กลับไปทำข้อสอบวิชานี้

ประมวลจริยธรรมข้าราชการพลเรือนและข้อกำหนดจริยธรรมของสำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง

กติกาสามชั้น หลักจริยธรรม 7 ประการ ผลประโยชน์ขัดกัน จิตบริการ ความเที่ยงธรรม หน้าที่ผู้บังคับบัญชา และการวินิจฉัยสถานการณ์

6 หัวข้อ · อ่านประมาณ 49 นาที

อ่านฟรีได้ 2 จาก 6 หัวข้อ33%
หัวข้อ 1

โครงสร้างกติกาและขอบเขตของผู้ที่ต้องยึดถือ

จริยธรรมของข้าราชการพลเรือนมิได้ตั้งอยู่บนเอกสารฉบับเดียว กฎหมายมาตรฐานทางจริยธรรมวางหลักร่วม ประมวลจริยธรรมข้าราชการพลเรือนแปลงหลักนั้นเป็นกรอบสําหรับเจ้าหน้าที่กลุ่มนี้ และหน่วยงานอาจออกข้อกําหนดที่สอดคล้องกับความเสี่ยงเฉพาะของภารกิจ สําหรับสํานักงานปลัดกระทรวงการคลัง ต้องอ่านข้อกําหนดของสํานักงานปลัดกระทรวงการคลังและสํานักงานรัฐมนตรี กระทรวงการคลัง พ.ศ. 2566 ควบคู่กับประมวลและเอกสารแนบท้าย อ่านกติกาเป็นสามชั้น: มาตรฐานกลาง ประมวล และข้อกําหนดเฉพาะหน่วยงาน — พระราชบัญญัติมาตรฐานทางจริยธรรม พ.ศ. 2562 วางมาตรฐาน 7 ประการเป็นฐาน องค์กรกลางบริหารงานบุคคลจึงจัดทําประมวลสําหรับเจ้าหน้าที่แต่ละประเภท และหน่วยงานอาจเพิ่มข้อกําหนดให้เหมาะกับภารกิจเฉพาะโดยต้องไม่ต่ํากว่าฐานดังกล่าว

สําหรับวิชานี้ เอกสารหลักคือประมวลจริยธรรมข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2564 กับข้อกําหนดจริยธรรมของสํานักงานปลัดกระทรวงการคลังและสํานักงานรัฐมนตรี กระทรวงการคลัง พ.ศ. 2566 รวมเอกสารแนบท้ายที่เป็นพฤติกรรมควรกระทําและไม่ควรกระทํา การอ้างว่าทําตามประมวลแล้วจึงไม่ต้องสนใจข้อกําหนดของหน่วยงานนั้น ไม่ถูก เพราะข้อกําหนดหน่วยงานเพิ่มรายละเอียดให้เหมาะกับภารกิจและต้องยึดถือร่วมกัน ในบริบทการคลัง นโยบายเศรษฐกิจ และการบริการประชาชน เมื่อวินิจฉัยสถานการณ์ ให้หาหลักที่ถูกกระทบ ข้อเท็จจริงและอํานาจ ช่องทางปฏิบัติ หลักฐาน ความเสี่ยงต่อประชาชน แล้วเลือกวิธีที่ทั้งถูกกฎหมาย โปร่งใส เป็นธรรม และทําให้งานเดินต่อได้ ขอบเขตบุคคลและวันเริ่มใช้ของข้อกําหนด พ.ศ.

2566 — ข้อกําหนดนี้ใช้กับเจ้าหน้าที่ของรัฐใน สํานักงานปลัดฯ และสํานักงานรัฐมนตรี กระทรวงการคลัง ตามถ้อยคําข้อ 3 ไม่ควรขยายว่าใช้แทนข้อกําหนดของทุกกรมในสังกัดกระทรวงการคลัง ข้อ 2 กําหนดให้ใช้ตั้งแต่ วันถัดจากวันประกาศ เป็นต้นไป การถามวันใช้จึงต้องอ่านถ้อยคําในประกาศ ไม่สับสนกับวันที่ลงนาม วันที่นําขึ้นเว็บไซต์ หรือปีงบประมาณ ประมวลจริยธรรมข้าราชการพลเรือนมีผลใช้ตั้งแต่วันที่ 21 พฤษภาคม 2564 หลังประกาศในราชกิจจานุเบกษาวันที่ 20 พฤษภาคม 2564 และข้อ 5 ของประมวลให้กรรมการ พนักงานราชการ พนักงาน ลูกจ้าง และผู้ปฏิบัติงานอื่นยึดถือด้วย เมื่อพิจารณาบุคคลหนึ่ง ให้ตรวจสถานะ ต้นสังกัด และกติกาเฉพาะที่เกี่ยวข้องก่อน แต่หลักจริยธรรมไม่ใช่ช่องให้หลบด้วยชื่อตําแหน่ง

หากอยู่ในข่ายของข้อความก็ต้องยึดถือ เจ็ดหลักต้องทําพร้อมกัน ไม่ใช่เลือกคุณธรรมข้อเดียวกลบข้ออื่น — หลักทั้งเจ็ดคือ ยึดมั่นในสถาบันหลัก ซื่อสัตย์สุจริตและรับผิดชอบ กล้าทําสิ่งถูกต้อง คิดถึงส่วนรวม มุ่งผลสัมฤทธิ์ ปฏิบัติอย่างเที่ยงธรรม และดํารงตนเป็นแบบอย่างรักษาภาพลักษณ์ราชการ งานเร็วแต่ข้อมูลเท็จไม่ใช่ผลสัมฤทธิ์ บริการสุภาพแต่แทรกคิวคนรู้จักไม่ใช่จิตบริการ และการเชื่อฟังคําสั่งที่ผิดกฎหมายไม่ใช่วินัย หลักต่าง ๆ จึงทําหน้าที่ถ่วงดุลกัน ผลสัมฤทธิ์ต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย ความถูกต้อง คุณภาพ ความคุ้มค่า และสิทธิของประชาชน ขณะที่ความระมัดระวังไม่ควรถูกใช้เป็นข้ออ้างยื้อเรื่องโดยไม่มีเหตุ การวินิจฉัยที่ครบถ้วนระบุทั้งสิ่งที่ห้ามและวิธีทํางานต่อ เช่น คัดค้านการย้อนหลังเอกสาร

พร้อมเสนอวิธีแก้ข้อผิดพลาดที่ชอบด้วยกฎหมายและบันทึกตรวจสอบได้ ประมวลจริยธรรมกับจรรยาวิชาชีพเฉพาะต้องรักษาคู่กัน — ประมวลข้อ 3 วางหลักว่าผู้ที่มีกฎหมายหรือข้อบังคับกําหนดจรรยาวิชาชีพเฉพาะ นอกจากรักษาประมวลแล้วต้องยึดจรรยาวิชาชีพนั้นด้วย คําตอบจึงเป็น รักษาทั้งประมวลจริยธรรมและจรรยาวิชาชีพเฉพาะ ตัวอย่าง นักกฎหมาย ผู้ตรวจสอบ นักบัญชี หรือวิชาชีพที่มีมาตรฐานเฉพาะ อาจต้องรักษาความลับ ความเป็นอิสระ ความสามารถทางวิชาชีพ หรือการหลีกเลี่ยง ผลประโยชน์ขัดกัน เพิ่มจากหลักทั่วไป หากข้อกําหนดดูขัดกัน อย่าเลือกตามใจ ให้แยกฐานอํานาจ วัตถุประสงค์ ผู้มีอํานาจวินิจฉัย และขอคําแนะนําเป็นลายลักษณ์อักษร

ขณะเดียวกันต้องหยุดการกระทําที่เสี่ยงเสียหายเร่งด่วน มาตรฐานเฉพาะมีหน้าที่เพิ่มความเข้มตามความเสี่ยง ไม่ใช่อนุญาตให้ละเลยความซื่อสัตย์ ความเที่ยงธรรม หรือประโยชน์ส่วนรวมที่เป็นฐานร่วม ข้อกําหนดเฉพาะใช้กับเจ้าหน้าที่ของรัฐในสํานักงานปลัดฯ และสํานักงานรัฐมนตรี กระทรวงการคลังตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศ มิได้ใช้แทนข้อกําหนดของทุกกรมในกระทรวง ส่วนประมวลยังครอบคลุมบุคลากรตามข้อความของประมวลและต้องรักษาควบคู่กับจรรยาวิชาชีพเฉพาะ หลักทั้ง 7 ประการจึงเป็นกรอบร่วมที่ต้องพิจารณาพร้อมกัน ไม่มีหลักใดอนุญาตให้ใช้ความเร็ว ความเชื่อฟัง หรือภาพลักษณ์กลบความซื่อสัตย์ ความถูกต้อง และความเป็นธรรม

กติกาสามชั้นที่ทำงานร่วมกัน

  1. 1มาตรฐานทางจริยธรรมวางหลักร่วมของเจ้าหน้าที่ของรัฐและเป็นฐานให้แต่ละองค์กรกลางจัดทำประมวล
  2. 2ประมวลจริยธรรมข้าราชการพลเรือนกำหนดหลักประพฤติสำหรับข้าราชการพลเรือนและผู้ปฏิบัติงานที่อยู่ในขอบเขตของประมวล
  3. 3ข้อกำหนดเฉพาะสำนักงานปลัดกระทรวงการคลังเพิ่มรายละเอียดให้เหมาะกับภารกิจการคลัง นโยบายเศรษฐกิจ การบริการประชาชน และความเสี่ยงของหน่วยงาน
  4. 4จรรยาวิชาชีพและกฎหมายเฉพาะเพิ่มมาตรฐานตามวิชาชีพหรือหน้าที่โดยไม่ลดทอนหลักจริยธรรมร่วม
หัวข้อ 2

ความยึดมั่น ความซื่อสัตย์ และความกล้าทำสิ่งที่ถูกต้อง

การยึดมั่นในสถาบันหลักต้องแสดงผ่านการเคารพรัฐธรรมนูญ กฎหมาย ศักดิ์ศรีมนุษย์ และความแตกต่างของประชาชน ไม่ใช่การใช้ถ้อยคํากว้างเพื่อเลือกปฏิบัติหรือปิดการตรวจสอบ ความซื่อสัตย์ทําให้การตัดสินใจมีเหตุผลและหลักฐาน เปิดเผยได้ตามสิทธิ พร้อมรับผิดเมื่อเกิดผลเสีย ส่วนความกล้าทําสิ่งถูกต้องกําหนดให้เจ้าหน้าที่ไม่ยอมรับคําสั่งหรือวิธีการที่บิดเบือนข้อเท็จจริง แม้การคัดค้านจะทําให้งานยากขึ้น หลักที่หนึ่ง: ยึดมั่นในสถาบันหลักและเคารพความแตกต่าง — เจ้าหน้าที่พึงแสดงความภาคภูมิใจและรักษาผลประโยชน์ของชาติ ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญและกฎหมาย เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ และยึดหลักศาสนาที่ตนนับถือโดยเคารพความแตกต่างของผู้อื่น การยึดมั่นไม่ใช่เหตุเลือกปฏิบัติจากศาสนา ความคิดเห็น หรือภูมิหลัง การปฏิบัติงานยังต้องใช้กฎหมายกับทุกคนอย่างเที่ยงธรรมและเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ เมื่อสื่อสารในฐานะราชการ ต้องแยกข้อเท็จจริง นโยบาย และความเห็นส่วนบุคคล ใช้ถ้อยคําที่ไม่สร้างความเกลียดชัง และรักษาความไว้วางใจของประชาชนหลายกลุ่ม หากสถานการณ์พาดพิงสถาบันหลัก ให้ตอบด้วยการปฏิบัติตามกฎหมายและหน้าที่อย่างมีเหตุผล

ไม่ใช้ถ้อยคํากว้างเพื่อข้ามกระบวนการหรือปิดบังการตรวจสอบ หลักที่สอง: ซื่อสัตย์ โปร่งใส ตรวจสอบได้ และพร้อมรับผิด — การปฏิบัติหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา โปร่งใส ตรวจสอบได้ และพร้อมรับผิด สอดคล้องกับ ความซื่อสัตย์สุจริตและรับผิดชอบต่อหน้าที่ โดยต้องไม่แสวงหาประโยชน์มิชอบหรือทําให้ราชการเสียหาย ความโปร่งใสหมายถึงมีเหตุผล เอกสารและร่องรอยให้ผู้มีสิทธิตรวจสอบ ไม่ใช่เปิดข้อมูลทุกชนิด เพราะข้อมูลลับและข้อมูลส่วนบุคคลยังต้องคุ้มครองตามกฎหมาย ความรับผิดชอบไม่ได้จบที่บอกว่า “ทําตามคําสั่ง” ผู้ปฏิบัติยังต้องตรวจอํานาจ ความถูกต้อง และผลที่คาดได้ ส่วนผู้บังคับบัญชาต้องรับผิดทั้งคําสั่ง การกํากับ และวัฒนธรรมทีม การพบข้อผิดพลาดควรรักษาหลักฐาน แจ้งผู้เกี่ยวข้อง แก้ที่ต้นทาง ประเมินผลกระทบ และป้องกันซ้ํา ไม่ลบ บันทึก เพื่อให้ดูเหมือนไม่เคยเกิด แก้ข้อผิดพลาดอย่างรวดเร็วโดยไม่ปกปิด — เมื่อส่งข้อมูลผิดเพราะเร่งงานแล้วพบภายหลัง แนวทางที่รักษาทั้งผลงานและความรับผิดคือ แจ้งข้อผิดพลาด แก้ข้อมูลโดยเร็ว และพร้อมรับการตรวจสอบผลกระทบ

ต้องแจ้งตามความรุนแรงและผู้ใช้ข้อมูล เช่น ผู้อนุมัติ หน่วยงานปลายทาง หรือประชาชนที่อาจตัดสินใจจากข้อมูลเดิม พร้อมระบุฉบับแก้และเวลามีผล หาสาเหตุว่าเกิดจากข้อมูลต้นทาง การทบทวน การสื่อสาร หรือแรงกดดันด้านเวลา แล้วเพิ่ม การควบคุม ที่พอดี เช่น การตรวจสอบความถูกต้อง, การทบทวนโดยผู้ร่วมงาน, แบบตรวจรายการ หรือ เกณฑ์การอนุมัติ อย่าชะลอแจ้งเพื่อรอข้อมูลสมบูรณ์ หากผลกระทบยังดําเนินอยู่ ให้แจ้งเบื้องต้นว่ากําลังตรวจ พร้อมกําหนดรอบอัปเดตและไม่คาดเดาส่วนที่ยังไม่ทราบ รายงานผลจริงครบถ้วน แม้ตัวเลขต่ํากว่าเป้า — เมื่อหัวหน้าขอให้ตัดผลที่ต่ํากว่าเป้าออก ควร รายงานข้อมูลจริงครบถ้วน พร้อมอธิบายสาเหตุและแผนแก้ไข เพราะรายงานที่สวยจากการคัดข้อมูลทําให้ผู้บริหารตัดสินใจผิดและทําลายร่องรอยรับผิด แยกข้อเท็จจริง การวิเคราะห์ และข้อเสนอให้ชัด ระบุข้อจํากัดข้อมูล ตัวหาร นิยามตัวชี้วัด และช่วงเวลา เพื่อไม่ใช้ตัวเลขจริงแต่สร้างภาพผิดด้วยบริบทที่หายไป ถ้าพบคําสั่งให้บิดข้อมูล ให้ยืนยันขอบเขตเป็นลายลักษณ์อักษร ชี้ผลกฎหมาย/จริยธรรม และใช้ช่องทางรายงานเมื่อจําเป็น ขณะเดียวกันเสนอ

แผงข้อมูล หรือคําอธิบายที่ช่วยบริหารโดยไม่ปกปิด ผลต่ําไม่เท่ากับผู้ปฏิบัติล้มเหลวเสมอ แต่เหตุที่ยอมรับได้ต้องมีหลักฐานและ ผู้รับผิดชอบการแก้ไข การเปิดความจริงทําให้แก้ระบบได้ ส่วนการซ่อนทําให้ปัญหากลับมาแพงกว่าเดิม หลักที่สาม: กล้าตัดสินใจและยืนหยัดในสิ่งถูกต้อง — หลักนี้ให้กล้าคัดค้านสิ่งไม่ถูกต้อง กล้าเปิดเผยหรือรายงานการทุจริต ใช้ดุลพินิจโดยปราศจากอคติ และไม่ทําสิ่งไม่เหมาะสมเพียงเพื่อรักษาผลประโยชน์หรือสถานะตน ความกล้าต้องมีฐานข้อเท็จจริง กฎหมาย และช่องทางรับผิด ไม่ใช่กล่าวหาในสาธารณะโดยไม่ตรวจจนทําลายสิทธิผู้อื่น หรือใช้คําว่าจริยธรรมข้ามกระบวนการสอบข้อเท็จจริง เมื่อพบเหตุอันควรสงสัยทุจริต ให้ เปิดเผยหรือรายงานต่อผู้มีหน้าที่รับผิดชอบตามช่องทาง รักษาหลักฐานและความลับเท่าที่จําเป็น ไม่เผชิญผู้ต้องสงสัยจนหลักฐานเสี่ยงสูญ การรายงานโดยสุจริตควรได้รับการคุ้มครองและตรวจอย่างเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย ผลตรวจต่างจากข้อสงสัยไม่ได้แปลว่าผู้รายงานผิด หากรายงานด้วยฐานและเจตนาสุจริต

รับมือคําสั่งที่อาจผิดกฎหมายด้วยเหตุผลและช่องทาง — เมื่อถูกสั่งให้เปลี่ยนวันที่เอกสารย้อนหลังโดยไม่มีฐาน ขั้นแรกคือ ตรวจสอบข้อเท็จจริงและกฎหมาย แล้วคัดค้านหรือรายงานตามช่องทางรับผิดชอบ ไม่แก้ทันทีและไม่ปฏิเสธแบบไร้คําอธิบาย ถ้าคําสั่งเร่งด่วนขัดกฎหมายชัดเจน ให้ ชี้ข้อกฎหมาย คัดค้านอย่างมีเหตุผล และรายงานตามช่องทางโดยเร่งเสนอทางเลือกที่ชอบ เพื่อรักษาทั้งความถูกต้องและความต่อเนื่องของภารกิจ บันทึกคําสั่ง คําทักท้วง ความเห็นกฎหมาย ผู้ตัดสินใจ และการดําเนินการต่ออย่างเป็นกลาง อย่าปรุงแต่ง บันทึก ย้อนหลังหรือเผยแพร่เกินผู้มีหน้าที่ กรณีมีภัยหรือความเสียหายใกล้เกิด ให้ใช้กลไกเร่งด่วนที่กฎหมายอนุญาตและ การรายงานตามลำดับชั้น ตามระดับ ไม่ปล่อยงานเพียงเพราะเกิดข้อขัดแย้งกับผู้บังคับบัญชา ยกย่องผู้ทําถูกและสร้างความปลอดภัยให้ผู้รายงาน — ข้อกําหนด 3.3 ไม่เพียงให้ตนกล้าทําถูก แต่กล่าวถึงการยกย่องผู้ทําสิ่งถูกต้องด้วย เมื่อผู้ใต้บังคับบัญชารายงานความผิดปกติโดยสุจริต หัวหน้าควร

รับเรื่องตรวจสอบและยืนยันว่าการทําสิ่งถูกต้องควรได้รับการยกย่อง หัวหน้าต้องหยุดการล้อ ข่มขู่ ลดบทบาท หรือประเมินไม่เป็นธรรม แยกผู้รับเรื่องจากผู้ถูกร้องเมื่อมี ผลประโยชน์ขัดกัน และจํากัดข้อมูลผู้รายงานตามความจําเป็น กระบวนการต้องคุ้มครองผู้ถูกร้องด้วย ให้โอกาสชี้แจง ตรวจหลักฐาน และไม่ตัดสินจากข่าวลือ วัฒนธรรม การกล้ารายงาน ที่ดีจึงไม่ใช่การเชื่อผู้กล่าวหาทุกกรณี แต่เชื่อในกระบวนการยุติธรรม หลังปิดเรื่อง ควรสื่อสารผลในระดับที่กฎหมายอนุญาต ติดตาม การตอบโต้ผู้รายงาน และแก้ การควบคุม ที่ทําให้ความผิดปกติเกิด ไม่จบที่ลงโทษบุคคลอย่างเดียว เมื่อส่งข้อมูลผิด ต้องแจ้งข้อผิดพลาด แก้ข้อมูลโดยเร็ว และตรวจผลกระทบ ไม่ลบบันทึกหรือซ่อนตัวเลขที่ต่ํากว่าเป้า หากพบคําสั่งให้เปลี่ยนวันที่หรือรายงานเท็จ ต้องตรวจข้อเท็จจริงและกฎหมาย คัดค้านอย่างมีเหตุผล รายงานตามช่องทาง และเสนอทางเลือกที่ชอบด้วยกฎหมาย การรายงานข้อสงสัยโดยสุจริตต้องรักษาหลักฐานและคุ้มครองทั้งผู้รายงานกับผู้ถูกร้อง ผู้บังคับบัญชาจึงมีหน้าที่รับเรื่อง ตรวจอย่างเป็นธรรม และยืนยันว่าการทําสิ่งถูกต้องควรได้รับการยกย่อง

การตอบสนองต่อเหตุที่กระทบความซื่อสัตย์
สถานการณ์การดำเนินการทันทีการทำให้งานเดินต่ออย่างถูกต้อง
ข้อมูลที่รายงานผิดรักษาหลักฐาน แจ้งผู้ใช้ข้อมูล และระบุฉบับที่แก้ไขค้นหาสาเหตุ ปรับการตรวจ และติดตามผลกระทบ
ผลจริงต่ำกว่าเป้าหมายรายงานข้อมูลจริงครบถ้วนพร้อมข้อจำกัดและสาเหตุกำหนดผู้รับผิดชอบ แผนแก้ และรอบติดตาม
คำสั่งให้ย้อนหลังเอกสารหรือบิดข้อมูลตรวจฐานกฎหมาย ขอความชัดเจน และคัดค้านเป็นลายลักษณ์อักษรเสนอการออกเอกสารแก้ไขหรือคำชี้แจงที่รักษาร่องรอยเดิม
เหตุอันควรสงสัยว่าทุจริตเก็บหลักฐาน รักษาความลับ และรายงานผู้มีหน้าที่คุ้มครองผู้รายงาน เปิดโอกาสชี้แจง และแก้ช่องโหว่ของระบบ
อ่านสรุปฉบับเต็มทุกหัวข้อ
สมาชิก PRO ระบบจะจำหัวข้อที่อ่านค้างไว้ให้ด้วย
PRO 99 บาท/เดือน

เนื้อหาสรุปนี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาส่วนบุคคล ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ หรือนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต

สรุปประมวลจริยธรรมข้าราชการพลเรือนและข้อกำหนดจริยธรรมของสำนักงานปลัดกระ… | ติวสอบภาค ข