กลับไปทำข้อสอบวิชานี้

ความรู้เกี่ยวกับการใช้คอมพิวเตอร์ระบบฮาร์ดแวร์ (Hardware) ระบบซอฟต์แวร์

ทำความเข้าใจเครื่องคอมพิวเตอร์เป็นระบบ ตั้งแต่สถาปัตยกรรม การเก็บข้อมูล อุปกรณ์ ระบบปฏิบัติการ เครือข่าย ความปลอดภัย จนถึงการดูแลตลอดอายุ

6 หัวข้อ · อ่านประมาณ 27 นาที

อ่านฟรีได้ 2 จาก 6 หัวข้อ33%
หัวข้อ 1

บทที่ 1 สถาปัตยกรรมคอมพิวเตอร์และเส้นทางการประมวลผล

ระบบคอมพิวเตอร์ทำงานได้จากความสัมพันธ์ระหว่างคน ฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ ข้อมูล ขั้นตอน และการสื่อสาร มิใช่จากตัวเครื่องเพียงอย่างเดียว ฮาร์ดแวร์เป็นส่วนกายภาพที่รับ ประมวลผล เก็บ แสดง และส่งข้อมูล ซอฟต์แวร์เป็นคำสั่งที่กำหนดให้ฮาร์ดแวร์ทำงาน ส่วนข้อมูลคือข้อเท็จจริงที่ถูกเข้ารหัสให้ระบบจัดการได้ วงจร Input–Process–Output–Storage อธิบายการรับข้อมูล ประมวลผล แสดงผล และเก็บผล โดยมีข้อมูลย้อนกลับใช้ปรับรอบถัดไป ระบบสมัยใหม่ทำหลายช่วงพร้อมกันได้ แต่แบบจำลองนี้ยังช่วยตามเส้นทางข้อมูลและหาจุดผิดพลาดได้เป็นลำดับ

เมนบอร์ดเป็นแผงวงจรหลักที่เชื่อมหน่วยประมวลผล หน่วยความจำ อุปกรณ์เก็บข้อมูล และช่องรับส่งต่าง ๆ ซ็อกเก็ตกำหนดความเข้ากันได้เชิงกลและไฟฟ้ากับหน่วยประมวลผล แต่การเสียบได้ไม่รับรองว่าจะใช้งานได้ เพราะชิปเซต เฟิร์มแวร์ กำลังไฟ และข้อจำกัดความร้อนต้องรองรับร่วมกัน PCI Express จัดเลนสื่อสารความเร็วสูงแก่อุปกรณ์ เช่น การ์ดจอ การ์ดเครือข่าย และ SSD แบบ NVMe ส่วน M.2 เป็นรูปทรงสล็อต ไม่ใช่ชื่อโปรโตคอล จึงอาจเดินสัญญาณแบบ SATA, PCIe หรือแบบอื่นตามการออกแบบ หลักเดียวกันใช้กับพอร์ตภายนอก คือรูปร่างเหมือนไม่ได้แปลว่าความสามารถเท่ากัน

หน่วยประมวลผลกลางหรือ Central Processing Unit (CPU) มีหน่วยควบคุม หน่วยคำนวณ รีจิสเตอร์ แคช และแกนประมวลผลที่ร่วมกันดึงคำสั่ง ถอดรหัส อ่านข้อมูล คำนวณ และบันทึกผล ความถี่นาฬิกาบอกจำนวนรอบต่อวินาที แต่ประสิทธิภาพจริงยังขึ้นกับงานต่อรอบ จำนวนแกน ความสามารถทำงานขนาน แคช หน่วยความจำ และชุดคำสั่ง งานที่แบ่งขนานไม่ได้ย่อมได้ประโยชน์จำกัดจากแกนที่เพิ่มขึ้น เมื่ออุณหภูมิหรือกำลังเกินกรอบ ระบบอาจลดความถี่เพื่อป้องกันความเสียหาย อาการช้าจึงต้องตรวจภาระต่อแกน เวลาแฝงหน่วยความจำ อุณหภูมิ และคอขวดอื่น ไม่ตัดสินจากรุ่นหรือ Clock เพียงค่าเดียว

ลำดับชั้นหน่วยความจำจัดทรัพยากรจากขนาดเล็กและเร็วไปสู่ขนาดใหญ่และช้ากว่า รีจิสเตอร์อยู่ใน CPU แคชเก็บสำเนาข้อมูลที่ใช้บ่อย และ Random Access Memory (RAM) เป็นหน่วยความจำหลักสำหรับโปรแกรมที่กำลังทำงาน RAM เป็นหน่วยความจำแบบ Volatile จึงสูญข้อมูลเมื่อปิดไฟ ขณะที่ Read-Only Memory หรือหน่วยความจำไม่ลบเลือนใช้เก็บข้อมูลคงอยู่ เช่น Firmware ระบบปฏิบัติการอาจย้ายหน้าหน่วยความจำระหว่าง RAM กับ Storage เมื่อ RAM ตึงตัว แต่พื้นที่ Swap หรือ Page file ช้ากว่า RAM และไม่ใช่หน่วยความจำเพิ่มโดยไม่มีต้นทุน หนึ่งไบต์โดยทั่วไปเท่ากับ 8 บิต จึงต้องแยกหน่วยขนาดข้อมูลออกจากอัตราบิตของเครือข่าย

ชนิดคอมพิวเตอร์สะท้อนภาระงานและข้อแลกเปลี่ยน Mainframe เน้นธุรกรรมและปริมาณงานจำนวนมาก Server ให้บริการแก่ผู้ใช้หลายราย Workstation เน้นงานเฉพาะที่ใช้สมรรถนะสูง Desktop ซ่อมและขยายได้สะดวก Laptop แลกความคล่องตัวกับข้อจำกัดความร้อนและการอัปเกรด ส่วนอุปกรณ์ฝังตัวกับ Internet of Things (IoT) ทำงานเฉพาะและต้องดูวงจรอัปเดตยาวนาน การเลือกเครื่องจึงเริ่มจากโปรแกรม จำนวนผู้ใช้ ปริมาณข้อมูล ความพร้อมใช้ ความปลอดภัย การบำรุง และการเติบโต มิใช่เลือกสเปกสูงสุดทุกด้าน เพราะส่วนที่เกินงานสร้างต้นทุนโดยไม่ลดคอขวดที่แท้จริง

เส้นทางจากงานสู่ผลลัพธ์ของเครื่องคอมพิวเตอร์

  1. 1Input และข้อมูล
  2. 2CPU และ RAM
  3. 3Storage และ Output
  4. 4OS และการกำกับ
หัวข้อ 2

บทที่ 2 Storage ระบบแฟ้ม และความอยู่รอดของข้อมูล

อุปกรณ์เก็บข้อมูลรักษาแฟ้มและสถานะไว้หลังปิดเครื่อง Hard Disk Drive (HDD) ใช้จานแม่เหล็ก มีต้นทุนต่อความจุต่ำแต่การเข้าถึงแบบสุ่มช้ากว่า Solid-State Drive (SSD) ซึ่งใช้หน่วยความจำแฟลช SSD แบบ SATA เหมาะกับการปรับปรุงเครื่องเดิม ส่วน Non-Volatile Memory Express (NVMe) ใช้ PCI Express และคิวขนานเพื่อลดเวลาแฝง แต่ประโยชน์ขึ้นกับสล็อต เลน ความร้อน โปรแกรม และภาระงาน ตัวชี้วัดต้องดูทั้งความจุ Throughput แบบต่อเนื่อง Input/Output Operations per Second (IOPS) แบบสุ่ม เวลาแฝง ความทนทาน อุณหภูมิ และการรับประกัน ไม่มีสื่อใดปลอดจากความเสียหายหรือการลบผิด

อุปกรณ์จริงหนึ่งตัวอาจแบ่งเป็นหลาย Partition ตารางพาร์ทิชันบันทึกขอบเขตเหล่านั้น ส่วน Volume เป็นหน่วยเชิงตรรกะที่ระบบปฏิบัติการนำไปใช้งาน และ File system จัดชื่อ โฟลเดอร์ พื้นที่ว่าง Metadata สิทธิ และการกู้คืนโครงสร้าง New Technology File System (NTFS) รองรับสิทธิและบันทึกการเปลี่ยนแปลงตามระบบ Windows ขณะที่ exFAT เหมาะกับสื่อแลกเปลี่ยนในหลายอุปกรณ์แต่มีคุณสมบัติแตกต่างกัน การ Format คือการสร้างโครงสร้าง File system ไม่ใช่หลักฐานว่าข้อมูลเดิมถูกทำลายจนกู้ไม่ได้ และการเปลี่ยนนามสกุลไฟล์ไม่เปลี่ยนรูปแบบเนื้อหาจริง การจัดการจึงต้องแยกอุปกรณ์ พาร์ทิชัน Volume และ File system ให้ถูกชั้น

Redundant Array of Independent Disks (RAID) รวมดิสก์เพื่อเพิ่มสมรรถนะหรือความทนต่อความเสียหายบางแบบ RAID 0 กระจายข้อมูลเพื่อความเร็วแต่ดิสก์ตัวเดียวเสียอาจทำให้ Volume ทั้งชุดเสีย RAID 1 ทำสำเนาแบบกระจก RAID 5 และ RAID 6 ใช้ข้อมูล Parity เพื่อทนการเสียตามรูปแบบ ส่วน RAID 10 กระจายข้อมูลเหนือคู่สำเนา อย่างไรก็ตาม RAID ไม่ป้องกันการลบผิด มัลแวร์ ความเสียหายเชิงตรรกะ ไฟไหม้ การขโมย หรือความผิดพลาดที่ถูกทำซ้ำไปทุกดิสก์ การ Rebuild ยังใช้เวลาและเพิ่มภาระ จึงต้องเฝ้าระวังและไม่ใช้ RAID แทน Backup

การสำรองข้อมูลเริ่มจากกำหนดขอบเขต Recovery Point Objective (RPO) ซึ่งบอกจุดข้อมูลย้อนหลังสูงสุดที่ยอมเสีย และ Recovery Time Objective (RTO) ซึ่งบอกเวลาที่ต้องคืนบริการ Full backup เก็บข้อมูลเป้าหมายทั้งหมด Incremental เก็บการเปลี่ยนตั้งแต่ชุดสำรองล่าสุด และ Differential เก็บการเปลี่ยนตั้งแต่ Full ล่าสุด การเลือกแบบมีผลต่อเวลาสำรอง พื้นที่ และลำดับ Restore หลัก 3-2-1 ช่วยกระจายสำเนาข้ามสื่อหรือ Failure domain และควรมีสำเนา Offline หรือ Immutable ตามภัยคุกคาม แต่ Job ที่ขึ้นสถานะสำเร็จยังไม่พิสูจน์ว่ากู้ได้จนกว่าจะทดสอบ Key สื่อ ขั้นตอน และการทำงานของโปรแกรมหลัง Restore

เมื่อสื่อหมดอายุหรือเปลี่ยนเจ้าของ ต้องใช้กระบวนการ Media sanitization ตามความลับ ชนิดสื่อ และมาตรฐานที่องค์กรอนุมัติ แนวทางอาจเป็น Clear, Purge, Cryptographic erase หรือ Destroy ตามกรณี โดยต้องตรวจผลและเก็บหลักฐาน การลบไฟล์ ล้างถังขยะ หรือ Quick format มักเปลี่ยนเพียง Metadata และไม่เพียงพอสำหรับข้อมูลสำคัญ หากสื่อเริ่มผิดปกติควรลดการเขียน เก็บ Image หรือสำรองตามความสำคัญ แล้วดำเนินการกู้โดยไม่ทำลายหลักฐาน การคุ้มครองข้อมูลจึงต่อเนื่องตั้งแต่การสร้าง การใช้งาน การสำรอง การกู้คืน จนถึงการทำลาย ไม่สิ้นสุดเมื่อถอดดิสก์ออกจากเครื่อง

กลไกช่วยเรื่องใดสิ่งที่ไม่รับรอง
SSD หรือ HDDเก็บข้อมูลคงอยู่ตามสมรรถนะและความจุไม่รับรองว่าอุปกรณ์จะไม่เสียหรือข้อมูลไม่ถูกลบ
File systemจัดชื่อ Metadata พื้นที่ สิทธิ และโครงสร้างแฟ้มไม่ใช่ Backup และ Format ไม่เท่ากับ Sanitization
RAIDเพิ่มสมรรถนะหรือทนดิสก์เสียบางรูปแบบไม่กันการลบผิด มัลแวร์ ไฟไหม้ หรือความผิดพลาดร่วม
Backupเก็บสำเนาและ Version เพื่อกู้ตาม RPO/RTOยังไม่พิสูจน์ผลจนกว่าจะทดสอบ Restore
Media sanitizationทำให้เข้าถึงข้อมูลเดิมไม่ได้ตามระดับความพยายามต้องเลือกวิธีตามชนิดสื่อและความลับ ไม่ใช้สูตรเดียวทุกกรณี
อ่านสรุปฉบับเต็มทุกหัวข้อ
สมาชิก PRO ระบบจะจำหัวข้อที่อ่านค้างไว้ให้ด้วย
PRO 99 บาท/เดือน

เนื้อหาสรุปนี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาส่วนบุคคล ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ หรือนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต

สรุปความรู้เกี่ยวกับการใช้คอมพิวเตอร์ระบบฮาร์ดแวร์ (Hardware) ระบบซอฟต์แวร์ อ่านง่าย จำได้จริง | ติวสอบภาค ข | ติวสอบภาค ข