สารบัญ7 หัวข้อหลัก
- 1.วัตถุ บุคคล สิทธิ และโครงสร้างของกฎหมายคอมพิวเตอร์
- 2.การบุกรุก เปิดเผยมาตรการ ดักรับ แก้ไข และรบกวนระบบ
- 3.ข้อมูลออนไลน์ ผู้ให้บริการ ภาพบุคคล และผลทางคดี
- 4.อำนาจพนักงานเจ้าหน้าที่ ศาล ความลับ และพยานหลักฐาน
- 5.หน้าที่ผู้ให้บริการ คำสั่งทางคดี บัตร และกลไกสนับสนุน
- 6.การประยุกต์องค์ประกอบกับเหตุการณ์ระบบและเนื้อหาออนไลน์
- 7.การตอบสนองเหตุ แฟ้มหลักฐาน และการวินิจฉัยอย่างมีเงื่อนไข
วัตถุ บุคคล สิทธิ และโครงสร้างของกฎหมายคอมพิวเตอร์
วิธีอ่านวิชานี้: แยกฐานความผิด อํานาจรัฐ และหน้าที่ผู้ให้บริการออกจากกัน — ลําดับวิเคราะห์ที่ปลอดภัยคือระบุวัตถุของการกระทําก่อนว่าเป็นระบบ ข้อมูลที่เก็บอยู่ ข้อมูลระหว่างส่ง ข้อมูลจราจร หรือภาพบุคคล จากนั้นตรวจสิทธิและมาตรการป้องกัน วิธีการ เจตนา ผลที่น่าจะเกิด และจึงเทียบมาตรา ห้ามเริ่มด้วยผลลัพธ์ที่อยากได้แล้วค่อยหาถ้อยคํามารองรับ สรุปนี้จึงอธิบายเหตุผลและวิธีใช้เป็นย่อหน้า แล้วตามด้วยกรณีทดสอบ จุดหลอก และคําถามทบทวน ตารางใช้เฉพาะเมื่อต้องเทียบองค์ประกอบหรือตัวเลขหลายรายการ ไม่ใช้ตารางแทนคําอธิบายกฎหมาย แหล่งกฎหมายและขอบเขตของวิชานี้ — ฐานหลักของสรุปคือพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทําความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 ฉบับรวมข้อความที่แก้ไขโดยพระราชบัญญัติฉบับที่ 2 พ.ศ. 2560 จึงอ่านบทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง–31 ตามข้อความหลังแก้ไข ไม่หยิบถ้อยคําของฉบับ พ.ศ. 2550 เดิมมาตอบในมาตราที่ถูกแทนที่หรือเพิ่มเติม ตัวพระราชบัญญัติแบ่งเนื้อหาเป็นสามกลุ่มที่ต้องไม่ปนกัน ได้แก่ ฐานความผิดของผู้กระทําในบทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง–17/1 ความรับผิดหรือหน้าที่ของผู้ให้บริการ โดยเฉพาะบทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง และ 26
และอํานาจกับข้อจํากัดของพนักงานเจ้าหน้าที่ในบทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง–31 กฎหมายว่าด้วยมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีเป็นกฎหมายคนละฉบับ แม้เหตุหลอกโอนเงิน บัญชีม้า หรือแพลตฟอร์มออนไลน์อาจเกี่ยวข้องกับทั้งสองชุดกฎหมาย การทบทวนวิชานี้ต้องวินิจฉัยองค์ประกอบตามพระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์ก่อน ไม่ย้ายมาตรการระงับธุรกรรมจากกฎหมายอีกฉบับมาเป็นโทษของพระราชบัญญัตินี้ โครงสร้างพระราชบัญญัติ: ความผิดเกี่ยวกับระบบควบคู่กระบวนการแสวงหาพยานหลักฐาน — บทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง–4 เป็นบททั่วไปและนิยาม บทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง–17/1 วางฐานความผิด โทษ เขตอํานาจ และการเปรียบเทียบ บทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง–31 วางอํานาจพนักงานเจ้าหน้าที่ การรักษาความลับ การรับฟังพยานหลักฐาน หน้าที่เก็บข้อมูลจราจร สถานะเจ้าหน้าที่ และค่าใช้จ่าย บทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง–13 เน้นการบุกรุก ความลับ ความถูกต้อง และความพร้อมใช้งานของระบบหรือข้อมูล ส่วนบทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง–16/2 เน้นเนื้อหาบางประเภท ความรับผิดผู้ให้บริการ และภาพบุคคล
ความต่างนี้ช่วยป้องกันการเอาบทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง ไปครอบทุกพฤติกรรมออนไลน์ บทอํานาจรัฐไม่ได้ให้สิทธิค้นทุกอย่างเพียงเพราะสงสัยคดีคอมพิวเตอร์ บทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง แบ่งระดับความรุกล้ํา บทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง บังคับคําสั่งศาลล่วงหน้าสําหรับอํานาจ (4)–(8) และกําหนดบันทึก การรายงาน การคัดลอก และระยะยึดอายัดอย่างละเอียด บทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง: ระบบคอมพิวเตอร์กับข้อมูลคอมพิวเตอร์ไม่ใช่สิ่งเดียวกัน — “ระบบคอมพิวเตอร์” คืออุปกรณ์หรือชุดอุปกรณ์ที่เชื่อมการทํางานกันและถูกกําหนดคําสั่ง ชุดคําสั่ง หรือสิ่งอื่นใดให้ทํางานประมวลผลอัตโนมัติ ตัวอย่างคือเซิร์ฟเวอร์ ระบบหลังบ้าน เราเตอร์ กลุ่มอุปกรณ์ควบคุมโรงงาน หรือบริการคลาวด์ที่ทํางานเป็นระบบ “ข้อมูลคอมพิวเตอร์” คือข้อมูล ข้อความ คําสั่ง ชุดคําสั่ง หรือสิ่งอื่นที่อยู่ในระบบและระบบประมวลผลได้ รวมถึงข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ตามกฎหมายธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ แฟ้มเงินเดือน ยอดคงเหลือ โค้ดโปรแกรม ภาพดิจิทัล และค่าตั้งระบบจึงอาจเป็นข้อมูล
การแยกวัตถุมีผลต่อมาตรา: เข้าถึงหน้าระบบที่ป้องกันไว้โดยไม่มีสิทธิอาจครบบทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง แม้ยังไม่เปิดแฟ้ม ขณะที่ผู้มีสิทธิใช้ระบบแต่เปิดแฟ้มจํากัดสิทธิของผู้อื่นอาจเป็นบทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง การแก้ยอดในฐานข้อมูลมุ่งบทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง ส่วนทําระบบช้าหรือใช้งานไม่ได้มุ่งบทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง ข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์: หลักฐานเส้นทาง ไม่ใช่เนื้อหาการสื่อสารทั้งหมด — ข้อมูลจราจรคือข้อมูลเกี่ยวกับการติดต่อสื่อสารของระบบซึ่งแสดงแหล่งกําเนิด ต้นทาง ปลายทาง เส้นทาง เวลา วันที่ ปริมาณ ระยะเวลา ชนิดบริการ หรือสิ่งอื่นที่เกี่ยวข้องกับการสื่อสารนั้น จุดมุ่งหมายคือเชื่อมเหตุการณ์ ผู้ใช้ และเส้นทางเชิงเทคนิค บทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง กําหนดหน้าที่เก็บข้อมูลจราจรและข้อมูลผู้ใช้ที่จําเป็นต่อการระบุตัวบุคคล ไม่ได้สั่งให้ผู้ให้บริการเก็บเนื้อหาทุกข้อความ การเก็บแต่เนื้อหาไว้สามสิบวันจึงไม่แทน log ที่ประกาศกําหนด และยังอาจสร้างความเสี่ยงด้านความเป็นส่วนตัวเกินจําเป็น
ข้อมูลจราจรที่ใช้เป็นหลักฐานต้องสัมพันธ์กับเวลาอ้างอิง จึงมีข้อกําหนดให้นาฬิกาอุปกรณ์ตรงกับเวลาอ้างอิงสากล หากเวลาแต่ละเครื่องคลาดกัน การเรียงเหตุการณ์และเชื่อมบัญชีกับการกระทําอาจผิดคนหรือผิดช่วงเวลา ผู้ให้บริการ ผู้ใช้บริการ และพนักงานเจ้าหน้าที่ตามนิยาม — “ผู้ให้บริการ” ครอบคลุมผู้ให้บุคคลอื่นเข้าสู่อินเทอร์เน็ตหรือให้ติดต่อกันผ่านระบบ ไม่ว่าจะในนามตน ในนาม หรือเพื่อประโยชน์บุคคลอื่น และครอบคลุมผู้เก็บรักษาข้อมูลคอมพิวเตอร์เพื่อประโยชน์ของบุคคลอื่นด้วย จึงกว้างกว่า ISP แบบดั้งเดิม “ผู้ใช้บริการ” คือผู้ใช้บริการของผู้ให้บริการไม่ว่าจะเสียค่าใช้บริการหรือไม่ บริการฟรี เครือข่ายภายในที่เปิดให้ผู้อื่นใช้ แพลตฟอร์มฝากข้อมูล หรือสื่อสังคมออนไลน์จึงต้องวิเคราะห์หน้าที่จากบริการจริง ไม่ใช่ดูว่ามีค่าบริการหรือจดทะเบียนเป็นบริษัทโทรคมนาคมหรือไม่ “พนักงานเจ้าหน้าที่” ต้องเป็นผู้ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งให้ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติ การเป็นข้าราชการ ตํารวจ ผู้เชี่ยวชาญไอที หรือผู้รับจ้างของรัฐไม่ได้ทําให้มีอํานาจบทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง
โดยอัตโนมัติ ต้องตรวจคําสั่งแต่งตั้ง คุณสมบัติตามประกาศปัจจุบัน และขอบเขตมอบหมาย แกนวินิจฉัยเรื่องสิทธิ: มีบัญชีไม่ได้แปลว่ามีอํานาจทําทุกอย่าง — คําว่า “โดยมิชอบ” ต้องอ่านร่วมสิทธิที่ได้รับ มาตรการป้องกัน วัตถุประสงค์การอนุญาต เวลา และขอบเขตข้อมูล ผู้ดูแลระบบอาจมีสิทธิทางเทคนิคสูง แต่ไม่มีสิทธิทางกฎหมายเปิดข้อมูลส่วนตัวเพื่อประโยชน์ตน ต้องแยก “เข้าสู่ระบบได้” จาก “เข้าถึงข้อมูลนี้ได้” และแยก “อ่านได้” จาก “แก้ไข ลบ ส่งต่อ หรือดักรับได้” สิทธิแต่ละชั้นอาจต่างกัน การใช้บัญชีผู้อื่นหรือหลบมาตรการป้องกันเป็นข้อเท็จจริงสําคัญ แต่ไม่ใช่เงื่อนไขเดียวของทุกมาตรา หลักฐานควรมีนโยบายสิทธิ คําสั่งแต่งตั้ง ข้อตกลงการใช้ บัญชีและ role, access-control list, log การยืนยันตัวตน, รายการแฟ้ม, การเปลี่ยนสิทธิ และหนังสือยกเลิกสิทธิเมื่อพ้นงาน อย่าตัดสินจากคําบอกของหัวหน้าหรือชื่อ job title เท่านั้น
| วัตถุหรือสถานะ | คำถามชี้ขาด | หลักฐานสำคัญ |
|---|---|---|
| ระบบคอมพิวเตอร์ | ผู้กระทำมีสิทธิเข้าเขตระบบและผ่านมาตรการนั้นหรือไม่ | โครงสร้างระบบ บัญชี การยืนยันตัวตน มาตรการป้องกัน และเวลาเข้า |
| ข้อมูลที่จัดเก็บ | สิทธิใช้ระบบครอบคลุมสิทธิอ่านหรือเปลี่ยนข้อมูลชุดนี้หรือไม่ | Role, ACL, รายการแฟ้ม Query, Transaction และขอบเขตงาน |
| ข้อมูลระหว่างส่ง | ข้อมูลกำลังสื่อสารและมิได้เปิดให้สาธารณะใช้หรือไม่ | เส้นทาง Interface, Packet capture, Filter และเวลา |
| ข้อมูลจราจร | ข้อมูลบอกต้นทาง ปลายทาง เวลา เส้นทาง หรือบริการใด | Log ต้นทาง การเทียบเวลา ความครบ ความคงสภาพ และการเชื่อมผู้ใช้ |
| บุคคลตามกฎหมาย | เป็นผู้ให้บริการ ผู้ใช้บริการ หรือพนักงานเจ้าหน้าที่โดยชอบหรือไม่ | บริการจริง คำสั่งแต่งตั้ง บัตร ขอบเขตหน้าที่ และหนังสือคำสั่ง |
การบุกรุก เปิดเผยมาตรการ ดักรับ แก้ไข และรบกวนระบบ
บทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง: เข้าถึงระบบที่มีมาตรการป้องกันโดยมิชอบ — บทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง ใช้เมื่อเข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นที่มีมาตรการป้องกันการเข้าถึงโดยเฉพาะ และมาตรการนั้นมิได้มีไว้สําหรับผู้กระทํา โทษจําคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ องค์ประกอบสําคัญคือขอบเขต “ระบบ” มาตรการป้องกัน และสิทธิของผู้กระทํา รหัสผ่าน การยืนยันหลายปัจจัย firewall หรือการจํากัดเครือข่ายอาจเป็นมาตรการ ต้องพิสูจน์ว่ามาตรการคุ้มครองระบบส่วนใดและผู้กระทําไม่มีสิทธิผ่านมาตรการนั้น บทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง: ล่วงรู้และเปิดเผยมาตรการป้องกันในประการที่น่าจะเกิดความเสียหาย — บทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง ลงโทษผู้ล่วงรู้มาตรการป้องกันการเข้าถึงระบบที่ผู้อื่นจัดทําขึ้นเป็นการเฉพาะ แล้วนํามาตรการนั้นไปเปิดเผยโดยมิชอบในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น โทษจําคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ
ฐานนี้ไม่ต้องรอให้บุคคลภายนอกใช้รหัสเข้าระบบสําเร็จ จุดเน้นคือการล่วงรู้มาตรการเฉพาะ การเปิดเผยโดยมิชอบ และความน่าจะเกิดความเสียหาย ผู้ดูแลโพสต์รหัสฉุกเฉินในกลุ่มสาธารณะจึงต้องตรวจบทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง แม้ยังไม่พบ log บุกรุก บทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง: เข้าถึงข้อมูลที่มีมาตรการป้องกันโดยมิชอบ — บทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง ใช้กับการเข้าถึงข้อมูลคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นที่มีมาตรการป้องกันการเข้าถึงเป็นการเฉพาะและมาตรการนั้นมิได้มีไว้สําหรับผู้กระทํา โทษจําคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ ความต่างจากบทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง อยู่ที่วัตถุ: บทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง คุ้มครองเขตระบบ ส่วนบทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง คุ้มครองตัวข้อมูล ผู้มีบัญชีระบบกลางอาจไม่มีสิทธิเปิดแฟ้มเงินเดือน เวชระเบียน หรือกุญแจลับ จึงอาจไม่ผิดฐานเข้าระบบแต่ยังต้องตรวจฐานเข้าข้อมูล บทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง: ดักรับข้อมูลของผู้อื่นขณะอยู่ระหว่างส่ง — บทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง ลงโทษการดักรับโดยมิชอบด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นที่อยู่ระหว่างการส่งในระบบ
และข้อมูลนั้นมิได้มีไว้เพื่อประโยชน์สาธารณะหรือให้บุคคลทั่วไปใช้ประโยชน์ได้ โทษจําคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ จุดชี้ขาดคือสถานะ “ระหว่างส่ง” การใช้ packet capture อ่านแชตส่วนตัวระหว่างสองระบบอาจเข้าองค์ประกอบ แต่การเปิดไฟล์ที่จัดเก็บอยู่แล้วควรเริ่มจากบทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง แม้เครื่องมือเดียวกันจะเก็บทั้งข้อมูลสดและข้อมูลย้อนหลัง บทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง: ทําให้เสียหาย ทําลาย แก้ไข เปลี่ยนแปลง หรือเพิ่มเติมข้อมูลของผู้อื่น — บทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง ใช้เมื่อกระทําโดยมิชอบให้ข้อมูลคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นเสียหาย ถูกทําลาย แก้ไข เปลี่ยนแปลง หรือเพิ่มเติม ไม่ต้องพิสูจน์ว่าระบบทั้งระบบล่ม โทษจําคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ คํากริยาครอบคลุมทั้งลบไฟล์ เปลี่ยนยอด เติมข้อมูลปลอม แก้ค่า config หรือเข้ารหัสข้อมูลจนใช้ไม่ได้ ประเด็นคือข้อมูลของผู้อื่น การกระทําโดยมิชอบ และความสัมพันธ์ระหว่างการกระทํากับการเปลี่ยนแปลง ไม่ใช่ขนาดความเสียหายเพียงอย่างเดียว
บทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง: รบกวนระบบจนทํางานตามปกติไม่ได้ — บทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง ลงโทษผู้กระทําโดยมิชอบเพื่อให้การทํางานของระบบคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นถูกระงับ ชะลอ ขัดขวาง หรือรบกวนจนไม่สามารถทํางานตามปกติ โทษจําคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ ความผิดเน้น availability ของระบบ การส่งคําขอจํานวนมากเพื่อทําระบบจองคิวช้า การใช้ทรัพยากรจนบริการไม่ตอบสนอง หรือคําสั่งที่ทําให้ระบบหยุดอาจเป็นตัวอย่าง แม้ไม่มีแฟ้มใดถูกลบหรือแก้ไข บทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง: ข้อมูลหรืออีเมลก่อความเดือดร้อนรําคาญมีสองวรรคสําคัญ — วรรคหนึ่งลงโทษผู้ส่งข้อมูลหรืออีเมลโดยปกปิดหรือปลอมแปลงแหล่งที่มาซึ่งรบกวนการใช้ระบบของผู้อื่นโดยปกติสุข ปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท จุดชี้ขาดไม่ใช่เนื้อหาโฆษณาอย่างเดียว แต่รวมวิธีส่ง แหล่งที่มา และผลรบกวน วรรคสองลงโทษการส่งข้อมูลหรืออีเมลอันมีลักษณะก่อความเดือดร้อนรําคาญ โดยไม่เปิดโอกาสให้ผู้รับปฏิเสธการตอบรับได้โดยง่าย ปรับไม่เกินสองแสนบาท ช่องทาง opt-out ต้องเข้าถึง ใช้งานได้ และไม่สร้างภาระเกินควร
บทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง: เหตุฉกรรจ์เมื่อเป้าหมายเกี่ยวกับความมั่นคงและโครงสร้างพื้นฐาน — ถ้าการกระทําตามบทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง–8 หรือบทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง มุ่งต่อข้อมูลหรือระบบที่เกี่ยวกับการรักษาความมั่นคงของประเทศ ความปลอดภัยสาธารณะ ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ หรือโครงสร้างพื้นฐานอันเป็นประโยชน์สาธารณะ โทษเพิ่มเป็นจําคุกหนึ่งถึงเจ็ดปีและปรับสองหมื่นถึงหนึ่งแสนสี่หมื่นบาท หากการกระทําในกลุ่มแรกเป็นเหตุให้เกิดความเสียหาย โทษเป็นจําคุกหนึ่งถึงสิบปีและปรับสองหมื่นถึงสองแสนบาท ส่วนการกระทําตามบทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง หรือ 10 ต่อเป้าหมายดังกล่าวมีโทษจําคุกสามถึงสิบห้าปีและปรับหกหมื่นถึงสามแสนบาท บทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง: ผลอันตรายต่อบุคคลหรือทรัพย์สินจากบทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง หรือ 10 — บทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง ใช้เมื่อการกระทําตามบทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง หรือ 10 เป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่บุคคลอื่นหรือทรัพย์สินของผู้อื่น โทษจําคุกไม่เกินสิบปีและปรับไม่เกินสองแสนบาท เป็นการยกระดับจากผลต่อข้อมูลหรือระบบไปสู่ผลอันตรายภายนอก
หากเป็นเหตุให้บุคคลอื่นถึงแก่ความตายโดยมิได้มีเจตนาฆ่า โทษจําคุกห้าถึงยี่สิบปีและปรับหนึ่งแสนถึงสี่แสนบาท ต้องแยกเจตนาต่อระบบจากเจตนาต่อชีวิต และพิสูจน์เหตุระหว่างการรบกวนหรือแก้ข้อมูลกับอันตราย บทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง: ชุดคําสั่งที่จัดทําขึ้นโดยเฉพาะเพื่อใช้กระทําความผิด — ผู้จําหน่ายหรือเผยแพร่ชุดคําสั่งที่จัดทําขึ้นโดยเฉพาะเพื่อนําไปใช้เป็นเครื่องมือกระทําความผิดตามบทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง–11 มีโทษจําคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ ถ้ามุ่งความผิดฉกรรจ์ตามบทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง วรรคหนึ่งหรือวรรคสาม โทษสูงขึ้นเป็นจําคุกไม่เกินสองปีหรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาทหรือทั้งสองอย่าง คําว่า “จัดทําขึ้นโดยเฉพาะ” สําคัญ เครื่องมือบริหารระบบ สแกนช่องโหว่ หรือโปรแกรมทดสอบที่มีการใช้โดยชอบไม่ได้เป็นของผิดกฎหมายโดยตัวมันเอง ต้องดูโค้ด คุณสมบัติ ค่าเริ่มต้น คู่มือ วิธีโฆษณา ผู้รับ และความเชื่อมโยงกับฐานเป้าหมาย
เนื้อหาสรุปนี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาส่วนบุคคล ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ หรือนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต