กลับไปทำข้อสอบวิชานี้

ความรู้เกี่ยวกับระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการ พ.ศ. 2562

วงเงิน เพดานเงินสด รายการจ่าย e-Payment เงินยืม การส่งใช้ บัญชี และบทเฉพาะกาล

7 หัวข้อ · อ่านประมาณ 30 นาที

อ่านฟรีได้ 2 จาก 7 หัวข้อ29%
หัวข้อ 1

ฐานระเบียบ บุคคล และความหมายของเงินทดรองราชการ

ข้อ 1 กำหนดชื่อว่า “ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการ พ.ศ. 2562” ซึ่งเป็นหลักเกณฑ์กลางสำหรับเงินทดรองราชการทั่วไปของส่วนราชการ ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 136 ตอนพิเศษ 120 ง หน้า 30 เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2562 เนื้อหาครอบคลุมการกำหนดวงเงิน การเบิก การเก็บรักษา การใช้จ่าย เงินยืม การส่งคืน ตลอดจนการรายงานและการบัญชี ระเบียบนี้ปรับปรุงหลักเกณฑ์เดิมให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 และมุ่งให้ส่วนราชการใช้เงินทดรองราชการสำหรับค่าใช้จ่ายปลีกย่อยได้รวดเร็ว คล่องตัว และมีประสิทธิภาพ โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติที่เป็นฐานอำนาจ วรรคหนึ่ง และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังวางระเบียบโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี

ข้อ 2 กำหนดให้ระเบียบใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา จึงมีผลตั้งแต่วันที่ 14 พฤษภาคม 2562 ส่วนข้อ 3 ยกเลิกระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการ พ.ศ. 2547 การพิจารณาธุรกรรมหลังวันดังกล่าวจึงต้องตั้งต้นจากฉบับ พ.ศ. 2562 และหลักเกณฑ์ที่กระทรวงการคลังกำหนดประกอบ คำว่า “ส่วนราชการ” ตามข้อ 4 หมายถึงกระทรวง ทบวง กรม หรือส่วนราชการที่เรียกชื่อเป็นอย่างอื่นและมีฐานะเป็นกรม ขอบเขตนี้เป็นนิยามเฉพาะของระเบียบ มิได้หมายรวมหน่วยงานของรัฐทุกประเภทโดยอัตโนมัติ ส่วนการพิจารณาว่าหน่วยงานใดอยู่ในบังคับจึงต้องตรวจฐานะตามกฎหมายจัดตั้งควบคู่กับนิยามดังกล่าว

“ส่วนราชการเจ้าของงบประมาณ” หมายถึงส่วนราชการที่ได้รับงบประมาณรายจ่าย ไม่ว่าจะเป็นงบประมาณที่ตั้งไว้สำหรับส่วนราชการนั้นโดยเฉพาะหรือเป็นงบประมาณรายจ่ายที่ตั้งไว้ในงบกลาง สถานะนี้มีความสำคัญต่อการรับอนุญาตวงเงิน การแบ่งสรรให้หน่วยงานในสังกัด การรายงาน และการนำเงินส่งคืนคลัง “หน่วยงานในสังกัด” ครอบคลุมหน่วยงานของส่วนราชการเจ้าของงบประมาณทั้งส่วนราชการผู้เบิกและหน่วยงานย่อย ส่วน “ส่วนราชการผู้เบิก” คือส่วนราชการซึ่งเบิกเงินกับกรมบัญชีกลางหรือสำนักงานคลังจังหวัด นิยามทั้งสองทำให้เห็นลำดับความรับผิดชอบตั้งแต่เจ้าของงบประมาณลงไปถึงหน่วยปฏิบัติที่รับการแบ่งสรรเงิน

“หน่วยงานย่อย” คือหน่วยงานในสังกัดที่อยู่ในราชการบริหารส่วนกลาง ราชการบริหารส่วนภูมิภาค หรือที่ตั้งอยู่ในอำเภอ ซึ่งมิได้เบิกเงินกับกรมบัญชีกลางหรือสำนักงานคลังจังหวัดโดยตรง แต่เบิกผ่านส่วนราชการที่เป็นหน่วยงานผู้เบิก สถานะนี้สัมพันธ์กับวงเงินสดที่เก็บรักษาได้และวิธีควบคุมเงินที่ได้รับแบ่งสรร “หลักฐานการจ่าย” คือหลักฐานที่แสดงว่าได้จ่ายเงินให้ผู้รับหรือเจ้าหนี้ตามข้อผูกพันโดยถูกต้องแล้ว “เงินยืม” คือเงินที่ส่วนราชการจ่ายให้บุคคลยืมเพื่อเป็นค่าเดินทางไปราชการหรือการปฏิบัติราชการอื่น และ “ระบบ” หมายถึงระบบบริหารการเงินการคลังภาครัฐแบบอิเล็กทรอนิกส์ GFMIS ซึ่งดำเนินการผ่านช่องทางที่กระทรวงการคลังกำหนด

ข้อ 5 ให้ปลัดกระทรวงการคลังรักษาการตามระเบียบ ส่วนข้อ 6 วางกลไกสำหรับเรื่องที่ระเบียบไม่ได้กำหนดไว้และการยกเว้นการปฏิบัติ โดยส่วนราชการต้องทำความตกลงกับกระทรวงการคลัง ดังนั้นหน่วยงานไม่มีอำนาจสร้างข้อยกเว้นเฉพาะตนโดยลำพังเมื่อการดำเนินการแตกต่างจากหลักเกณฑ์ที่กำหนด

หัวข้อ 2

การอนุญาตวงเงิน การแบ่งสรร และความรับผิด

เงินทดรองราชการเป็นเงินที่จัดไว้หมุนเวียนเพื่อสำรองจ่ายค่าใช้จ่ายราชการตามขอบเขตที่ระเบียบอนุญาต มิใช่งบประมาณรายจ่ายก้อนใหม่และมิใช่รายได้ของส่วนราชการ เมื่อจ่ายแล้วต้องมีหลักฐานเพื่อเบิกงบประมาณชดใช้กลับเข้าสู่วงเงิน การควบคุมจึงต้องทำให้ทรัพย์สินและสิทธิเรียกร้องที่เหลือรวมกันสอดคล้องกับวงเงินที่ได้รับอนุญาต ข้อ 7 ให้ส่วนราชการเจ้าของงบประมาณมีเงินทดรองราชการได้ตามจำนวนที่กระทรวงการคลังอนุญาต และต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์กับวิธีการที่กระทรวงการคลังกำหนด วงเงินดังกล่าวเป็นเพดานการถือครองและหมุนเวียน ไม่ใช่อำนาจให้จ่ายได้ทุกประเภท เพราะรายการจ่ายยังต้องอยู่ภายใต้ข้อ 9 ข้อ 14 และกฎการเบิกจ่ายที่เกี่ยวข้อง

เมื่อมีความจำเป็นหรือเหตุผลอันสมควร กระทรวงการคลังอาจเพิ่ม ลด หรือยกเลิกวงเงินได้ตามความเหมาะสมและฐานะการคลังของประเทศ โดยแจ้งเจ้าของงบประมาณหรือหน่วยงานในสังกัดล่วงหน้า เพื่อประกอบการพิจารณา หน่วยงานต้องส่งรายงานการจ่ายเงินทดรองราชการไปยังกรมบัญชีกลางตามวิธีที่กระทรวงการคลังกำหนด หากกระทรวงการคลังสั่งลดหรือยกเลิกเงินทดรองราชการ ส่วนราชการเจ้าของงบประมาณต้องนำจำนวนที่ถูกลดหรือยกเลิกส่งคืนคลังทันที กระทรวงการคลังอาจให้หักส่งจากเงินที่เบิกเพื่อชดใช้เงินทดรองราชการได้ การปรับวงเงินจึงกระทบทั้งยอดเงินที่ถืออยู่และกระบวนการเบิกชดใช้ที่กำลังดำเนินการ

ข้อ 8 ให้ส่วนราชการเจ้าของงบประมาณนำวงเงินที่ได้รับอนุญาตไปแบ่งสรรแก่หน่วยงานในสังกัดตามความเหมาะสม และต้องแจ้งกระทรวงการคลังทุกครั้งที่แบ่งสรรหรือเปลี่ยนแปลงการแบ่งสรร การบันทึกยอดที่ส่วนกลางกับยอดของหน่วยงานรับแบ่งสรรจึงต้องเชื่อมโยงกันเพื่อไม่ให้ยอดรวมเกินวงเงินที่อนุญาต ข้อ 9 เปิดทางให้กระทรวงการคลังอนุญาตเงินทดรองราชการสำหรับค่าใช้จ่ายเฉพาะเรื่องนอกเหนือจากรายการในข้อ 14 ได้เมื่อมีเหตุพิเศษ โดยเป็นไปตามเงื่อนไขที่กระทรวงการคลังกำหนด การใช้ช่องทางนี้ต้องมีหนังสืออนุญาตและตรวจเงื่อนไขเฉพาะเรื่อง มิใช่การขยายรายการจ่ายโดยการตีความของหน่วยงานเอง

ข้อ 10 กำหนดให้หัวหน้าส่วนราชการผู้เบิกหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายเป็นผู้เบิกเงินจากคลังเพื่อเป็นเงินทดรองราชการ การมอบหมายต้องตรวจสอบได้และอยู่ในขอบเขตอำนาจของผู้มอบ ทั้งการตั้งวงเงินในระดับเจ้าของงบประมาณกับการเบิกเงินจริงในระดับส่วนราชการผู้เบิกจึงเป็นคนละขั้นตอนที่ต้องมีฐานอำนาจครบถ้วน การเบิกเงินทดรองราชการมิได้สิ้นสุดเพียงการมีวงเงินตามข้อ 7 เพราะข้อ 10 ยังให้การเบิกเป็นไปตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการเบิกเงินจากคลัง การรับเงิน การจ่ายเงิน การเก็บรักษาเงิน และการนำเงินส่งคลัง ผู้ปฏิบัติจึงต้องตรวจทั้งระเบียบเฉพาะเรื่องเงินทดรองราชการและระเบียบทั่วไปฉบับที่ใช้บังคับในขณะทำรายการ

ข้อ 11 อนุญาตให้ส่วนราชการผู้เบิกในส่วนกลางเก็บรักษาเงินทดรองราชการเป็นเงินสด ณ ที่ทำการ เพื่อสำรองจ่ายได้แห่งละไม่เกิน 100,000 บาท จำนวนนี้เป็นเพดานเงินสดที่เก็บ ณ ที่ทำการ ไม่ใช่วงเงินทดรองราชการทั้งหมด และไม่ทำให้รายการซึ่งอยู่นอกขอบเขตค่าใช้จ่ายกลายเป็นรายการที่จ่ายได้

อ่านสรุปฉบับเต็มทุกหัวข้อ
สมาชิก PRO ระบบจะจำหัวข้อที่อ่านค้างไว้ให้ด้วย
PRO 99 บาท/เดือน

เนื้อหาสรุปนี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาส่วนบุคคล ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ หรือนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต

สรุปความรู้เกี่ยวกับระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการ พ.ศ. 2562 อ่านง่าย จำได้จริง | ติวสอบภาค ข | ติวสอบภาค ข