สารบัญ6 หัวข้อหลัก
- 1.บทที่ 1 จากนโยบายสู่แผนตรวจราชการประจำปีงบประมาณ 2569
- 2.บทที่ 2 ที่ดินและน้ำ: สร้างฐานการผลิตก่อนเพิ่มมูลค่า
- 3.บทที่ 3 สินค้าและบริการมูลค่าสูง: ตลาด มาตรฐาน และการรวมการผลิต
- 4.บทที่ 4 เกษตรกรและสถาบันเกษตรกร: จากผู้ผลิตรายย่อยสู่กลไกธุรกิจชุมชน
- 5.บทที่ 5 ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม: ผลิตได้พร้อมลดผลกระทบ
- 6.บทที่ 6 การควบคุมสินค้าเกษตรผิดกฎหมายและวงจรหลักฐานจากพื้นที่
บทที่ 1 จากนโยบายสู่แผนตรวจราชการประจำปีงบประมาณ 2569
นโยบายขับเคลื่อนกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ประจำปีงบประมาณ 2569 มีฐานจากการมอบนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2568 และถูกนำมาจัดเป็นกรอบตรวจราชการตามคำสั่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่ 918/2568 ลงวันที่ 5 พฤศจิกายน 2568 หน้าเผยแพร่ของกระทรวงเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2568 จึงใช้ถ้อยคำว่าเดินหน้า 6 นโยบายหลัก พร้อมอธิบายว่าการตรวจราชการเป็นกลไกกำกับ ติดตาม และเร่งรัดให้ผลเชิงนโยบายเกิดขึ้นจริง การอ่านวิชานี้ต้องยึดชุดปีและเอกสารให้ตรงกัน เพราะรายการนโยบายของต่างปีอาจใช้ชื่อและจุดเน้นต่างกัน แม้ภารกิจบางเรื่องจะดำเนินต่อเนื่องก็ตาม
นโยบายทั้งหกไม่ได้วางเป็นคำขวัญลอยตัว แต่เชื่อมกับโครงการที่ตรวจติดตามรวม 30 โครงการ ที่ดินและน้ำสร้างฐานการประกอบอาชีพ สินค้าและบริการมูลค่าสูงเชื่อมการผลิตกับคุณภาพ มาตรฐาน และตลาด การพัฒนาเกษตรกรกับสถาบันทำให้ชุมชนมีความสามารถบริหารธุรกิจและบริการร่วม การจัดการทรัพยากรลดผลกระทบต่อดิน อากาศ และภูมิอากาศ ส่วนการปราบสินค้าเกษตรผิดกฎหมายคุ้มครองกติกาการค้าและความปลอดภัย เมื่อมองความสัมพันธ์นี้จะเห็นว่าเป้าหมายปลายทางคือรายได้ ความมั่นคงในอาชีพ คุณภาพชีวิต และความยั่งยืน มิใช่เพียงจำนวนกิจกรรมที่หน่วยงานดำเนินการเสร็จ
แผนตรวจราชการแปลงแต่ละนโยบายเป็นโครงการ กิจกรรม เป้าหมาย พื้นที่ งบประมาณ ตัวชี้วัด ผลสัมฤทธิ์ หน่วยงานสนับสนุน และประเด็นที่ผู้ตรวจต้องติดตาม ตารางโครงการจึงทำหน้าที่เป็นสัญญาการปฏิบัติงานระหว่างส่วนกลางกับพื้นที่ หน่วยงานเจ้าภาพรับผิดชอบเนื้อหาวิชาการและการใช้จ่าย ส่วนหน่วยงานระดับจังหวัดนำเป้าหมายไปจัดการกับบริบทจริง ผู้ตรวจราชการกระทรวงตรวจความสำเร็จเชิงนโยบายและความเชื่อมโยงของแผนหลายระดับ ขณะที่ผู้ตรวจราชการกรมตรวจภารกิจในอำนาจของกรม การแบ่งชั้นนี้ช่วยให้ปัญหาเฉพาะโครงการไม่ถูกปะปนกับข้อจำกัดที่ต้องแก้ระดับนโยบาย
| นโยบาย | จำนวนโครงการ | บทบาทในระบบการขับเคลื่อน |
|---|---|---|
| เร่งรัดการจัดที่ดินทำกินให้เกษตรกร | 4 | ทำให้สิทธิ ขอบเขต และการใช้ประโยชน์ในที่ดินชัด พร้อมต่อยอดอาชีพ |
| บริหารจัดการน้ำทั้งระบบ | 3 | ลดความเสียหายจากอุทกภัยและเพิ่มน้ำต้นทุนทั้งในและนอกเขตชลประทาน |
| ยกระดับสินค้าเกษตรและบริการมูลค่าสูง | 8 | เชื่อมเทคโนโลยี มาตรฐาน การรวมแปลง อัตลักษณ์ และตลาด |
| ยกระดับศักยภาพเกษตรกรและสถาบันเกษตรกร | 7 | สร้างผู้ประกอบการ องค์กรเข้มแข็ง และบริการทางการเกษตรร่วม |
| จัดการทรัพยากรทางการเกษตร | 5 | ลดก๊าซเรือนกระจก การเผา ความเสื่อมโทรม และปัญหาฝุ่น |
| ทำสงครามสินค้าเกษตรเถื่อน | 3 | ควบคุมประมง ปศุสัตว์ และพืชตามกฎหมายพร้อมระบบตรวจสอบย้อนกลับ |
ผู้ช่วยผู้ตรวจราชการในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคมีหน้าที่เร่งรัด ประสาน รวบรวมปัญหา และรายงานเหตุสำคัญที่กระทบเกษตรกร เกษตรและสหกรณ์จังหวัดเตรียมข้อมูลเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม ข้อมูลรายสินค้า ความเชื่อมโยงเป้าหมาย ความเสี่ยง และข้อเสนอแนะจากการประชุม ส่วนที่ปรึกษาผู้ตรวจราชการภาคประชาชนเติมข้อเท็จจริงจากด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และวิชาการ กลไกนี้ทำให้การตรวจไม่จำกัดอยู่ที่การรับรายงานของหน่วยเจ้าของโครงการ แต่มีการเปรียบเทียบกับสภาพพื้นที่และเสียงของผู้ได้รับผลกระทบด้วย
การติดตามแบ่งน้ำหนักเป็นสองช่วง รอบแรกใช้แนวคิด Project and Progress Review เพื่อตรวจการเริ่มต้น ความพร้อม ความก้าวหน้า ความเสี่ยง และการเบิกจ่าย ส่วนรอบที่สองใช้แนวคิด Monitoring and Evaluation เพื่อตรวจผลตามกิจกรรม ตัวชี้วัด ผลลัพธ์ ความสำเร็จ และแนวทางขยายผล แบบรายงานจังหวัดจึงกำหนดให้บันทึกทั้งแผนกับผล งบประมาณที่ได้รับกับผลเบิกจ่าย จุดเน้นของผู้ตรวจ การบูรณาการ ปัญหา และแนวทางแก้ไข นโยบายจะขับเคลื่อนได้เมื่อข้อมูลจากรอบแรกถูกใช้แก้อุปสรรคก่อนรอบผล ไม่ใช่รอรวมตัวเลขเมื่อสิ้นปีแล้วจึงพบว่าเป้าหมายไม่อาจบรรลุได้
บทที่ 2 ที่ดินและน้ำ: สร้างฐานการผลิตก่อนเพิ่มมูลค่า
นโยบายเร่งรัดการจัดที่ดินทำกินประกอบด้วยสี่โครงการที่ต่อกันเป็นลำดับ เริ่มจากเพิ่มประสิทธิภาพงานจัดที่ดินในพื้นที่นิคมสหกรณ์ สำรวจวงรอบกันเขตและวงรอบรายแปลง จัดที่ดินเพื่อเกษตรกรรม และส่งเสริมอาชีพแก่เกษตรกรที่ได้รับการจัดสรรที่ดิน การยกระดับเอกสารและการออกหนังสือเกี่ยวกับการเข้าทำประโยชน์จึงไม่ได้มีความหมายเพียงงานทะเบียน แต่ทำให้ผู้ครอบครองมีขอบเขตที่ตรวจสอบได้ ลดความทับซ้อน เชื่อมข้อมูลกับหน่วยงานอื่น และมีหลักแหล่งสำหรับอยู่อาศัยกับทำการเกษตร ฐานสิทธิที่ชัดยังช่วยให้มาตรการด้านทุน โครงสร้างพื้นฐาน และการพัฒนาอาชีพลงถึงกลุ่มเป้าหมายได้แม่นขึ้น
โครงการนิคมสหกรณ์วางทั้งงานเอกสารและฐานข้อมูลแผนที่ โดยต้องแยกพื้นที่ป่าไม้ส่วนกลาง พื้นที่สงวน พื้นที่เพื่อกิจการนิคม และพื้นที่จัดสรรได้ ส่วนโครงการสำรวจวงรอบใช้ข้อมูลเชิงพื้นที่เพื่อแสดงแนวเขตและการครอบครองของประชาชน ก่อนนำไปใช้บริหารที่ดินของรัฐ โครงการจัดที่ดินเพื่อเกษตรกรรมมุ่งปรับสิทธิและเปิดโอกาสให้ผู้ไร้ที่ดินได้ใช้พื้นที่ประกอบอาชีพ ขณะที่โครงการของกรมปศุสัตว์รับช่วงหลังการจัดสรรด้วยการส่งเสริมอาชีพแก่เกษตรกรผู้ยากไร้ ความสัมพันธ์ของสี่โครงการจึงเป็น ข้อมูลแปลงที่ถูกต้อง นำไปสู่สิทธิที่เหมาะสม แล้วจึงเชื่อมสิทธิกับการทำประโยชน์และรายได้
นโยบายน้ำมีสามโครงการซึ่งครอบคลุมความเสี่ยงคนละแบบ โครงการป้องกันและบรรเทาภัยจากน้ำของกรมชลประทานพัฒนาหรือเพิ่มประสิทธิภาพระบบระบายน้ำเพื่อลดความเสียหายต่อพื้นที่เกษตรและเขตเศรษฐกิจ โครงการก่อสร้างแหล่งน้ำในไร่นานอกเขตชลประทานของกรมพัฒนาที่ดินเพิ่มน้ำต้นทุนระดับแปลงและช่วยให้ครัวเรือนรับมือฝนทิ้งช่วง ส่วนโครงการอนุรักษ์ดินและบริหารจัดการน้ำในพื้นที่เกษตรน้ำฝนจัดการระดับลุ่มน้ำขนาดเล็ก มีทั้งแหล่งกักเก็บ ระบบกระจายน้ำ และมาตรการอนุรักษ์ดิน การใช้คำว่าทั้งระบบจึงหมายถึงการจัดการตั้งแต่ระบายน้ำส่วนเกิน เก็บน้ำ และกระจายน้ำ ไปจนถึงดูแลดินซึ่งเป็นตัวกำหนดประสิทธิภาพการใช้น้ำ
- 1สำรวจและจัดทำแผนที่แปลง
- 2รับรองสิทธิและขอบเขตการใช้ประโยชน์
- 3จัดระบบน้ำและอนุรักษ์ดินตามบริบทพื้นที่
- 4ส่งเสริมอาชีพและกิจกรรมการผลิต
- 5ติดตามการใช้จริง รายได้ และความมั่นคง
ที่ดินกับน้ำต้องอ่านเป็นฐานเดียวกัน เพราะสิทธิในแปลงที่ชัดแต่ไม่มีน้ำต้นทุนย่อมทำให้การใช้ประโยชน์ไม่มั่นคง ขณะเดียวกันการลงทุนด้านน้ำโดยไม่รู้แนวเขต ผู้ใช้ และกิจกรรมการผลิตก็เสี่ยงต่อการออกแบบไม่ตรงความต้องการ แผนปี 2569 จึงกำหนดหลักฐานต่างระดับกัน งานที่ดินติดตามจำนวนเอกสาร แปลง พื้นที่ และผู้ได้รับสิทธิ งานน้ำติดตามพื้นที่ที่ลดผลกระทบ แหล่งน้ำที่ก่อสร้าง พื้นที่เกษตรน้ำฝนที่ได้รับการพัฒนา และการใช้ประโยชน์จริง เมื่อเชื่อมหลักฐานเหล่านี้จึงประเมินได้ว่าทรัพยากรของรัฐเปลี่ยนความสามารถผลิต รายได้ และคุณภาพชีวิตของเกษตรกรหรือไม่
การตรวจในพื้นที่ต้องไม่หยุดที่ยอดสะสม ผู้ตรวจต้องดูความถูกต้องและไม่ทับซ้อนของข้อมูลแปลง ความคืบหน้าของสิทธิ การเข้าทำประโยชน์จริง ความพร้อมของอาชีพหลังจัดสรร ประสิทธิภาพระบายน้ำ การมีน้ำใช้ในช่วงวิกฤต และการบูรณาการกับหน่วยงานที่รับผิดชอบตลาดหรือปัจจัยการผลิต หากพบอุปสรรค เช่น ขอบเขตขัดกัน งานก่อสร้างล่าช้า หรือพื้นที่สร้างแหล่งน้ำไม่สัมพันธ์กับความต้องการ ต้องระบุหน่วยแก้ไขและติดตามผลในรอบถัดไป ฐานทรัพยากรจึงจะกลายเป็นผลทางเศรษฐกิจได้ต่อเมื่อสิทธิ โครงสร้างพื้นฐาน ความรู้ และการใช้จริงเดินพร้อมกัน
เนื้อหาสรุปนี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาส่วนบุคคล ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ หรือนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต