กลับไปทำข้อสอบวิชานี้

ความรู้เกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล (Digital Literacy)

เข้าใจ เลือก ใช้ ตรวจสอบ สื่อสาร สร้างสรรค์ และป้องกันความเสี่ยงดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิภาพ ปลอดภัย มีจริยธรรม และรับผิดชอบ

7 หัวข้อ · อ่านประมาณ 52 นาที

อ่านฟรีได้ 2 จาก 7 หัวข้อ29%
หัวข้อ 1

บทนำ — Digital Literacy คืออะไร

Digital Literacy คืออะไร

  • Access — สมรรถนะ: เลือกอุปกรณ์ บัญชี เครือข่าย และการช่วยการเข้าถึงที่เหมาะ
  • Understand — สมรรถนะ: เข้าใจฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ ข้อมูล เครือข่าย อัลกอริทึม และข้อจำกัด
  • Find — สมรรถนะ: ตั้งคำค้น ใช้ตัวกรอง และหาแหล่งต้นทาง
  • Evaluate — สมรรถนะ: ตรวจผู้สร้าง หลักฐาน วันที่ บริบท อคติ การบิดเบือน และแรงจูงใจ
  • Create — สมรรถนะ: ผลิตเอกสาร ข้อมูล สื่อ และระบบงานที่ถูกต้อง เข้าถึงได้ และเคารพลิขสิทธิ์
  • Communicate/Collaborate — สมรรถนะ: เลือกช่องทาง แบ่งสิทธิ ควบคุม Version และทำงานกับผู้อื่น
  • Protect — สมรรถนะ: คุ้มครองบัญชี อุปกรณ์ ข้อมูล ความเป็นส่วนตัว สุขภาวะ และชื่อเสียง
  • Solve/Adapt — สมรรถนะ: วิเคราะห์ปัญหา เรียนรู้เครื่องมือใหม่ สำรองทางเลือก และขอความช่วยเหลือได้

การใช้เทคโนโลยีอย่างเร็วไม่เท่ากับใช้อย่างรู้เท่าทัน ผู้ใช้ที่ดีรู้ว่า เมื่อใดควรใช้ เมื่อใดไม่ควรใช้ อะไรต้องตรวจ และใครได้รับผลกระทบ

องค์ประกอบของระบบคอมพิวเตอร์
องค์ประกอบหน้าที่/ตัวอย่าง
Hardwareอุปกรณ์กายภาพ เช่น CPU, RAM, Storage, Keyboard, Display, Network interface
Softwareคำสั่งและโปรแกรม ได้แก่ระบบปฏิบัติการ แอป Driver และ Utility
Dataข้อเท็จจริงที่เข้ารหัสเพื่อจัดเก็บ ประมวลผล และสื่อสาร
Peopleผู้ใช้ ผู้ดูแล นักพัฒนา เจ้าของข้อมูล และผู้ตัดสินใจ
Procedureขั้นตอน กฎ สิทธิ การสำรอง การกู้ และการตอบเหตุ
Network/Communicationสื่อ อุปกรณ์ โพรโทคอล และบริการที่เชื่อมระบบ

องค์ประกอบของระบบคอมพิวเตอร์

  1. 1Input
  2. 2Processing
  3. 3Output
  4. 4Storage
  5. 5Communication/Feedback

ระบบมีคุณภาพเมื่อองค์ประกอบทำงานร่วมกัน ฮาร์ดแวร์แรงไม่ช่วยหากข้อมูลผิด ขั้นตอนไม่ชัด สิทธิไม่เหมาะ หรือผู้ใช้ไม่ได้รับการสนับสนุน

CPU หน่วยความจำ และอุปกรณ์จัดเก็บ

  • CPU — หน้าที่: ดึง ถอดรหัส และประมวลผลคำสั่ง; ข้อควรจำ: Clock สูงกว่าไม่รับประกันเร็วกว่าเสมอ ต้องดูสถาปัตยกรรม Core งาน และความร้อน
  • Core/Thread — หน้าที่: ช่วยทำงานขนาน; ข้อควรจำ: โปรแกรมต้องรองรับและงานบางอย่างยังเป็นลำดับ
  • Cache — หน้าที่: หน่วยความจำเร็วใกล้ CPU; ข้อควรจำ: เล็กกว่า RAM และช่วยลดเวลารอข้อมูล
  • RAM — หน้าที่: พื้นที่ทำงานชั่วคราวของโปรแกรม; ข้อควรจำ: โดยทั่วไปข้อมูลหายเมื่อปิดไฟ; RAM น้อยทำให้สลับไป Storage
  • ROM/Firmware — หน้าที่: เก็บคำสั่งเริ่มต้น/ควบคุมอุปกรณ์; ข้อควรจำ: Firmware อัปเดตได้ในหลายอุปกรณ์
  • SSD — หน้าที่: เก็บข้อมูลถาวรด้วยหน่วยความจำแฟลช; ข้อควรจำ: เร็วและทนแรงกระแทกกว่าดิสก์จาน แต่มีอายุการเขียน
  • HDD — หน้าที่: เก็บข้อมูลบนจานแม่เหล็ก; ข้อควรจำ: มักคุ้มความจุ แต่ช้าและไวต่อแรงกระแทก
  • GPU — หน้าที่: ประมวลผลขนานด้านภาพ/คำนวณ; ข้อควรจำ: สำคัญกับกราฟิก วิดีโอ และ AI บางชนิด ไม่แทน CPU ทุกงาน

Storage ไม่ใช่ Backup ไฟล์ที่อยู่ในเครื่องเพียงชุดเดียวอาจสูญหายจากเครื่องเสีย ลบผิด Ransomware หรือสูญหาย

หน่วยข้อมูลและเลขฐาน

  • bit (b) — ความหมาย: 0 หรือ 1 เป็นหน่วยเล็กสุด
  • byte (B) — ความหมาย: 8 bits
  • kB, MB, GB, TB — ความหมาย: หน่วยฐานสิบตาม SI โดยทั่วไป 1 kB = 1,000 B
  • KiB, MiB, GiB, TiB — ความหมาย: หน่วยฐานสอง IEC โดย 1 KiB = 1,024 B
  • bps — ความหมาย: bits per second ใช้วัดอัตราส่งข้อมูล ไม่ใช่ Bytes per second
  • Latency — ความหมาย: เวลาหน่วง; แบนด์วิดท์สูงแต่หน่วงมากยังทำให้สนทนาสดไม่ดี
  • Binary — ความหมาย: ฐาน 2 ใช้ 0–1
  • Decimal — ความหมาย: ฐาน 10 ใช้ 0–9
  • Hexadecimal — ความหมาย: ฐาน 16 ใช้ 0–9 และ A–F; 1 หลักแทน 4 bits

ความสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้อง

  • 1 byte = 8 bits
  • เลขฐานสอง 1010 = ฐานสิบ 10 = ฐานสิบหก A
  • การหารขนาดไฟล์ด้วยความเร็วเครือข่ายต้องทำหน่วย b/B ให้ตรง และยังมี Overhead
  • ผู้ผลิต Storage มักใช้ฐานสิบ ขณะที่ระบบบางแห่งแสดงฐานสองแต่ติดป้าย GB จึงเห็นความจุต่าง

ระบบปฏิบัติการและซอฟต์แวร์

  • Operating system — หน้าที่/ตัวอย่าง: จัดการ Process, Memory, File system, Device, User, Security และ Interface
  • Driver — หน้าที่/ตัวอย่าง: ทำให้ OS สื่อสารกับอุปกรณ์เฉพาะ
  • Utility — หน้าที่/ตัวอย่าง: สำรอง บีบอัด ตรวจระบบ ป้องกันมัลแวร์ หรือดูแล Disk
  • Application — หน้าที่/ตัวอย่าง: ทำงานผู้ใช้ เช่นเอกสาร เบราว์เซอร์ ออกแบบ ประชุม
  • Firmware — หน้าที่/ตัวอย่าง: ซอฟต์แวร์ระดับอุปกรณ์ เช่น Router, SSD, BIOS/UEFI
  • Open-source software — หน้าที่/ตัวอย่าง: เปิด Source code ภายใต้ License; ไม่ได้แปลว่าฟรีทุกกรณีหรือปลอดภัยอัตโนมัติ
  • Proprietary software — หน้าที่/ตัวอย่าง: สิทธิใช้งานตาม License ของเจ้าของ; การซื้อไม่จำเป็นต้องได้กรรมสิทธิ์ Source
  • SaaS — หน้าที่/ตัวอย่าง: ใช้แอปเป็นบริการ ผู้ให้บริการดูแลหลายชั้น แต่ผู้ใช้ยังรับผิดชอบบัญชี ข้อมูล และการตั้งค่า

ติดตั้งซอฟต์แวร์จากแหล่งที่เชื่อถือ ตรวจผู้เผยแพร่ สิทธิที่ขอ License และการอัปเดต หลีกเลี่ยงโปรแกรมเถื่อนเพราะเสี่ยงทั้งกฎหมาย มัลแวร์ และไม่มี Patch

หัวข้อ 2

ไฟล์ นามสกุล และรูปแบบข้อมูล

  • ข้อความ — รูปแบบ: TXT, CSV, JSON, XML; ใช้/ข้อควรระวัง: เน้นข้อมูล/โครงสร้าง; Encoding และ Delimiter ต้องตรง
  • เอกสารแก้ไข — รูปแบบ: DOCX, ODT; ใช้/ข้อควรระวัง: เก็บโครงสร้างและการแก้ไข; ฟอนต์/โปรแกรมอาจทำ Layout ต่าง
  • ตาราง — รูปแบบ: XLSX, ODS; ใช้/ข้อควรระวัง: สูตร รูปแบบ และหลาย Sheet; ไฟล์อาจมี Macro/ลิงก์ภายนอก
  • เอกสารเผยแพร่ — รูปแบบ: PDF, PDF/A; ใช้/ข้อควรระวัง: รักษาหน้า; PDF/A ออกแบบเพื่อเก็บระยะยาว แต่ต้องสร้างให้สอดคล้องมาตรฐาน
  • ภาพ Raster — รูปแบบ: JPEG, PNG, GIF, WebP; ใช้/ข้อควรระวัง: JPEG เหมาะภาพถ่ายแบบ Lossy; PNG เหมาะกราฟิก/Transparency แบบ Lossless
  • ภาพ Vector — รูปแบบ: SVG; ใช้/ข้อควรระวัง: ขยายไม่แตก แต่เป็นโค้ดได้จึงต้องระวังไฟล์ไม่เชื่อถือ
  • เสียง — รูปแบบ: MP3, AAC, WAV, FLAC; ใช้/ข้อควรระวัง: Lossy ลดขนาด; WAV/FLAC รักษาคุณภาพมากกว่าแต่ขนาดต่าง
  • วิดีโอ — รูปแบบ: MP4, WebM, MOV; ใช้/ข้อควรระวัง: Container ไม่ใช่ Codec; อาจต้องมี Codec ที่รองรับ
  • บีบอัด — รูปแบบ: ZIP, 7z; ใช้/ข้อควรระวัง: รวม/ลดขนาด; ตรวจมัลแวร์และหลีกเลี่ยงรหัสผ่านที่ส่งช่องทางเดียวกัน
  • โปรแกรม — รูปแบบ: EXE, MSI, APK, script; ใช้/ข้อควรระวัง: มีความเสี่ยงรันคำสั่ง ไม่เปิดจากแหล่งไม่รู้จัก

การเปลี่ยนนามสกุลด้วยการ Rename ไม่ได้แปลงรูปแบบจริง และนามสกุลอาจถูกซ่อน/ปลอม ต้องดูชนิดไฟล์จริง แหล่งที่มา และสแกนก่อนเปิด

การจัดการไฟล์ Version และ Backup

  1. 1กำหนดโครงสร้าง
  2. 2ตั้งชื่อมาตรฐาน
  3. 3กำหนด Owner/สิทธิ
  4. 4แก้ในแหล่งหลัก
  5. 5ตรวจและอนุมัติ Version
  6. 6สำรอง/ทดสอบกู้
  7. 7เก็บถาวรหรือลบตามอายุ

ชื่อไฟล์ที่ดี

  • ใช้วันที่แบบ YYYY-MM-DD เมื่อการเรียงตามเวลาสำคัญ
  • ระบุเรื่อง หน่วย/โครงการ และสถานะ เช่น DRAFT, REVIEWED, APPROVED
  • ใช้ Version ที่มีหลัก ไม่ต่อท้าย final-final2-ล่าสุดจริง
  • หลีกเลี่ยงอักขระที่ระบบปลายทางไม่รองรับและชื่อยาวเกินจำเป็น
  • ข้อมูลลับไม่ควรอยู่ในชื่อไฟล์ที่เห็นได้แม้ไม่มีสิทธิเปิด
  • Authoritative copy ต้องชัดว่าฉบับใดเป็นหลัก
  • Sync — ต่างกันอย่างไร: ทำไฟล์หลายอุปกรณ์ให้ตรง; การลบ/เข้ารหัสอาจ Sync ตาม จึงไม่ใช่ Backup
  • Backup — ต่างกันอย่างไร: สำเนาสำหรับกู้หลังสูญหาย ต้องแยกสิทธิ/ระบบและทดสอบ Restore
  • Archive — ต่างกันอย่างไร: เก็บระยะยาวเพื่ออ้างอิง/กฎหมาย เน้นความครบ บริบท อายุ และค้นคืน
  • Version history — ต่างกันอย่างไร: ย้อนการแก้ในระบบเดียว มีประโยชน์แต่ยังขึ้นกับบัญชี/บริการนั้น
  • Export — ต่างกันอย่างไร: นำข้อมูลออกในรูปที่อ่านได้ ลด Vendor lock-in แต่ต้องตรวจว่า Metadata/สิทธิครบหรือไม่

เครือข่ายและอุปกรณ์สำคัญ

  • LAN — หน้าที่: เครือข่ายพื้นที่จำกัด เช่นอาคาร/องค์กร
  • WAN — หน้าที่: เชื่อมพื้นที่กว้างและหลายเครือข่าย
  • Internet — หน้าที่: เครือข่ายของเครือข่ายที่ใช้ชุดโพรโทคอล TCP/IP
  • Intranet — หน้าที่: บริการเครือข่ายภายในองค์กร; อาจใช้เทคโนโลยีเว็บเดียวกับ Internet
  • Switch — หน้าที่: ส่ง Frame ภายใน LAN ตาม MAC address
  • Router — หน้าที่: ส่ง Packet ระหว่างเครือข่ายตาม IP และ Route
  • Access point — หน้าที่: เชื่อมอุปกรณ์ Wi-Fi เข้าสู่เครือข่าย
  • Modem/ONT — หน้าที่: แปลง/เชื่อมสัญญาณกับบริการผู้ให้เครือข่ายตามเทคโนโลยี
  • Firewall — หน้าที่: อนุญาต/ปฏิเสธทราฟฟิกตามกฎ; ไม่ป้องกันทุกภัย
  • VPN — หน้าที่: สร้างช่องทางเข้ารหัสระหว่างจุด/ผู้ใช้กับเครือข่าย; ปลายทางยังต้องปลอดภัย

Hub กระจายสัญญาณไปทุกพอร์ต ขณะที่ Switch เรียนรู้ MAC และส่งเฉพาะพอร์ตที่เกี่ยวข้องโดยทั่วไป จึงไม่ใช่อุปกรณ์เดียวกัน

OSI, TCP/IP และโพรโทคอล
OSI Layerหน้าที่/ตัวอย่าง
7 Applicationบริการใกล้แอป เช่น HTTP, DNS, SMTP
6 Presentationรูปแบบข้อมูล การเข้ารหัส/บีบอัดเชิงแบบจำลอง
5 Sessionจัดการช่วงสนทนาเชิงแบบจำลอง
4 TransportTCP/UDP, Port, Reliability/flow
3 NetworkIP, Routing, Packet
2 Data LinkFrame, MAC, Ethernet/Wi-Fi link
1 Physicalสัญญาณ สาย คลื่น Connector และ Bit
  • TCP — ใช้ทำอะไร: เชื่อมต่อและส่งเชื่อถือได้ มีลำดับ/ส่งซ้ำ แต่มี Overhead
  • UDP — ใช้ทำอะไร: ไม่สร้างการเชื่อมต่อแบบ TCP และไม่รับประกันส่งถึง เหมาะงานที่จัดการความสูญเสียเอง/ต้องหน่วงต่ำ
  • HTTP/HTTPS — ใช้ทำอะไร: รับส่งเว็บ/API; HTTPS คือ HTTP ผ่าน TLS
  • DNS — ใช้ทำอะไร: แปลงชื่อโดเมนกับข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ไม่ได้มีเพียง IP
  • DHCP — ใช้ทำอะไร: แจกค่าตั้งเครือข่าย เช่น IP, Gateway, DNS โดยอัตโนมัติ
  • SMTP — ใช้ทำอะไร: ส่งอีเมลระหว่างระบบ/ไคลเอนต์
  • IMAP — ใช้ทำอะไร: จัดการอีเมลบน Server และ Sync หลายอุปกรณ์
  • SFTP/FTPS — ใช้ทำอะไร: ส่งไฟล์แบบปลอดภัยคนละเทคโนโลยี; FTP ปกติไม่เข้ารหัส
  • NTP — ใช้ทำอะไร: เทียบเวลา ซึ่งสำคัญต่อ Log, Certificate และการตรวจเหตุ

IP address, DNS, URL และเว็บ

  • IPv4 — สาระ: ที่อยู่ 32 bits เขียนเป็นเลขฐานสิบ 4 กลุ่ม; ขาดแคลนจึงใช้ NAT อย่างแพร่หลาย
  • IPv6 — สาระ: ที่อยู่ 128 bits เขียนฐานสิบหก; พื้นที่มากกว่าและไม่จำเป็นต้องใช้ NAT ด้วยเหตุขาดที่อยู่
  • Private IP — สาระ: ใช้ในเครือข่ายภายในและไม่ Route บน Internet สาธารณะโดยตรง
  • Public IP — สาระ: ใช้สื่อสารผ่าน Internet และอาจเป็น Dynamic/Shared
  • Domain — สาระ: ชื่อในระบบ DNS เช่น example.go.th
  • URL — สาระ: ประกอบด้วย Scheme, Host, Port (ถ้ามี), Path, Query และ Fragment
  • Cookie — สาระ: ข้อมูลที่เว็บไซต์ให้เบราว์เซอร์เก็บ/ส่งกลับ ใช้ Session, Preference, Analytics/Tracking ตามบริบท
  • Cache — สาระ: เก็บสำเนาเพื่อเร็วขึ้น; อาจทำให้เห็นข้อมูลเก่าหรือมีความเสี่ยงบนเครื่องร่วม

ตรวจ Host จริงจากขวาไปซ้ายก่อน Path เช่น login.example.go.th.evil.test มีโดเมนที่ลงทะเบียนภายใต้ evil.test ไม่ใช่ example.go.th และไอคอนกุญแจ/HTTPS แปลว่าช่องทางเข้ารหัสกับ Host นั้น ไม่ได้ยืนยันว่าเว็บไซต์ซื่อสัตย์

อ่านสรุปฉบับเต็มทุกหัวข้อ
สมาชิก PRO ระบบจะจำหัวข้อที่อ่านค้างไว้ให้ด้วย
PRO 99 บาท/เดือน

เนื้อหาสรุปนี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาส่วนบุคคล ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ หรือนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต

สรุปความรู้เกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล (Digital Literacy) อ่านง่าย จำได้จริง | ติวสอบภาค ข | ติวสอบภาค ข