สารบัญ7 หัวข้อหลัก
- 1.บทที่ 1 หลักใช้กฎหมาย บุคคล และทรัพย์
- 2.บทที่ 2 นิติกรรม การแสดงเจตนา และอายุความ
- 3.บทที่ 3 วงจรหนี้และเครื่องมือรักษาสิทธิ
- 4.บทที่ 4 สัญญาและหนี้ที่กฎหมายก่อขึ้น
- 5.บทที่ 5 ค้ำประกันและขอบความรับผิดของบุคคลภายนอก
- 6.บทที่ 6 จำนองและการยุติข้อพิพาทด้วยข้อตกลง
- 7.บทที่ 7 มรดก พินัยกรรม และการจัดการกองทรัพย์
บทที่ 1 หลักใช้กฎหมาย บุคคล และทรัพย์
หลักทั่วไปทำหน้าที่เป็นภาษากลางของนิติสัมพันธ์ทางแพ่ง กฎหมายต้องใช้แก่กรณีตามถ้อยคำหรือความมุ่งหมายของบทบัญญัติ หากไม่มีบทกฎหมายตรงเรื่อง ให้ไล่พิจารณาจารีตประเพณีแห่งท้องถิ่น การเทียบบทกฎหมายที่ใกล้เคียง และหลักกฎหมายทั่วไปตามลำดับ ทุกคนต้องใช้สิทธิและชำระหนี้โดยสุจริต และกฎหมายสันนิษฐานไว้ก่อนว่าบุคคลกระทำโดยสุจริตจนกว่าจะพิสูจน์เป็นอย่างอื่น หลักความสุจริตจึงมิใช่เพียงคุณธรรมประกอบสัญญา แต่เป็นเกณฑ์ควบคุมการเกิด การใช้ และการบังคับสิทธิ ส่วนเหตุสุดวิสัยหมายถึงเหตุซึ่งไม่อาจป้องกันได้แม้ผู้ประสบเหตุจะระมัดระวังตามสมควรแก่ฐานะและภาวะแล้ว จึงต้องแยกจากความลำบากหรือเหตุที่ยังป้องกันได้
สภาพบุคคลเริ่มเมื่อคลอดแล้วอยู่รอดเป็นทารกและสิ้นสุดเมื่อตาย แต่ทารกในครรภ์อาจมีสิทธิต่าง ๆ ได้หากภายหลังคลอดแล้วอยู่รอด บุคคลบรรลุนิติภาวะเมื่ออายุยี่สิบปีบริบูรณ์หรือเมื่อสมรสโดยชอบตามกฎหมาย ก่อนถึงจุดนั้นผู้เยาว์ทำนิติกรรมโดยหลักต้องได้รับความยินยอมจากผู้แทนโดยชอบธรรม มิฉะนั้นเป็นโมฆียะ อย่างไรก็ดี กฎหมายเปิดให้ผู้เยาว์ทำการที่ได้สิทธิล้วน ๆ หลุดพ้นจากหน้าที่ ทำการเฉพาะตัว จัดการที่จำเป็นแก่การดำรงชีพตามสมควร หรือจัดการทรัพย์และประกอบธุรกิจภายในขอบที่ได้รับอนุญาตได้ โครงสร้างนี้คุ้มครองผู้เยาว์จากภาระที่ยังประเมินไม่รอบด้านโดยไม่ตัดความสามารถดำเนินชีวิตทุกเรื่อง
ความบกพร่องด้านความสามารถมีระดับและผลต่างกัน บุคคลวิกลจริตอาจถูกศาลสั่งเป็นคนไร้ความสามารถเมื่อผู้มีสิทธิร้องขอและต้องอยู่ในความอนุบาล การกระทำของคนไร้ความสามารถเป็นโมฆียะ ส่วนบุคคลที่มีกายพิการ จิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ ประพฤติสุรุ่ยสุร่าย ติดสุรายาเมา หรือมีเหตุทำนองเดียวจนจัดกิจการตนไม่ได้ อาจถูกสั่งเป็นคนเสมือนไร้ความสามารถและอยู่ในความพิทักษ์ โดยบางการต้องได้รับความยินยอม ภูมิลำเนาผูกกับถิ่นที่มีสถานที่อยู่เป็นแหล่งสำคัญ ใช้กำหนดจุดติดต่อและผลทางกฎหมาย หากบุคคลหายจากภูมิลำเนาและไม่ทราบว่ายังมีชีวิตเป็นเวลาตามกฎหมาย ผู้มีส่วนได้เสียหรือพนักงานอัยการอาจขอให้ศาลสั่งเป็นคนสาบสูญ ทำให้ผลเรื่องทรัพย์ ครอบครัว และมรดกเดินต่อได้ตามกฎหมาย
นิติบุคคลเกิดขึ้นได้ด้วยอำนาจของประมวลกฎหมายหรือกฎหมายอื่น และมีสิทธิหน้าที่ภายในขอบกฎหมาย ข้อบังคับ หรือตราสารจัดตั้ง ต้องมีผู้แทนแสดงเจตนาและจัดกิจการแทน หากประโยชน์ของผู้แทนขัดกับนิติบุคคลย่อมต้องใช้กลไกผู้แทนเฉพาะเพื่อป้องกันความขัดกัน สมาคมเป็นการรวมบุคคลทำกิจการต่อเนื่องร่วมกันโดยมิได้มุ่งแบ่งกำไร และได้สภาพนิติบุคคลเมื่อจดทะเบียน ส่วนมูลนิธิคือทรัพย์สินที่จัดสรรเพื่อการกุศล ศาสนา ศิลปะ วิทยาศาสตร์ การศึกษา หรือสาธารณประโยชน์อื่นโดยไม่แบ่งผลประโยชน์และต้องจดทะเบียน กรรมการจึงบริหารเพื่อวัตถุประสงค์ มิใช่เพื่อประโยชน์ส่วนตัว และอาจถูกศาลถอดถอนได้เมื่อดำเนินการเสียหาย ฝ่าฝืนกฎหมาย หรือไม่เหมาะสม
กฎหมายแยก “ทรัพย์” ซึ่งเป็นวัตถุมีรูปร่างออกจาก “ทรัพย์สิน” ซึ่งรวมวัตถุไม่มีรูปร่างที่มีราคาและถือเอาได้ อสังหาริมทรัพย์ได้แก่ที่ดิน สิ่งที่ติดกับที่ดินอย่างถาวรหรือประกอบเป็นอันเดียวกัน และทรัพยสิทธิที่เกี่ยวกับสิ่งเหล่านั้น ส่วนสังหาริมทรัพย์คือทรัพย์สินอื่นรวมทั้งสิทธิที่เกี่ยวกับทรัพย์นั้น การแยกประเภทสัมพันธ์กับแบบการโอน การจดทะเบียน และหลักประกัน ทรัพย์แบ่งได้เมื่อแยกแล้วแต่ละส่วนยังเป็นทรัพย์สมบูรณ์ แบ่งไม่ได้เมื่อแยกแล้วเปลี่ยนสาระหรือกฎหมายถือว่าแบ่งไม่ได้ และทรัพย์นอกพาณิชย์ไม่อาจถือเอาหรือโอนโดยชอบ บริวารซึ่งตามปกติใช้ประจำกับทรัพย์ประธานเพื่อจัดการ ดูแล หรือใช้สอยย่อมติดตามทรัพย์ประธาน เว้นแต่กฎหมายหรือเจตนากำหนดต่างไป
บทที่ 2 นิติกรรม การแสดงเจตนา และอายุความ
นิติกรรมคือการกระทำโดยชอบด้วยกฎหมายและสมัครใจ ซึ่งมุ่งโดยตรงให้เกิด เปลี่ยนแปลง โอน สงวน หรือระงับสิทธิระหว่างบุคคล จึงต่างจากเหตุการณ์ทั่วไปตรงที่ผู้กระทำต้องการผลทางกฎหมาย วัตถุประสงค์ที่กฎหมายห้ามชัดแจ้ง พ้นวิสัย หรือขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีทำให้นิติกรรมเป็นโมฆะ แต่การตกลงต่างจากบทกฎหมายซึ่งมิใช่เรื่องความสงบเรียบร้อยไม่ทำให้เสียเปล่า หลักเสรีภาพของเอกชนจึงดำรงอยู่ภายในเส้นที่สังคมและกฎหมายบังคับไว้ หากกฎหมายกำหนดแบบ เช่น หนังสือหรือการจดทะเบียน การไม่ทำตามแบบทำให้นิติกรรมเป็นโมฆะ มิใช่เพียงขาดพยานหลักฐานสำหรับฟ้องร้อง
การแสดงเจตนาต้องพิจารณาเจตนาแท้จริงยิ่งกว่าถ้อยคำ แต่กฎหมายคุ้มครองความไว้วางใจของผู้รับและบุคคลภายนอกด้วย การสำคัญผิดในสาระสำคัญทำให้การแสดงเจตนาเป็นโมฆะ ขณะที่สำคัญผิดในคุณสมบัติซึ่งตามปกติถือว่าสำคัญ กลฉ้อฉล และการข่มขู่ทำให้เป็นโมฆียะตามเงื่อนไข การแสดงเจตนาลวงโดยสมรู้กับอีกฝ่ายเป็นโมฆะ แต่ไม่อาจยกขึ้นต่อสู้บุคคลภายนอกผู้สุจริตซึ่งเสียหาย การแสดงเจตนาต่อผู้อยู่เฉพาะหน้ามีผลเมื่อผู้รับทราบ ส่วนที่ส่งถึงบุคคลซึ่งไม่อยู่เฉพาะหน้ามีผลเมื่อไปถึง และการถอนต้องไปถึงก่อนหรือพร้อมกัน การเกิดผลจึงผูกกับการรับรู้หรือการไปถึง มิใช่เพียงเวลาที่ผู้แสดงตัดสินใจภายในใจ
โมฆะกรรมเสียเปล่ามาตั้งแต่ต้น ให้สัตยาบันไม่ได้ และผู้มีส่วนได้เสียยกความเสียเปล่าขึ้นอ้างได้ แต่หากการที่เป็นโมฆะมีองค์ประกอบของนิติกรรมอีกชนิดซึ่งสมบูรณ์และเชื่อได้ว่าคู่กรณีคงตั้งใจทำแบบนั้น กฎหมายอาจแปลงให้เกิดผลตามนิติกรรมอีกชนิด โมฆียะกรรมยังมีผลอยู่จนกว่าบุคคลผู้กฎหมายคุ้มครองจะบอกล้าง และอาจให้สัตยาบันเมื่อเหตุแห่งความบกพร่องสิ้นสุด การบอกล้างทำให้ถือว่าเป็นโมฆะมาแต่เริ่ม คู่กรณีต้องกลับคืนสู่ฐานะเดิมตามขอบที่กฎหมายกำหนด ความแตกต่างนี้สำคัญต่อผู้มีสิทธิอ้าง ระยะเวลาตัดสินใจ ผลต่อบุคคลภายนอก และความเป็นไปได้ที่จะรักษานิติกรรมไว้ภายหลัง
เงื่อนไขผูกผลของนิติกรรมกับเหตุการณ์ในอนาคตที่ไม่แน่นอน เงื่อนไขบังคับก่อนทำให้นิติกรรมเกิดผลเมื่อเหตุสำเร็จ ส่วนเงื่อนไขบังคับหลังทำให้ผลสิ้นลงเมื่อเหตุสำเร็จ คู่กรณีต้องไม่ทำลายประโยชน์ที่อีกฝ่ายจะได้รับระหว่างรอเงื่อนไข และผู้ที่ทุจริตขัดขวางหรือทำให้เงื่อนไขสำเร็จอาจถูกถือผลตรงข้ามกับการกระทำของตน เงื่อนเวลาต่างจากเงื่อนไขตรงที่เหตุในอนาคตต้องมาถึงแน่นอน เพียงแต่อาจไม่รู้วัน เมื่อกฎหมายหรือข้อตกลงกำหนดช่วงเวลา การนับวัน เดือน และปีใช้หลักของประมวลกฎหมาย โดยไม่นับวันแรกเว้นแต่เริ่มทำการในวันนั้น และถ้าวันสุดท้ายเป็นวันหยุดทำการย่อมเลื่อนไปวันทำการถัดไปตามเกณฑ์
อายุความจำกัดเวลาบังคับสิทธิเรียกร้อง มิได้ลบตัวหนี้ทันที ผู้ทรงสิทธิต้องใช้สิทธิภายในกำหนดซึ่งเริ่มเมื่ออาจบังคับเรียกร้องได้ และคู่กรณีตกลงขยายหรือลดกำหนดตามกฎหมายไม่ได้ การรับสภาพหนี้ การฟ้องคดี การขอรับชำระในกระบวนการตามกฎหมาย หรือการกระทำที่กฎหมายให้ผลทำนองเดียวกันอาจทำให้อายุความสะดุดหยุดลงแล้วเริ่มนับใหม่ เมื่อขาดอายุความ ลูกหนี้มีสิทธิปฏิเสธการชำระ แต่ศาลไม่ยกอายุความขึ้นเองหากฝ่ายที่ได้ประโยชน์ไม่อ้าง ผู้ที่ชำระหนี้ไปโดยรู้หรือไม่รู้ว่าขาดอายุความแล้วเรียกคืนเพียงเพราะเหตุนั้นไม่ได้ และหากไม่มีบทเฉพาะ สิทธิเรียกร้องมีอายุความสิบปี หลักนี้รักษาดุลระหว่างโอกาสบังคับสิทธิกับความแน่นอนของนิติสัมพันธ์เมื่อเวลาผ่านไป
เนื้อหาสรุปนี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาส่วนบุคคล ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ หรือนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต