ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ — บรรพ 1 หลักทั่วไป / บรรพ 2 หนี้ / บรรพ 3 (ค้ำประกัน จำนอง ประนีประนอมยอมความ) / บรรพ 6 มรดก

กฎหมายเอกชนหลักของไทยว่าด้วยบุคคล ทรัพย์ นิติกรรม หนี้ สัญญา และมรดก

1. บรรพ 1 — หลักทั่วไปในการใช้กฎหมาย2. บรรพ 1 — บุคคลธรรมดา: สภาพบุคคล ความสามารถ และภูมิลำเนา3. บรรพ 1 — การสาบสูญ4. บรรพ 1 — นิติบุคคล: สมาคม และมูลนิธิ5. บรรพ 1 — ทรัพย์และทรัพย์สิน6. บรรพ 1 — นิติกรรม: การแสดงเจตนา โมฆะ และโมฆียะ7. บรรพ 1 — อายุความ8. บรรพ 2 — หนี้: ผลของการไม่ชำระหนี้ และความระงับหนี้9. บรรพ 2 — ลูกหนี้ร่วม และการโอนสิทธิเรียกร้อง10. บรรพ 3 (ลักษณะ 11) — ค้ำประกัน11. บรรพ 3 (ลักษณะ 12) — จำนอง12. บรรพ 3 (ลักษณะ 17) — ประนีประนอมยอมความ13. บรรพ 6 — มรดก: หลักทั่วไป ทายาทโดยธรรม และลำดับการรับมรดก14. บรรพ 6 — การรับมรดกแทนที่ และการสละมรดก15. บรรพ 6 — พินัยกรรม: แบบ การเพิกถอน และความเสียเปล่า16. บรรพ 6 — ผู้จัดการมรดก และการแบ่งมรดก
1

บรรพ 1 — หลักทั่วไปในการใช้กฎหมาย

ส่วนนี้บอกว่ากฎหมายไทยถูก 'ใช้' อย่างไร และคำสำคัญอะไรที่กฎหมายนิยามไว้ตั้งแต่ต้น

กฎหมายต้องถูกนำมาปรับกับข้อเท็จจริงตามตัวอักษรหรือเจตนารมณ์ของมาตราก่อน หากไม่มีบทกฎหมายใดปรับได้ ให้วินิจฉัยตามลำดับ ได้แก่ จารีตประเพณีท้องถิ่น → บทกฎหมายที่ใกล้เคียงที่สุด → หลักกฎหมายทั่วไป บุคคลทุกคนต้องกระทำโดยสุจริต ทั้งในการใช้สิทธิและการชำระหนี้ และกฎหมายสันนิษฐานว่าบุคคลทุกคนกระทำโดยสุจริตไว้ก่อน

คำ
ความหมาย
เหตุสุดวิสัย
เหตุที่ไม่อาจป้องกันได้ แม้จะระมัดระวังตามสมควร
ดอกเบี้ยมาตรฐาน (ไม่กำหนดอัตรา)
ร้อยละ 7.5 ต่อปี
การลงลายพิมพ์นิ้วมือในเอกสาร
ต้องมีพยานลงนามรับรอง 2 คน จึงถือเท่าลายมือชื่อ (ยกเว้นกรณีทำต่อหน้าพนักงานเจ้าหน้าที่)

หลักตีความเอกสาร เมื่อมีความขัดกัน

  • ข้อความตีความได้สองนัย → ให้ถือนัยที่มีผลบังคับได้ดีกว่า
  • กรณีสงสัย → ให้ตีความเป็นคุณแก่ฝ่ายลูกหนี้
  • ตัวอักษร vs ตัวเลข → ให้ถือตัวอักษร
  • หลายแห่งไม่ตรงกัน → ให้ถือจำนวนน้อยที่สุด
  • หลายภาษาขัดกัน → ให้ถือภาษาไทย
2

บรรพ 1 — บุคคลธรรมดา: สภาพบุคคล ความสามารถ และภูมิลำเนา

ส่วนนี้อธิบายว่าใครถือเป็น 'บุคคล' ทางกฎหมาย ใครทำนิติกรรมได้เอง และอยู่ที่ไหนในทางกฎหมาย

สภาพบุคคลเริ่มต้นตั้งแต่คลอดแล้วอยู่รอด และสิ้นสุดเมื่อตาย ทารกในครรภ์ก็มีสิทธิต่าง ๆ ได้ หากภายหลังคลอดแล้วอยู่รอด บุคคลบรรลุนิติภาวะเมื่ออายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ หรือเมื่อทำการสมรสตามกฎหมาย

สถานะ
เงื่อนไข
ผลทางกฎหมาย
ผู้เยาว์
อายุต่ำกว่า 20 ปี และยังไม่สมรส
ทำนิติกรรมต้องได้รับความยินยอมจากผู้แทนโดยชอบธรรม มิฉะนั้นเป็นโมฆียะ
คนไร้ความสามารถ
วิกลจริต + ศาลสั่ง
นิติกรรมใด ๆ ที่ทำเป็นโมฆียะ ต้องอยู่ในความอนุบาล
คนเสมือนไร้ความสามารถ
กายพิการ/จิตฟั่นเฟือน/สุรุ่ยสุร่าย ฯลฯ + ศาลสั่ง
ทำนิติกรรม 11 ประเภทสำคัญต้องได้รับความยินยอมจากผู้พิทักษ์ก่อน

ผู้เยาว์ ทำนิติกรรมได้โดยไม่ต้องขอความยินยอมใน 3 กรณี คือ (1) เป็นเพียงเพื่อให้ได้สิทธิหรือหลุดพ้นหน้าที่ (2) เป็นการเฉพาะตัว (3) สมแก่ฐานะและจำเป็นในการดำรงชีพ นอกจากนี้ ผู้เยาว์ทำพินัยกรรมได้เมื่ออายุครบ 15 ปีบริบูรณ์

ภูมิลำเนาของบุคคลธรรมดาคือถิ่นที่เป็นแหล่งสำคัญ ที่บุคคลมีสถานที่อยู่ ถ้าไม่ปรากฏให้ถือที่อยู่เป็นภูมิลำเนา ภูมิลำเนาเฉพาะการเกิดขึ้นได้โดยเจตนาชัดแจ้ง

กรณีพิเศษ
ภูมิลำเนา
ผู้เยาว์
ภูมิลำเนาของผู้แทนโดยชอบธรรม
คนไร้ความสามารถ
ภูมิลำเนาของผู้อนุบาล
ข้าราชการ
ถิ่นที่ตั้งทำการตามตำแหน่ง (ถ้าไม่ใช่ชั่วคราว)
ผู้ถูกจำคุก
เรือนจำหรือทัณฑสถาน
3

บรรพ 1 — การสาบสูญ

ส่วนนี้ชี้ให้เห็นว่าเมื่อใดบุคคลถูกถือว่าตาย และเกิดอะไรขึ้นถ้าต่อมาพิสูจน์ได้ว่ายังมีชีวิต

บุคคลหายไปจากภูมิลำเนา ไม่มีใครรู้ว่าเป็นตายร้ายดีล่วงเลย 5 ปี (หรือ 2 ปีในภาวะพิเศษ)ผู้มีส่วนได้เสีย/อัยการร้องขอต่อศาลศาลสั่งให้เป็น 'คนสาบสูญ'ถือว่าตายเมื่อครบกำหนดระยะเวลา → มรดกตกทอด

ระยะเวลาลดเหลือ 2 ปีในกรณีต่อไปนี้

  • นับแต่วันสงครามสิ้นสุด ถ้าบุคคลนั้นอยู่ในการรบและหายไป
  • นับแต่วันยานพาหนะอับปางหรือสูญหาย
  • นับแต่เหตุอันตรายแก่ชีวิตผ่านพ้นไป

ถ้าต่อมาพิสูจน์ได้ว่าคนสาบสูญยังมีชีวิต หรือตายต่างเวลาจากที่ศาลสั่ง ศาลจะถอนคำสั่งนั้นได้ แต่ ไม่กระทบ การที่บุคคลภายนอกได้ทำไปโดยสุจริตในระหว่างนั้น ผู้ที่ได้รับทรัพย์จากการสาบสูญแต่ต้องเสียสิทธิเพราะถอนคำสั่ง ให้นำหลักลาภมิควรได้มาบังคับ

สมาชิก PRO
อ่านสรุปฉบับเต็ม ครบทุกหัวข้อ
อ่านง่าย จำได้จริง · บุ๊คมาร์คอ่านต่อจากที่ค้างไว้อัตโนมัติ
99 บาท/เดือน →

เนื้อหาสรุปนี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาส่วนบุคคล ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ หรือนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต