวะสังคมไทยไตรมาส 2/2569 เผยแพร่ 24 สิงหาคม 2569 — ใช้ตรวจเรื่องใด: แรงงาน หนี้ สุขภาพ ความปลอดภัย ผู้บริโภค Online Grooming สื่อ แรงงานแพลตฟอร์ม และ Data Center
  • ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานสถิติแห่งชาติ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และสหประชาชาติ — ใช้ตรวจเรื่องใด: หน้าที่สถาบัน ตัวชี้วัดทางการ รูปแบบ อปท. และข้อเท็จจริงระหว่างประเทศ

ตัวเลขสถานการณ์ในเนื้อหาเป็น ภาพ ณ วันที่เผยแพร่เอกสารทางการ และตัดยอดตรวจสอบวันที่ 30 สิงหาคม 2569 ต้องไม่เอาตัวเลขไตรมาสหนึ่ง ไตรมาสสอง และประมาณการทั้งปีปะปนกัน ส่วนหลักรัฐศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ และสังคมวิทยาเป็นกรอบวิเคราะห์ที่ใช้ต่อเนื่อง

แผนที่คิดเชื่อมการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม

  1. 1การเมืองกำหนดว่าใครมีอำนาจ ใช้อำนาจตามกติกาใด และถูกตรวจสอบอย่างไร
  2. 2นโยบายสาธารณะแปลงปัญหาและค่านิยมเป็นกฎหมาย งบประมาณ มาตรการ และบริการ
  3. 3เศรษฐกิจอธิบายการจัดสรรทรัพยากรที่จำกัด แรงจูงใจ การผลิต การค้า รายได้ และเสถียรภาพ
  4. 4โครงสร้างสังคมกำหนดว่าแต่ละกลุ่มเข้าถึงทรัพยากร อำนาจ โอกาส และความคุ้มครองต่างกันอย่างไร
  5. 5ผลของนโยบายย้อนกลับไปเปลี่ยนความไว้วางใจ ความชอบธรรม ความเหลื่อมล้ำ และพฤติกรรมเศรษฐกิจ
  6. 6การตัดสินใจที่ดีจึงต้องตรวจพร้อมกันทั้งความชอบด้วยกฎหมาย ประสิทธิผล ประสิทธิภาพ ความเป็นธรรม สิทธิ และความยั่งยืน

กรณีศึกษาสถานการณ์มักไม่มีข้อสรุปจากมิติเดียว เช่น โครงการลงทุนอาจเพิ่ม GDP แต่ใช้ทรัพยากรชุมชนสูง จึงต้องประเมินผลเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม สิทธิ และกระบวนการมีส่วนร่วมร่วมกัน

รัฐศาสตร์ การเมือง อำนาจ และการปกครอง

  • รัฐศาสตร์ — ความหมายและจุดแยก: ศึกษารัฐ อำนาจ การได้มา การใช้ การจัดสรร และการตรวจสอบอำนาจ รวมถึงสถาบัน พฤติกรรม และนโยบายทางการเมือง
  • การเมือง — ความหมายและจุดแยก: กระบวนการตัดสินใจและจัดสรรคุณค่า/ทรัพยากรที่มีผลผูกพันต่อส่วนรวม ท่ามกลางผลประโยชน์และความเห็นต่าง
  • รัฐ — ความหมายและจุดแยก: มีประชากร ดินแดน รัฐบาล และอำนาจอธิปไตย; ไม่เท่ากับรัฐบาลซึ่งเป็นผู้บริหารรัฐช่วงหนึ่ง
  • รัฐบาล — ความหมายและจุดแยก: องค์กรฝ่ายบริหารที่กำหนดและนำนโยบายไปปฏิบัติภายใต้รัฐธรรมนูญ กฎหมาย และความรับผิดชอบทางการเมือง
  • อำนาจ — ความหมายและจุดแยก: ความสามารถทำให้ผู้อื่นกระทำหรือไม่กระทำ แม้มีการต่อต้าน
  • อำนาจหน้าที่ — ความหมายและจุดแยก: อำนาจที่กฎหมายหรือกติกามอบให้เพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะ ต้องใช้ภายในขอบเขต
  • อำนาจอธิปไตย — ความหมายและจุดแยก: อำนาจสูงสุดในการปกครองรัฐ ภายในไม่ขึ้นต่ออำนาจอื่น และภายนอกมีความเป็นอิสระตามกฎหมายระหว่างประเทศ

ความชอบธรรม อำนาจตามกฎหมาย และความยินยอม

  • Legitimacy — ความชอบธรรม — คำถามวิเคราะห์: ประชาชนยอมรับสิทธิของสถาบันในการใช้อำนาจตามกติกาหรือไม่ แม้ไม่เห็นด้วยกับผลบางครั้ง
  • Legality — ความชอบด้วยกฎหมาย — คำถามวิเคราะห์: การใช้อำนาจมีฐานกฎหมาย ผู้มีอำนาจ ขั้นตอน วัตถุประสงค์ และขอบเขตถูกต้องหรือไม่
  • Accountability — ความรับผิดรับชอบ — คำถามวิเคราะห์: ผู้ใช้อำนาจต้องอธิบาย เปิดให้ตรวจสอบ และรับผลเมื่อใช้อำนาจผิดหรือผลงานล้มเหลวหรือไม่
  • Consent — ความยินยอม — คำถามวิเคราะห์: ประชาชนมีส่วนให้ความยินยอมผ่านการเลือกตั้ง ประชามติ การรับฟัง หรือกติกาที่เป็นธรรมหรือไม่
  • Trust — ความไว้วางใจ — คำถามวิเคราะห์: ผลงาน ความสุจริต ความสามารถ และความเป็นธรรมทำให้ประชาชนเชื่อถือเพียงใด

การกระทำอาจ ถูกกฎหมายแต่ขาดความชอบธรรมทางสังคม หากกระบวนการไม่เป็นธรรม และอาจ ได้รับความนิยมแต่ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ หากเสียงข้างมากละเมิดสิทธิหรือเกินอำนาจ

ความเสี่ยงทางการเมืองและการหาความรู้อย่างเป็นระบบ
เรื่ององค์ประกอบที่ต้องวิเคราะห์
Political Riskความขัดแย้ง การเปลี่ยนรัฐบาล/กติกา เสถียรภาพสถาบัน การบังคับใช้กฎหมาย นโยบาย เศรษฐกิจ ความเชื่อมั่น ภูมิรัฐศาสตร์ และความสามารถรัฐที่อาจเปลี่ยนผลตอบแทนหรือการตัดสินใจ
ความเสี่ยงไม่เท่ากับเหตุการณ์แน่นอนประเมินโอกาส ผลกระทบ ระยะเวลา การแพร่กระจาย กลุ่มได้รับผล และฉากทัศน์ ไม่ใช่ทำนายแบบฟันธง
การวิจัยตั้งคำถาม กำหนดแนวคิด/สมมติฐาน ออกแบบเก็บข้อมูล วิเคราะห์ ตรวจข้อจำกัด และสรุปอย่างเป็นระบบ โปร่งใส และทำซ้ำหรือตรวจสอบได้
ข้อเท็จจริงกับความเห็นข้อเท็จจริงตรวจสอบกับหลักฐานได้ ส่วนความเห็นมีการตีความ/คุณค่า ต้องไม่ปลอมเป็นข้อมูล
สหสัมพันธ์กับเหตุตัวแปรเปลี่ยนพร้อมกันไม่พิสูจน์สาเหตุ ต้องตรวจลำดับเวลา กลไก ปัจจัยกวน ทางเลือกอธิบาย และหลักฐานหลายแบบ

การประเมินทั้งความขัดแย้ง เศรษฐกิจ ความเชื่อมั่น และสถาบันก่อนคาดการณ์การตัดสินใจของรัฐบาลคือการประเมิน ความเสี่ยงทางการเมือง; การตั้งคำถาม เก็บข้อมูล วิเคราะห์ และตรวจข้อสรุปอย่างเป็นระบบคือ การวิจัย

หัวข้อ 2

หลักนิติธรรม รัฐธรรมนูญนิยม และธรรมาภิบาล

  • หลักนิติธรรม — สาระ: รัฐและประชาชนอยู่ใต้กฎหมาย กฎหมายชัด คาดหมายได้ ใช้อย่างเสมอภาค ไม่ย้อนหลังลงโทษโดยไม่ชอบ มีกระบวนการเป็นธรรมและศาลอิสระ
  • รัฐธรรมนูญนิยม — สาระ: จำกัดอำนาจรัฐบาลด้วยรัฐธรรมนูญ แบ่งแยกอำนาจ คุ้มครองสิทธิ และมีกลไกตรวจสอบจริง ไม่ใช่เพียงมีเอกสารรัฐธรรมนูญ
  • ความโปร่งใส — สาระ: เปิดเหตุผล เกณฑ์ ข้อมูล งบ ผล และผู้รับผิดชอบในรูปที่ตรวจสอบและใช้ต่อได้
  • การมีส่วนร่วม — สาระ: ผู้ได้รับผลกระทบเข้าถึงข้อมูล เสนอเหตุผล และมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจในเวลาที่เหมาะสม
  • ประสิทธิผล/ประสิทธิภาพ — สาระ: บรรลุผลที่ต้องการและใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า โดยไม่แลกกับการละเมิดกฎหมายหรือสิทธิ
  • ความเสมอภาคและตอบสนอง — สาระ: ไม่เลือกปฏิบัติ รับฟังความต้องการต่างกลุ่ม และแก้ปัญหาในเวลาที่เหมาะสม
  • การควบคุมดุลพินิจ — สาระ: กำหนดเกณฑ์ เหตุผล หลักฐาน บันทึก และช่องอุทธรณ์ เพื่อลดการใช้อำนาจตามอำเภอใจ

ประชาธิปไตยแบบต่าง ๆ

  • ทางตรง — ลักษณะ: ประชาชนตัดสินประเด็นเอง เช่น ประชามติ; จุดต้องระวัง: ข้อมูลไม่ครบ คำถามชี้นำ และเสียงข้างมากกดทับสิทธิ
  • แบบผู้แทน — ลักษณะ: ประชาชนเลือกผู้แทนไปออกกฎหมาย บริหาร และตรวจสอบ; จุดต้องระวัง: ตัวแทนไม่รับผิดรับชอบ อิทธิพลทุน และความห่างจากประชาชน
  • แบบเสรีนิยมตามรัฐธรรมนูญ — ลักษณะ: มีการเลือกตั้งแข่งขัน สิทธิ เสรีภาพ หลักนิติธรรม ศาลอิสระ สื่อ และการถ่วงดุล; จุดต้องระวัง: เลือกตั้งอย่างเดียวไม่พอ หากฝ่ายค้าน ศาล สื่อ หรือสิทธิถูกแทรกแซง
  • แบบปรึกษาหารือ — ลักษณะ: ความชอบธรรมมาจากการแลกเหตุผล รับฟัง และปรับข้อเสนอ ไม่ใช่แค่การนับคะแนน; จุดต้องระวัง: ต้องออกแบบให้เสียงกลุ่มอ่อนอำนาจเข้าถึงจริง
  • แบบมีส่วนร่วม — ลักษณะ: ประชาชนร่วมตั้งวาระ ออกแบบ ติดตาม และประเมินนโยบาย; จุดต้องระวัง: การเชิญรับฟังหลังตัดสินแล้วไม่ใช่การมีส่วนร่วมที่มีความหมาย

ระบอบอำนาจนิยมอาจมีการเลือกตั้งหรือสถาบันตามชื่อ แต่การแข่งขันไม่เสรี การตรวจสอบอ่อน สิทธิถูกจำกัด และอำนาจกระจุกตัว จึงต้องดูการทำงานจริง ไม่ดูเพียงป้ายชื่อ

  • เสียงข้างมากเป็นวิธีตัดสินเมื่อเห็นต่าง แต่ไม่ใช่ใบอนุญาตให้ละเมิดศักดิ์ศรี สิทธิ เสรีภาพ หรือเลือกปฏิบัติต่อชนกลุ่มน้อย
  • รัฐธรรมนูญ ศาลที่เป็นอิสระ การแบ่งแยกอำนาจ องค์กรตรวจสอบ สื่อเสรี ฝ่ายค้าน และประชาสังคมช่วยจำกัดอำนาจ
  • การตรวจสอบถ่วงดุลไม่ใช่การขัดขวางรัฐบาลโดยตัวมันเอง แต่ทำให้การใช้อำนาจมีเหตุผล อยู่ในขอบเขต และรับผิดรับชอบ
  • ในสังคมแบ่งแยกทางศาสนา ชาติพันธุ์ หรือภูมิภาค ระบบชนะทั้งหมดโดยไม่มีการคุ้มครองอาจเพิ่มความขัดแย้งและการกีดกัน
  • กระบวนการที่ชอบธรรมต้องให้กลุ่มได้รับผลกระทบเข้าถึงข้อมูล มีเวลาตอบ และมีช่องเยียวยาหรืออุทธรณ์
สัญญาประชาคม: ฮอบส์ ล็อก รอลส์ และโนซิก
นักคิด/แนวคิดแก่นกรณีศึกษาที่มักใช้
Thomas Hobbesสภาพไร้รัฐไม่มั่นคง มนุษย์โอนอำนาจกว้างให้ผู้ปกครองเพื่อความสงบและความปลอดภัยรัฐ A ให้อำนาจเด็ดขาดเพื่อหยุดความไร้ระเบียบ
John Lockeรัฐเกิดเพื่อคุ้มครองชีวิต เสรีภาพ และทรัพย์สิน อำนาจจำกัดและตั้งอยู่บนความยินยอม; ละเมิดสัญญาย่อมสูญความชอบธรรมรัฐ B จำกัดรัฐบาลและคุ้มครองสิทธิตามธรรมชาติ
John Rawlsเสรีภาพพื้นฐานเท่าเทียมและความเหลื่อมล้ำยอมรับได้เมื่อเป็นประโยชน์สูงสุดแก่ผู้เสียเปรียบและตำแหน่งเปิดอย่างเป็นธรรมภาษี/บริการสาธารณะเพื่อเพิ่มโอกาสและช่วยผู้เสียเปรียบ
Robert Nozickเน้นสิทธิในตนเองและทรัพย์สิน รัฐขั้นต่ำ และความเป็นธรรมของการได้มา/โอน มากกว่าการกำหนดรูปแบบผลลัพธ์คัดค้านการบังคับกระจายซ้ำที่ละเมิดสิทธิ โดยเน้นกระบวนการถือครอง

ไม่ควรเหมารวมว่า Rawls ต้องการให้ทุกคนมีรายได้เท่ากัน หรือ Nozick ปฏิเสธรัฐทุกชนิด ทั้งคู่เริ่มจากสิทธิ แต่ให้น้ำหนักบทบาทรัฐและการกระจายต่างกัน

รูปแบบรัฐไทยตามรัฐธรรมนูญ

  • มาตรา 1 — หลักที่ต้องจำ: ประเทศไทยเป็นราชอาณาจักรอันหนึ่งอันเดียว จะแบ่งแยกมิได้
  • มาตรา 2 — หลักที่ต้องจำ: ประเทศไทยมีการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
  • มาตรา 3 — หลักที่ต้องจำ: อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย พระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็นประมุขทรงใช้อำนาจผ่านรัฐสภา คณะรัฐมนตรี และศาลตามรัฐธรรมนูญ
  • มาตรา 4 — หลักที่ต้องจำ: ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิ เสรีภาพ และความเสมอภาคของบุคคลได้รับความคุ้มครอง
  • หลัง พ.ศ. 2475 — หลักที่ต้องจำ: เปลี่ยนจากสมบูรณาญาสิทธิราชย์สู่ระบอบรัฐธรรมนูญที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข; ถ้อยคำประเด็นที่ถูกควรยึดมาตรา 2

ข้อสรุปที่แม่นคือ ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ไม่ใช่ “รัฐบาลที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข” เพราะรัฐบาลเป็นเพียงฝ่ายบริหาร ส่วนระบอบครอบคลุมโครงสร้างรัฐทั้งหมด

อ่านสรุปฉบับเต็มทุกหัวข้อ
สมาชิก PRO ระบบจะจำหัวข้อที่อ่านค้างไว้ให้ด้วย
PRO 99 บาท/เดือน

เนื้อหาสรุปนี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาส่วนบุคคล ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ หรือนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต