สารบัญ14 หัวข้อหลัก
- 1.บทนำ — ขอบเขต แหล่งข้อมูล และวันที่ตัดยอด
- 2.อำนาจหน้าที่ระดับกรมข้อสาม: งานตามกฎหมายหรือที่ได้รับมอบหมาย
- 3.กลุ่มพัฒนาระบบบริหาร: ปรับระบบราชการและผลสัมฤทธิ์
- 4.กองบริหารการคลังและรายได้: การเงินของกรมและการรับรายได้
- 5.กองมาตรฐานการกำกับและตรวจสอบภาษี
- 6.กองสืบสวนและคดี
- 7.สายบังคับบัญชาภูมิภาคและหลักเลือกหน่วย
- 8.วิสัยทัศน์กรมสรรพากร ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569
- 9.Zero Tax Gap เป็นความมุ่งหมาย ไม่ใช่คำประกาศว่าช่องว่างเป็นศูนย์แล้ว
- 10.SMILE RD: กลยุทธ์เจ็ดองค์ประกอบ
- 11.ความเชื่อมโยงแผนกรมกับแผนระดับประเทศ
- 12.กรณีวิเคราะห์: SME กับธุรกิจขนาดใหญ่
- 13.กรณีวิเคราะห์: งานทั่วไปกับงานรับเงิน
- 14.คำถามทบทวนชุดสอง: วิสัยทัศน์และแผน 2569
บทนำ — ขอบเขต แหล่งข้อมูล และวันที่ตัดยอด
เนื้อหาใช้กฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการกรมสรรพากร กระทรวงการคลัง พ.ศ. 2560 ซึ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษาวันที่ 27 มีนาคม 2560 เป็นฐานกฎหมายของภารกิจ โครงสร้าง และอำนาจหน้าที่รายส่วนราชการ โดยหน้าอำนาจหน้าที่ของกรมสรรพากรยังอ้างกฎกระทรวงฉบับนี้ในวันที่ตรวจข้อมูล. ส่วนวิสัยทัศน์ ยุทธศาสตร์ เป้าหมาย Zero Tax Gap และกลยุทธ์ SMILE RD ใช้แผนปฏิบัติราชการกรมสรรพากรประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 จากหน้าทางการของกรม ไฟล์ปัจจุบันมีหน้าปกระบุว่าเป็นฉบับปรับปรุง ณ วันที่ 30 มกราคม 2569 และหน้ารวมแผนได้รับการปรับปรุงเมื่อ 29 มิถุนายน 2569
ต้องแยกอายุของข้อมูลสองชุด กฎกระทรวงเป็นฐานโครงสร้างและอำนาจหน้าที่ที่มีผลใช้บังคับ ส่วนวิสัยทัศน์กับแผนงานเป็นทิศทางของปีงบประมาณ 2569 จึงไม่ควรเอาคำในแผนประจำปีไปแทนถ้อยคำอำนาจตามกฎหมาย หรือเรียกเป้าหมายปี 2570 ว่าบรรลุแล้ว. เนื้อหาไม่ใช้ชื่อผู้บริหาร จำนวนบุคลากร หรือหน่วยงานภายในที่ไม่ได้กำหนดในแหล่งหลักเป็นประเด็นโครงสร้าง หากกรณีศึกษาระบุคำสั่งภายในหรือกฎหมายฉบับอื่น ต้องอ่านเอกสารนั้นเพิ่ม ไม่อนุมานจากชื่อหน่วยงานเพียงอย่างเดียว. ภารกิจอธิบายขอบเขตงานและเหตุผลที่กรมมีอยู่ เช่นจัดเก็บภาษี เสนอแนะและใช้นโยบายภาษีให้ทั่วถึงเป็นธรรม ส่วนอำนาจหน้าที่ระบุสิ่งที่กรมหรือส่วนราชการทำได้ตามกฎหมาย การวิเคราะห์ประเด็นจึงต้องดูว่าถาม “ทำเพื่ออะไร” หรือ “มีอำนาจทำอะไร”
โครงสร้างบอกว่างานถูกแบ่งให้กลุ่ม กอง และหน่วยในภูมิภาคใดรับผิดชอบ ชื่อคล้ายกันไม่ได้หมายถึงหน้าที่เดียวกัน เช่นกองเทคโนโลยีสารสนเทศดูระบบกลาง ขณะที่กองบริหารการเสียภาษีทางอิเล็กทรอนิกส์ดูบริการยื่นและชำระภาษีอิเล็กทรอนิกส์. วิสัยทัศน์เป็นภาพองค์กรปลายทางที่ต้องการเห็น ยุทธศาสตร์เป็นทิศทางหลักเพื่อไปถึงภาพนั้น และแผนงานแปลงยุทธศาสตร์เป็นงานกับผลที่ต้องขับเคลื่อน จึงไม่ควรตอบชื่อโครงการเมื่อกรณีศึกษาถามวิสัยทัศน์ หรือยกวิสัยทัศน์มาเป็นฐานอำนาจทางกฎหมาย. วิธีจับกรณีศึกษาให้ขีดคำกริยาและขอบเขต เช่น “กำหนดมาตรฐาน” “ดำเนินคดี” “รับชำระ” “วางแผนระดับภูมิภาค” หรือ “ทั่วราชอาณาจักรหลายพื้นที่” แล้วจับกับถ้อยคำกฎกระทรวง ไม่เลือกจากคำกว้างอย่างภาษี ดิจิทัล หรือกฎหมายเพียงคำเดียว
กฎกระทรวงกำหนดว่ากรมสรรพากรมีภารกิจเกี่ยวกับการจัดเก็บภาษี การเสนอแนะ และการใช้นโยบายทางภาษีอากร เพื่อให้ได้ภาษีตามเป้าหมายอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม ภารกิจจึงมีทั้งงานปฏิบัติ งานนโยบาย และงานสนับสนุนให้กฎหมายเกิดผล. ผลที่ภารกิจต้องการไม่ได้มีเพียงยอดรายได้ แต่ให้ระบบภาษีเป็นกลไกพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม และก่อให้เกิดความสมัครใจในการเสียภาษี ความสมัครใจต้องอาศัยกติกาเข้าใจได้ บริการเข้าถึงง่าย การปฏิบัติสม่ำเสมอ และการกำกับผู้ไม่ปฏิบัติตามอย่างเป็นธรรม. คำว่า “ได้ภาษีตามเป้าหมาย” ไม่อนุญาตให้ใช้วิธีนอกกฎหมาย เป้ารายได้ต้องเดินร่วมกับความทั่วถึงและเป็นธรรม หากจัดเก็บได้มากแต่เลือกปฏิบัติ ขั้นตอนไม่โปร่งใส หรือผลักภาระเกินกฎหมาย ก็ไม่ครบภารกิจตามถ้อยคำกฎกระทรวง
ในข้อวิเคราะห์ควรเชื่อมสามชั้น: กฎหมายกำหนดอำนาจใด หน่วยงานใดรับผิดชอบ และผลต่อผู้เสียภาษีกับเสถียรภาพการคลังเป็นอย่างไร วิธีนี้ป้องกันการตอบว่าทุกเรื่องเป็นหน้าที่ของกรมโดยไม่ระบุเจ้าภาพหรือขอบเขต. อำนาจข้อแรกคือจัดเก็บภาษีอากรตามประมวลรัษฎากรและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง คำสำคัญคือ “ตามกฎหมาย” จึงครอบคลุมการรับแบบ รับชำระ ประเมิน ตรวจสอบ คืนภาษี เร่งรัดหนี้ และกระบวนการที่กฎหมายมอบหมาย แต่รายละเอียดต้องดูบทบัญญัติที่ใช้กับเรื่องนั้น. ประมวลรัษฎากรเป็นกฎหมายหลักของภาษีสรรพากรหลายประเภท ส่วนคำว่า “กฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง” ทำให้อำนาจไม่ถูกจำกัดอยู่ที่ชื่อประมวลรัษฎากรเพียงฉบับเดียว อย่างไรก็ดี ไม่ควรแต่งว่ากรมจัดเก็บภาษีทุกชนิดของประเทศ เพราะภาษีบางประเภทอยู่กับหน่วยงานอื่น
ตัวอย่าง การวางระบบยื่นแบบและชำระภาษีอยู่ในภารกิจจัดเก็บ แต่เจ้าภาพเฉพาะตามโครงสร้างคือกองบริหารการเสียภาษีทางอิเล็กทรอนิกส์เมื่อเป็นช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ ส่วนการวางระบบสารสนเทศกลางเป็นกองเทคโนโลยีสารสนเทศ. ข้อควรระวังคือเลือกข้อสรุปว่า “กำหนดภาษีใหม่ได้เอง” การจัดเก็บตามกฎหมายไม่ใช่อำนาจตรากฎหมายโดยลำพัง กรมอาจศึกษาและเสนอแนะนโยบาย แต่การออกกฎหมายหรือกฎต้องเป็นไปตามผู้มีอำนาจและกระบวนการที่กฎหมายกำหนด. อำนาจข้อสองคือเสนอแนะนโยบายการจัดเก็บภาษีอากรต่อกระทรวงการคลัง เหมาะกับกรณีรูปแบบธุรกิจ เศรษฐกิจดิจิทัล หรือธุรกรรมระหว่างประเทศทำให้หลักเกณฑ์เดิมไม่สอดคล้องกับสภาพจริง และต้องพัฒนานโยบายบนข้อมูล
คำว่า “เสนอแนะ” แสดงความสัมพันธ์เชิงสถาบัน กรมวิเคราะห์ปัญหา ผลกระทบ รายได้ ความเป็นธรรม และความสามารถปฏิบัติ ก่อนเสนอให้กระทรวงการคลังพิจารณา ไม่ควรเขียนว่ากรมเปลี่ยนนโยบายระดับประเทศได้ฝ่ายเดียว. กองวิชาการแผนภาษีมีบทบาทเฉพาะด้านกำหนดนโยบายภาษีสรรพากรให้สอดคล้องกับรัฐบาลและกระทรวง จัดทำประมาณการ และวางแผน ส่วนกองกฎหมายช่วยวิเคราะห์กฎหมายและธุรกรรมเพื่อพัฒนาการจัดเก็บ การเสนอที่ดีจึงมักต้องประสานหลายหน่วย. กรณีศึกษาให้ตอบเป็นลำดับ: รวบรวมข้อมูลรูปแบบธุรกิจและช่องว่าง วิเคราะห์ทางเลือกกับผลกระทบ ตรวจฐานกฎหมาย แล้วจัดทำข้อเสนอแนะนโยบายการจัดเก็บภาษีอากรเสนอต่อกระทรวงการคลัง ไม่ข้ามจากการพบปัญหาไปสู่การบังคับใช้กติกาใหม่ทันที
อำนาจหน้าที่ระดับกรมข้อสาม: งานตามกฎหมายหรือที่ได้รับมอบหมาย
อำนาจข้อสามคือปฏิบัติการอื่นใดตามที่กฎหมายกำหนดให้เป็นอำนาจหน้าที่ของกรม หรือตามที่กระทรวงหรือคณะรัฐมนตรีมอบหมาย เป็นฐานรองรับงานที่เกี่ยวข้องนอกสองข้อแรกเมื่อมีแหล่งอำนาจชัดเจน. ประเด็นมักใช้กรณีคณะรัฐมนตรีมอบหมายงานเพิ่มเติม ข้อสรุปที่ถูกต้องคืออำนาจปฏิบัติการอื่นตามที่คณะรัฐมนตรีมอบหมาย โดยยังต้องตรวจขอบเขตและไม่จำเป็นต้องบิดให้งานนั้นกลายเป็นการจัดเก็บภาษีหรือการเสนอแนะนโยบายโดยตรง. คำว่าได้รับมอบหมายไม่ใช่ช่องว่างให้รับงานใดก็ได้โดยไม่มีหลักฐาน ต้องระบุผู้มอบหมาย ขอบเขต เงื่อนไข และความเกี่ยวข้องกับอำนาจของกรม รวมถึงแยกการมอบหมายระดับกรมออกจากการมอบหมายงานภายในส่วนราชการ
เมื่อกรณีศึกษาถามอำนาจทั้งสามด้าน ข้อสรุปต้องมีครบ: จัดเก็บตามประมวลรัษฎากรและกฎหมายเกี่ยวข้อง เสนอแนะนโยบายต่อกระทรวงการคลัง และปฏิบัติการอื่นตามกฎหมายหรือตามที่กระทรวงหรือคณะรัฐมนตรีมอบหมาย. ความทั่วถึงหมายถึงผู้มีหน้าที่อยู่ในระบบอย่างครอบคลุม ไม่ปล่อยให้ผู้ปฏิบัติถูกต้องเสียเปรียบผู้หลีกเลี่ยง ความเป็นธรรมหมายถึงกรณีลักษณะเดียวกันได้รับหลักเกณฑ์เดียวกัน พร้อมเหตุผลและช่องทางทบทวนตามกฎหมาย. ความสมัครใจไม่ได้หมายถึงภาษีเป็นเรื่องเลือกจ่าย แต่หมายถึงผู้เสียภาษีปฏิบัติได้ถูกต้องโดยไม่ต้องบังคับทุกครั้ง เพราะเข้าใจกติกา ขั้นตอนไม่เกินจำเป็น บริการสะดวก และเชื่อว่าระบบปฏิบัติต่อทุกฝ่ายอย่างเป็นธรรม
การกำกับที่ดีจึงมีทั้งบริการและการบังคับใช้ ผู้ตั้งใจปฏิบัติควรได้รับข้อมูลและช่องทางง่าย ส่วนรายเสี่ยงต้องถูกติดตามจากข้อมูลที่เหมาะสม การใช้มาตรการหนักกับทุกคนเท่ากันอาจสิ้นเปลืองและไม่เป็นธรรมเชิงความเสี่ยง. ตัวชี้วัดควรมีมากกว่ายอดจัดเก็บ เช่นอัตรายื่นถูกต้อง เวลาและต้นทุนปฏิบัติตาม ความสม่ำเสมอของคำวินิจฉัย ข้อร้องเรียน การเข้าถึงบริการ และส่วนต่างภาษีที่ควรได้กับที่จัดเก็บจริง. โครงสร้างประกอบด้วยส่วนกลางที่เป็นสำนักงานเลขานุการกรมและกองเฉพาะด้าน หน่วยงานในภูมิภาคสามระดับ และกลุ่มที่ขึ้นตรงต่ออธิบดี การจำเพียงรายชื่อโดยไม่เห็นระดับจะทำให้สับสนเรื่องเจ้าภาพและเขตอำนาจ
ส่วนกลางมีสำนักงานเลขานุการกรม กองกฎหมาย กองตรวจสอบภาษีกลาง กองเทคโนโลยีสารสนเทศ กองบริหารการคลังและรายได้ กองบริหารการเสียภาษีทางอิเล็กทรอนิกส์ กองบริหารทรัพยากรบุคคล และกองด้านบริหารผู้เสียภาษีกับมาตรฐานอีกหลายกอง. ภูมิภาคประกอบด้วยสำนักงานสรรพากรภาค 1–12 สำนักงานสรรพากรพื้นที่ และสำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขาตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด ภาคกำกับและสนับสนุน พื้นที่บริหารรายผู้ประกอบการในเขต และสาขาให้บริการกับสำรวจงานระดับท้องที่. กลุ่มตรวจสอบภายใน กลุ่มบริหารการคืนภาษีมูลค่าเพิ่มให้แก่นักท่องเที่ยว และกลุ่มพัฒนาระบบบริหารขึ้นตรงต่ออธิบดี แต่มีคนละหน้าที่ กลุ่มตรวจสอบภายในไม่ใช่หน่วยตรวจภาษีผู้ประกอบการ และกลุ่มพัฒนาระบบบริหารไม่ใช่กองเทคโนโลยีสารสนเทศ
กลุ่มตรวจสอบภายในขึ้นตรงต่ออธิบดี ทำหน้าที่หลักตรวจสอบการดำเนินงานภายในกรมและสนับสนุนการปฏิบัติงานของกรม จุดเน้นตามกฎกระทรวงคือการตรวจสอบด้านการบริหาร การเงิน และการบัญชีของกรม. คำว่า “ภายใน” ชี้ผู้ถูกตรวจคือกระบวนการหรือหน่วยงานของกรม ไม่ใช่ผู้เสียภาษีภายนอก หากกรณีศึกษาพบความเสี่ยงงบประมาณ การเงิน การบัญชี หรือการควบคุมภายในของกรม ให้คิดถึงกลุ่มนี้ก่อน. กองตรวจสอบภาษีกลางต่างกัน เพราะตรวจภาษีทั่วราชอาณาจักรในกรณีหลายพื้นที่หรือกรณีพิเศษ ส่วนกองมาตรฐานการกำกับและตรวจสอบภาษีพัฒนามาตรฐานงานตรวจ ไม่ใช่สามชื่อแทนกันได้. ตัวอย่าง โครงการจัดซื้อของกรมมีข้อสงสัยเรื่องการควบคุมและบัญชีเป็นงานตรวจสอบภายใน แต่ธุรกิจหลายจังหวัดมีพฤติการณ์ภาษีผิดปกติเป็นงานกองตรวจสอบภาษีกลางตามเงื่อนไขกฎกระทรวง
กลุ่มบริหารการคืนภาษีมูลค่าเพิ่มให้แก่นักท่องเที่ยวขึ้นตรงต่ออธิบดี มีหน้าที่ดำเนินการและตรวจความถูกต้องของการคืนภาษี วางแผนกับกำหนดมาตรฐาน และพัฒนาระบบให้โปร่งใสเทียบเท่าสากล. กลุ่มนี้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับระบบคืนภาษี กำกับและติดตามผู้ประกอบการในระบบ และบริหารฐานข้อมูลการคืนภาษี จึงไม่ได้ทำเพียงจ่ายเงินคืนที่จุดบริการ แต่ครอบคลุมมาตรฐาน ข้อมูล และการกำกับทั้งกระบวนการ. กฎกระทรวงยังให้บริการรับชำระภาษีอากรค้างของคนต่างด้าวซึ่งถูกระงับการเดินทางออกนอกประเทศ เป็นหน้าที่เฉพาะที่ประเด็นอาจใช้แยกจากกองบริหารการคลังและรายได้หรือสำนักงานพื้นที่. ข้อควรระวังคือเห็นคำว่า “คืนภาษีมูลค่าเพิ่ม” แล้วเลือกกองบริหารการคลังและรายได้เสมอ ต้องดูผู้รับคืน หากเป็นระบบคืน VAT แก่นักท่องเที่ยวโดยเฉพาะ ให้เลือกกลุ่มนี้ตามถ้อยคำตรง
เนื้อหาสรุปนี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาส่วนบุคคล ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ หรือนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต