ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

กระบวนการยุติธรรมทางอาญาไทย ตั้งแต่จับกุม สอบสวน ฟ้อง พิจารณา จนถึงบังคับคดี

1. ภาพรวมโครงสร้างกฎหมาย2. นิยามศัพท์สำคัญ3. ผู้มีอำนาจจัดการแทนผู้เสียหาย4. สิทธิของผู้ถูกจับและผู้ต้องหา5. อำนาจสอบสวนและเขตอำนาจ6. อำนาจศาลในการชำระคดี7. การฟ้องคดีอาญา — ผู้มีอำนาจฟ้องและการระงับคดี8. หมายเรียกและหมายอาญา9. การจับกุมและสิทธิเมื่อถูกจับ10. การขังระหว่างสอบสวน — ระยะเวลาและขีดจำกัด11. การค้นในที่รโหฐาน12. การปล่อยชั่วคราว (ประกันตัว)13. กระบวนการสอบสวน14. สิทธิของผู้ต้องหาในชั้นสอบสวน15. การชันสูตรพลิกศพ16. การพิจารณาในศาลชั้นต้น17. คำพิพากษาและข้อห้ามสำคัญ18. อุทธรณ์และฎีกา — ข้อจำกัดสำคัญ19. พยานหลักฐาน — หลักการรับฟัง20. การบังคับตามคำพิพากษาและอภัยโทษ
1

ภาพรวมโครงสร้างกฎหมาย

ส่วนนี้บอกว่ากฎหมายแบ่งเป็นกี่ภาค และแต่ละภาคครอบคลุมเรื่องอะไรบ้าง เพื่อให้เห็นภาพรวมก่อนลงรายละเอียด

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ป.วิ.อ.) เป็นกฎหมายที่กำหนด กระบวนการดำเนินคดีอาญา ตั้งแต่การสืบสวนสอบสวน ไปจนถึงการบังคับตามคำพิพากษา ไม่ใช่กฎหมายว่าด้วยความผิดและโทษ (ซึ่งเป็นหน้าที่ของประมวลกฎหมายอาญา) กฎหมายฉบับนี้ใช้บังคับตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๔๗๘ และได้รับการแก้ไขเพิ่มเติมมาหลายครั้ง

โครงสร้างแบ่งออกเป็น ๗ ภาค

  • ภาค ๑ ข้อความเบื้องต้น — นิยามศัพท์, อำนาจพนักงานสอบสวนและศาล, การฟ้องคดี, หมาย, การจับ-ขัง-ค้น-ปล่อยชั่วคราว
  • ภาค ๒ สอบสวน — กระบวนการสอบสวน และการชันสูตรพลิกศพ
  • ภาค ๓ วิธีพิจารณาในศาลชั้นต้น — ฟ้องคดี, ไต่สวนมูลฟ้อง, การพิจารณา, คำพิพากษา
  • ภาค ๔ อุทธรณ์และฎีกา
  • ภาค ๕ พยานหลักฐาน
  • ภาค ๖ การบังคับตามคำพิพากษาและค่าธรรมเนียม
  • ภาค ๗ อภัยโทษ เปลี่ยนโทษหนักเป็นเบา และลดโทษ
2

นิยามศัพท์สำคัญ

ส่วนนี้อธิบายความหมายของคำที่ใช้บ่อยในกฎหมาย เพราะถ้าเข้าใจคำเหล่านี้ผิด จะทำให้ตีความกฎหมายผิดตามไปด้วย

คำ
ความหมาย
ผู้ต้องหา
ผู้ถูกหาว่ากระทำผิด แต่ยังไม่ถูกฟ้องต่อศาล
จำเลย
บุคคลที่ถูกฟ้องต่อศาลแล้ว
ผู้เสียหาย
ผู้ได้รับความเสียหายจากการกระทำผิด รวมถึงผู้มีอำนาจจัดการแทน
โจทก์
พนักงานอัยการ หรือผู้เสียหายที่ฟ้องคดีต่อศาล หรือทั้งคู่กรณีฟ้องร่วม
คู่ความ
โจทก์ฝ่ายหนึ่งและจำเลยอีกฝ่ายหนึ่ง
พนักงานอัยการ
เจ้าพนักงานผู้มีหน้าที่ฟ้องผู้ต้องหาต่อศาล
พนักงานสอบสวน
เจ้าพนักงานที่กฎหมายให้มีอำนาจหน้าที่ทำการสอบสวน
การสืบสวน
การแสวงหาข้อเท็จจริงและหลักฐาน โดยพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจ เพื่อทราบรายละเอียดแห่งความผิด
การสอบสวน
การรวบรวมพยานหลักฐานโดยพนักงานสอบสวน เพื่อพิสูจน์ความผิดและเอาตัวผู้กระทำผิดมาฟ้อง
การไต่สวนมูลฟ้อง
กระบวนการของศาลเพื่อวินิจฉัยว่าคดีมีมูลหรือไม่ ก่อนประทับฟ้อง
คำร้องทุกข์
การที่ผู้เสียหายแจ้งต่อเจ้าหน้าที่ว่ามีผู้กระทำผิด โดยมีเจตนาให้ผู้กระทำผิดได้รับโทษ
คำกล่าวโทษ
การที่บุคคลอื่น (ไม่ใช่ผู้เสียหาย) แจ้งต่อเจ้าหน้าที่ว่ามีผู้กระทำผิด
ที่รโหฐาน
ที่ซึ่งมิใช่สาธารณสถาน
ควบคุม
การคุมหรือกักขังผู้ถูกจับโดยพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจ ระหว่างสืบสวนและสอบสวน
ขัง
การกักขังจำเลยหรือผู้ต้องหาโดยศาล
3

ผู้มีอำนาจจัดการแทนผู้เสียหาย

ส่วนนี้อธิบายว่าใครสามารถใช้สิทธิแทนผู้เสียหายได้ และในกรณีไหนบ้าง เพราะผู้เสียหายบางรายไม่อาจดำเนินการเองได้

ผู้มีอำนาจจัดการแทนผู้เสียหายมีอำนาจร้องทุกข์, เป็นโจทก์ฟ้องคดีอาญาหรือเข้าร่วมเป็นโจทก์กับอัยการ, ฟ้องคดีแพงที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา, ถอนฟ้อง และยอมความในคดีความผิดต่อส่วนตัวได้ โดยต้องเป็นไปตามเงื่อนไขของแต่ละกรณี

ผู้มีอำนาจจัดการแทน
เงื่อนไข/ขอบเขต
ผู้แทนโดยชอบธรรม หรือผู้อนุบาล
เฉพาะความผิดที่กระทำต่อผู้เยาว์หรือผู้ไร้ความสามารถในความดูแล
ผู้บุพการี, ผู้สืบสันดาน, สามีหรือภริยา
เฉพาะกรณีผู้เสียหายถูกทำร้ายถึงตาย หรือบาดเจ็บจนไม่สามารถจัดการเองได้
ผู้จัดการหรือผู้แทนอื่นของนิติบุคคล
เฉพาะความผิดที่กระทำต่อนิติบุคคลนั้น
ผู้แทนเฉพาะคดีที่ศาลตั้ง
กรณีผู้เยาว์ไม่มีผู้แทนโดยชอบธรรม หรือมีความขัดแย้งกับผู้แทน ญาติหรือผู้มีประโยชน์เกี่ยวข้องร้องขอต่อศาลได้

กรณีสามีและภริยา: หญิงที่มีสามีมีสิทธิฟ้องคดีอาญาเองได้โดยไม่ต้องขออนุญาตสามี แต่หากสามีจะฟ้องแทนภริยา ต้องได้รับอนุญาตโดยชัดแจ้งจากภริยาก่อน

สมาชิก PRO
อ่านสรุปฉบับเต็ม ครบทุกหัวข้อ
อ่านง่าย จำได้จริง · บุ๊คมาร์คอ่านต่อจากที่ค้างไว้อัตโนมัติ
99 บาท/เดือน →

เนื้อหาสรุปนี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาส่วนบุคคล ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ หรือนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต