กลับไปทำข้อสอบวิชานี้

นโยบายของรัฐบาล ยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ. 2561 – 2580 แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ แผนการปฏิบัติรูปประเทศ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 (พ.ศ. 2566 – 2570)

จากทิศทางระยะยาวและนโยบายรัฐบาล สู่เป้าหมายร่วม การปฏิรูป หมุดหมายห้าปี แผนปฏิบัติราชการ โครงการ งบประมาณ และผลที่ประชาชนได้รับ

6 หัวข้อ · อ่านประมาณ 26 นาที · มีต้นฉบับจาก nesdc.go.th

เปิดเนื้อหาฉบับเต็ม
อ่านฟรีได้ 2 จาก 6 หัวข้อ33%
หัวข้อ 1

บทที่ 1 อ่านนโยบายและแผนเป็นระบบสามระดับ

การพัฒนาประเทศต้องเชื่อมทิศทางระยะยาวกับการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า จึงมีเอกสารหลายชนิดทำหน้าที่ต่างกัน ยุทธศาสตร์ชาติกำหนดปลายทางและกรอบยี่สิบปี แผนระดับที่สองแปลงทิศทางนั้นเป็นเป้าหมายตามประเด็นหรือช่วงเวลา ส่วนนโยบายรัฐบาลเลือกน้ำหนักงานตามสถานการณ์และความไว้วางใจทางการเมือง เมื่อหน่วยงานของรัฐนำกรอบเหล่านี้ไปจัดทำแผนปฏิบัติราชการ โครงการ และคำของบประมาณ จึงเกิดเส้นทางจากเจตจำนงระดับชาติไปสู่บริการสาธารณะ การอ่านที่ถูกต้องต้องถามเสมอว่าเอกสารใดกำหนดปลายทาง เอกสารใดชี้ผลที่ต้องเกิด และเอกสารใดระบุผู้รับผิดชอบกับวิธีลงมือ

แผนระดับที่หนึ่งคือยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ. 2561–2580 ซึ่งเป็นกรอบการพัฒนาประเทศระยะยาว แผนระดับที่สองประกอบด้วยแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ นโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติ และในช่วงที่กำหนดเคยมีแผนการปฏิรูปประเทศเพื่อเร่งแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง แผนระดับที่สาม ได้แก่ แผนปฏิบัติการด้าน แผนปฏิบัติราชการระยะห้าปี แผนปฏิบัติราชการรายปี และแผนอื่นที่ใช้ดำเนินงานจริง (มักออกสอบ) ความต่างสำคัญอยู่ที่ระดับของเป้าหมาย มิใช่การจัดลำดับว่าเอกสารใดมีรายละเอียดมากแล้วจึงสำคัญกว่าเสมอ

คำแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรีชุดปัจจุบัน ณ วันที่จัดทำสรุปนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี แถลงต่อรัฐสภาเมื่อวันที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2569 โดยยึดหลักสำคัญสามประการ คือการพิทักษ์สถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ การยึดมั่นประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และการยึดหลักนิติธรรม การบังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นธรรมกับธรรมาภิบาล นโยบายแบ่งเป็นด้านเศรษฐกิจ การต่างประเทศและความมั่นคง สังคม ภัยพิบัติและสิ่งแวดล้อม และการบริหารภาครัฐกับการปฏิรูปกฎหมาย เนื้อหามุ่งแก้ปัญหาเร่งด่วนควบคู่การเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจและสังคม

นโยบายรัฐบาลมิได้แทนที่ยุทธศาสตร์ชาติหรือแผนระดับที่สอง แต่เป็นกรอบบริหารราชการในวาระของคณะรัฐมนตรีที่ต้องแสดงความสอดคล้องกับหน้าที่ของรัฐ แนวนโยบายแห่งรัฐ และยุทธศาสตร์ชาติ นโยบายจึงอาจเร่งบางเรื่อง เช่น หนี้ครัวเรือน ความสามารถของผู้ประกอบการ ความมั่นคง ภัยพิบัติ รัฐบาลดิจิทัล และกฎหมายที่เป็นภาระ ขณะที่เป้าหมายระยะยาวยังคงทำหน้าที่ประคองความต่อเนื่องข้ามรัฐบาล การประเมินโครงการจึงไม่เพียงถามว่าอยู่ในนโยบายข้อใด แต่ต้องตรวจว่าแก้ปัญหาอะไร ส่งผลต่อเป้าหมายแผนระดับใด และสร้างประโยชน์แก่ประชาชนที่วัดได้อย่างไร

ภาพที่ต้องถือไว้ตลอดวิชานี้คือ “ปลายทาง–เป้าหมาย–การปฏิบัติ–ผลลัพธ์” ยุทธศาสตร์ชาติบอกปลายทาง แผนแม่บทบอกเป้าหมายเชิงประเด็นและผลย่อย แผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 13 คัดหมุดหมายที่ต้องเร่งในช่วงห้าปี ผลการปฏิรูปประเทศระบุการเปลี่ยนโครงสร้างที่ต้องสานต่อ นโยบายรัฐบาลให้น้ำหนักตามปัญหาปัจจุบัน และแผนระดับที่สามนำทั้งหมดไปสู่โครงการ งบประมาณกับบริการจริง หากโครงการอ้างชื่อแผนได้หลายฉบับแต่ไม่แสดงความสัมพันธ์เชิงเหตุผล ไม่กำหนดผู้รับประโยชน์ หรือไม่มีข้อมูลติดตาม ก็ยังไม่ถือว่าเชื่อมโยงแผนได้อย่างมีคุณภาพ

หัวข้อ 2

บทที่ 2 ยุทธศาสตร์ชาติยี่สิบปีกับหกมิติที่ต้องเดินพร้อมกัน

ยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ. 2561–2580 กำหนดวิสัยทัศน์ว่า “ประเทศไทยมีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน เป็นประเทศพัฒนาแล้ว ด้วยการพัฒนาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” และกำหนดเป้าหมายให้ประเทศชาติมั่นคง ประชาชนมีความสุข เศรษฐกิจพัฒนาอย่างต่อเนื่อง สังคมเป็นธรรม และฐานทรัพยากรธรรมชาติยั่งยืน (มักออกสอบ) คำสำคัญเหล่านี้ไม่ได้แยกกัน ความมั่นคงที่ขาดโอกาสทางเศรษฐกิจย่อมเปราะบาง ความมั่งคั่งที่ทำลายทรัพยากรย่อมไม่ยั่งยืน ส่วนการเติบโตที่ทิ้งคนบางกลุ่มไว้ข้างหลังย่อมไม่ตอบเป้าหมายสังคมเป็นธรรม จึงต้องใช้ยุทธศาสตร์หกด้านถ่วงดุลและสนับสนุนกัน

ด้านความมั่นคงครอบคลุมความปลอดภัย เอกราช สถาบันหลัก ความสงบภายใน และความพร้อมรับภัยคุกคามรูปแบบใหม่ ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขันมุ่งต่อยอดฐานเดิม ปรับปัจจุบัน และสร้างคุณค่าใหม่ด้วยผลิตภาพ ผู้ประกอบการ นวัตกรรม โครงสร้างพื้นฐานกับการเชื่อมโยงโลก ด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์มองคนตลอดช่วงชีวิต ตั้งแต่ครอบครัว การเรียนรู้ สุขภาวะ คุณธรรม ไปจนถึงทักษะแห่งอนาคต ทั้งสามด้านนี้ทำให้ประเทศมีฐานความปลอดภัย เครื่องยนต์เศรษฐกิจ และคนที่สามารถใช้โอกาสได้จริง

ด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคมมุ่งลดความเหลื่อมล้ำ กระจายศูนย์กลางความเจริญ เสริมพลังชุมชน และสร้างหลักประกันทางสังคม ด้านการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมวางสมดุลการใช้ทรัพยากร การผลิต การบริโภค เมือง น้ำ ภูมิอากาศ และคุณภาพชีวิต ส่วนด้านการปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐทำให้กลไกของรัฐยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง มีขนาดและภารกิจเหมาะสม โปร่งใส ทันสมัย ใช้กฎหมายเท่าที่จำเป็น และป้องกันการทุจริต หากสามด้านแรกกำหนดสิ่งที่ประเทศต้องสร้าง สามด้านหลังทำให้ผลประโยชน์กระจายอย่างเป็นธรรม อยู่ในขีดจำกัดธรรมชาติ และมีรัฐที่ส่งมอบผลได้

หกยุทธศาสตร์กับคำถามหลักของการพัฒนา
ยุทธศาสตร์ชาติคำถามที่ต้องตอบผลที่มุ่งหวัง
ความมั่นคงประเทศและประชาชนปลอดภัยจากภัยเดิมกับภัยรูปแบบใหม่เพียงใดความสงบ ความเชื่อมั่น และความพร้อมรับความเสี่ยง
การสร้างความสามารถในการแข่งขันจะเพิ่มผลิตภาพและคุณค่าใหม่โดยใช้จุดแข็งของประเทศอย่างไรเศรษฐกิจเติบโตต่อเนื่องและแข่งขันได้
การพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์คนทุกช่วงวัยมีสุขภาวะ คุณธรรม ความรู้ และทักษะที่จำเป็นหรือไม่คนไทยเป็นคนดี คนเก่ง และมีคุณภาพ
การสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคมใครยังเข้าไม่ถึงโอกาส ทรัพยากร และหลักประกันลดความเหลื่อมล้ำและเสริมพลังพื้นที่กับชุมชน
การสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมการพัฒนาอยู่ในขีดความสามารถของทรัพยากรและภูมิอากาศหรือไม่ฐานทรัพยากรยั่งยืนและคุณภาพชีวิตดี
การปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐรัฐตอบประชาชน โปร่งใส คล่องตัว และใช้กฎหมายอย่างได้สัดส่วนหรือไม่ภาครัฐมีสมรรถนะสูงและยึดประโยชน์ส่วนรวม

ตารางนี้ใช้เทียบ “คำถามหลัก” ของแต่ละด้าน ไม่ใช้แทนรายละเอียดของยุทธศาสตร์ เมื่อพบโครงการด้านหนึ่งต้องพิจารณาผลต่อด้านอื่นด้วย ตัวอย่างเช่น โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลอาจช่วยการแข่งขันและบริการภาครัฐ แต่ต้องจัดการความมั่นคงไซเบอร์ ช่องว่างการเข้าถึง การใช้พลังงาน และทักษะของประชาชนควบคู่กัน การเชื่อมหลายด้านไม่ใช่การใส่ชื่อยุทธศาสตร์ทุกด้านในเอกสาร หากต้องอธิบายสายเหตุผลว่ากิจกรรมเดียวส่งผลต่อเป้าหมายแต่ละด้านผ่านกลไกใด และมีตัวชี้วัดแยกผลผลิตออกจากผลลัพธ์อย่างไร

การใช้ยุทธศาสตร์ชาติในการทำงานเริ่มจากเลือกเป้าหมายที่สัมพันธ์กับปัญหา มิใช่เริ่มจากกิจกรรมที่หน่วยงานถนัดแล้วค่อยหาคำมาเชื่อม หน่วยงานต้องอ่านสถานการณ์และข้อมูลฐาน ระบุช่องว่างจากเป้าหมาย เลือกแนวทางที่มีเหตุผลรองรับ แล้วตรวจความเสี่ยงกับผลกระทบข้ามมิติ ความต่อเนื่องยี่สิบปีไม่ได้หมายความว่าวิธีดำเนินงานต้องคงเดิม เพราะเทคโนโลยี เศรษฐกิจ ประชากร และภูมิอากาศเปลี่ยนได้ แต่ปลายทางกับหลักการร่วมช่วยให้การปรับวิธีไม่สูญเสียทิศทาง การติดตามจึงต้องใช้หลักฐานเพื่อปรับการดำเนินงานให้เข้าใกล้เป้าหมาย มิใช่รายงานเฉพาะจำนวนกิจกรรมที่ทำเสร็จ

อ่านสรุปฉบับเต็มทุกหัวข้อ
สมาชิก PRO ระบบจะจำหัวข้อที่อ่านค้างไว้ให้ด้วย
PRO 99 บาท/เดือน
เนื้อหาฉบับเต็มต้นฉบับจาก nesdc.go.thเปิดต้นฉบับ

เนื้อหาสรุปนี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาส่วนบุคคล ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ หรือนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต