สารบัญ16 หัวข้อหลัก
- 1.บทนำ — สถานะเอกสารที่ใช้ในเนื้อหานี้
- 2.ความสัมพันธ์จากยุทธศาสตร์ถึงผลต่อประชาชน
- 3.23 ประเด็นแผนแม่บท: คน สังคม สิ่งแวดล้อม และรัฐ
- 4.นโยบายด้านเศรษฐกิจ: จากโอกาสของประชาชนถึงภาคการผลิต
- 5.5 กลุ่มยุทธศาสตร์ของรัฐบาล: กลไกบูรณาการ ไม่ใช่หมวดนโยบายซ้ำ
- 6.แผนฯ 13: มิติความยั่งยืนและปัจจัยผลักดัน
- 7.Theory of Change และ Logic Model
- 8.Leading, Output และ Outcome indicators
- 9.การมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสีย
- 10.ประสิทธิภาพไม่ใช่แค่เบิกจ่ายหรือต้นทุนต่ำ
- 11.เชื่อม SDGs อย่างมีสาระ
- 12.Dashboard ที่ใช้ตัดสินใจได้
- 13.การสื่อสารสถานะแผนการปฏิรูปประเทศให้ถูก
- 14.กรณีวิเคราะห์: ความเสี่ยงและการปรับตัวเมื่อสมมติฐานพัง
- 15.สถานการณ์ออกประเด็น: ความเสมอภาคและพื้นที่
- 16.หลักตรวจสอบก่อนเสนอ/รายงานโครงการ
บทนำ — สถานะเอกสารที่ใช้ในเนื้อหานี้
สรุปตรวจสอบ ณ 1 กันยายน 2569 โดยใช้คำแถลงนโยบายรัฐบาลวันที่ 9 เมษายน 2569 แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 ซึ่งใช้ถึง 30 กันยายน 2570 ยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ. 2561–2580 และพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546 ซึ่งรวมการแก้ไข พ.ศ. 2562. นโยบายรัฐบาลเป็นข้อมูลที่เปลี่ยนได้ จึงต้องตรวจคำแถลงหรือมติล่าสุดเมื่อใช้งาน ส่วนกฎหมายและแผนระดับชาติต้องตรวจฉบับแก้ไข สถานะ และช่วงเวลาของเอกสารนั้นโดยตรง การจำชื่อเอกสารโดยไม่ตรวจวันที่อาจทำให้ใช้แผนหมดอายุหรือบทบัญญัติเดิม
ชื่อวิชาระบุ “เช่น” นโยบายรัฐบาลและแผนการบริหารราชการแผ่นดิน จึงต้องเข้าใจทั้งเอกสารปัจจุบัน ระบบแผนสามระดับ การแปลงแผนสู่โครงการ ตลอดจนข้อกฎหมายที่ยกเลิกแผนสี่ปีแบบเดิมแล้ว ไม่ใช่ท่องรายชื่อนโยบายเพียงอย่างเดียว. ตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยฉบับที่ 2 พ.ศ. 2562 มาตรา 13 มาตรา 14 และมาตรา 15 เดิมถูกยกเลิก บทบัญญัติเก่าที่เคยให้คณะรัฐมนตรีจัดทำแผนการบริหารราชการแผ่นดินสี่ปีและให้ส่วนราชการทำแผนสี่ปีตามแผนนั้นจึงไม่ใช่กรอบกฎหมายปัจจุบัน
ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีลงวันที่ 21 พฤศจิกายน 2562 ยังยกเลิกระเบียบว่าด้วยการจัดทำแผนการบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2547 และฉบับที่ 2 พ.ศ. 2548 โดยให้เหตุผลว่าพระราชกฤษฎีกาฉบับแก้ไขได้ยกเลิกการจัดทำแผนการบริหารราชการแผ่นดินและแผนนิติบัญญัติแห่งชาติ พร้อมเปลี่ยนแผนปฏิบัติราชการจากสี่ปีเป็นห้าปี. ดังนั้น หากประเด็นหรือเอกสารกล่าวถึง “แผนการบริหารราชการแผ่นดิน” ต้องดูบริบทเวลา หากถามระบบเดิมจึงตอบตามบทบัญญัติเดิม แต่หากถามแนวทางปัจจุบัน ต้องอธิบายว่ารัฐบาลแถลงนโยบายต่อรัฐสภา และส่วนราชการถ่ายทอดผ่านแผนปฏิบัติราชการห้าปีกับแผนรายปีที่สอดคล้องแผนระดับชาติ ไม่ควรตอบว่าให้จัดทำแผนสี่ปีแบบเดิม
มาตรา 9 กำหนดให้ส่วนราชการจัดทำแผนปฏิบัติราชการไว้ล่วงหน้าก่อนดำเนินภารกิจ แผนต้องมีขั้นตอน ระยะเวลา งบประมาณของแต่ละขั้นตอน เป้าหมาย ผลสัมฤทธิ์ และตัวชี้วัดความสำเร็จ ข้อกำหนดนี้ทำให้การเขียนเฉพาะรายการกิจกรรมหรือยอดงบประมาณยังไม่เพียงพอ. ส่วนราชการต้องติดตามและประเมินผลตามแผน และเมื่อการปฏิบัติภารกิจหรือแผนก่อผลกระทบต่อประชาชน ต้องแก้ไข บรรเทา หรือเปลี่ยนแผนให้เหมาะสม กฎหมายจึงไม่ได้บังคับให้ยึดกิจกรรมเดิมทั้งที่หลักฐานเปลี่ยน แต่บังคับให้รักษาความรับผิดชอบต่อผลสัมฤทธิ์และผลกระทบ
มาตรา 10 กำหนดให้ภารกิจที่เกี่ยวข้องหลายส่วนราชการหรือมีลักษณะใกล้เคียงต่อเนื่องกันต้องกำหนดแนวปฏิบัติแบบบูรณาการร่วมกันโดยมุ่งผลสัมฤทธิ์ ประเด็นสำคัญจึงไม่ใช่จำนวนหน่วยงานที่เข้าประชุม แต่คือผลลัพธ์ร่วม การแบ่งงาน การเชื่อมข้อมูล และความสามารถแก้คอขวดข้ามหน่วย. มาตรา 16 วรรคหนึ่งกำหนดให้ส่วนราชการจัดทำแผนปฏิบัติราชการเป็น แผนห้าปี ให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ แผนแม่บท แผนการปฏิรูปประเทศ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ นโยบายคณะรัฐมนตรีที่แถลงต่อรัฐสภา และแผนอื่นที่เกี่ยวข้อง การกล่าวว่าแผนปัจจุบันต้องทำสี่ปีจึงเป็นการใช้กฎหมายก่อนแก้ไข
ในแต่ละปีงบประมาณ ส่วนราชการต้องจัดทำแผนปฏิบัติราชการประจำปี ระบุสาระสำคัญเกี่ยวกับนโยบายการปฏิบัติราชการ เป้าหมายและผลสัมฤทธิ์ ประมาณการรายได้ รายจ่าย และทรัพยากรอื่น แล้วเสนอรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบ เมื่อสิ้นปีงบประมาณต้องจัดทำรายงานผลสัมฤทธิ์ของแผนรายปีเสนอต่อคณะรัฐมนตรี. แผนรายปีจึงไม่ใช่สำเนาแผนห้าปีโดยอัตโนมัติ แต่เป็นการเลือกความสำคัญและลงรายละเอียดของปีนั้นภายใต้กรอบระยะปานกลาง ต้องปรับตามงบประมาณ สถานการณ์ ความเสี่ยง ผลประเมิน และกำลังดำเนินงาน โดยยังรักษาความเชื่อมโยงกับผลลัพธ์และเป้าหมายของแผนห้าปี
มาตรา 17 ให้สำนักงานงบประมาณและ ก.พ.ร. ร่วมกำหนดแนวทางเพื่อให้แผนตามมาตรา 16 ใช้กับแผนที่ต้องทำตามกฎหมายงบประมาณได้โดยไม่เพิ่มภาระเกินสมควร หลักคิดคือข้อมูลชุดเดียวควรตอบทั้งการวางแผน การจัดสรรงบ การติดตาม และความรับผิดชอบ ไม่สร้างแบบฟอร์มซ้ำที่ไม่ช่วยตัดสินใจ. เมื่อรัฐมนตรีเห็นชอบแผนรายปี สำนักงบประมาณจึงจัดสรรงบให้ภารกิจตามแผน และหากภารกิจไม่ได้เสนอหรือไม่ได้รับความเห็นชอบก็ไม่ควรได้รับการจัดสรร หลักนี้เชื่อมงบกับภารกิจและผลที่ตั้งใจ แต่ไม่ได้หมายความว่าการเบิกจ่ายครบจะพิสูจน์ว่าผลสัมฤทธิ์เกิดแล้ว
มาตรา 18 วางเงื่อนไขเรื่องการโอนงบที่ทำให้ภารกิจเดิมไม่บรรลุหรือใช้ในภารกิจใหม่ซึ่งไม่อยู่ในแผน โดยต้องปรับแผนให้สอดคล้องและมีเหตุจำเป็น เช่น ภารกิจหมดความจำเป็น ไม่เป็นประโยชน์ ค่าใช้จ่ายเกินจำเป็น หรือมีเหตุหลีกเลี่ยงไม่ได้ จึงควรเก็บเหตุผล ผู้อนุมัติ ผลต่อเป้าหมาย และร่องรอยเวอร์ชันไว้ตรวจสอบ. มาตรา 20 ให้กำหนดเป้าหมาย แผนการทำงาน ระยะเวลาแล้วเสร็จ และงบประมาณของงานหรือโครงการ พร้อมเผยแพร่ให้ข้าราชการและประชาชนทราบ ส่วนมาตรา 21 ให้จัดทำบัญชีต้นทุนในงานบริการสาธารณะ หลักสองข้อนี้ช่วยให้ประเมินทั้งความโปร่งใส ประสิทธิภาพ และความคุ้มค่า ไม่ใช่เพียงตรวจว่าเอกสารแผนมีครบ. ระดับที่ 1 คือยุทธศาสตร์ชาติ ทำหน้าที่กำหนดวิสัยทัศน์ เป้าหมาย และทิศทางพัฒนาประเทศระยะยาว
ระดับที่ 2 ถ่ายทอดยุทธศาสตร์เป็นทิศทางเฉพาะผ่านแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และนโยบายกับแผนระดับชาติว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติ ส่วนแผนการปฏิรูปประเทศเคยอยู่ระดับนี้แต่ช่วงแผนเดิมสิ้นสุดแล้ว. ระดับที่ 3 นำเป้าหมายลงสู่กลยุทธ์ เจ้าภาพ พื้นที่ งบ และการปฏิบัติ เช่น แผนปฏิบัติราชการกับแผนปฏิบัติการด้านต่าง ๆ ขณะที่โครงการเป็นหน่วยดำเนินงาน ไม่กลายเป็นแผนอีกระดับเพียงเพราะมีชื่อสอดคล้อง. คำแถลงของคณะรัฐมนตรีเป็นกรอบการทำงานของฝ่ายบริหารในช่วงรัฐบาลนั้น จึงต้องตรวจฉบับล่าสุดและถ่ายทอดไปยังแผนของหน่วยงานโดยไม่ทำให้ช่วงเวลาของแผนระดับชาติเปลี่ยนตามรัฐบาล. การอ้างชื่อแผนหลายฉบับไม่ทำให้โครงการสอดคล้อง ต้องอธิบายสายเหตุจากปัญหา → ผลลัพธ์โครงการ → เป้าหมายและตัวชี้วัดของแผนที่เลือก
ความสัมพันธ์จากยุทธศาสตร์ถึงผลต่อประชาชน
ลำดับการดำเนินงาน
- 1ยุทธศาสตร์ชาติ: กำหนดปลายทางระยะยาว
- 2แผนระดับที่ 2: แตกเป้าหมายและตัวชี้วัดตามประเด็น/ช่วงเวลา
- 3แผนระดับที่ 3: กำหนดกลยุทธ์ เจ้าภาพ พื้นที่ และกลไกปฏิบัติ
- 4แผนงาน/โครงการ: ใช้ทรัพยากรทำกิจกรรมและผลิตผล
- 5ผลลัพธ์: ความสามารถ พฤติกรรม บริการ รายได้ คุณภาพชีวิต หรือสภาพระบบเปลี่ยน
- 6ผลกระทบ/เป้าหมายแผน: contribution ของหลายโครงการและปัจจัยภายนอกร่วมกัน
อย่าอ้างว่าโครงการหนึ่ง “ทำให้” ตัวชี้วัดระดับประเทศดีขึ้นทั้งหมดหากมีเพียงความสอดคล้องเชิงหัวข้อ ต้องประเมินขนาด contribution และปัจจัยภายนอก. วิสัยทัศน์คือ “ประเทศไทยมีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน เป็นประเทศพัฒนาแล้ว ด้วยการพัฒนาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง”. ประเทศชาติมั่นคง มั่นคงภายใน สถาบันหลัก ชายแดน และพร้อมรับภัยคุกคามทุกมิติ ส่วนประชาชนมีความสุข ปลอดภัย เข้าถึงโอกาส บริการ และมีคุณภาพชีวิต. เศรษฐกิจพัฒนาอย่างต่อเนื่อง แข่งขันได้ เติบโตมีคุณภาพ และกระจายประโยชน์ ส่วนสังคมเป็นธรรม ลดความเหลื่อมล้ำ เปิดโอกาส และไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง. ฐานทรัพยากรธรรมชาติยั่งยืน ใช้ อนุรักษ์ และฟื้นฟูทรัพยากรโดยคำนึงถึงคนรุ่นต่อไป
1 ความมั่นคง ความสงบภายใน สถาบันหลัก ความปลอดภัย ความพร้อมรับภัย และความร่วมมือระหว่างประเทศ ส่วน2 การสร้างความสามารถในการแข่งขัน ต่อยอดอดีต ปรับปัจจุบัน และสร้างคุณค่าใหม่ด้วยผลิตภาพ เทคโนโลยี นวัตกรรม โครงสร้างพื้นฐาน และผู้ประกอบการ. 3 การพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ คนดี คนเก่ง มีคุณภาพ สุขภาวะดี และเรียนรู้ตลอดช่วงชีวิต ส่วน4 การสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม ลดความเหลื่อมล้ำ กระจายความเจริญ เสริมพลังสังคม ชุมชน และท้องถิ่น. 5 การสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เติบโตอย่างยั่งยืน จัดการทรัพยากร น้ำ เมือง ภูมิอากาศ และมลพิษ ส่วน6 การปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ ภาครัฐทันสมัย ยึดประชาชน โปร่งใส มีประสิทธิภาพ กฎหมายเหมาะสม และกระบวนการยุติธรรม
โครงการหนึ่งอาจสนับสนุนหลายด้าน แต่ควรกำหนดด้านและเป้าหมายหลักจากผลลัพธ์โดยตรง แล้วระบุผลเสริมอย่างมีเหตุผล ไม่เลือกทุกด้านเพื่อให้ดูครอบคลุม. ชื่อ แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2566–2580) (ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม) ส่วนจำนวน 23 ประเด็น มีลักษณะบูรณาการข้ามยุทธศาสตร์ (cross issue). หน้าที่ ถ่ายทอดเป้าหมายยุทธศาสตร์ชาติเป็นเป้าหมายระดับประเด็น เป้าหมายแผนย่อย ตัวชี้วัด ค่าเป้าหมาย และแนวทาง ส่วนช่วงเป้าหมาย มีค่าเป้าหมายตามห้วงการพัฒนา เช่น 2570, 2575 และ 2580 ตามเอกสารแต่ละตัวชี้วัด. เครื่องมือประกอบ คำอธิบายเป้าหมาย/ตัวชี้วัด รหัสเป้าหมาย Final Value Chain และตารางมอบหมายหน่วยงานเจ้าภาพ จ.1–จ.3 ส่วนข้อผิดพลาดสำคัญ ห้ามใช้ฉบับช่วง 2561–2565 กับโครงการปี 2569 โดยไม่ตรวจฉบับแก้ไข
01 ความมั่นคง ส่วน02 การต่างประเทศ. 03 การเกษตร ส่วน04 อุตสาหกรรมและบริการแห่งอนาคต. 05 การท่องเที่ยว ส่วน06 พื้นที่และเมืองน่าอยู่อัจฉริยะ. 07 โครงสร้างพื้นฐาน ระบบโลจิสติกส์ และดิจิทัล ส่วน08 ผู้ประกอบการและวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมยุคใหม่. 09 เขตเศรษฐกิจพิเศษ
เนื้อหาสรุปนี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาส่วนบุคคล ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ หรือนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต