กลับไปทำข้อสอบวิชานี้

ความรู้เกี่ยวกับบทบาท/ภารกิจ/โครงสร้างของกรมการแพทย์

จากประวัติและฐานอำนาจ สู่ระบบวิจัย มาตรฐาน บริการตติยภูมิ เครือข่ายเฉพาะทาง และองค์กรสมรรถนะสูงที่มุ่งคุณภาพชีวิตประชาชน

6 หัวข้อ · อ่านประมาณ 25 นาที · มีต้นฉบับจาก dms.go.th

เปิดเนื้อหาฉบับเต็ม
อ่านฟรีได้ 2 จาก 6 หัวข้อ33%
หัวข้อ 1

บทที่ 1 จากผู้ดูแลโรงพยาบาลสู่กรมวิชาการทางการแพทย์ของประเทศ

กรมการแพทย์ถือกำเนิดเมื่อวันที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2485 พร้อมการจัดตั้งกระทรวงสาธารณสุขในช่วงที่งานแพทย์และสาธารณสุขกระจายอยู่หลายหน่วยงาน ภารกิจระยะแรกเน้นบำบัดโรค จัดตั้งและควบคุมโรงพยาบาลของรัฐ รวมถึงดำเนินโรงพยาบาลทั่วไป โรงพยาบาลเฉพาะโรค และการศึกษาบุคลากรบางสาขา (มักออกสอบ) บทบาทดังกล่าวสอดคล้องกับยุคที่ประเทศต้องสร้างบริการรักษาพยาบาลและโครงสร้างโรงพยาบาลให้เพียงพอ กรมจึงเป็นทั้งผู้กำกับและผู้ให้บริการโดยตรงในพื้นที่จำนวนมาก ก่อนที่ระบบสาธารณสุขจะขยายตัวและต้องปรับการแบ่งงานใหม่

จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดใน พ.ศ. 2516 เมื่อกรมการแพทย์และกรมอนามัยแยกจากกรมการแพทย์และอนามัย กรมการแพทย์ได้รับบทบาทเป็นกรมวิชาการของกระทรวงสาธารณสุขด้านการรักษาพยาบาลและฟื้นฟูสุขภาพ โรงพยาบาลทั่วไปจำนวนมากถูกจัดระบบไปอยู่กับหน่วยงานที่ดูแลบริการในภูมิภาค ขณะที่กรมคงโรงพยาบาลกับสถาบันเฉพาะทางไว้เพื่อพัฒนาเทคนิค วิชาการ มาตรฐาน การฝึกอบรม และบริการที่ยุ่งยากซับซ้อน การเปลี่ยนนี้ทำให้คำว่า “กรมการแพทย์” ไม่ได้หมายถึงผู้บังคับบัญชาโรงพยาบาลของรัฐทุกแห่ง แต่หมายถึงแกนวิชาการและบริการอ้างอิงที่ช่วยยกระดับเครือข่ายทั้งประเทศ

กฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. 2562 วางภารกิจปัจจุบันให้พัฒนาวิชาการด้านการบำบัดรักษาและฟื้นฟูสมรรถภาพทางการแพทย์ฝ่ายกาย ผ่านการศึกษา วิเคราะห์ วิจัย พัฒนา และถ่ายทอดองค์ความรู้กับเทคโนโลยีที่เหมาะสม พร้อมเพิ่มพูนทักษะแก่บุคลากรเฉพาะทางและให้บริการระดับตติยภูมิที่ยุ่งยากซับซ้อนอย่างได้มาตรฐาน (มักออกสอบ) คำว่า “วิชาการ” จึงไม่ใช่งานเอกสารที่แยกจากผู้ป่วย แต่เริ่มจากปัญหาในการดูแลจริง สร้างหลักฐานและรูปแบบบริการ แล้วส่งกลับไปใช้ในสถานพยาบาลทุกระดับ

ลักษณะเฉพาะของกรมอยู่ที่การทำสองบทบาทพร้อมกัน บทบาทแรกคือสร้างสินค้าสาธารณะทางวิชาการ เช่น งานวิจัย แนวทางเวชปฏิบัติ มาตรฐาน ฐานข้อมูล การประเมินเทคโนโลยี และข้อเสนอเชิงนโยบาย ซึ่งสถานบริการอื่นนำไปใช้ได้ บทบาทที่สองคือจัดบริการเฉพาะทางระดับตติยภูมิสำหรับโรคหรือภาวะที่ต้องใช้ทีมชำนาญ เทคโนโลยีสูง และระบบรับส่งต่อ ประสบการณ์จากโรงพยาบาลกับสถาบันในสังกัดทำให้งานวิชาการตั้งอยู่บนโจทย์จริง ขณะเดียวกันมาตรฐานและเครือข่ายช่วยไม่ให้ความเชี่ยวชาญกระจุกอยู่เฉพาะโรงพยาบาลของกรม

เมื่อเข้าใจพัฒนาการนี้ โครงสร้างของกรมจะอ่านง่ายขึ้น กองส่วนกลางสนับสนุนการบริหาร วิจัย เทคโนโลยี ยุทธศาสตร์ และการถ่ายทอด ส่วนโรงพยาบาลกับสถาบันเฉพาะทางสร้างความเชี่ยวชาญตามกลุ่มโรคและประชากร ภารกิจทั้งหมดต้องมุ่งเป้าหมายเดียวคือประชาชนได้รับบริการทางการแพทย์ที่มีคุณภาพ มาตรฐานวิชาชีพ และความเสมอภาค การวัดความสำเร็จจึงไม่หยุดที่จำนวนผู้ป่วยที่รักษาในหน่วยงานสังกัด แต่รวมถึงความรู้ มาตรฐาน บุคลากร และรูปแบบบริการที่เครือข่ายนำไปใช้จนผู้ป่วยในพื้นที่ต่าง ๆ ได้รับประโยชน์

หัวข้อ 2

บทที่ 2 วิสัยทัศน์ พันธกิจ และหน้าที่ที่เชื่อมเป็นวงจร

วิสัยทัศน์ของกรมคือการเป็นองค์กรหลักในการจัดหาบริการทางการแพทย์แบบองค์รวมระดับชาติเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าของประชาชน หรือ The National Medical Services Total Solution Provider คำว่า “จัดหาบริการ” กว้างกว่าการให้การรักษาเอง เพราะรวมการพัฒนางานวิชาการ งานวิจัย นวัตกรรม การแสวงหาและประเมินเทคโนโลยีสมัยใหม่ แล้วนำผลไปออกแบบระบบบริการ ถ่ายทอดองค์ความรู้ และผลักดันเป็นนโยบายระดับชาติ ส่วน “แบบองค์รวม” หมายถึงการตอบปัญหาสุขภาพสำคัญอย่างครอบคลุมตามหลัก The Best for the Most และวัดปลายทางที่คุณภาพชีวิตของประชาชนในโรคสำคัญที่กรมรับผิดชอบ

พันธกิจรวมแกนงานไว้ในประโยคเดียว คือสร้างและถ่ายทอดองค์ความรู้ นวัตกรรม และเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่สมคุณค่า จัดบริการทางการแพทย์เฉพาะทางระดับตติยภูมิที่ยุ่งยากซับซ้อน และบริหารราชการแบบมีส่วนร่วมกับทุกภาคส่วน คำว่า “สมคุณค่า” บังคับให้พิจารณาผลทางคลินิก ความปลอดภัย คุณภาพชีวิต ทรัพยากร และความเหมาะสมต่อบริบทประเทศร่วมกัน เทคโนโลยีที่ใหม่หรือราคาแพงจึงไม่ดีโดยอัตโนมัติ ส่วนการมีส่วนร่วมทำให้กรมต้องประสานเขตสุขภาพ โรงพยาบาล มหาวิทยาลัย วิชาชีพ เอกชน ชุมชน และผู้ป่วยตั้งแต่กำหนดโจทย์ไปจนถึงนำผลไปใช้

หน้าที่ตามกฎกระทรวงสามารถจัดเป็นสามกลุ่มที่ต่อกัน กลุ่มวิชาการสร้างองค์ความรู้ เทคโนโลยี ศูนย์อ้างอิง มาตรฐาน และการประเมินความเหมาะสมกับความคุ้มค่า กลุ่มบริการกับการถ่ายทอดรองรับผู้ป่วยที่ส่งต่อ เพิ่มพูนทักษะแพทย์และบุคลากรทางด้านสุขภาพ และกระจายความรู้สู่สถานบริการทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ส่วนกลุ่มระบบกับนโยบายสังเคราะห์หลักฐานเป็นข้อเสนอ ยกระดับมาตรฐานระบบสุขภาพ ดำเนินกลไกตามกฎหมาย และรับภารกิจที่รัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรีมอบหมาย การแบ่งกลุ่มช่วยให้เห็นผู้รับผลโดยตรง วิธีทำงาน และหลักฐานปลายทางของแต่ละช่วง

สามกลุ่มภารกิจที่ทำงานต่อเนื่องกัน
กลุ่มภารกิจงานสำคัญผลที่ต้องส่งต่อ
วิชาการและมาตรฐานวิจัย สร้างองค์ความรู้ เป็นศูนย์อ้างอิง กำหนดมาตรฐาน และประเมินเทคโนโลยีหลักฐาน แนวทาง มาตรฐาน และเทคโนโลยีที่เหมาะสม
บริการและการถ่ายทอดรองรับการส่งต่อระดับตติยภูมิ ถ่ายทอดความรู้ และพัฒนาทักษะบุคลากรผลรักษา รูปแบบบริการ ทีมเชี่ยวชาญ และขีดความสามารถเครือข่าย
ระบบและนโยบายจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบาย พัฒนากลไกตามกฎหมาย และประสานทุกภาคส่วนการขยายผล ชุดสิทธิประโยชน์ ระบบกำกับ และผลลัพธ์ระดับประเทศ

ตารางนี้ใช้แยกจุดเน้น แต่การทำงานจริงต้องส่งต่อผลกัน งานวิจัยที่ไม่ถูกแปลงเป็นมาตรฐานหรือถ่ายทอดย่อมมีผลต่อประชาชนน้อย บริการเฉพาะทางที่ไม่เก็บข้อมูลและถอดบทเรียนย่อมไม่สร้างความรู้ใหม่ ข้อเสนอเชิงนโยบายที่ขาดหลักฐานด้านผลลัพธ์ ความคุ้มค่า และความเป็นไปได้ย่อมขยายผลยาก กรมจึงต้องรักษาวงจรจากปัญหาสุขภาพไปสู่การศึกษา ทดลอง ประเมิน กำหนดมาตรฐาน ถ่ายทอด ใช้ในเครือข่าย และติดตามผล ไม่ใช่ให้กองวิชาการกับโรงพยาบาลต่างคนต่างทำตามตัวชี้วัดของตน

เป้าหมายตามแผนระยะทบทวน พ.ศ. 2569–2570 คือประชาชนสุขภาพดีและได้รับบริการที่มีคุณภาพกับมาตรฐานวิชาชีพอย่างเสมอภาค แผนแปลงพันธกิจเป็นสามเป้าประสงค์ ได้แก่ การแพทย์ของประเทศเป็นเลิศและสมคุณค่า หรือ Value-Based Healthcare ระบบบริการทางการแพทย์ส่วนบุคคล หรือ Personal-Based Medical Services และองค์กรสมรรถนะสูงรองรับการเปลี่ยนแปลง หรือ Organizational Excellence เป้าประสงค์ทั้งสามทำหน้าที่ถ่วงดุลกัน ความเป็นเลิศต้องไม่ละเลยการเข้าถึง บริการรายบุคคลต้องใช้ข้อมูลและมาตรฐานที่เชื่อถือได้ และนวัตกรรมจะยั่งยืนได้ต่อเมื่อองค์กรมีคน ระบบดิจิทัล การสื่อสาร และธรรมาภิบาลรองรับ

อ่านสรุปฉบับเต็มทุกหัวข้อ
สมาชิก PRO ระบบจะจำหัวข้อที่อ่านค้างไว้ให้ด้วย
PRO 99 บาท/เดือน
เนื้อหาฉบับเต็มต้นฉบับจาก dms.go.thเปิดต้นฉบับ

เนื้อหาสรุปนี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาส่วนบุคคล ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ หรือนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต