กลับไปทำข้อสอบวิชานี้

ความรู้เกี่ยวกับการใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ MicrosoftWord, Microsoft Excel

เข้าใจ Word และ Excel ผ่านโครงสร้างของงาน ตั้งแต่สร้างเอกสารและจัดข้อมูล ไปจนถึงตรวจสอบ วิเคราะห์ ทำงานร่วมกัน และส่งมอบไฟล์อย่างถูกต้อง

6 หัวข้อ · อ่านประมาณ 31 นาที

อ่านฟรีได้ 2 จาก 6 หัวข้อ33%
หัวข้อ 1

บทที่ 1 เลือกเครื่องมือและควบคุมวงจรชีวิตของไฟล์สำนักงาน

Microsoft Word เป็นโปรแกรมประมวลผลคำซึ่งออกแบบมาสำหรับข้อความที่ไหลต่อเนื่องเป็นย่อหน้า หน้า และส่วนของเอกสาร จึงเหมาะกับหนังสือราชการ รายงาน คู่มือ และจดหมาย ส่วน Microsoft Excel เป็นโปรแกรมตารางคำนวณซึ่งจัดข้อมูลเป็นแถว คอลัมน์ และเซลล์ เหมาะกับรายการธุรกรรม การคำนวณ การวิเคราะห์ และรายงานเชิงตัวเลข การเลือกโปรแกรมไม่ควรตัดสินจากรูปลักษณ์สุดท้ายเพียงอย่างเดียว เพราะทั้งสองสร้างตารางและแผนภูมิได้ แต่ต้องพิจารณาว่างานมีแกนเป็น “ข้อความและการจัดหน้า” หรือ “ข้อมูลที่ต้องคำนวณและกรอง” หากเลือกแกนผิด การแก้ไข การตรวจสอบ และการใช้ข้อมูลซ้ำจะยากขึ้นตั้งแต่ต้น

ส่วนติดต่อของทั้งสองโปรแกรมใช้แนวคิดร่วมกัน Ribbon แบ่งคำสั่งเป็น Tab, Group และ Command ส่วน Quick Access Toolbar เก็บคำสั่งที่ใช้บ่อย และ Status Bar แสดงสถานะของงานตามบริบท เมื่อเลือกตาราง รูปภาพ แผนภูมิ หรือวัตถุเฉพาะ โปรแกรมอาจแสดง Contextual tab เพิ่มขึ้น จึงต้องมองทั้งสิ่งที่เลือกและคำสั่งที่ปรากฏ แท็บ File เปิด Backstage สำหรับ New, Open, Save, Print, Export, Share และ Options ซึ่งเป็นงานระดับไฟล์ ต่างจาก Home, Insert, Layout, Review หรือ Data ที่ทำกับเนื้อหาภายใน การจำตำแหน่งคำสั่งจึงควรผูกกับหน้าที่ ไม่ใช่ท่องชื่อแท็บโดยไม่รู้ขอบเขตของคำสั่ง

Workbook ของ Excel และ Document ของ Word ต่างมีวงจรตั้งแต่สร้าง ตั้งชื่อ จัดเก็บ แก้ไข ทบทวน เผยแพร่ และเก็บรักษา คำสั่ง Save บันทึกกลับลงไฟล์เดิม ส่วน Save As หรือ Save a Copy สร้างชื่อ ตำแหน่ง หรือรูปแบบใหม่ตามรุ่นและบริการที่ใช้ AutoSave สามารถบันทึกการเปลี่ยนแปลงต่อเนื่องเมื่อไฟล์อยู่บนพื้นที่ที่รองรับ ขณะที่ AutoRecover เก็บข้อมูลเพื่อช่วยกู้จากการปิดผิดปกติตามช่วงเวลาที่ตั้งไว้ ทั้งสองไม่ใช่สำเนาสำรองที่ครอบคลุมทุกความเสี่ยง ผู้ใช้จึงต้องมี Version history หรือ Backup ตามความสำคัญของงาน และตรวจสถานะ Saved ก่อนปิด ส่ง หรือย้ายไฟล์ทุกครั้ง

รูปแบบไฟล์กำหนดทั้งความสามารถและความเสี่ยง Word ใช้ `.docx` เป็นเอกสารทั่วไปและ `.docm` เมื่อมีมาโคร Excel ใช้ `.xlsx` สำหรับสมุดงานทั่วไปและ `.xlsm` เมื่อเก็บ VBA รูปแบบเก่าอย่าง `.doc` และ `.xls` อาจเปิดใน Compatibility Mode ซึ่งจำกัดคุณลักษณะบางส่วน ส่วน `.csv` เป็นข้อความตารางหนึ่งชุด ไม่เก็บหลาย Worksheet สูตร รูปแบบ แผนภูมิ หรือมาโคร แม้เปิดด้วย Excel ได้ การส่งออก `.pdf` เหมาะกับฉบับที่ต้องคงเค้าโครง แต่ไม่ทำให้ข้อมูลลับถูกลบโดยอัตโนมัติ และการเห็นนามสกุลที่คุ้นเคยไม่รับรองว่าไฟล์ปลอดภัย โดยเฉพาะไฟล์มีมาโคร ลิงก์ หรือการเชื่อมต่อภายนอก

การทำงานที่น่าเชื่อถือจึงต้องแยกต้นฉบับแก้ไขออกจากฉบับเผยแพร่ ระบุชื่อไฟล์ รุ่น เจ้าของ และตำแหน่งจัดเก็บให้ชัด ตรวจว่าไฟล์ Read-only หรือ Protected View เพราะนโยบายใด และไม่กด Enable Editing หรือ Enable Content เมื่อไม่เชื่อแหล่ง ก่อนส่งต้องตรวจ Comment, Revision, Hidden data, Formula, External link, สิทธิผู้รับ และไฟล์ผลลัพธ์จริง การปิดเอกสารด้วย Close ต่างจากการออกจากโปรแกรมด้วย Exit ตามแพลตฟอร์มและจำนวนไฟล์ที่เปิด หลักเหล่านี้ใช้ได้กับทั้ง Word และ Excel เพราะข้อผิดพลาดสำคัญมักไม่ได้เกิดจากพิมพ์คำสั่งผิดเพียงครั้งเดียว แต่เกิดจากการควบคุมฉบับและขอบเขตของไฟล์ไม่ชัดตลอดกระบวนการ

ความสัมพันธ์ของ Word และ Excel ในงานสำนักงาน

  1. 1ข้อมูลและข้อเท็จจริงเก็บระเบียน ตัวเลข วันที่ และรหัสให้มีชนิดกับเจ้าของชัดเจน
  2. 2Excelตรวจคุณภาพ คำนวณ กรอง สรุป และสร้างผลวิเคราะห์จากข้อมูลที่มีโครงสร้าง
  3. 3Wordเรียบเรียงความหมาย จัดหน้า อ้างอิง และสร้างเอกสารสำหรับผู้อ่านหรือผู้รับแต่ละราย
  4. 4การทบทวนร่วมกันตรวจแหล่ง สูตร การแก้ไข ข้อมูลซ่อน สิทธิ และเวอร์ชันก่อนอนุมัติ
  5. 5ฉบับส่งมอบส่งไฟล์ต้นฉบับหรือ PDF ตามวัตถุประสงค์ พร้อมเปิดตรวจผลและกำหนดสิทธิถูกต้อง
หัวข้อ 2

บทที่ 2 Word จากข้อความสู่โครงสร้างเอกสารที่แก้ไขได้ทั้งเล่ม

การแก้ไขใน Word เริ่มจาก Insertion point ซึ่งบอกตำแหน่งที่จะพิมพ์ และ Selection ซึ่งกำหนดขอบเขตที่คำสั่งจะมีผล Cut ย้ายข้อมูลผ่าน Clipboard, Copy ทำสำเนา และ Paste นำข้อมูลกลับเข้าเอกสารโดยมี Paste Options ให้เลือกรักษารูปแบบต้นทาง ผสานกับรูปแบบปลายทาง หรือเก็บเฉพาะข้อความ การวางแบบ Unformatted Text ช่วยลดรูปแบบแปลกที่ติดมาจากเว็บหรือเอกสารอื่น ส่วน Undo และ Redo ย้อนหรือคืนการกระทำได้ตามประวัติที่โปรแกรมเก็บ Find ค้นข้อความ รูปแบบ หรืออักขระพิเศษ และ Replace แก้หลายตำแหน่งได้รวดเร็ว แต่ Replace All ต้องกำหนดขอบเขต ตัวพิมพ์ คำเต็ม และ Wildcard ให้รัดกุมแล้วตรวจผล เพราะคำที่เหมือนกันอาจทำหน้าที่ต่างกันในคนละบริบท

รูปแบบตัวอักษร เช่น Font, Size, Bold, Italic, Underline, Color, Highlight, Superscript และ Subscript เป็นคุณสมบัติระดับอักขระ ส่วน Alignment, Indent, Line spacing, Spacing before/after, Tab stop, Border และ Shading เป็นคุณสมบัติระดับย่อหน้า การแยกสองระดับนี้สำคัญเมื่อรูปแบบเพี้ยน เพราะ Paragraph mark เก็บคุณสมบัติของย่อหน้าและการคัดหรือลบเครื่องหมายดังกล่าวอาจเปลี่ยนรูปแบบตามไปด้วย การเปิด Nonprinting marks ทำให้เห็น Space, Tab, Paragraph mark, Page break และ Section break ซึ่งช่วยวินิจฉัยว่าระยะหรือหน้าว่างเกิดจากโครงสร้างใด แทนการแก้ด้วยการเคาะ Space หรือ Enter ซ้ำจนเอกสารเสียรูปเมื่อแก้ข้อความภายหลัง

Styles รวมรูปแบบไว้ภายใต้ชื่อที่มีความหมาย เช่น Normal, Heading 1, Heading 2, Body Text และ Caption เมื่อแก้คำจำกัดความของ Style ข้อความที่ใช้ Style เดียวกันจึงปรับพร้อมกัน ช่วยรักษาความสม่ำเสมอและลด Direct formatting ที่กระจัดกระจาย Heading style ไม่ได้มีไว้ทำตัวอักษรใหญ่เท่านั้น แต่สร้างระดับโครงสร้างที่ Navigation Pane, Outline, Table of Contents, Cross-reference และเครื่องมือช่วยการเข้าถึงนำไปใช้ได้ Theme จัดชุดสี ฟอนต์ และเอฟเฟกต์ระดับเอกสาร ส่วน Template เก็บ Styles, Page setup, Building Blocks และมาโครตามชนิดไฟล์ การเริ่มงานจากแม่แบบที่ควบคุมแล้วจึงทำให้ทั้งหน่วยงานใช้ภาษาและรูปแบบเดียวกันโดยไม่ต้องตั้งค่าซ้ำทุกหน้า

ย่อหน้าควรจัดด้วยเครื่องมือที่ตรงหน้าที่ Alignment กำหนดชิดซ้าย กึ่งกลาง ชิดขวา หรือชิดสองขอบ Indent ขยับขอบย่อหน้า First-line indent ขยับเฉพาะบรรทัดแรก และ Hanging indent ทำให้บรรทัดถัดไปเข้าด้านใน เหมาะกับบรรณานุกรมหรือรายการ Tab stop จัดข้อความตามตำแหน่ง Left, Center, Right หรือ Decimal และใส่ Leader ได้ จึงแม่นกว่าการกด Space หลายครั้ง ระยะระหว่างย่อหน้าควรใช้ Spacing before/after ส่วนระยะภายในย่อหน้าใช้ Line spacing การควบคุม Keep with next, Keep lines together และ Widow/Orphan ช่วยไม่ให้หัวข้อหรือบรรทัดโดดค้างผิดหน้า หลักสำคัญคือรูปแบบทุกชนิดควรแสดงความสัมพันธ์ของเนื้อหา ไม่ใช่ตกแต่งโดยไม่มีโครงสร้างรองรับ

Page break เริ่มหน้าใหม่โดยยังอยู่ใน Section เดิม จึงคง Page setup, Header, Footer และระบบเลขหน้าชุดเดิม ส่วน Section break สร้างขอบเขตการตั้งค่าใหม่ ใช้เมื่อหน้าเดียวต้องเปลี่ยน Portrait เป็น Landscape แบ่ง Columns เปลี่ยน Margin หรือเริ่มเลขหน้าและ Header/Footer รูปแบบใหม่ ตัวเลือก Link to Previous ทำให้ส่วนหัวหรือส่วนท้ายของ Section ใหม่เชื่อมกับ Section ก่อน หากต้องการต่างกันต้องปิดการเชื่อมของชนิด Header/Footer ที่เกี่ยวข้องก่อน Different First Page แยกหน้าแรก และ Different Odd & Even Pages แยกหน้าคี่กับคู่ การเข้าใจขอบเขตของ Section จึงแก้ปัญหาหน้าว่าง เลขหน้าผิด และหัวกระดาษเปลี่ยนทั้งเล่มได้ตรงเหตุ มากกว่าลบหรือพิมพ์ข้อความซ้ำทีละหน้า

อ่านสรุปฉบับเต็มทุกหัวข้อ
สมาชิก PRO ระบบจะจำหัวข้อที่อ่านค้างไว้ให้ด้วย
PRO 99 บาท/เดือน

เนื้อหาสรุปนี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาส่วนบุคคล ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ หรือนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต

สรุปความรู้เกี่ยวกับการใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ MicrosoftWord, Microsoft Excel อ่านง่าย จำได้จริง | ติวสอบภาค ข | ติวสอบภาค ข