กลับไปทำข้อสอบวิชานี้

ความรู้เกี่ยวกับแผนปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา

ฐานกฎหมาย วัตถุประสงค์ 7 เรื่อง 29 ประเด็น ห้ากิจกรรมปฏิรูปขนาดใหญ่ การติดตามผล และสถานะหลังสิ้นระยะดำเนินการเดิม

6 หัวข้อ · อ่านประมาณ 33 นาที · มีต้นฉบับจาก lamphuncity.go.th

เปิดเนื้อหาฉบับเต็ม
อ่านฟรีได้ 2 จาก 6 หัวข้อ33%
หัวข้อ 1

สถานะ ฐานกฎหมาย และวัตถุประสงค์ของการปฏิรูป

แผนการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษาเป็นแผนระดับที่ 2 ซึ่งจัดทำขึ้นภายใต้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 และกฎหมายว่าด้วยแผนและขั้นตอนการดำเนินการปฏิรูปประเทศ เนื้อหาต้องพิจารณาทั้งแผนเดิมที่ประกาศในปี 2562 และแผนฉบับปรับปรุงที่ประกาศในปี 2564 โดยแยกฐานกฎหมาย โครงสร้างสาระ กลไกดำเนินงาน และสถานะภายหลังสิ้นสุดระยะเวลาให้ชัดเจน สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติระบุว่า การดำเนินการตามแผนการปฏิรูปประเทศสิ้นสุดลงเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2565 จึงไม่ควรอธิบายแผนดังกล่าวว่าเป็นแผนที่ยังอยู่ในช่วงดำเนินการตามกรอบเวลาเดิม อย่างไรก็ดี ประเด็นปฏิรูปที่ยังจำเป็นได้รับการถ่ายทอดไปสู่แผนระดับที่ 2 ฉบับอื่นและภารกิจปกติของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

เอกสารหลักประกอบด้วยแผนการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษาที่ประกาศใช้ในปี 2562 ซึ่งกำหนด 4 วัตถุประสงค์ 7 เรื่อง และ 29 ประเด็นปฏิรูป ต่อมามีประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีเรื่องแผนการปฏิรูปประเทศฉบับปรับปรุงในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2564 ซึ่งมุ่งกิจกรรมที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่อประชาชนอย่างมีนัยสำคัญจำนวน 5 กิจกรรม รัฐธรรมนูญหมวด 16 ว่าด้วยการปฏิรูปประเทศ โดยบทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง กำหนดเป้าหมายทั่วไปให้ประเทศมีความสงบเรียบร้อย ความสามัคคี การพัฒนาอย่างยั่งยืนตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ความเป็นธรรมทางสังคม และการมีส่วนร่วมของประชาชน หลักดังกล่าวเป็นฐานสำหรับออกแบบการปฏิรูปด้านการศึกษาให้เชื่อมโยงคุณภาพ ความเสมอภาค และประสิทธิภาพของระบบ

บทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง กำหนดสาระสำคัญด้านการศึกษา ได้แก่ การเริ่มดูแลและพัฒนาเด็กเล็กก่อนเข้ารับการศึกษา การตรากฎหมายเพื่อจัดตั้งกองทุนลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา การมีกลไกผลิต คัดกรอง และพัฒนาครูอาจารย์อย่างมีคุณภาพ ตลอดจนการปรับการจัดการเรียนรู้ให้เหมาะกับความถนัดของผู้เรียนและปรับโครงสร้างหน่วยงานให้สอดคล้องกันทั้งระดับชาติและระดับพื้นที่ บทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง กำหนดให้การปฏิรูปด้านการศึกษาตามบทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง เริ่มดำเนินการภายในหนึ่งปีนับแต่วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญ และให้มีคณะกรรมการที่มีความเป็นอิสระซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งภายในหกสิบวัน กลไกนี้ทำหน้าที่ศึกษา จัดทำข้อเสนอแนะ และร่างกฎหมายที่จำเป็น เพื่อให้การปฏิรูปมีจุดเริ่มต้นและผู้รับผิดชอบที่ตรวจสอบได้

พระราชบัญญัติแผนและขั้นตอนการดำเนินการปฏิรูปประเทศ พ.ศ. 2560 วางกระบวนการจัดทำแผน การประสานงาน การติดตาม การรายงาน และความเชื่อมโยงกับยุทธศาสตร์ชาติ หน่วยงานของรัฐจึงต้องนำกิจกรรมตามแผนไปบรรจุในแผนปฏิบัติราชการและงบประมาณ พร้อมรายงานความก้าวหน้าตามระบบที่กำหนด มิใช่ดำเนินโครงการโดยแยกขาดจากผลสัมฤทธิ์ระดับประเทศ แผนปี 2562 จัดทำโดยคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา ผ่านการศึกษาปัญหา รับฟังความคิดเห็น และเชื่อมโยงข้อเสนอด้านกฎหมาย ระบบบริหาร การพัฒนาครู หลักสูตร การประเมิน และเทคโนโลยี เนื้อหาจึงครอบคลุมตั้งแต่ปฐมวัยถึงอุดมศึกษาและการเรียนรู้ตลอดชีวิต รวมทั้งมิติที่อยู่ภายนอกสถานศึกษาแต่ส่งผลต่อโอกาสและคุณภาพการเรียนรู้

วัตถุประสงค์ที่หนึ่งคือยกระดับคุณภาพของการจัดการศึกษา ครอบคลุมผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียน คุณภาพครู อาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา คุณภาพหลักสูตรและกระบวนการเรียนรู้ ตลอดจนระบบสถานศึกษาและปัจจัยสนับสนุน การวัดความสำเร็จจึงต้องเชื่อมตั้งแต่ทรัพยากรและกระบวนการไปถึงการเปลี่ยนแปลงที่เกิดแก่ผู้เรียนจริง วัตถุประสงค์ที่สองคือการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา โดยสร้างความเสมอภาคในการเข้าถึง โอกาส ทางเลือก และประโยชน์จากการศึกษา ความเสมอภาคไม่หมายถึงการจัดสรรทรัพยากรเท่ากันทุกแห่ง แต่หมายถึงการจัดการตามระดับความจำเป็นและอุปสรรคของแต่ละบุคคล กลุ่ม และพื้นที่ เพื่อให้ผลลัพธ์มีความเป็นธรรมมากขึ้น

วัตถุประสงค์ที่สามคือการมุ่งความเป็นเลิศและสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ การศึกษาจึงต้องพัฒนาศักยภาพมนุษย์ทั้งความรู้ ทักษะ สมรรถนะ คุณลักษณะ การสร้างสรรค์ และความสามารถใช้เทคโนโลยี เชื่อมการผลิตกำลังคน การวิจัย และนวัตกรรมกับทิศทางเศรษฐกิจ สังคม และความต้องการของพื้นที่โดยไม่ละทิ้งคุณค่าความเป็นมนุษย์ วัตถุประสงค์ที่สี่คือปรับปรุงระบบการศึกษาให้มีประสิทธิภาพ ใช้ทรัพยากรคุ้มค่า มีความคล่องตัว รองรับความหลากหลาย และมีธรรมาภิบาล การกระจายอำนาจต้องมาพร้อมความรับผิดรับชอบ ข้อมูลที่เชื่อถือได้ การเปิดเผยที่เหมาะสม และกลไกตรวจสอบ ส่วนการลดขั้นตอนต้องไม่ลดทอนมาตรฐาน คุณภาพ หรือการคุ้มครองผู้เรียน แผนให้ความสำคัญกับการเรียนรู้ตลอดชีวิตมากกว่าการรับรองวุฒิการศึกษาเพียงอย่างเดียว ระบบควรเปิดทางให้บุคคลเรียนรู้ได้ตามช่วงวัยและบริบท เชื่อมการศึกษาในระบบ นอกระบบ และตามอัธยาศัย รวมถึงยอมรับผลการเรียนรู้และประสบการณ์ที่ตรวจสอบได้ แนวทางนี้ช่วยให้ประชาชนปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงของงาน เทคโนโลยี และสังคมได้ต่อเนื่อง

หัวข้อ 2

ระบบการศึกษา ปฐมวัย ความเสมอภาค และวิชาชีพครู

แผนเดิมจัดสาระเป็น 7 เรื่อง 29 ประเด็นปฏิรูป โดยจำนวนประเด็นในแต่ละเรื่องเรียงเป็น 5, 2, 3, 5, 8, 3 และ 3 ตามลำดับ โครงสร้างนี้ทำให้เห็นว่างานปฏิรูปไม่ได้จำกัดอยู่ที่การเรียนการสอน แต่รวมถึงกฎหมาย ปฐมวัย ความเหลื่อมล้ำ วิชาชีพครู โครงสร้างหน่วยงาน และระบบดิจิทัลที่ต้องขับเคลื่อนสัมพันธ์กัน เรื่องที่หนึ่งว่าด้วยการปฏิรูประบบการศึกษาและการเรียนรู้โดยรวมผ่านพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่และกฎหมายลำดับรอง มี 5 ประเด็น ได้แก่ กฎหมายการศึกษาแห่งชาติและการปรับกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ความร่วมมือระหว่างรัฐ ท้องถิ่น และเอกชน การศึกษาสำหรับพัฒนาตนเองและการเรียนรู้ตลอดชีวิต การทบทวนแผนการศึกษาแห่งชาติ และการจัดตั้งสำนักงานคณะกรรมการนโยบายการศึกษาแห่งชาติ

โครงสร้าง 7 เรื่อง 29 ประเด็นของแผนเดิม
เรื่องจำนวนประเด็นแกนการเปลี่ยนแปลง
ระบบการศึกษาและกฎหมาย5กฎหมายใหม่ ความร่วมมือ การเรียนรู้ตลอดชีวิต แผนชาติ และกลไกนโยบาย
เด็กเล็กและเด็กก่อนวัยเรียน2พัฒนาเด็กปฐมวัยครบด้านและสร้างความเข้าใจแก่สังคม
ลดความเหลื่อมล้ำ3โอกาส คุณภาพ ผู้พิการและผู้มีความต้องการเฉพาะ รวมถึงกลไกกองทุน
กลไกผลิตและพัฒนาครู5การผลิต พัฒนา เส้นทางวิชาชีพ ผู้บริหาร และองค์กรวิชาชีพ
การเรียนรู้ในศตวรรษที่ 218หลักสูตร การวัดผล คุณภาพ ความปลอดภัย อาชีวศึกษาและอุดมศึกษา
โครงสร้างหน่วยงาน3อิสระของสถานศึกษา พื้นที่นวัตกรรม และโครงสร้างกระทรวง
การเรียนรู้ดิจิทัล3แพลตฟอร์ม ข้อมูลขนาดใหญ่ และความเป็นพลเมืองดิจิทัล

การตรากฎหมายใหม่มีความหมายมากกว่าการเปลี่ยนถ้อยคำ เพราะต้องทำให้บทบาทของรัฐ สถานศึกษา ครู ครอบครัว ชุมชน และภาคส่วนอื่นชัดเจน ลดข้อขัดแย้งระหว่างอำนาจหน้าที่ และสร้างระบบคุ้มครองสิทธิของผู้เรียน กฎหมายลำดับรอง ระเบียบ งบประมาณ และระบบข้อมูลต้องสอดคล้องกับหลักการเดียวกัน มิฉะนั้นการเปลี่ยนแปลงจะหยุดอยู่ที่ระดับเอกสาร เรื่องที่สองมี 2 ประเด็น ครอบคลุมการพัฒนาระบบดูแล พัฒนา และจัดการเรียนรู้สำหรับเด็กปฐมวัยอย่างบูรณาการ และการสื่อสารหรือส่งเสริมความรู้แก่พ่อแม่ ผู้ปกครอง และผู้ดูแล เด็กต้องได้รับการพัฒนาอย่างสมวัยทั้งร่างกาย จิตใจ วินัย อารมณ์ สังคม และสติปัญญา โดยบริการด้านสุขภาพ สวัสดิการ และการศึกษาต้องเชื่อมข้อมูลและการช่วยเหลือกัน

คุณภาพปฐมวัยต้องพิจารณาทั้งมาตรฐานสถานพัฒนาเด็ก บุคลากร สภาพแวดล้อม ความปลอดภัย โภชนาการ การคัดกรองพัฒนาการ และการมีส่วนร่วมของครอบครัว การส่งต่อข้อมูลเมื่อเด็กย้ายจากบ้านหรือศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเข้าสู่โรงเรียนต้องจำกัดเท่าที่จำเป็นและใช้เพื่อสนับสนุนเด็กอย่างต่อเนื่อง ไม่สร้างตราบาปหรือการแบ่งแยก เรื่องที่สามมี 3 ประเด็น ได้แก่ การดำเนินงานของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา การจัดการศึกษาสำหรับบุคคลพิการ บุคคลที่มีความสามารถพิเศษ และบุคคลที่ต้องการการดูแลเป็นพิเศษ และการยกระดับคุณภาพโรงเรียนขนาดเล็กหรือสถานศึกษาที่ขาดแคลน การสนับสนุนต้องอาศัยข้อมูลความจำเป็นรายบุคคลและรายพื้นที่ มิใช่เกณฑ์เฉลี่ยเพียงค่าเดียว

การลดความเหลื่อมล้ำต้องมีระบบค้นหา เฝ้าระวัง และช่วยเหลือผู้เรียนที่เสี่ยงหลุดออกจากระบบ โดยเชื่อมสถานศึกษา ครอบครัว องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยสุขภาพ และหน่วยสวัสดิการ การติดตามผลควรครอบคลุมการกลับเข้าสู่การศึกษา การคงอยู่ การสำเร็จ และเส้นทางต่อเนื่อง มิใช่นับเพียงจำนวนผู้ได้รับเงินหรือจำนวนครั้งที่ติดต่อ เรื่องที่สี่มี 5 ประเด็น ได้แก่ การผลิตและคัดกรองครูให้มีคุณภาพตรงความต้องการของประเทศ การพัฒนาวิชาชีพครู เส้นทางวิชาชีพพร้อมค่าตอบแทนและสวัสดิการที่เหมาะสม การพัฒนาผู้บริหารสถานศึกษา และองค์กรวิชาชีพครูกับการปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ระบบทั้งหมดต้องเชื่อมมาตรฐานวิชาชีพ ความต้องการกำลังคน คุณภาพสถาบันผลิต และผลลัพธ์จากการปฏิบัติงานจริง

การผลิตครูที่มีคุณภาพเริ่มจากการกำหนดสมรรถนะที่จำเป็น คัดเลือกผู้เรียนครูอย่างเหมาะสม จัดประสบการณ์ฝึกปฏิบัติในสถานศึกษา และประเมินความพร้อมก่อนเข้าสู่วิชาชีพ การวางแผนจำนวนและสาขาต้องใช้ข้อมูลความต้องการของระบบเพื่อลดทั้งภาวะขาดแคลนและการผลิตเกิน ส่วนการบรรจุต้องโปร่งใส เป็นธรรม และให้ความสำคัญกับความเหมาะสมต่อบริบทผู้เรียน การพัฒนาครูควรเริ่มจากข้อมูลผู้เรียนและปัญหาการจัดการเรียนรู้ ใช้การเรียนรู้ผ่านงานจริง การนิเทศ การให้คำปรึกษา และชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ พร้อมติดตามการนำไปใช้ในห้องเรียน การลดภาระงานควรตัดงานซ้ำซ้อน ใช้ข้อมูลชุดเดียวร่วมกัน และรักษาเฉพาะหลักฐานที่จำเป็นต่อความรับผิดรับชอบและการพัฒนาคุณภาพ

อ่านสรุปฉบับเต็มทุกหัวข้อ
สมาชิก PRO ระบบจะจำหัวข้อที่อ่านค้างไว้ให้ด้วย
PRO 99 บาท/เดือน
เนื้อหาฉบับเต็มต้นฉบับจาก lamphuncity.go.thเปิดต้นฉบับ

เนื้อหาสรุปนี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาส่วนบุคคล ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ หรือนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต