สารบัญ6 หัวข้อหลัก
- 1.นิยาม คุณค่า สิ่งเทียม และสถานะขึ้นทะเบียน
- 2.หน้าที่ของผู้ครอบครองและวัตถุที่เป็นทรัพย์สินของแผ่นดิน
- 3.การค้า การตรวจ การส่งออก และพิพิธภัณฑสถาน
- 4.แหล่งที่มา ความแท้ บริบท และทะเบียนประจำวัตถุ
- 5.วัสดุ สภาพ การจัดเก็บ การขนส่ง และการอนุรักษ์
- 6.สิทธิทางวัฒนธรรม การจัดแสดง และการป้องกันการลักลอบข้ามพรมแดน
นิยาม คุณค่า สิ่งเทียม และสถานะขึ้นทะเบียน
ความรู้เรื่องโบราณวัตถุและศิลปวัตถุประกอบด้วยกฎหมาย การพิพิธภัณฑ์ โบราณคดี ประวัติศาสตร์ศิลปะ วัสดุศาสตร์ การอนุรักษ์ และจริยธรรมการจัดการมรดก วัตถุหนึ่งชิ้นจึงต้องพิจารณาทั้งสถานะตามกฎหมาย แหล่งที่มา กรรมสิทธิ์ บริบทการค้นพบ วัสดุ เทคนิค รูปแบบ สภาพ ความหมายต่อชุมชน และความเสี่ยงจากการเคลื่อนย้ายหรือแทรกแซง พระราชบัญญัติโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พ.ศ. 2504 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติม รวมทั้งกฎกระทรวง ประกาศ และระเบียบที่ออกตามกฎหมายเป็นฐานหน้าที่ในประเทศไทย การใช้ตัวบทต้องตรวจฉบับปัจจุบันและกฎหมายที่แก้โครงสร้างหน่วยงาน อำนาจ หรือโทษภายหลัง ไม่อาศัยข้อความสรุปแทนตัวบท
โบราณวัตถุตามบทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง เป็นสังหาริมทรัพย์ที่เป็นของโบราณ ไม่ว่าจะเป็นสิ่งประดิษฐ์ สิ่งที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ ส่วนหนึ่งส่วนใดของโบราณสถาน ซากมนุษย์ หรือซากสัตว์ ซึ่งโดยอายุ ลักษณะแห่งการประดิษฐ์ หรือหลักฐานเกี่ยวกับประวัติของสังหาริมทรัพย์นั้นเป็นประโยชน์ทางศิลปะ ประวัติศาสตร์ หรือโบราณคดี นิยามจึงกว้างกว่างานศิลป์ที่มนุษย์สร้าง กฎหมายไทยไม่ได้กำหนดว่าอายุครบหนึ่งร้อยปีแล้วเป็นโบราณวัตถุโดยอัตโนมัติ และไม่ได้กำหนดว่าวัตถุอายุน้อยกว่านั้นไม่มีวันเป็นโบราณวัตถุ การวินิจฉัยต้องพิจารณาองค์ประกอบตามนิยามและหลักฐานของรายการนั้น เกณฑ์อายุหนึ่งร้อยปีที่พบในอนุสัญญาหรือกฎหมายต่างประเทศเป็นคนละบริบทกับนิยามในบทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง
ศิลปวัตถุตามบทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง หมายถึงสิ่งที่ทำด้วยฝีมืออย่างประณีตและมีคุณค่าสูงในทางศิลป นิยามมุ่งคุณค่าทางศิลปะและฝีมือ มิได้กำหนดอายุเป็นองค์ประกอบ วัตถุอาจเข้าได้ทั้งนิยามโบราณวัตถุและศิลปวัตถุเมื่อมีทั้งความเป็นของโบราณที่ให้ประโยชน์ทางศิลปะ ประวัติศาสตร์ หรือโบราณคดี และมีคุณค่าทางศิลปะสูง การเรียกวัตถุว่าเก่า ของสะสม งานช่าง งานหัตถกรรม หรือของมีราคาไม่ตัดสินสถานะตามกฎหมาย ราคาตลาดไม่เท่ากับคุณค่าทางวัฒนธรรม และความงามไม่ใช่หลักฐานอายุหรือความแท้ การจำแนกอย่างรับผิดชอบต้องบันทึกลักษณะทางกายภาพ แหล่งที่มา บริบท เอกสารเปรียบเทียบ และข้อจำกัดของความเห็น พร้อมส่งให้ผู้เชี่ยวชาญหรือกรมศิลปากรวินิจฉัยเมื่อจำเป็น
| สถานะ | ฐานพิจารณา | ผลต่อการตรวจสอบ |
|---|---|---|
| โบราณวัตถุ | อายุ ลักษณะการประดิษฐ์ หรือหลักฐานประวัติทำให้เป็นประโยชน์ทางศิลปะ ประวัติศาสตร์ หรือโบราณคดี | ต้องตรวจที่มา บริบท สถานะขึ้นทะเบียน และข้อจำกัดตามกฎหมาย |
| ศิลปวัตถุ | ทำด้วยฝีมือประณีตและมีคุณค่าสูงทางศิลปะ | อายุไม่ใช่เงื่อนไขจำเป็น แต่ยังอาจอยู่ภายใต้การขึ้นทะเบียน การค้า และการส่งออก |
| สิ่งเทียม | เลียนแบบหรือจำลองวัตถุขึ้นทะเบียนหรือวัตถุในความครอบครองของกรมศิลปากร | ต้องเปิดเผยว่าเป็นสิ่งทำเทียมและปฏิบัติตามการควบคุมที่เกี่ยวข้อง |
| สำเนาเพื่อศึกษา | ผลิตโดยมีวัตถุประสงค์และข้อมูลกำกับชัดเจน | ต้องไม่สร้างความเข้าใจผิดเรื่องความแท้ ที่มา หรือสิทธิในภาพและข้อมูล |
บทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง กำหนดสิ่งเทียมโบราณวัตถุและสิ่งเทียมศิลปวัตถุโดยเชื่อมกับการทำเทียมวัตถุหรือส่วนของวัตถุที่ขึ้นทะเบียนหรืออยู่ในความครอบครองของกรมศิลปากร ส่วนคำว่าทำเทียมครอบคลุมการเลียนแบบ จำลอง หรือทำเอาอย่างด้วยวิธีใดให้เหมือนหรือคล้ายของจริง ไม่ว่าขนาด รูปลักษณะ และวัสดุจะเหมือนเดิมหรือไม่ วัตถุจำลองมิใช่ของปลอมโดยสภาพ หากผลิต แสดงฉลาก และจำหน่ายโดยเปิดเผยว่าเป็นสิ่งทำเทียมตามกฎหมาย ปัญหาเกิดเมื่อมีเจตนาหรือพฤติการณ์ทำให้เข้าใจว่าเป็นของจริง หรือไม่ปฏิบัติตามข้อควบคุม การจัดการต้องแยกทะเบียน ป้าย คำบรรยาย ที่เก็บ และภาพดิจิทัลของของจริงกับสิ่งทำเทียมให้ชัด เพื่อลดการสับเปลี่ยนและข้อมูลคลาดเคลื่อน
บทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง ให้อธิบดีมีอำนาจประกาศในราชกิจจานุเบกษาขึ้นทะเบียนโบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุที่ไม่ได้อยู่ในความครอบครองของกรมศิลปากรเมื่อมีประโยชน์หรือคุณค่าทางศิลปะ ประวัติศาสตร์ หรือโบราณคดีเป็นพิเศษ การขึ้นทะเบียนทำให้เกิดหน้าที่เฉพาะเรื่องซ่อมแซม การแจ้งเหตุ การโอน และการเปลี่ยนสถานที่เก็บ แต่ความคุ้มครองตามบทอื่นอาจใช้กับวัตถุที่ยังไม่ขึ้นทะเบียนด้วย บทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง ยังให้อธิบดีประกาศกำหนดโบราณวัตถุไม่ว่าจะขึ้นทะเบียนหรือไม่ หรือศิลปวัตถุที่ขึ้นทะเบียนแล้วซึ่งสมควรสงวนเป็นสมบัติของชาติ ให้เป็นวัตถุห้ามทำการค้า และอาจจัดซื้อเก็บเป็นสมบัติของชาติ การตรวจสถานะจึงต้องค้นทั้งประกาศขึ้นทะเบียน ประกาศห้ามทำการค้า และทะเบียนหรือหลักฐานของกรมศิลปากร มิใช่ตรวจใบครอบครองเพียงฉบับเดียว
บทบัญญัติที่เกี่ยวข้องรองรับการสำรวจและจัดทำทะเบียนโบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุที่มีอายุตั้งแต่สมัยอยุธยาขึ้นไป โดยอธิบดีอาจประกาศเขตสำรวจในราชกิจจานุเบกษา และกำหนดให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองแจ้งปริมาณ รูปพรรณ และสถานที่เก็บตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนด การมีอายุถึงเกณฑ์นี้เกี่ยวกับอำนาจสำรวจ ไม่ใช่นิยามทั่วไปทั้งหมด เมื่อมีประกาศเขตสำรวจ อธิบดีหรือผู้รับมอบหมายมีอำนาจเข้าตรวจเพื่อจัดทำทะเบียนในเวลาที่กฎหมายกำหนด และหากพบวัตถุมีคุณค่าพิเศษอาจดำเนินการตามบทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง การเตรียมข้อมูลต้องรักษาเลขประจำวัตถุ ภาพถ่าย ขนาด วัสดุ ตำหนิ สภาพ ที่มา ผู้ครอบครอง และตำแหน่งเก็บให้ตรวจสอบได้ โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของข้อมูลที่อาจเพิ่มความเสี่ยงโจรกรรม
หน้าที่ของผู้ครอบครองและวัตถุที่เป็นทรัพย์สินของแผ่นดิน
บทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง ห้ามซ่อมแซม แก้ไข หรือเปลี่ยนแปลงโบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุที่ขึ้นทะเบียน เว้นแต่ได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากอธิบดี และต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขในหนังสืออนุญาต การทำความสะอาด ขัดผิว ลงสารเคลือบ เติมส่วนขาด แยกชิ้นส่วน หรือเปลี่ยนฐานอาจเป็นการแทรกแซงที่ต้องประเมิน มิใช่งานดูแลประจำที่ทำได้โดยไม่ตรวจสถานะ คำขอควรมีเหตุผล สภาพก่อนดำเนินการ วิธี วัสดุ ผู้รับผิดชอบ ความเสี่ยง ผลตรวจวิเคราะห์ และผลที่คาด พร้อมแผนบันทึกทุกขั้น การอนุญาตทางกฎหมายไม่แทนความรับผิดชอบทางวิชาชีพ ผู้ดำเนินงานยังต้องเลือกวิธีที่จำเป็นน้อยที่สุด เข้ากันได้ แยกแยะได้เมื่อสมควร และไม่ทำลายหลักฐานเดิมหรือปิดบังประวัติของวัตถุ
บทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง กำหนดว่าเมื่อโบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุที่ขึ้นทะเบียนชำรุด หักพัง เสียหาย สูญหาย หรือมีการย้ายสถานที่เก็บรักษา ผู้ครอบครองต้องแจ้งเป็นหนังสือไปยังอธิบดีภายในสามสิบวันนับแต่วันที่เกิดเหตุหรือย้าย หน้าที่นี้ครอบคลุมทั้งความเสียหายฉับพลัน การสูญหาย และการเปลี่ยนตำแหน่งเก็บซึ่งกระทบการติดตามของทะเบียน การตอบสนองเหตุฉุกเฉินต้องให้ความปลอดภัยของคนก่อน จากนั้นควบคุมพื้นที่ หยุดสาเหตุ รักษาชิ้นส่วนและหลักฐาน บันทึกเวลา สภาพ ตำแหน่ง ผู้พบเห็น และการเคลื่อนย้าย พร้อมแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง การซ่อมเร่งด่วนโดยไม่มีการประเมินอาจเพิ่มความเสียหายหรือขัดบทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง จึงควรใช้มาตรการประคองชั่วคราวและขอคำแนะนำผู้เชี่ยวชาญ
เมื่อโอนโบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุที่ขึ้นทะเบียน ผู้โอนต้องแจ้งเป็นหนังสือ ระบุชื่อและที่อยู่ผู้รับโอนกับวันเดือนปีที่โอนต่ออธิบดีภายในสามสิบวันนับแต่วันโอน ผู้ได้กรรมสิทธิ์โดยมรดกหรือพินัยกรรมต้องแจ้งภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ได้กรรมสิทธิ์ หากมีผู้ได้ร่วมหลายคนสามารถมอบหมายคนหนึ่งแจ้งแทนตามเงื่อนไขของบทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง การแจ้งตามกฎหมายไม่แทนการตรวจกรรมสิทธิ์โดยชอบ แหล่งที่มา ข้อจำกัดการค้า หรือสิทธิของบุคคลอื่น เอกสารโอนควรเชื่อมเลขทะเบียน ภาพถ่าย รายละเอียด ตำหนิ สภาพ ราคาหรือสิ่งตอบแทน ที่มา และคำรับรองผู้โอน ผู้รับโอนต้องรับช่วงเอกสาร การดูแล และหน้าที่แจ้งย้ายหรือความเสียหาย เพื่อรักษาลำดับการครอบครองต่อเนื่อง
บทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง กำหนดว่าโบราณวัตถุและศิลปวัตถุซึ่งเป็นทรัพย์สินของแผ่นดินและอยู่ในความดูแลของกรมศิลปากรจะโอนกันมิได้ เว้นแต่อาศัยอำนาจแห่งบทกฎหมาย กรณีมีวัตถุเหมือนกันมากเกินต้องการ อธิบดีอาจอนุญาตให้โอนโดยขายหรือแลกเปลี่ยนเพื่อประโยชน์ของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หรือให้เป็นรางวัลหรือค่าแรงแก่ผู้ขุดค้นตามระเบียบที่ประกาศ การยืมไปจัดแสดง ศึกษา หรืออนุรักษ์ไม่ใช่การโอนกรรมสิทธิ์ แต่ต้องมีอำนาจ ข้อตกลง การประกันหรือการจัดการความเสี่ยง รายงานสภาพ การรักษาความปลอดภัย และทะเบียนการเคลื่อนย้าย การใช้คำว่าซ้ำหรือเกินต้องการต้องอาศัยการประเมินคุณค่าทางวิชาการ บริบท ความสมบูรณ์ ความสัมพันธ์กับชุด และประโยชน์สาธารณะ ไม่ตัดสินจากรูปลักษณ์คล้ายกันอย่างเดียว
บทบัญญัติที่เกี่ยวข้องให้อำนาจรัฐมนตรีประกาศกำหนดโบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุในความครอบครองของกรมศิลปากรหรือที่ขึ้นทะเบียนและมีคุณค่าพิเศษเป็นวัตถุที่ควบคุมการทำเทียม การผลิต การค้า หรือมีไว้ในสถานที่ทำการค้าซึ่งสิ่งเทียมของวัตถุที่ควบคุมต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีประกาศในราชกิจจานุเบกษา ผู้ผลิตต้องแจ้งรายการต่ออธิบดีและแสดงให้ปรากฏที่สิ่งผลิตว่าเป็นสิ่งทำเทียมตามบทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง การทำเครื่องหมายควรถาวรพอแยกได้แต่ไม่สร้างความเข้าใจผิดว่าเป็นตราเดิม เอกสารผลิตควรบันทึกต้นแบบ ขนาด วัสดุ จำนวน หมายเลขรุ่น และผู้รับ เพื่อช่วยศุลกากร ผู้ซื้อ และผู้ดูแลพิพิธภัณฑ์แยกของจริงจากงานจำลอง
โบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุที่ซ่อน ฝัง หรือทอดทิ้งในราชอาณาจักรหรือเขตเศรษฐกิจจำเพาะโดยไม่มีผู้ใดอ้างเป็นเจ้าของได้ ให้ตกเป็นทรัพย์สินของแผ่นดินตามบทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าพื้นที่พบอยู่ในกรรมสิทธิ์หรือความครอบครองของผู้ใด ผู้เก็บได้ต้องส่งมอบแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ พนักงานฝ่ายปกครอง หรือตำรวจ และมีสิทธิได้รับรางวัลไม่เกินหนึ่งในสามของค่าทรัพย์สินตามการกำหนด การพบวัตถุควรรักษาตำแหน่งและบริบท ไม่ขุดต่อ ล้าง แยก หรือแจกจ่าย เพราะชั้นดิน ความสัมพันธ์กับวัตถุอื่น และทิศทางเป็นหลักฐานโบราณคดี การบันทึกพิกัด ภาพรวม สภาพแวดล้อม ผู้พบ วันเวลา และการส่งมอบช่วยรักษาคุณค่าทางวิชาการ การเป็นเจ้าของที่ดินไม่ก่อสิทธิยึดถือวัตถุที่เข้าเงื่อนไขของบทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง
เนื้อหาสรุปนี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาส่วนบุคคล ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ หรือนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต