กฎหมายเอกชนหลักของไทยว่าด้วยบุคคล ทรัพย์ นิติกรรม หนี้ สัญญา และมรดก
→ส่วนนี้บอกว่ากฎหมายไทยถูก 'ใช้' อย่างไร และคำสำคัญอะไรที่กฎหมายนิยามไว้ตั้งแต่ต้น
กฎหมายต้องถูกนำมาปรับกับข้อเท็จจริงตามตัวอักษรหรือเจตนารมณ์ของมาตราก่อน หากไม่มีบทกฎหมายใดปรับได้ ให้วินิจฉัยตามลำดับ ได้แก่ จารีตประเพณีท้องถิ่น → บทกฎหมายที่ใกล้เคียงที่สุด → หลักกฎหมายทั่วไป บุคคลทุกคนต้องกระทำโดยสุจริต ทั้งในการใช้สิทธิและการชำระหนี้ และกฎหมายสันนิษฐานว่าบุคคลทุกคนกระทำโดยสุจริตไว้ก่อน
หลักตีความเอกสาร เมื่อมีความขัดกัน
→ส่วนนี้อธิบายว่าใครถือเป็น 'บุคคล' ทางกฎหมาย ใครทำนิติกรรมได้เอง และอยู่ที่ไหนในทางกฎหมาย
สภาพบุคคลเริ่มต้นตั้งแต่คลอดแล้วอยู่รอด และสิ้นสุดเมื่อตาย ทารกในครรภ์ก็มีสิทธิต่าง ๆ ได้ หากภายหลังคลอดแล้วอยู่รอด บุคคลบรรลุนิติภาวะเมื่ออายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ หรือเมื่อทำการสมรสตามกฎหมาย
ผู้เยาว์ ทำนิติกรรมได้โดยไม่ต้องขอความยินยอมใน 3 กรณี คือ (1) เป็นเพียงเพื่อให้ได้สิทธิหรือหลุดพ้นหน้าที่ (2) เป็นการเฉพาะตัว (3) สมแก่ฐานะและจำเป็นในการดำรงชีพ นอกจากนี้ ผู้เยาว์ทำพินัยกรรมได้เมื่ออายุครบ 15 ปีบริบูรณ์
ภูมิลำเนาของบุคคลธรรมดาคือถิ่นที่เป็นแหล่งสำคัญ ที่บุคคลมีสถานที่อยู่ ถ้าไม่ปรากฏให้ถือที่อยู่เป็นภูมิลำเนา ภูมิลำเนาเฉพาะการเกิดขึ้นได้โดยเจตนาชัดแจ้ง
→ส่วนนี้ชี้ให้เห็นว่าเมื่อใดบุคคลถูกถือว่าตาย และเกิดอะไรขึ้นถ้าต่อมาพิสูจน์ได้ว่ายังมีชีวิต
ระยะเวลาลดเหลือ 2 ปีในกรณีต่อไปนี้
ถ้าต่อมาพิสูจน์ได้ว่าคนสาบสูญยังมีชีวิต หรือตายต่างเวลาจากที่ศาลสั่ง ศาลจะถอนคำสั่งนั้นได้ แต่ ไม่กระทบ การที่บุคคลภายนอกได้ทำไปโดยสุจริตในระหว่างนั้น ผู้ที่ได้รับทรัพย์จากการสาบสูญแต่ต้องเสียสิทธิเพราะถอนคำสั่ง ให้นำหลักลาภมิควรได้มาบังคับ
เนื้อหาสรุปนี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาส่วนบุคคล ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ หรือนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต