กลับไปทำข้อสอบวิชานี้

ความรู้เกี่ยวกับสำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

เข้าใจสำนักงานปลัดกระทรวงจากฐานะศูนย์กลางนโยบาย ผ่านอำนาจหน้าที่ โครงสร้าง เครือข่ายจังหวัด วงจรแผน และระบบบริหารที่ทำให้ทั้งกระทรวงเกิดผลสัมฤทธิ์

6 หัวข้อ · อ่านประมาณ 27 นาที

อ่านฟรีได้ 2 จาก 6 หัวข้อ33%
หัวข้อ 1

บทที่ 1 สำนักงานปลัดกระทรวงในฐานะศูนย์กลางขับเคลื่อนงานเกษตร

สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หรือ สป.กษ. เป็นส่วนราชการที่ทำหน้าที่แกนกลางของกระทรวง มิใช่กรมวิชาการซึ่งรับผิดชอบสินค้าเกษตรหรือภารกิจเฉพาะสาขาโดยตรง งานหลักอยู่ที่การพัฒนายุทธศาสตร์ แปลงนโยบายเป็นแผน จัดสรรและประสานทรัพยากร บริหารราชการทั่วไปในเรื่องที่มิได้กำหนดให้หน่วยใดรับผิดชอบเป็นการเฉพาะ ตลอดจนกำกับ เร่งรัด ตรวจสอบ และติดตามหน่วยงานในสังกัดให้ทำงานถึงผลสัมฤทธิ์ ความหมายของคำว่าแกนกลางจึงอยู่ที่การทำให้หลายส่วนราชการซึ่งมีความเชี่ยวชาญต่างกันเคลื่อนไปในทิศทางเดียวกัน โดยมีข้อมูล เป้าหมาย และความรับผิดชอบที่เชื่อมถึงกัน

วิสัยทัศน์ที่กำหนดไว้สำหรับช่วงแผนถึง พ.ศ. 2570 คือการเป็นศูนย์กลางการขับเคลื่อนนโยบายและยุทธศาสตร์ด้านการเกษตรและสหกรณ์ของประเทศ ข้อความนี้วางน้ำหนักที่การขับเคลื่อน มิใช่เพียงการจัดทำเอกสารนโยบาย สป.กษ. ต้องทำให้เจตนารมณ์ระดับรัฐบาลและกระทรวงกลายเป็นแผนงาน งบประมาณ ผู้รับผิดชอบ และการปฏิบัติในพื้นที่ แล้วรวบรวมผลจริงกลับมาให้ผู้บริหารตัดสินใจ ความเป็นศูนย์กลางจึงมิได้หมายถึงรวมอำนาจทุกเรื่องไว้ที่เดียว แต่หมายถึงสร้างจุดเชื่อมที่ทำให้กรม จังหวัด ภาคเอกชน สถาบันเกษตรกร และประชาชนทำงานร่วมกันได้โดยไม่สูญเสียบทบาทเฉพาะของแต่ละฝ่าย

พันธกิจของสำนักงานมีสองแกนที่เกื้อหนุนกัน แกนแรกคือผลักดันนโยบายและยุทธศาสตร์ด้านการเกษตรและสหกรณ์สู่การปฏิบัติทุกระดับให้เกิดผลสัมฤทธิ์ แกนที่สองคือส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาระบบบริหารจัดการภาครัฐของกระทรวง หากมีเพียงแกนแรก งานอาจเร่งผลผลิตเฉพาะหน้าแต่ขาดระบบรองรับ หากมีเพียงแกนที่สอง องค์กรอาจมีกระบวนการภายในเรียบร้อยแต่ไม่ตอบปัญหาเกษตรกร การวางแผน การตรวจราชการ ข้อมูลดิจิทัล บุคลากร กฎหมาย การเงิน และการรับเรื่องร้องเรียนจึงเป็นโครงสร้างสนับสนุนให้การขับเคลื่อนนโยบายเกิดผล มิใช่ภารกิจปลายทางที่แยกจากประชาชน

เป้าหมายการให้บริการของหน่วยงานสะท้อนผลสองระดับ คือเพิ่มศักยภาพในการขับเคลื่อนภารกิจด้านการเกษตรและสหกรณ์ และทำให้เกษตรกรสามารถพึ่งพาตนเองได้ ระดับแรกวัดความสามารถของกลไกรัฐ เช่น ความร่วมมือ ความรวดเร็ว คุณภาพข้อมูล และการติดตามแก้ปัญหา ส่วนระดับหลังมองผลที่เกิดกับผู้รับประโยชน์ เช่น ความสามารถตัดสินใจ เข้าถึงโอกาส จัดการความเสี่ยง และดำรงอาชีพได้มั่นคง การรายงานจำนวนประชุมหรือจำนวนโครงการจึงยังไม่เพียงพอ ต้องอธิบายว่ากิจกรรมเหล่านั้นเปลี่ยนความสามารถของระบบและเงื่อนไขของเกษตรกรอย่างไร รวมทั้งผลกระจายถึงกลุ่มเปราะบางหรือพื้นที่ห่างไกลเพียงใด

ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียของ สป.กษ. มีทั้งรัฐมนตรี ผู้บริหารกระทรวง ส่วนราชการในสังกัด หน่วยงานนอกกระทรวง จังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น คู่ค้าต่างประเทศ สถาบันการศึกษา เกษตรกร สถาบันเกษตรกร และประชาชน แต่ละกลุ่มต้องการข้อมูลและจังหวะการทำงานต่างกัน ผู้บริหารต้องการข้อเสนอที่ทันสถานการณ์ กรมต้องการกรอบกับบทบาทชัด จังหวัดต้องการการประสานที่เหมาะกับบริบท ขณะที่เกษตรกรต้องการบริการและการแก้ปัญหาที่เข้าถึงได้ สำนักงานจึงต้องรักษาสมดุลระหว่างเอกภาพของนโยบายกับความยืดหยุ่นในพื้นที่ และระหว่างความรวดเร็วกับความโปร่งใสซึ่งตรวจย้อนกลับได้

หัวข้อ 2

บทที่ 2 อำนาจหน้าที่จากการเสนอแนะนโยบายถึงบริการประชาชน

อำนาจหน้าที่ด้านต้นน้ำเริ่มจากศึกษา วิเคราะห์ และจัดทำข้อมูลเพื่อเสนอแนะรัฐมนตรีใช้กำหนดนโยบาย เป้าหมาย และผลสัมฤทธิ์ของกระทรวง ต่อด้วยการพัฒนายุทธศาสตร์การบริหารและแปลงนโยบายเป็นแนวทาง แผนปฏิบัติราชการ โครงการ และโครงการพิเศษ ขั้นเสนอแนะต้องแยกข้อเท็จจริง สมมติฐาน ทางเลือก ผลได้เสีย และความเสี่ยงออกจากกัน ส่วนขั้นแปลงนโยบายต้องระบุผู้รับผิดชอบ ทรัพยากร เวลา และหลักฐานความสำเร็จ หากเป้าหมายกว้างโดยไม่มีผลลัพธ์กลาง แต่ละกรมอาจตีความต่างกันและรายงานกิจกรรมของตนว่าครบ ทั้งที่ผลต่อเกษตรกรยังไม่ประกอบเป็นเรื่องเดียวกัน

ภารกิจด้านการเกษตรต่างประเทศทำให้มิติในประเทศเชื่อมกับความร่วมมือ องค์การระหว่างประเทศ การเจรจา และข้อมูลต่างประเทศ สป.กษ. มิได้แทนหน่วยงานเทคนิคทุกสาขา แต่รวบรวมท่าที ประสานผู้เชี่ยวชาญ และติดตามข้อผูกพันให้เกิดเอกภาพ ประเด็นต่างประเทศอาจกระทบมาตรฐานสินค้า โอกาสทางตลาด ความมั่นคงอาหาร โรคระบาด การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และเทคโนโลยี การเตรียมท่าทีจึงต้องใช้ทั้งข้อมูลวิชาการ ผลกระทบต่อผู้ผลิตหลายขนาด และนโยบายของรัฐ หลังการประชุมหรือเจรจายังต้องส่งผลกลับให้หน่วยงานปฏิบัติ มิฉะนั้นความร่วมมือจะหยุดอยู่ที่เอกสาร

งานตรวจสอบและประเมินผลการปฏิบัติราชการของหน่วยงานในสังกัดช่วยให้ปลัดกระทรวงเห็นทั้งความก้าวหน้า อุปสรรค และผลต่างระหว่างพื้นที่ การตรวจราชการที่มีคุณค่าไม่ใช่เพียงตรวจว่ารายงานครบ แต่ต้องเชื่อมเป้าหมายกับหลักฐานภาคสนาม รับฟังประชาชน แยกปัญหาที่หน่วยปฏิบัติแก้ได้เองออกจากปัญหาที่ต้องตัดสินใจระดับกระทรวง และกำหนดการติดตามหลังสั่งการ ข้อมูลจากการตรวจต้องย้อนกลับสู่แผน งบ กฎ และระบบสนับสนุน การประเมินผลจึงเป็นกลไกเรียนรู้และรับผิดรับชอบพร้อมกัน ไม่ใช่งานปลายปีซึ่งทำหลังโครงการสิ้นสุดแล้วเท่านั้น

อำนาจด้านองค์กรครอบคลุมยุทธศาสตร์และการพัฒนาบุคลากร กฎหมายกับระเบียบ เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อบริหารและบริการ ตลอดจนประชาสัมพันธ์ข้อมูลการเกษตร บุคลากรต้องมีทั้งความรู้สาขา ความสามารถประสานงาน การใช้ข้อมูล และความเข้าใจพื้นที่ กฎหมายต้องช่วยกำหนดอำนาจ กระบวนการ และการคุ้มครองสิทธิอย่างชัด ดิจิทัลต้องลดภาระและเพิ่มคุณภาพการตัดสินใจ ส่วนการสื่อสารต้องทำให้ข้อมูลถูกต้อง ทันเวลา และใช้ได้จริง สี่ด้านนี้ต้องออกแบบร่วมกัน เพราะระบบใหม่จะไม่สำเร็จหากคนไม่พร้อม กติกาไม่รองรับ หรือประชาชนไม่เข้าใจช่องบริการ

สำนักงานยังบริหารกองทุนเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรและรับเรื่องร้องเรียน รวมทั้งปฏิบัติงานอื่นตามกฎหมายหรือที่กระทรวงกับคณะรัฐมนตรีมอบหมาย กองทุนเป็นเครื่องมือจัดการปัญหาที่ต้องมีเกณฑ์ ผู้มีสิทธิ กระบวนการอนุมัติ การติดตามเงิน และการประเมินผล ส่วนเรื่องร้องเรียนเป็นสัญญาณจากผู้ได้รับผลกระทบซึ่งช่วยตรวจช่องว่างของบริการ งานมอบหมายพิเศษต้องเชื่อมเข้าระบบเจ้าภาพและการรายงาน ไม่ควรดำเนินเป็นช่องคู่ขนานที่ใช้ข้อมูลหรือคำสั่งคนละชุด การทำให้อำนาจหน้าที่ทั้งหมดต่อกันเป็นวงจรช่วยลดความเสี่ยงที่ข้อเสนอ นโยบาย เงิน และผลภาคสนามจะแยกจากกัน

อำนาจหน้าที่กับหลักฐานว่าการทำงานไปถึงผล
ช่วงงานภารกิจแกนกลางหลักฐานที่ต้องเชื่อม
กำหนดทิศทางวิเคราะห์ข้อมูล เสนอแนะรัฐมนตรี และพัฒนายุทธศาสตร์ทางเลือก เหตุผล เป้าหมาย และผลกระทบที่คาดหมาย
แปลงสู่การปฏิบัติจัดทำแผน โครงการพิเศษ และประสานทรัพยากรเจ้าภาพ เวลา งบ กลุ่มเป้าหมาย และผลลัพธ์ร่วม
ประสานระบบต่างประเทศ บุคลากร กฎหมาย ดิจิทัล และการสื่อสารข้อตกลง กติกา สมรรถนะ ข้อมูล และช่องบริการ
กำกับและเรียนรู้ตรวจราชการ ประเมินผล กองทุน และเรื่องร้องเรียนผลภาคสนาม ข้อจำกัด การแก้ไข และการปรับนโยบาย
อ่านสรุปฉบับเต็มทุกหัวข้อ
สมาชิก PRO ระบบจะจำหัวข้อที่อ่านค้างไว้ให้ด้วย
PRO 99 บาท/เดือน

เนื้อหาสรุปนี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาส่วนบุคคล ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ หรือนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต