กลับไปทำข้อสอบวิชานี้

ความรู้เกี่ยวกับระเบียบกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเงินบริจาคและทรัพย์สินบริจาคของหน่วยบริการ พ.ศ. 2561

ฐานระเบียบ คณะกรรมการ ช่องทางรับ อสังหาริมทรัพย์ การใช้เงิน บัญชี รายงาน และการตรวจสอบ

7 หัวข้อ · อ่านประมาณ 31 นาที

อ่านฟรีได้ 2 จาก 7 หัวข้อ29%
หัวข้อ 1

ฐานระเบียบ นิยาม และหน่วยบริการที่อยู่ในขอบเขต

ระเบียบกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเงินบริจาคและทรัพย์สินบริจาคของหน่วยบริการ พ.ศ. 2561 เป็นหลักเกณฑ์เฉพาะของหน่วยบริการในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข มี 25 ข้อ แบ่งสาระเป็นคณะกรรมการ การรับเงินหรือทรัพย์สิน การใช้เงิน การจ่ายเงิน การเก็บรักษาเงิน การจัดซื้อจัดจ้าง การรายงาน และการเก็บหลักฐานเพื่อการตรวจสอบ ระเบียบนี้มุ่งให้การรับบริจาคเงินและทรัพย์สินของหน่วยบริการเป็นไปด้วยความเรียบร้อย โปร่งใส ตรวจสอบได้ และมีประสิทธิภาพ อาศัยอำนาจตามข้อ 9 วรรคห้าแห่งระเบียบกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเงินบำรุงของหน่วยบริการในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. 2561 โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขออกระเบียบด้วยความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง

ข้อ 1 กำหนดชื่อเต็มว่า “ระเบียบกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเงินบริจาคและทรัพย์สินบริจาคของหน่วยบริการ พ.ศ. 2561” การอ้างชื่อเต็มมีความสำคัญเพราะต้องแยกจากระเบียบเงินบำรุง ระเบียบการรับบริจาคของทางราชการทั่วไป และระเบียบวิธีจัดซื้อจัดจ้างโดยใช้เงินบริจาค ซึ่งเป็นกฎคนละฉบับแม้เกี่ยวข้องกัน ระเบียบลงนามและประกาศ ณ วันที่ 20 เมษายน 2561 และข้อ 2 ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศ จึงมีผลตั้งแต่วันที่ 21 เมษายน 2561 การวินิจฉัยธุรกรรมต้องพิจารณาวันรับบริจาคและกฎที่มีผลในขณะนั้น รวมทั้งประกาศกำหนดรายชื่อหน่วยบริการซึ่งอาจออกหรือแก้ไขเพิ่มเติมภายหลัง

ข้อ 3 กำหนดว่าบรรดาระเบียบ ข้อบังคับ หรือคำสั่งอื่นใดในส่วนที่ระเบียบนี้กำหนดไว้แล้ว หรือซึ่งขัดหรือแย้งกับระเบียบนี้ ให้ใช้ระเบียบนี้แทน คำสั่งภายในจึงอาจกำหนดรายละเอียดการปฏิบัติได้เท่าที่ไม่ตัดขั้นตอน ลดมาตรฐาน หรือเปลี่ยนอำนาจซึ่งระเบียบกำหนดไว้ ข้อ 4 นิยาม “เงินบริจาค” ว่าเงินที่มีผู้มอบให้หน่วยบริการเพื่อใช้ในกิจการของหน่วยบริการ โดยอาจระบุวัตถุประสงค์ ไม่ระบุวัตถุประสงค์ หรือระบุวัตถุประสงค์ไม่ชัดแจ้ง สถานะของเงินจึงเกิดจากการมอบให้เพื่อกิจการของหน่วยบริการ ส่วนวิธีใช้ภายหลังขึ้นอยู่กับข้อความแสดงเจตนาและข้อ 20

“ทรัพย์สิน” ตามข้อ 4 หมายถึงสังหาริมทรัพย์หรืออสังหาริมทรัพย์ที่มีผู้มอบให้หน่วยบริการเพื่อใช้ประโยชน์ในกิจการของหน่วยบริการ การจำแนกประเภทมีผลต่อขั้นตอนตรวจกรรมสิทธิ์ การประเมินมูลค่า การอนุมัติ การขึ้นทะเบียนที่ราชพัสดุ และการออกหนังสือรับรองการบริจาค “หน่วยบริการ” ครอบคลุมโรงพยาบาล โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล สถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ หรือหน่วยที่เรียกชื่อเป็นอย่างอื่นแต่ปฏิบัติงานลักษณะเดียวกัน ตลอดจนสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด สำนักงานสาธารณสุขอำเภอ หรือหน่วยงานอื่นในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขที่ดำเนินการสาธารณสุขตามที่ปลัดกระทรวงสาธารณสุขประกาศกำหนด

นิยามหน่วยบริการบางส่วนผูกกับประกาศของปลัดกระทรวงสาธารณสุข จึงต้องตรวจประกาศรายชื่อที่มีผลล่าสุด ไม่ควรอาศัยบัญชีรายชื่อเก่าเพียงฉบับเดียว หลักฐานทางการปัจจุบันแสดงว่ามีประกาศกำหนดรายชื่อฉบับที่ 7 พ.ศ. 2568 เพิ่มเติมจากฉบับก่อนหน้า โดยประกาศรายชื่อเปลี่ยนขอบเขตหน่วยที่อยู่ในบังคับ มิได้แก้เนื้อหาข้อ 1 ถึงข้อ 25

หัวข้อ 2

คณะกรรมการและหลักชั่งประโยชน์กับภาระ

“คณะกรรมการ” หมายถึงคณะกรรมการบริหารเงินและทรัพย์สินที่มีผู้บริจาคของหน่วยบริการ ส่วน “หัวหน้าส่วนราชการ” หมายถึงปลัดกระทรวง อธิบดี หรือผู้ดำรงตำแหน่งเทียบเท่าอธิบดี การแยกสองคำนี้ทำให้เห็นว่าคณะกรรมการมีหน้าที่กลั่นกรองและบริหารตามหมวด 1 แต่อำนาจอนุมัติบางเรื่องยังเป็นของหัวหน้าส่วนราชการหรือผู้รับมอบหมาย ข้อ 5 ให้ปลัดกระทรวงสาธารณสุขรักษาการตามระเบียบและมีอำนาจวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาการปฏิบัติ การมีผู้รักษาการไม่ได้ทำให้หน่วยบริการละเว้นการขอความเห็นชอบหรือทำความตกลงจากหน่วยงานอื่นในเรื่องที่ระเบียบกำหนดไว้โดยเฉพาะ โดยเฉพาะการรับอสังหาริมทรัพย์และการปฏิบัตินอกเหนือจากระเบียบ

ข้อ 6 ให้มีคณะกรรมการของหน่วยบริการ โดยหัวหน้าหน่วยบริการเป็นประธาน และแต่งตั้งกรรมการอื่นอีกอย่างน้อย 4 คนแต่ไม่เกิน 6 คน จากข้าราชการ ข้าราชการเกษียณอายุราชการ ผู้แทนภาคประชาชน และหรือเจ้าหน้าที่การเงินหรือผู้ปฏิบัติงานด้านการเงินของหน่วยบริการเป็นเลขานุการ รวมแล้วคณะกรรมการมี 5 ถึง 7 คน ข้อ 7 ให้คณะกรรมการวางแผนการรับบริจาคเงินและทรัพย์สิน รวมทั้งพิจารณาการรับบริจาคแต่ละรายการ แผนรับควรสัมพันธ์กับทิศทางการพัฒนาหน่วยบริการและความสามารถนำสิ่งที่รับไปใช้จริง ส่วนการพิจารณารับต้องพิจารณาผู้มีสิทธิให้ วัตถุประสงค์ เงื่อนไข ภาระ และประโยชน์ที่หน่วยจะได้รับ

คณะกรรมการต้องวางแผนการใช้จ่ายเงินและทรัพย์สินที่มีผู้บริจาค พร้อมจัดทำรายงานการรับและการจ่าย แผนใช้ต้องจำแนกเงินตามวัตถุประสงค์และเชื่อมกับโครงการหรือภารกิจของหน่วยบริการ การรายงานต้องอาศัยบัญชี ทะเบียนทรัพย์ ใบเสร็จ หนังสือรับรอง และหลักฐานการอนุมัติที่สอดคล้องกัน ข้อ 7 ยังให้คณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการรับกับการจ่ายเงินหรือทรัพย์สินที่มีผู้บริจาค และแต่งตั้งคณะอนุกรรมการดำเนินการในเรื่องที่เกี่ยวข้องได้ การตั้งคณะอนุกรรมการเป็นการช่วยดำเนินงานเฉพาะด้าน มิได้โอนอำนาจอนุมัติที่ระเบียบสงวนไว้แก่คณะกรรมการ หัวหน้าหน่วยบริการ หรือหัวหน้าส่วนราชการ

ท้ายข้อ 7 กำหนดให้การรับบริจาคเงินและทรัพย์สินสอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาของหน่วยบริการ หลักนี้ทำให้การพิจารณาไม่ได้จำกัดอยู่ที่มูลค่าของสิ่งที่ได้รับ แต่ต้องเชื่อมกับแผนบริการ ความพร้อมของสถานที่ บุคลากร งบดำเนินงาน การบำรุงรักษา และภาระที่หน่วยจะต้องรับต่อเนื่อง ข้อ 8 (1) กำหนดให้พิจารณาผลได้ผลเสียและผลประโยชน์ของหน่วยบริการที่จะได้รับ จึงต้องประเมินทั้งประโยชน์ทางบริการและต้นทุนตลอดอายุการใช้งานของทรัพย์ ตลอดจนความเสี่ยงด้านความปลอดภัย การบำรุงรักษา ความเข้ากันได้กับระบบเดิม และข้อผูกพันต่อผู้ให้หรือบุคคลอื่น

ข้อ 8 (2) กำหนดให้เป็นการบริจาคด้วยความสมัครใจ ไม่ใช่เพื่อแลกเปลี่ยนผลประโยชน์หรือมีเงื่อนไขผูกพันที่จะให้ประโยชน์แก่ผู้ใดโดยเฉพาะ การบริจาคจึงต้องแยกจากการขาย การสนับสนุนที่มีค่าตอบแทน และข้อตกลงซึ่งสร้างสิทธิพิเศษด้านบริการหรือการจัดซื้อจัดจ้าง

อ่านสรุปฉบับเต็มทุกหัวข้อ
สมาชิก PRO ระบบจะจำหัวข้อที่อ่านค้างไว้ให้ด้วย
PRO 99 บาท/เดือน

เนื้อหาสรุปนี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาส่วนบุคคล ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ หรือนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต