ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการเบิกเงินจากคลัง การรับเงิน การจ่ายเงิน การเก็บรักษาเงิน และการนำเงินส่งคลัง

กรอบกฎหมาย + วงจรการเงินภาครัฐ ตั้งแต่รับเงิน เบิกจ่าย เก็บรักษา จนถึงนำส่งคลัง

1. กรอบกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง2. บทนิยามสำคัญที่ออกสอบบ่อย3. การรับเงินของส่วนราชการ4. ใบเสร็จรับเงิน: องค์ประกอบและข้อห้าม5. กรณีรับเงินเกินหรือขาด6. การเบิกจ่ายเงินของส่วนราชการ: หลักการและอำนาจ7. ขั้นตอนการเบิกเงินจากคลังผ่านระบบ GFMIS8. เงินยืมราชการ (เงินสำรองจ่าย)9. เอกสารหลักฐานการเบิกจ่ายและความรับผิดชอบ10. การเก็บรักษาเงินและวงเงินสูงสุด11. การนำเงินส่งคลัง: กำหนดเวลาและวิธีการ12. บทกำหนดโทษและความรับผิด13. เปรียบเทียบเงินในงบประมาณกับเงินนอกงบประมาณ14. หน้าที่และความรับผิดชอบของผู้เกี่ยวข้อง15. ลำดับขั้นตอนวงจรการเงินของส่วนราชการ
1

กรอบกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง

ส่วนนี้แสดงความสัมพันธ์แบบ 'กฎหมายแม่บท → ระเบียบปฏิบัติ → ระเบียบเฉพาะเรื่อง' เพื่อให้เห็นว่าแต่ละฉบับทำหน้าที่อะไรและเชื่อมกันอย่างไร

การบริหารการเงินของส่วนราชการถูกกำกับโดยกฎหมายสามระดับที่ซ้อนกัน ระดับบนสุดคือ พระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ ซึ่งเป็นกฎหมายแม่บทกำหนดกรอบใหญ่ของการบริหารงบประมาณทั้งระบบ ถัดมาคือระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการเบิกเงินจากคลัง การรับเงิน การจ่ายเงิน การเก็บรักษาเงิน และการนำเงินส่งคลัง พ.ศ. 2562 ซึ่งลงรายละเอียดกระบวนการในระดับปฏิบัติการ และระดับล่างสุดคือระเบียบเฉพาะเรื่อง เช่น ระเบียบค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ ที่ควบคุมรายการจ่ายแต่ละประเภท เมื่อเกิดข้อขัดแย้ง กฎหมายที่ศักดิ์สูงกว่าและฉบับที่ออกทีหลังย่อมมีผลเหนือกว่า

ระเบียบ พ.ศ. 2562 ออกมาเพื่อรองรับ ระบบ GFMIS (Government Fiscal Management Information System) ซึ่งเปลี่ยนการเบิกจ่ายจากระบบกระดาษสู่ระบบดิจิทัลอย่างเป็นทางการ ครอบคลุมวงจรการเงินทั้งหมดตั้งแต่รับเงิน จ่ายเงิน เก็บรักษา จนถึงนำส่งคลัง โดยมี กรมบัญชีกลาง เป็นองค์กรกลางกำกับดูแล และมีสำนักงานคลังจังหวัด 76 แห่งทำหน้าที่แทนในระดับพื้นที่

เมื่อต้องพิจารณาว่าจะเบิกจ่ายรายการใดได้หรือไม่ ให้ตรวจสอบตามลำดับ ได้แก่ มีงบประมาณรองรับตาม พ.ร.บ.งบประมาณหรือไม่ → การเบิกจ่ายนั้นเป็นไปตามระเบียบ พ.ศ. 2562 หรือไม่ → มีระเบียบเฉพาะเรื่องกำกับไว้เป็นพิเศษหรือไม่ หากไม่แน่ใจ สามารถทำหนังสือหารือไปยัง กรมบัญชีกลางหรือสำนักงานคลังจังหวัด และคำวินิจฉัยที่ได้รับถือเป็นแนวทางปฏิบัติที่ผูกพัน

2

บทนิยามสำคัญที่ออกสอบบ่อย

ส่วนนี้อธิบายนิยามศัพท์ที่ข้อสอบมักนำมาถามในเชิงเปรียบเทียบหรือให้ระบุว่าสถานการณ์ใดเข้าข่ายนิยามใด

คำ
นิยามที่ต้องจำ
ข้อสังเกตสำคัญ
เงินงบประมาณ
เงินที่ได้รับจัดสรรตาม พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีหรือเพิ่มเติม รวมถึงเงินที่อนุมัติจากเงินคงคลัง
ใช้ได้ตามรหัสและวัตถุประสงค์ที่กำหนดเท่านั้น
เงินนอกงบประมาณ
เงินทุกประเภทในความรับผิดชอบของส่วนราชการที่ไม่ใช่เงินงบประมาณ เช่น เงินทดรองราชการ เงินประกันสัญญา เงินบริจาค
ยังต้องเก็บรักษาและนำส่งตามระเบียบ ไม่ใช่ใช้อิสระได้เลย
ส่วนราชการ
กระทรวง ทบวง กรม หรือส่วนราชการที่เรียกชื่ออื่น รวมถึงจังหวัด
ไม่รวมรัฐวิสาหกิจและองค์การมหาชน ซึ่งมีกฎหมายเฉพาะของตน
เจ้าหน้าที่การเงิน
ผู้ที่หัวหน้าส่วนราชการแต่งตั้งให้มีหน้าที่รับเงิน จ่ายเงิน เก็บรักษาเงิน หรือนำส่งเงิน
เกิดจากการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการ ไม่ใช่แค่ตำแหน่งในสายงาน
คลัง
กรมบัญชีกลาง สำนักงานคลังจังหวัด หรือธนาคารที่ได้รับมอบหมายจากกระทรวงการคลัง
ธนาคารที่ได้รับมอบหมายก็นับเป็น 'คลัง' ได้
3

การรับเงินของส่วนราชการ

ส่วนนี้อธิบายว่าการรับเงินมีข้อกำหนดอะไรบ้าง และผลทางกฎหมายจะเกิดอะไรขึ้นถ้าปฏิบัติผิด

หลักการที่สำคัญที่สุดของการรับเงินมีสองข้อ ข้อแรกคือต้องมีผู้รับเงินที่ ได้รับแต่งตั้งเป็นลายลักษณ์อักษร เท่านั้น ใครก็ไม่ได้รับเงินโดยพลการ ข้อสองคือต้องออกใบเสร็จรับเงิน ทันทีที่รับเงิน ไม่ใช่สิ้นวันหรือรวมยอดแล้วออกทีเดียว การออกล่าช้าถือเป็นความผิดทางวินัย

ประเภทการรับเงิน
ทำได้หรือไม่
เงื่อนไขสำคัญ
เงินสด
ได้
นับเงินต่อหน้าผู้ชำระ ออกใบเสร็จทันที
เช็คขีดคร่อมสั่งจ่ายในนามส่วนราชการ
ได้
ออกใบเสร็จทันที แต่ระบุว่า 'อยู่ระหว่างเรียกเก็บ' ใบเสร็จสมบูรณ์เมื่อธนาคารเรียกเก็บได้แล้ว
เช็คผู้ถือ
ไม่ได้
ห้ามรับเด็ดขาด
เช็คสั่งจ่ายในนามบุคคลแล้วโอนให้ราชการ
ไม่ได้
ต้องสั่งจ่ายในนามส่วนราชการโดยตรงเท่านั้น
e-Payment (โอนเงิน, QR Code ฯลฯ)
ได้
ต้องรับผ่านบัญชีในนามส่วนราชการ ห้ามใช้บัญชีส่วนตัวเจ้าหน้าที่

เงินที่รับมาต้องไม่ปะปนกับเงินส่วนตัวไม่ว่าจะชั่วคราว เพราะการนำเงินราชการไปใช้ส่วนตัวแม้ตั้งใจจะคืน ถือเป็น ความผิดอาญาฐานยักยอกทรัพย์ ไม่ใช่แค่ความผิดวินัย นอกจากนี้ห้ามรับเงินนอกสถานที่หรือนอกเวลาราชการ เว้นแต่มีคำสั่งพิเศษและต้องออกใบเสร็จเสมอ

ค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจากประชาชนต้องเป็นไปตามอัตราที่กฎหมายหรือกฎกระทรวงกำหนดเท่านั้น ห้ามเก็บเกินหรือต่ำกว่าอัตราที่กำหนด โดยไม่มีอำนาจยกเว้น การเก็บเกินอัตราถือเป็นการใช้อำนาจโดยมิชอบ ส่วนการเก็บต่ำกว่าโดยไม่มีอำนาจยกเว้นก็เป็นความผิดเช่นกัน

สมาชิก PRO
อ่านสรุปฉบับเต็ม ครบทุกหัวข้อ
อ่านง่าย จำได้จริง · บุ๊คมาร์คอ่านต่อจากที่ค้างไว้อัตโนมัติ
99 บาท/เดือน →

เนื้อหาสรุปนี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาส่วนบุคคล ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ หรือนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต