กลับไปทำข้อสอบวิชานี้

ความรู้ในหลักวิชาการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

หลักการเมืองและการปกครองในระบอบประชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 แก้ไขเพิ่มเติม พุทธศักราช 2564 ครอบคลุมสิทธิ สถาบัน การตรวจสอบ และกรณีวิเคราะห์ โดยตรวจสถานะกติกาถึง 31 สิงหาคม 2569

18 หัวข้อ · อ่านประมาณ 106 นาที · มีต้นฉบับจาก senate.go.th

เปิดเนื้อหาฉบับเต็ม
อ่านฟรีได้ 2 จาก 18 หัวข้อ11%
สารบัญ18 หัวข้อหลัก
  1. 1.บทนำ — รัฐศาสตร์ การเมือง อำนาจ และการปกครอง
  2. 2.ประชาธิปไตยแบบต่าง ๆ
  3. 3.สามฝ่ายของอำนาจอธิปไตย
  4. 4.สิทธิ เสรีภาพ หน้าที่ และหน้าที่ของรัฐ
  5. 5.จำแนกนโยบายสาธารณะให้ตรงกรณีศึกษา
  6. 6.รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดและรัฐธรรมนูญนิยมจำกัดอำนาจจริง
  7. 7.หลักนิติธรรมและการใช้อำนาจรัฐ: ฐาน–ขั้นตอน–วัตถุประสงค์–เหตุผล–สัดส่วน
  8. 8.เสรีภาพการแสดงออก สื่อ ชุมนุม สมาคมและศาสนา
  9. 9.รัฐสภาปัจจุบัน: สภาผู้แทนราษฎร 500 คนและวุฒิสภา 200 คน
  10. 10.การประชุม องค์ประชุม การออกเสียง เอกสิทธิ์และกรรมาธิการ
  11. 11.การแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีในระบบปัจจุบัน
  12. 12.ศาลรัฐธรรมนูญ: เขตอำนาจเฉพาะและผลคำวินิจฉัย
  13. 13.การปกครองท้องถิ่นและการกระจายอำนาจ
  14. 14.นโยบายสาธารณะ ความมั่นคงและภาวะฉุกเฉินในกรอบประชาธิปไตย
  15. 15.กรณีวิเคราะห์ 01 — กรณีศึกษายังใช้วุฒิสภา 250 คนและมาตรา 272 เลือกนายกรัฐมนตรี
  16. 16.กรณีวิเคราะห์ 04 — สมาชิกสภาผลักงบเข้าบริษัทครอบครัว
  17. 17.กรณีวิเคราะห์ 07 — อัลกอริทึมแจ้งซื้อเสียงแล้ว กกต.ยกเลิกผลโดยไม่เปิดหลักฐาน
  18. 18.กรณีวิเคราะห์ 10 — ส่วนกลางยึดงานบริการท้องถิ่นเพราะผลลัพธ์ต่ำโดยไม่มีฐานกฎหมาย
หัวข้อ 1

บทนำ — รัฐศาสตร์ การเมือง อำนาจ และการปกครอง

รัฐศาสตร์ — ศึกษารัฐ อำนาจ การได้มา การใช้ การจัดสรร และการตรวจสอบอำนาจ รวมถึงสถาบัน พฤติกรรม และนโยบายทางการเมือง. การเมือง — กระบวนการตัดสินใจและจัดสรรคุณค่า/ทรัพยากรที่มีผลผูกพันต่อส่วนรวม ท่ามกลางผลประโยชน์และความเห็นต่าง. รัฐ — มีประชากร ดินแดน รัฐบาล และอำนาจอธิปไตย; ไม่เท่ากับรัฐบาลซึ่งเป็นผู้บริหารรัฐช่วงหนึ่ง. รัฐบาล — องค์กรฝ่ายบริหารที่กำหนดและนำนโยบายไปปฏิบัติภายใต้รัฐธรรมนูญ กฎหมาย และความรับผิดชอบทางการเมือง. อำนาจ — ความสามารถทำให้ผู้อื่นกระทำหรือไม่กระทำ แม้มีการต่อต้าน

อำนาจหน้าที่ — อำนาจที่กฎหมายหรือกติกามอบให้เพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะ ต้องใช้ภายในขอบเขต เวลาตอบให้แยก state, government, regime, administration และผู้ดำรงตำแหน่ง เพราะรัฐยังคงอยู่แม้รัฐบาล/สภา/นโยบายเปลี่ยน และอำนาจหน้าที่ต้องมีฐานเฉพาะไม่เกิดจากอิทธิพลอย่างเดียว อำนาจอธิปไตย — อำนาจสูงสุดในการปกครองรัฐ ภายในไม่ขึ้นต่ออำนาจอื่น และภายนอกมีความเป็นอิสระตามกฎหมายระหว่างประเทศ. Legitimacy — ความชอบธรรม — ประชาชนยอมรับสิทธิของสถาบันในการใช้อำนาจตามกติกาหรือไม่ แม้ไม่เห็นด้วยกับผลบางครั้ง. Legality — ความชอบด้วยกฎหมาย — การใช้อำนาจมีฐานกฎหมาย ผู้มีอำนาจ ขั้นตอน วัตถุประสงค์ และขอบเขตถูกต้องหรือไม่. Accountability — ความรับผิดรับชอบ — ผู้ใช้อำนาจต้องอธิบาย เปิดให้ตรวจสอบ และรับผลเมื่อใช้อำนาจผิดหรือผลงานล้มเหลวหรือไม่

Consent — ความยินยอม — ประชาชนมีส่วนให้ความยินยอมผ่านการเลือกตั้ง ประชามติ การรับฟัง หรือกติกาที่เป็นธรรมหรือไม่. Trust — ความไว้วางใจ — ผลงาน ความสุจริต ความสามารถ และความเป็นธรรมทำให้ประชาชนเชื่อถือเพียงใด. การกระทำอาจ ถูกกฎหมายแต่ขาดความชอบธรรมทางสังคม หากกระบวนการไม่เป็นธรรม และอาจ ได้รับความนิยมแต่ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ หากเสียงข้างมากละเมิดสิทธิหรือเกินอำนาจ ความชอบธรรมไม่แทนความชอบด้วยกฎหมายและกลับกัน ระบอบประชาธิปไตยต้องรักษาทั้ง authorization ตามรัฐธรรมนูญ กระบวนการเป็นธรรม ผลงาน การอธิบายและช่องแก้เมื่อใช้อำนาจผิด. Political Risk — ความขัดแย้ง การเปลี่ยนรัฐบาล/กติกา เสถียรภาพสถาบัน การบังคับใช้กฎหมาย นโยบาย เศรษฐกิจ ความเชื่อมั่น ภูมิรัฐศาสตร์ และความสามารถรัฐที่อาจเปลี่ยนผลตอบแทนหรือการตัดสินใจ

ความเสี่ยงไม่เท่ากับเหตุการณ์แน่นอน — ประเมินโอกาส ผลกระทบ ระยะเวลา การแพร่กระจาย กลุ่มได้รับผล และฉากทัศน์ ไม่ใช่ทำนายแบบฟันธง. การวิจัย — ตั้งคำถาม กำหนดแนวคิด/สมมติฐาน ออกแบบเก็บข้อมูล วิเคราะห์ ตรวจข้อจำกัด และสรุปอย่างเป็นระบบ โปร่งใส และทำซ้ำหรือตรวจสอบได้. ข้อเท็จจริงกับความเห็น — ข้อเท็จจริงตรวจสอบกับหลักฐานได้ ส่วนความเห็นมีการตีความ/คุณค่า ต้องไม่ปลอมเป็นข้อมูล. สหสัมพันธ์กับเหตุ — ตัวแปรเปลี่ยนพร้อมกันไม่พิสูจน์สาเหตุ ต้องตรวจลำดับเวลา กลไก ปัจจัยกวน ทางเลือกอธิบาย และหลักฐานหลายแบบ

การประเมินทั้งความขัดแย้ง เศรษฐกิจ ความเชื่อมั่น และสถาบันก่อนคาดการณ์การตัดสินใจของรัฐบาลคือการประเมิน ความเสี่ยงทางการเมือง; การตั้งคำถาม เก็บข้อมูล วิเคราะห์ และตรวจข้อสรุปอย่างเป็นระบบคือ การวิจัย การวิเคราะห์การเมืองควรแยกข้อเท็จจริงจากความเห็น ใช้หลายแหล่ง ตรวจ causal mechanism/scenario และ uncertainty ไม่พยากรณ์เจตนาบุคคลหรือผลการเมืองจากข่าวเดียว. หลักนิติธรรม — รัฐและประชาชนอยู่ใต้กฎหมาย กฎหมายชัด คาดหมายได้ ใช้อย่างเสมอภาค ไม่ย้อนหลังลงโทษโดยไม่ชอบ มีกระบวนการเป็นธรรมและศาลอิสระ. รัฐธรรมนูญนิยม — จำกัดอำนาจรัฐบาลด้วยรัฐธรรมนูญ แบ่งแยกอำนาจ คุ้มครองสิทธิ และมีกลไกตรวจสอบจริง ไม่ใช่เพียงมีเอกสารรัฐธรรมนูญ. ความโปร่งใส — เปิดเหตุผล เกณฑ์ ข้อมูล งบ ผล และผู้รับผิดชอบในรูปที่ตรวจสอบและใช้ต่อได้

การมีส่วนร่วม — ผู้ได้รับผลกระทบเข้าถึงข้อมูล เสนอเหตุผล และมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจในเวลาที่เหมาะสม. ประสิทธิผล/ประสิทธิภาพ — บรรลุผลที่ต้องการและใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า โดยไม่แลกกับการละเมิดกฎหมายหรือสิทธิ. ความเสมอภาคและตอบสนอง — ไม่เลือกปฏิบัติ รับฟังความต้องการต่างกลุ่ม และแก้ปัญหาในเวลาที่เหมาะสม หลักนิติธรรมมีทั้งคุณภาพกฎหมายและการใช้อย่างเสมอภาค/ตรวจสอบได้ ไม่เท่ากับรัฐทำสิ่งใดก็ได้หากออกกฎหมาย หรือประชาชนเคารพคำสั่งโดยไม่มี due process การควบคุมดุลพินิจ — กำหนดเกณฑ์ เหตุผล หลักฐาน บันทึก และช่องอุทธรณ์ เพื่อลดการใช้อำนาจตามอำเภอใจ

หัวข้อ 2

ประชาธิปไตยแบบต่าง ๆ

ทางตรง — ประชาชนตัดสินประเด็นเอง เช่น ประชามติ ข้อมูลไม่ครบ คำถามชี้นำ และเสียงข้างมากกดทับสิทธิ. แบบผู้แทน — ประชาชนเลือกผู้แทนไปออกกฎหมาย บริหาร และตรวจสอบ ตัวแทนไม่รับผิดรับชอบ อิทธิพลทุน และความห่างจากประชาชน. แบบเสรีนิยมตามรัฐธรรมนูญ — มีการเลือกตั้งแข่งขัน สิทธิ เสรีภาพ หลักนิติธรรม ศาลอิสระ สื่อ และการถ่วงดุล เลือกตั้งอย่างเดียวไม่พอ หากฝ่ายค้าน ศาล สื่อ หรือสิทธิถูกแทรกแซง. แบบปรึกษาหารือ — ความชอบธรรมมาจากการแลกเหตุผล รับฟัง และปรับข้อเสนอ ไม่ใช่แค่การนับคะแนน ต้องออกแบบให้เสียงกลุ่มอ่อนอำนาจเข้าถึงจริง. แบบมีส่วนร่วม — ประชาชนร่วมตั้งวาระ ออกแบบ ติดตาม และประเมินนโยบาย การเชิญรับฟังหลังตัดสินแล้วไม่ใช่การมีส่วนร่วมที่มีความหมาย

ระบอบอำนาจนิยมอาจมีการเลือกตั้งหรือสถาบันตามชื่อ แต่การแข่งขันไม่เสรี การตรวจสอบอ่อน สิทธิถูกจำกัด และอำนาจกระจุกตัว จึงต้องดูการทำงานจริง ไม่ดูเพียงป้ายชื่อ ประชาธิปไตยวัดทั้งการแข่งขัน/การเลือกตั้ง สิทธิ เสรีภาพ หลักนิติธรรม การถ่วงดุล accountability และ participation ไม่ใช้การเลือกตั้งหรือประชามติเพียงหนึ่งครั้งรับรองคุณภาพทั้งระบบ. เสียงข้างมากเป็นวิธีตัดสินเมื่อเห็นต่าง แต่ไม่ใช่ใบอนุญาตให้ละเมิดศักดิ์ศรี สิทธิ เสรีภาพ หรือเลือกปฏิบัติต่อชนกลุ่มน้อย. รัฐธรรมนูญ ศาลที่เป็นอิสระ การแบ่งแยกอำนาจ องค์กรตรวจสอบ สื่อเสรี ฝ่ายค้าน และประชาสังคมช่วยจำกัดอำนาจ. การตรวจสอบถ่วงดุลไม่ใช่การขัดขวางรัฐบาลโดยตัวมันเอง แต่ทำให้การใช้อำนาจมีเหตุผล อยู่ในขอบเขต และรับผิดรับชอบ

ในสังคมแบ่งแยกทางศาสนา ชาติพันธุ์ หรือภูมิภาค ระบบชนะทั้งหมดโดยไม่มีการคุ้มครองอาจเพิ่มความขัดแย้งและการกีดกัน. กระบวนการที่ชอบธรรมต้องให้กลุ่มได้รับผลกระทบเข้าถึงข้อมูล มีเวลาตอบ และมีช่องเยียวยาหรืออุทธรณ์. เสียงข้างมากตัดสินภายในรัฐธรรมนูญ ไม่ลบศักดิ์ศรี สิทธิ ความเสมอภาคและช่องของเสียงข้างน้อย; การถ่วงดุลที่ชอบทำให้การตัดสินมีคุณภาพ ไม่ใช่ขัดรัฐบาลโดยนิยาม. Thomas Hobbes — สภาพไร้รัฐไม่มั่นคง มนุษย์โอนอำนาจกว้างให้ผู้ปกครองเพื่อความสงบและความปลอดภัย รัฐ A ให้อำนาจเด็ดขาดเพื่อหยุดความไร้ระเบียบ. John Locke — รัฐเกิดเพื่อคุ้มครองชีวิต เสรีภาพ และทรัพย์สิน อำนาจจำกัดและตั้งอยู่บนความยินยอม; ละเมิดสัญญาย่อมสูญความชอบธรรม รัฐ B จำกัดรัฐบาลและคุ้มครองสิทธิตามธรรมชาติ

John Rawls — เสรีภาพพื้นฐานเท่าเทียมและความเหลื่อมล้ำยอมรับได้เมื่อเป็นประโยชน์สูงสุดแก่ผู้เสียเปรียบและตำแหน่งเปิดอย่างเป็นธรรม ภาษี/บริการสาธารณะเพื่อเพิ่มโอกาสและช่วยผู้เสียเปรียบ. Robert Nozick — เน้นสิทธิในตนเองและทรัพย์สิน รัฐขั้นต่ำ และความเป็นธรรมของการได้มา/โอน มากกว่าการกำหนดรูปแบบผลลัพธ์ คัดค้านการบังคับกระจายซ้ำที่ละเมิดสิทธิ โดยเน้นกระบวนการถือครอง. ไม่ควรเหมารวมว่า Rawls ต้องการให้ทุกคนมีรายได้เท่ากัน หรือ Nozick ปฏิเสธรัฐทุกชนิด ทั้งคู่เริ่มจากสิทธิ แต่ให้น้ำหนักบทบาทรัฐและการกระจายต่างกัน. ทฤษฎีสัญญาประชาคมเป็นกรอบเปรียบเทียบ ไม่ใช่มาตรากฎหมายไทย ฮอบส์ ล็อก รอลส์และโนซิกตอบความมั่นคง สิทธิ ความเป็นธรรมและรัฐต่างน้ำหนัก ต้องไม่ท่องเป็น caricature

มาตรา 1 — ประเทศไทยเป็นราชอาณาจักรอันหนึ่งอันเดียว จะแบ่งแยกมิได้. มาตรา 2 — ประเทศไทยมีการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข. มาตรา 3 — อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย พระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็นประมุขทรงใช้อำนาจผ่านรัฐสภา คณะรัฐมนตรี และศาลตามรัฐธรรมนูญ. มาตรา 4 — ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิ เสรีภาพ และความเสมอภาคของบุคคลได้รับความคุ้มครอง. หลัง พ.ศ. 2475 — เปลี่ยนจากสมบูรณาญาสิทธิราชย์สู่ระบอบรัฐธรรมนูญที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข; ถ้อยคำประเด็นที่ถูกควรยึดมาตรา 2

ข้อสรุปที่แม่นคือ ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ไม่ใช่ “รัฐบาลที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข” เพราะรัฐบาลเป็นเพียงฝ่ายบริหาร ส่วนระบอบครอบคลุมโครงสร้างรัฐทั้งหมด มาตรา 1–4เป็นแกนตอบรูปแบบรัฐ อำนาจและสิทธิ: ราชอาณาจักรแบ่งแยกมิได้, ประชาธิปไตยมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข, อำนาจเป็นของปวงชนและศักดิ์ศรี/สิทธิได้รับคุ้มครอง

อ่านสรุปฉบับเต็มทุกหัวข้อ
สมาชิก PRO ระบบจะจำหัวข้อที่อ่านค้างไว้ให้ด้วย
PRO 99 บาท/เดือน
เนื้อหาฉบับเต็มต้นฉบับจาก senate.go.thเปิดต้นฉบับ

เนื้อหาสรุปนี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาส่วนบุคคล ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ หรือนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต