ประมวลกฎหมายอาญา

กฎหมายหลักว่าด้วยความผิดอาญา โทษ และความรับผิดทางอาญาของประเทศไทย

1. ที่มาและเหตุผลของการประกาศใช้2. การแปลงโทษเดิมให้เข้ากับระบบใหม่3. การจำคุกแทนค่าปรับและข้อจำกัดการกักขัง4. การอ้างอิงกฎหมายเก่าในกฎหมายอื่น5. โครงสร้างภาพรวมของประมวลกฎหมายอาญา6. ภาค 1 — บทบัญญัติทั่วไป: เนื้อหาแต่ละหมวด7. ภาค 2 — ความผิด: ลักษณะต่างๆ8. หลักสำคัญ: บทบัญญัติทั่วไปที่ต้องรู้9. โทษทางอาญา: ประเภทและลำดับความหนัก10. เหตุยกเว้นโทษและเหตุลดโทษที่สำคัญ11. ความผิดเกี่ยวกับสถาบันและความมั่นคงของรัฐ12. ความผิดเกี่ยวกับเจ้าพนักงานและการยุติธรรม13. ความผิดเกี่ยวกับชีวิต ร่างกาย และเสรีภาพ14. ความผิดเกี่ยวกับการปลอม การแปลง และเอกสาร
1

ที่มาและเหตุผลของการประกาศใช้

ส่วนนี้อธิบายว่าทำไมต้องมีประมวลกฎหมายอาญาฉบับนี้ และมันมาแทนอะไร

ประมวลกฎหมายอาญาถูกประกาศใช้เพราะกฎหมายลักษณะอาญาเดิมที่ใช้มาตั้งแต่ต้นศตวรรษที่ 20 ล้าสมัยและกระจัดกระจายอยู่หลายฉบับ จึงมีการชำระสะสางรวมเข้าเป็นประมวลฉบับเดียว พร้อมปรับหลักการและวิธีการลงโทษให้สอดคล้องกับแนวทางประชาธิปไตยและมาตรฐานนานาชาติ

ประมวลกฎหมายอาญามีผลบังคับใช้จริงตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2500 เป็นต้นไป และเมื่อมีผลบังคับแล้ว กฎหมายลักษณะอาญาเดิมก็ถูกยกเลิกทันที

2

การแปลงโทษเดิมให้เข้ากับระบบใหม่

ส่วนนี้อธิบายว่ากฎหมายเก่าที่อ้างถึง 'โทษลหุโทษชั้นต่างๆ' ต้องแปลงความหมายอย่างไรในระบบใหม่ — สำคัญเพราะกฎหมายหลายฉบับยังอ้างระบบเก่าอยู่

กฎหมายหลายฉบับที่ออกก่อนปี 2500 ยังอ้างถึง 'โทษลหุโทษชั้น 1–4' ตามระบบเก่า เมื่อประมวลกฎหมายอาญามีผลบังคับแล้ว ให้ถือว่าโทษเหล่านั้นมีความหมายตามตารางนี้

โทษชั้น (ระบบเก่า)
ความหมายในระบบใหม่
ชั้น 1
ปรับไม่เกิน 100 บาท
ชั้น 2
ปรับไม่เกิน 500 บาท
ชั้น 3
จำคุกไม่เกิน 10 วัน หรือปรับไม่เกิน 500 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ชั้น 4
จำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 1,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
3

การจำคุกแทนค่าปรับและข้อจำกัดการกักขัง

ส่วนนี้บอกกติกาเรื่องการใช้โทษจำคุกแทนปรับ และขีดจำกัดการคุมขังในชั้นสอบสวน — สำคัญเพราะมีข้อยกเว้นเฉพาะสำหรับความผิดก่อนปี 2500

หากกฎหมายใดกำหนดให้จำคุกแทนค่าปรับ ให้นำหลักเกณฑ์ในประมวลกฎหมายอาญามาใช้บังคับแทนทุกกรณี อย่างไรก็ตาม สำหรับความผิดที่เกิดขึ้นก่อนวันที่ประมวลกฎหมายอาญามีผลบังคับ มีข้อจำกัดพิเศษคือกักขังได้ไม่เกิน 1 ปีสำหรับโทษปรับกระทงเดียว และไม่เกิน 2 ปีสำหรับโทษปรับหลายกระทง

ในกรณีที่ใช้วิธีการเพื่อความปลอดภัย (เช่น การควบคุมตัวผู้มีแนวโน้มอันตราย) ห้ามคุมขังในชั้นสอบสวนเกิน 48 ชั่วโมงนับแต่เวลาที่ผู้ถูกจับมาถึงที่ทำการเจ้าหน้าที่ โดยไม่นับเวลาเดินทางตามปกติรวมในกำหนดนั้น

สมาชิก PRO
อ่านสรุปฉบับเต็ม ครบทุกหัวข้อ
อ่านง่าย จำได้จริง · บุ๊คมาร์คอ่านต่อจากที่ค้างไว้อัตโนมัติ
99 บาท/เดือน →

เนื้อหาสรุปนี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาส่วนบุคคล ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ หรือนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต