กลับไปทำข้อสอบวิชานี้

ความรู้เกี่ยวกับภารกิจและพิพิธภัณฑ์ของกรมธนารักษ์

ภารกิจห้าเสา ที่ราชพัสดุ ราคาประเมิน เหรียญกษาปณ์ ยุทธศาสตร์ VALUE และเครือข่ายพิพิธภัณฑ์ของกรมธนารักษ์

7 หัวข้อ · อ่านประมาณ 44 นาที · มีต้นฉบับจาก e-museum.treasury.go.th

เปิดเนื้อหาฉบับเต็ม
อ่านฟรีได้ 2 จาก 7 หัวข้อ29%
หัวข้อ 1

ตัวตน พัฒนาการ และกรอบคิดของกรมธนารักษ์

กรมธนารักษ์เป็นส่วนราชการระดับกรมในสังกัดกระทรวงการคลัง งานไม่ได้มีเพียงเก็บค่าเช่าที่ราชพัสดุหรือขายเหรียญ แต่เชื่อมที่ดินและอาคารของรัฐ ราคาประเมินทรัพย์สิน เหรียญกษาปณ์ เงินคงคลัง และทรัพย์สินมีค่าทางวัฒนธรรมเข้าด้วยกัน ภาพรวมจึงมีสองด้านพร้อมกัน ด้านหนึ่งสร้างประสิทธิภาพและรายได้จากทรัพย์สินของรัฐ อีกด้านรักษาประโยชน์สาธารณะ สังคม สิ่งแวดล้อม และมรดกวัฒนธรรม การตัดสินใจที่ดีไม่วัดเฉพาะเงินเข้าคลังหรือราคาสูงสุด การจำแนกขอบเขตงานควรเริ่มจากการพิจารณาว่าเรื่องอยู่เสาหลักใด ได้แก่ ที่ราชพัสดุ ประเมินราคา เหรียญ/เงินตรา เงินคงคลัง หรือทรัพย์สินมีค่า แล้วค่อยหากฎหมาย หน่วยงานเจ้าภาพ บริการ และผู้รับประโยชน์ที่ตรงกับเสานั้น

กรมธนารักษ์สังกัดกระทรวงการคลัง ซึ่งมีภารกิจภาพใหญ่ด้านการเงินการคลัง ทรัพย์สินของแผ่นดิน ภาษี รายได้ หนี้สาธารณะและรัฐวิสาหกิจ กรมธนารักษ์รับช่วงเฉพาะด้านทรัพย์สินที่ราชพัสดุ การประเมิน เหรียญ เงินคงคลังและของมีค่าตามกฎหมาย การอยู่กระทรวงเดียวกับกรมบัญชีกลาง กรมสรรพากร กรมศุลกากรหรือกรมสรรพสามิตไม่ทำให้หน้าที่ทับกัน กรมธนารักษ์ไม่ประเมินภาษีเงินได้ ไม่ควบคุมการจัดซื้อทั้งระบบ และไม่จัดเก็บอากรศุลกากร แม้งานของหน่วยเหล่านี้อาจใช้ข้อมูลหรือเงินที่เชื่อมกัน ผู้ปฏิบัติควร จำแนกและส่งต่อ เรื่องจากวัตถุประสงค์ เช่น ขอใช้ที่ดินรัฐหรือจัดหาประโยชน์ส่งสายที่ราชพัสดุ ขอราคาประเมินเพื่อประโยชน์แห่งรัฐส่งสายประเมิน ขอจ่ายแลกเหรียญส่งสายเงินตรา ไม่ส่งทุกเรื่องที่มีคำว่าเงินไปกรมบัญชีกลาง

กรมธนารักษ์จัดตั้งเมื่อ 23 พฤษภาคม 2476 โดยรวมกรมพระคลังมหาสมบัติ กรมเงินตรา กรมรักษาที่หลวงและกัลปนา และกรมกระษาปณ์สิทธิการเข้าด้วยกัน ตามพระราชกฤษฎีกาจัดวางระเบียบกรมในกระทรวงการคลัง พุทธศักราช 2476 ตอนก่อตั้งใช้ชื่อ “กรมพระคลัง” ต่อมาเปลี่ยนเป็น “กรมคลัง” เมื่อ 9 ธันวาคม 2476 และเปลี่ยนจากกรมคลังเป็น “กรมธนารักษ์” เมื่อ 12 มีนาคม 2495 ตามการปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม ชื่อปัจจุบันจึงเริ่มในปี 2495 ไม่ใช่วันก่อตั้งเดิม การรวมสี่กรมอธิบายว่าทำไมภารกิจปัจจุบันหลากหลาย: พระคลังมหาสมบัติเชื่อมทรัพย์สินและของมีค่า เงินตราเชื่อมการบริหารเงิน กระษาปณ์สิทธิการเชื่อมการผลิตเหรียญ และรักษาที่หลวงเชื่อมที่ราชพัสดุ

ตั้งแต่ก่อตั้งถึง พ.ศ. 2502 ที่ทำการอยู่ในพระบรมมหาราชวังบริเวณริมถนนเขื่อนขัณฑ์นิเวศ ต่อมา พ.ศ. 2503 ย้ายไปถนนจักรพงษ์ แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร และ พ.ศ. 2535 ย้ายเข้าสู่บริเวณกระทรวงการคลัง ถนนพระรามที่ 6 ที่อยู่ปัจจุบันตามเว็บไซต์คือซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระรามที่ 6 แขวงพญาไท เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร 10400 แต่หน่วยภารกิจเฉพาะหลายกองตั้งอยู่นอกอาคารกลาง เช่นกองกษาปณ์และกองบริหารเงินตราที่จังหวัดปทุมธานี การเลือกช่องบริการจึงไม่ควรดูเพียงสำนักงานใหญ่ ประชาชนในต่างจังหวัดติดต่อสำนักงานธนารักษ์พื้นที่ ส่วนบริการบางอย่างมีศูนย์เฉพาะหรือระบบออนไลน์ การรู้โครงบริการสำคัญกว่าการเดินทางตามชื่อกรม

วิสัยทัศน์ที่เว็บไซต์และยุทธศาสตร์ปีงบประมาณ 2569 ระบุตรงกันคือ “เพิ่มมูลค่า และคุณค่าทรัพย์สินของแผ่นดิน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรม เดินหน้าประเทศไทยสู่ความยั่งยืน” คำว่าเพิ่มมูลค่าหมายถึงใช้ทรัพย์ให้เกิดผลตอบแทนและประสิทธิภาพ ส่วนเพิ่มคุณค่าครอบประโยชน์ประชาชน สิ่งแวดล้อม ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม วิสัยทัศน์จึงไม่ใช่คำสั่งให้ประมูลแก่ผู้เสนอราคาสูงสุดในทุกกรณี เวลาอธิบายโครงการให้ชี้อย่างน้อยหนึ่งผลในแต่ละมิติที่เกี่ยว ไม่ต้องฝืนครบทุกมิติ แต่ต้องแสดง การชั่งน้ำหนักผลได้ผลเสีย เช่นรายได้ค่าเช่า คุณภาพชีวิตชุมชน พื้นที่สีเขียว การอนุรักษ์อาคาร และความยั่งยืนระยะยาว

พันธกิจอธิบายสิ่งที่องค์กรตั้งใจทำเพื่อบรรลุวิสัยทัศน์ ภารกิจระบุงานตามอำนาจหน้าที่ที่ต้องดำเนิน และยุทธศาสตร์เป็นทิศทาง/วิธีเน้นในช่วงเวลา จึงมีถ้อยคำใกล้กันแต่ตอบคำถามคนละระดับ เว็บไซต์ปัจจุบันมีพันธกิจ 4 ข้อ ได้แก่บริหารที่ราชพัสดุ ประเมินราคาทรัพย์สิน ผลิตและบริหารเหรียญ และอนุรักษ์/เผยแพร่ทรัพย์สินมีค่า ส่วนภารกิจมี 5 ข้อเพราะแยกงานรับ-จ่ายควบคุมเงินคงคลังเพิ่ม ยุทธศาสตร์ปี 2569 ใช้ VALUE ห้าคำเพื่อแปลงพันธกิจเป็นแนวปฏิบัติ เช่นเพิ่มมูลค่าที่ราชพัสดุ เพิ่มความแม่นยำประเมิน พัฒนาประวัติศาสตร์เหรียญ/พิพิธภัณฑ์ บุคลากร และประสิทธิภาพเทคโนโลยี พันธกิจแรกคือบริหารจัดการที่ราชพัสดุอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดทั้งเชิงเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ข้อความนี้วางกรอบกว้างกว่าการเก็บค่าเช่าและสะท้อนบทบาทเจ้าของทรัพย์เชิงนโยบาย ภารกิจเชิงกฎหมายครอบปกครอง ดูแล บำรุงรักษา ให้ใช้ จัดประโยชน์ และพัฒนาที่ราชพัสดุ แต่ละคำมีผู้รับและกระบวนต่างกัน เช่นให้ส่วนราชการใช้เพื่อราชการไม่เหมือนให้เอกชนเช่าหาผลประโยชน์ การบริหารที่ดีต้องมีทะเบียนและสิทธิถูกต้อง ตรวจการใช้ตรงวัตถุประสงค์ ประเมินศักยภาพพื้นที่ จัดสัญญาโปร่งใส บริหารรายได้ แก้บุกรุก และวางแผนคืน/เปลี่ยนใช้เมื่อภารกิจเดิมหมด

หัวข้อ 2

ภารกิจห้าเสาและการจำแนกเรื่องให้ถูกสายงาน

พันธกิจที่สามคือผลิตและบริหารจัดการเหรียญกษาปณ์ให้สอดคล้องกับความต้องการในระบบเศรษฐกิจ ภารกิจครอบจัดทำ นำออกใช้ รับคืนเหรียญ และดำเนินการเกี่ยวกับเงินตราตามกฎหมายว่าด้วยเงินตรา รวมถึงงานรับจ้างทำของ วงจรไม่ได้จบที่การปั๊มเหรียญ โรงกษาปณ์ต้องออกแบบ/เตรียมแม่แบบ ผลิตและควบคุมคุณภาพ ขณะที่กองบริหารเงินตราวางแผนสำรอง จ่ายแลก รับคืน คัดแยก เก็บรักษา และกระจายผ่านศูนย์ให้เหมาะกับ ความต้องการ ปริมาณผลิตควรดูเหรียญหมุนเวียนคงเหลือ การคืนจากระบบ อายุใช้งาน พฤติกรรมการชำระเงิน ฤดูกาลและชนิดราคา หากผลิตตามยอดขอรวมโดยไม่หัก ปริมาณสำรอง และ การกระจายใหม่ อาจเกิดเหรียญล้นบางพื้นที่แต่ขาดอีกพื้นที่

พันธกิจที่สี่คือจัดแสดง เผยแพร่ อนุรักษ์และดูแลรักษาทรัพย์สินมีค่าของรัฐตามหลักวิชาการเพื่อสืบทอดมรดกทางวัฒนธรรม ภารกิจยังรวมการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ตามระเบียบกรมธนารักษ์ แต่ไม่เท่การขายของมีค่าต้นฉบับ งานอนุรักษ์เริ่มจากทะเบียน ประวัติแหล่งที่มาและการครอบครอง สภาพ วัสดุ ความเสี่ยง การเก็บในอุณหภูมิ/ความชื้น/แสงที่เหมาะ การรักษาความปลอดภัยและแผนฉุกเฉิน แล้วจึงออกแบบการจัดแสดงและความรู้ที่ไม่ทำลายวัตถุ การเผยแพร่สร้างคุณค่าด้วยนิทรรศการ พิพิธภัณฑ์ออนไลน์ งานการศึกษาและกิจกรรมชุมชน ขณะเดียวกันต้องเคารพข้อมูลอ่อนไหว ลิขสิทธิ์ ศักดิ์ศรีทางวัฒนธรรม และ การเข้าถึง ของผู้ชม

เว็บไซต์กรมระบุภารกิจข้อ 3 ให้รับ-จ่าย ควบคุมเงินคงคลังตามกฎหมายว่าด้วยเงินคงคลัง งานนี้อธิบายเหตุที่กองบริหารเงินตราและระบบความมั่นคงสูงอย่างบาทเนตอยู่ในโครง ไม่ได้มีแต่การจัดการเหรียญ เงินคงคลังคือระบบเงินของแผ่นดินภายใต้กฎหมาย การรับจ่ายต้องมีอำนาจ เอกสาร บัญชี การกระทบยอด การแบ่งหน้าที่และการควบคุมความเสี่ยง ไม่ควรตีความว่ากรมถือเงินงบทุกบาทในตู้นิรภัยของตน กระบวนการดิจิทัลต้องยืนยันผู้สั่ง สิทธิ์ผู้อนุมัติ ความถูกต้องบัญชี ปลายทาง เวลา การรับส่งกับระบบการเงิน และ ร่องรอยการตรวจสอบ เพราะความผิดหนึ่งรายการอาจมีผลต่อเงินของรัฐและความเชื่อมั่นสูง

ที่ราชพัสดุมีพระราชบัญญัติที่ราชพัสดุ พ.ศ. 2562 เป็นฐานหลัก การประเมินมีพระราชบัญญัติการประเมินราคาทรัพย์สินเพื่อประโยชน์แห่งรัฐ พ.ศ. 2562 เหรียญและเงินตราเชื่อมพระราชบัญญัติเงินตรา พ.ศ. 2501 ส่วนเงินคงคลังเชื่อมพระราชบัญญัติเงินคงคลัง พ.ศ. 2491 กฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการกรมธนารักษ์ กระทรวงการคลัง พ.ศ. 2563 กำหนดภารกิจและส่วนราชการ ขณะที่กฎกระทรวง ระเบียบ ประกาศและคำสั่งเฉพาะกำหนดวิธีใช้ที่ราชพัสดุ ประเมินแต่ละประเภท ออกเหรียญ หรือให้บริการ การแก้ประเด็นควรเริ่มจากกฎหมายแม่บทของทรัพย์ แล้วค่อยดู กฎหมายลำดับรอง ล่าสุด ไม่ใช้กฎเรื่องการเช่าที่ราชพัสดุตอบวิธีอุทธรณ์ราคาประเมิน และไม่ใช้ประกาศเหรียญเฉพาะวาระตอบอำนาจผลิตทั้งหมด

ข้อพิพาทที่ราชพัสดุมักเกิดจากแนวเขตไม่ชัด เอกสารเก่า ทะเบียนซ้ำ การครอบครองยาวนานหรือผู้ใช้หลายหน่วย การวางแผนพัฒนาโดยไม่ทำ การตรวจสอบสถานะอย่างรอบด้าน อาจนำรัฐเข้าสัญญาที่ส่งมอบพื้นที่ไม่ได้ ทีมต้องรวบรวมโฉนด/หนังสือสำคัญ ทะเบียนที่ราชพัสดุ แผนที่พิกัด ภาพถ่าย ประวัติการใช้ สัญญาและคำพิพากษา ลงสำรวจร่วมผู้เกี่ยวข้อง แล้วจัดระดับความเชื่อมั่นของข้อมูล ไม่บังคับ แผงข้อมูลติดตามผล ให้ดูแน่นอนเกินเอกสารจริง เมื่อพบผู้ครอบครองต้องแยกผู้เช่าถูกต้อง ผู้ใช้ราชการ ผู้ได้รับอนุญาต ผู้บุกรุกและข้อพิพาทสิทธิ เพราะแนวตอบต่างกัน การเรียกทุกคนว่า “ผู้บุกรุก” ก่อนตรวจอาจละเมิดสิทธิและทำให้เจรจาล้ม

  1. 1ระบุวัตถุประสงค์ของเรื่องก่อนว่าเกี่ยวกับการใช้ที่ดินของรัฐ ราคาประเมิน เหรียญ เงินคงคลัง หรือทรัพย์สินมีค่า
  2. 2ตรวจสถานะทรัพย์สิน สิทธิ หน่วยงานเจ้าภาพ และกฎหมายของเสาภารกิจนั้น
  3. 3เลือกกระบวนงานกับช่องบริการที่ตรงเรื่อง ไม่ส่งทุกเรื่องที่มีคำว่าเงินไปยังหน่วยงานเดียวกัน
  4. 4ตรวจข้อมูลทะเบียน เอกสารรับรอง และเงื่อนไขที่มีผลในเวลานั้นก่อนตัดสินใจ
  5. 5ประเมินผลทั้งมูลค่าทางเศรษฐกิจ คุณค่าต่อสังคม สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรม

ที่ราชพัสดุมีสถานะและข้อจำกัดแตกต่างกัน การขาย แลกเปลี่ยน โอน ให้ใช้หรือจัดประโยชน์ต้องมีฐานและขั้นเฉพาะ ไม่อาจตอบจากคำว่าเป็นของรัฐเพียงอย่างเดียว และทรัพย์ที่เป็นสาธารณสมบัติเพื่อประโยชน์แผ่นดินอาจมีข้อจำกัดสูง ส่วนราชการใช้เพื่อราชการภายใต้การอนุญาตและเงื่อนไข มิได้หมายความว่าไม่มีต้นทุนสังคมหรือถือพื้นที่ได้ตลอดกาล ส่วนเอกชนเช่าต้องผ่านวิธีและชำระผลตอบแทน ไม่ได้สิทธิครอบครองถาวรเพราะลงทุนก่อสร้าง ประชาชนควรถามเลขแปลง วัตถุประสงค์ หน่วยผู้ใช้ สถานะสัญญาและกฎหมายก่อนร้องขอซื้อหรือเช่า เจ้าหน้าที่ต้องอธิบายสิทธิที่เป็นไปได้และขั้น ไม่รับปากผลจากการดูพื้นที่ว่างด้วยตา

อ่านสรุปฉบับเต็มทุกหัวข้อ
สมาชิก PRO ระบบจะจำหัวข้อที่อ่านค้างไว้ให้ด้วย
PRO 99 บาท/เดือน
เนื้อหาฉบับเต็มต้นฉบับจาก e-museum.treasury.go.thเปิดต้นฉบับ

เนื้อหาสรุปนี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาส่วนบุคคล ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ หรือนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต

สรุปความรู้เกี่ยวกับภารกิจและพิพิธภัณฑ์ของกรมธนารักษ์ อ่านง่าย จำได้จริง | ติวสอบภาค ข | ติวสอบภาค ข