สารบัญ6 หัวข้อหลัก
- 1.บทที่ 1 กรมสรรพากรในระบบการคลังและความหมายของภารกิจ
- 2.บทที่ 2 สถาปัตยกรรมองค์กรจากส่วนกลางถึงพื้นที่
- 3.บทที่ 3 วงจรบริการและบริหารการจัดเก็บภาษี
- 4.บทที่ 4 การกำกับความเสี่ยง ตรวจสอบ อุทธรณ์ และเร่งรัดหนี้
- 5.บทที่ 5 ข้อมูล เทคโนโลยี และทิศทางการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล
- 6.บทที่ 6 บุคลากร ธรรมาภิบาล และวงจรผลสัมฤทธิ์ของกรมสรรพากร
บทที่ 1 กรมสรรพากรในระบบการคลังและความหมายของภารกิจ
กรมสรรพากรเป็นส่วนราชการในสังกัดกระทรวงการคลัง ทำหน้าที่บริหารการจัดเก็บภาษีตามประมวลรัษฎากรและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ภารกิจนี้มิใช่เพียงรับเงินเข้าคลัง แต่ครอบคลุมการทำให้ผู้มีหน้าที่เข้าสู่ระบบ การรับแบบและชำระภาษี การคืนภาษี การให้คำแนะนำ การตรวจสอบความถูกต้อง การวินิจฉัยข้อโต้แย้ง การติดตามหนี้ และการบังคับใช้กฎหมายตามกระบวนการ รายได้ที่จัดเก็บได้เป็นทรัพยากรสำหรับบริการสาธารณะ ขณะเดียวกันวิธีจัดเก็บต้องรักษาความเสมอภาคและไม่สร้างภาระแก่ผู้ปฏิบัติถูกต้องเกินจำเป็น การมองกรมสรรพากรจึงต้องเห็นพร้อมกันทั้งฐานะหน่วยรายได้ ผู้กำกับการปฏิบัติตามกฎหมาย และผู้ให้บริการประชาชน
อำนาจหน้าที่หลักแบ่งได้เป็นสามชั้น ชั้นแรกคือจัดเก็บภาษีอากรตามกฎหมายซึ่งเป็นงานปฏิบัติและงานกำกับ ชั้นที่สองคือเสนอแนะนโยบายการจัดเก็บภาษีต่อกระทรวงการคลัง โดยนำข้อมูลรายได้ พฤติกรรมเศรษฐกิจ ปัญหาการบังคับใช้ และผลต่อผู้เสียภาษีมาประกอบข้อเสนอ ชั้นที่สามคือปฏิบัติภารกิจอื่นตามที่กฎหมายกำหนดหรือกระทรวงและคณะรัฐมนตรีมอบหมาย ความสัมพันธ์ดังกล่าวทำให้กรมเป็นทั้งผู้รับนโยบายจากรัฐบาลและผู้ส่งข้อมูลเชิงประจักษ์กลับไปสู่การกำหนดนโยบาย หากกฎหมายกำหนดหน้าที่ไว้ กรมต้องดำเนินการภายในขอบอำนาจ ไม่อาจสร้างภาระใหม่จากความสะดวกทางบริหารเพียงอย่างเดียว
วิสัยทัศน์ของกรมสรรพากรคือ “องค์กรชั้นนำที่จัดเก็บภาษีอย่างโปร่งใสเป็นธรรม ด้วยนวัตกรรมและบุคลากรคุณภาพ เพื่อสร้างเสถียรภาพทางการคลัง” ถ้อยคำนี้เชื่อมผลลัพธ์ห้าด้านเข้าด้วยกัน การเป็นองค์กรชั้นนำหมายถึงมาตรฐานการทำงานที่เทียบเคียงได้ ความโปร่งใสหมายถึงเหตุผลและกระบวนการตรวจสอบได้ ความเป็นธรรมหมายถึงผู้มีข้อเท็จจริงเหมือนกันได้รับการปฏิบัติในหลักเดียวกัน นวัตกรรมช่วยลดต้นทุนและใช้ข้อมูลได้ดีขึ้น ส่วนบุคลากรคุณภาพทำให้เทคโนโลยีและกฎหมายถูกใช้ด้วยวิจารณญาณ เป้าหมายปลายทางคือรายได้รัฐที่มั่นคงโดยยังรักษาความเชื่อถือของประชาชน
พันธกิจสื่อสารด้วยข้อความ “จัดเก็บภาษีตรงเป้า นโยบายตรงกลุ่ม บริการตรงใจ” คำว่าเก็บภาษีตรงเป้าหมายครอบคลุมทั้งจำนวนรายได้และความถูกต้องของฐานภาษี นโยบายตรงกลุ่มต้องจำแนกผู้เสียภาษีและผลกระทบด้วยข้อมูล มิใช่ใช้มาตรการเดียวกับทุกคน ส่วนบริการตรงใจคือออกแบบช่องทางและคำแนะนำให้สอดคล้องกับสถานการณ์จริงของประชาชนและธุรกิจ พันธกิจทางการยังรวมการยกระดับบริการและส่งเสริมการปฏิบัติหน้าที่ทางภาษีโดยสมัครใจ ตลอดจนการเสนอแนะนโยบายภาษีต่อกระทรวงการคลัง จึงเห็นวงจรจากนโยบายสู่การบริการ การปฏิบัติตาม และผลจัดเก็บอย่างต่อเนื่อง
เป้าหมาย ONE TEAM หรือการเป็นทีมเดียว เน้นขับเคลื่อนด้วยข้อมูลขนาดใหญ่ ทำงานแนวใหม่ มุ่งผลลัพธ์ และก้าวไปด้วยกัน ส่วน ONE SEAMLESS TAX ECOSYSTEM หมายถึงระบบนิเวศภาษีที่เชื่อมต่อไร้รอยต่อ ทำภาษีให้เป็นเรื่องง่าย ทั้งสองเป้าหมายแก้คนละด้านของปัญหา ด้านแรกทำให้หน่วยงานภายในมีข้อมูลและมาตรฐานร่วมกัน ด้านที่สองทำให้ประชาชนไม่ต้องรับภาระจากรอยต่อระหว่างหน่วยงานหรือระบบ ความสำเร็จจึงมิได้วัดจากจำนวนระบบที่สร้าง แต่ดูว่าข้อมูลเดียวถูกใช้โดยชอบ ลดการยื่นซ้ำ ลดเวลารอ และช่วยให้เจ้าหน้าที่ตัดสินใจสอดคล้องกันได้เพียงใด
บทที่ 2 สถาปัตยกรรมองค์กรจากส่วนกลางถึงพื้นที่
กฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการกรมสรรพากร พ.ศ. 2560 วางโครงสร้างให้ส่วนกลางพัฒนานโยบาย มาตรฐาน ระบบ และความเชี่ยวชาญ ขณะที่เครือข่ายในภูมิภาคนำหลักเดียวกันไปปฏิบัติกับผู้เสียภาษีในพื้นที่ โครงสร้างจึงไม่ได้แบ่งเพียงตามจังหวัด แต่แบ่งตามชนิดความรู้และระดับการตัดสินใจด้วย สำนักงานเลขานุการกรมรับงานอำนวยการและประสานราชการ กองกฎหมายดูแลข้อกฎหมาย กองเทคโนโลยีสารสนเทศดูแลระบบข้อมูล ส่วนกองมาตรฐานหลายด้านกำหนดแนวทางร่วมเพื่อให้การจัดเก็บ ตรวจสอบ และรับรองผู้ประกอบวิชาชีพไม่แปรผันตามผู้ปฏิบัติแต่ละคน
กลุ่มงานที่ขึ้นตรงต่ออธิบดีทำหน้าที่ตรวจสอบหรือขับเคลื่อนประเด็นซึ่งต้องมีระยะห่างจากสายงานปกติ กลุ่มตรวจสอบภายในประเมินความเพียงพอของการควบคุมและการใช้ทรัพยากร กลุ่มพัฒนาระบบบริหารสนับสนุนการยกระดับคุณภาพการบริหารราชการ และกลุ่มบริหารการคืนภาษีมูลค่าเพิ่มให้นักท่องเที่ยวรับผิดชอบภารกิจเฉพาะซึ่งเชื่อมด่านบริการกับการควบคุมความถูกต้อง การรายงานตรงไม่ได้หมายความว่าทำงานโดดเดี่ยว แต่ช่วยให้รายงานข้อค้นพบและปัญหาเชิงระบบถึงผู้บริหารได้โดยไม่ผ่านสายงานที่ตนกำลังประเมิน
หน่วยงานเฉพาะทางรองรับความแตกต่างของฐานภาษีและความเสี่ยง กองบริหารภาษีธุรกิจขนาดใหญ่ดูแลกิจการที่มีขนาดและธุรกรรมซับซ้อน กองบริหารภาษีธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็กออกแบบการกำกับให้เหมาะกับผู้ประกอบการจำนวนมาก กองตรวจสอบภาษีกลางสนับสนุนคดีหรือการตรวจที่ต้องใช้ความเชี่ยวชาญ กองสำรวจและติดตามธุรกิจนอกระบบช่วยค้นหากิจกรรมที่ยังไม่เข้าสู่ระบบ กองสืบสวนและคดีดำเนินงานเมื่อข้อเท็จจริงมีมิติทางกฎหมายเข้มข้น กองอุทธรณ์ภาษีทบทวนข้อโต้แย้ง ส่วนกองภาษีระหว่างประเทศรองรับธุรกรรมข้ามพรมแดนและมาตรฐานสากล
สายพื้นที่ประกอบด้วยสำนักงานสรรพากรภาค สำนักงานสรรพากรพื้นที่ และสำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขา สำนักงานภาคเชื่อมส่วนกลางกับหน่วยปฏิบัติ กำกับ ติดตาม และสนับสนุนมาตรฐานในหลายพื้นที่ สำนักงานพื้นที่บริหารงานจัดเก็บและกำกับผู้เสียภาษีตามเขตรับผิดชอบ ส่วนสำนักงานพื้นที่สาขาอยู่ใกล้ประชาชน รับบริการและดำเนินงานที่กำหนด การส่งเรื่องระหว่างสามระดับต้องรักษาข้อมูลและเหตุผลให้ต่อเนื่อง หากส่วนกลางมีมาตรฐานดีแต่หน่วยหน้าบ้านเข้าไม่ถึง หรือพื้นที่พบปัญหาแล้วไม่มีช่องส่งกลับ โครงสร้างก็ไม่อาจสร้างความสม่ำเสมอได้
การอ่านผังองค์กรให้เข้าใจควรเริ่มจากคำถามว่าเรื่องนั้นต้องการนโยบาย มาตรฐาน ระบบสนับสนุน ความเชี่ยวชาญ หรือการปฏิบัติในพื้นที่ ตัวอย่างเช่น การยื่นแบบอิเล็กทรอนิกส์เกี่ยวข้องทั้งหน่วยออกแบบกระบวนงาน หน่วยเทคโนโลยี หน่วยกฎหมาย และสำนักงานที่ให้คำแนะนำ การตรวจธุรกิจซับซ้อนอาจเริ่มจากข้อมูลส่วนกลางแล้วประสานหน่วยเฉพาะทางกับพื้นที่ ความรับผิดชอบหลักอยู่กับหน่วยหนึ่งได้ แต่ผลลัพธ์มักเกิดจากหลายหน่วย จุดสำคัญคือกำหนดเจ้าของเรื่อง เส้นทางส่งต่อ ระดับอนุมัติ และหลักฐานการตัดสินใจให้ชัด ไม่ใช่ให้ประชาชนเดินหาหน่วยงานจากชื่อกองเอง
โครงสร้างการทำงานสี่ชั้นที่เชื่อมกัน
ผังนี้อ่านตามบทบาทของหน่วย มิใช่ลำดับผู้บังคับบัญชาโดยละเอียด ข้อมูลจากพื้นที่ต้องย้อนกลับไปปรับมาตรฐานและนโยบายได้
- 1อำนวยการและกำกับภายในสนับสนุนผู้บริหาร บุคลากร การเงิน การตรวจสอบภายใน และการพัฒนาระบบบริหาร
- 2นโยบาย มาตรฐาน และระบบวางแผนภาษี กฎหมาย มาตรฐานจัดเก็บ ตรวจสอบ อุทธรณ์ และระบบสารสนเทศที่ใช้ร่วมกัน
- 3หน่วยเฉพาะทางดูแลผู้เสียภาษีขนาดต่างกัน ธุรกิจนอกระบบ คดี ภาษีระหว่างประเทศ และภารกิจที่ต้องใช้ความชำนาญ
- 4ภาค พื้นที่ และสาขานำมาตรฐานไปใช้ ให้บริการ กำกับผู้เสียภาษี รับรู้ข้อเท็จจริงท้องถิ่น และรายงานผลกลับส่วนกลาง
เนื้อหาสรุปนี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาส่วนบุคคล ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ หรือนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต