สารบัญ6 หัวข้อหลัก
- 1.อ่านสิทธิจากฉบับรวมและกำหนดวันเริ่มสิ้นให้ถูกต้อง
- 2.การมาปฏิบัติราชการและรอบจ่ายไม่ใช่เรื่องเดียวกับจำนวนสิทธิ
- 3.เงินช่วยพิเศษเมื่อถึงแก่ความตายและลำดับผู้รับ
- 4.สิทธิเงินเดือนระหว่างลาขึ้นอยู่กับประเภทและองค์ประกอบ
- 5.การลาและภารกิจพิเศษต้องพิสูจน์วัตถุประสงค์หลัก
- 6.บำเหน็จบำนาญ การกลับรับราชการ และสิทธิหลังเสียชีวิต
อ่านสิทธิจากฉบับรวมและกำหนดวันเริ่มสิ้นให้ถูกต้อง
พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ครอบคลุมเงินหลายประเภทและถูกแก้ไขต่อเนื่อง การใช้ข้อความจากฉบับหลักเพียงอย่างเดียวจึงอาจให้ผลตรงข้ามกับกฎหมายปัจจุบัน ขั้นแรกต้องทําแผนที่ว่าบทใดถูกแทนที่ เพิ่มเติม หรือยกเลิก แล้วจึงอ่านคํานิยาม วันเริ่มใช้ และบทเฉพาะของฉบับแก้ประกอบกัน โดยเฉพาะฉบับที่ 6 ซึ่งรองรับการจ่ายเงินเดือนสองรอบและมีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2567 อ่านกฎหมายแบบฉบับรวม: เริ่มจากสถานะของแต่ละมาตรา — พระราชกฤษฎีกา พ.ศ. 2535 ต้องอ่านโดย ประกอบฉบับหลักกับฉบับแก้ตามมาตราที่ถูกแทน เพิ่ม หรือยกเลิก ไม่ใช้ไฟล์ฉบับหลักปี 2535 เพียงฉบับเดียว เพราะผลอาจตรงข้ามกฎหมายปัจจุบัน ตัวอย่างบทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง
และบทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง ถูกฉบับที่ 4 ยกเลิกมาตราทั้งสองแล้ว ส่วนฉบับที่ 5 ก็ต้องตรวจในบทที่เกี่ยวข้อง จึงไม่ควรสร้างคําตอบจากข้อความเดิม ฉบับที่ 6 พ.ศ. 2566 ใช้บังคับ 1 มกราคม 2567 และแก้นิยามกับบทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง เพื่อรองรับการจ่ายเงินเดือนสองรอบโดยสมัครใจ เมื่อข้อความเดิมขัดกันต้องใช้คํานิยามที่ฉบับที่ 6 บัญญัติแทนข้อความเดิม ไม่อ่านเอกสารเก่าโดยไม่ทํา amendment map คํานิยาม “เงินเดือน” ปัจจุบันตามฉบับที่ 6 คือ เงินเดือนและเงินอื่นที่กําหนดอัตราจ่ายรายเดือนจากงบบุคลากรในลักษณะเงินเดือน การจะรวมเงินชนิดใดจึงต้องดูแหล่งงบ ลักษณะจ่าย และกฎหมายเฉพาะ ไม่ใช่เรียกรวมสิทธิทุกอย่างที่เข้าบัญชีพร้อมเงินเดือน คําว่า “ข้าราชการ” บางบทถูกขยายเพื่อประโยชน์บทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง
โดยฉบับที่ 4 แบบเก่าที่ผูกเฉพาะผู้รับจากหมวดเงินเดือนจึง อาจตัดบุคคลที่ฉบับที่ 4 ขยายให้รวมเพื่อประโยชน์บทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง การอ่านบทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง ปัจจุบันต้องใช้ฉบับที่ 4 ประกอบฉบับที่ 6 สิทธิเงินเดือนพื้นฐาน: วันเริ่ม วันสิ้น และกรณีไม่เต็มเดือน — ผู้บรรจุใหม่มีสิทธิเงินเดือนตั้งแต่ วันที่เริ่มเข้าปฏิบัติหน้าที่ราชการ ไม่ใช่วันที่ลงนามคําสั่งหรือวันต้นเดือน หากมีสิทธิไม่เต็มเดือนให้ จ่ายตามส่วนของจํานวนวันที่มีสิทธิในเดือนนั้น ตามหลักและวิธีคํานวณที่ใช้กับเดือนนั้น ข้าราชการถึงแก่ความตายระหว่างรับราชการจ่ายเงินเดือนถึงวันที่ถึงแก่ความตาย
ส่วนผู้เกษียณตามกฎหมายบําเหน็จบํานาญมีสิทธิถึง วันสิ้นปีงบประมาณ ต้องแยกเหตุพ้นราชการเพราะวันสิ้นสิทธิต่างกัน ผู้ลาออกซึ่งต้องส่งมอบงานต่อหลังวันลาออกอาจจ่ายถึงวันส่งมอบ แต่ไม่เกิน 15 วัน การขยายนี้ผูกกับการส่งมอบตามเงื่อนไข ไม่ใช่ต่ออายุราชการทั่วไป และต้องมีคําสั่ง/หลักฐานวันส่งมอบจริง ผู้มีสิทธิรับเงินปีในปีหนึ่งให้จ่าย เต็มทั้งปีไม่ว่ากรณีเป็นประการใด ตามบทเฉพาะ ขณะที่เงินประจําตําแหน่งของผู้ดํารงตําแหน่งตามบทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง สิ้นสุด วันก่อนวันพ้นจากตําแหน่ง จึงไม่ใช้กฎเงินเดือนหรือเงินปีแทนกัน การย้าย โอน เลื่อนอัตรา และคําสั่งที่ต้องมีสาระครบ — เมื่อสังกัดเดิมจ่ายเงินล่วงล้ําหลังคําสั่งโอน สังกัดใหม่เบิกหักผลักส่งใช้สังกัดเดิมโดยไม่เบิกเป็นตัวเงิน
เพื่อปรับบัญชีระหว่างส่วนราชการตามวิธีที่กฎหมายกําหนด การเปลี่ยนสังกัดกับการเปลี่ยนวันจ่าย ไม่ เป็นคนละมาตราและคนละขั้นตอน จึงต้องทํารายการแยกกัน คําสั่งเลื่อนเงินเดือนที่ระบุมีผล 1 เมษายน ให้เริ่มอัตราใหม่วันที่ 1 เมษายนตามคําสั่ง ไม่ใช้วันที่เจ้าหน้าที่บันทึกเข้าระบบ หากคําสั่งแต่งตั้งตําแหน่งใหม่ไม่ระบุอัตราเงินเดือน ย่อม ขาดสาระที่บทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง กําหนดให้คําสั่งต้องระบุ ต้องแก้คําสั่งให้ครบก่อนเบิก ผู้ถูกตัดเงินเดือนแล้วย้ายตําแหน่งก่อนพ้นโทษต้อง คงตัดต่อไปตามโทษเดิม การย้ายไม่ล้างโทษทางวินัย
ส่วนอัตราเงินเดือนของผู้ถูกสั่งพักราชการ ไม่ถือเป็นอัตราว่าง จึงไม่ควรนําไปใช้บรรจุคนอื่นเพียงเพราะไม่มีผู้ปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราว การตรวจคําสั่งต้องดูผู้มีอํานาจ วันมีผล ตําแหน่ง อัตรา เหตุผล และผลต่อการจ่ายย้อนหลัง พร้อมแยกคําสั่งบุคคลออกจากขั้นตอน e-Payroll ระบบช่วยคํานวณแต่ไม่ทําให้คําสั่งที่ขาดสาระชอบด้วยกฎหมาย เมื่อสถานะของบทบัญญัติชัดเจน การคํานวณต้องยึดวันที่เกิดสิทธิและคําสั่งที่มีสาระครบ ผู้บรรจุใหม่ ผู้ถึงแก่ความตาย ผู้เกษียณ ผู้ลาออก ผู้ย้าย และผู้เลื่อนอัตรามีจุดเริ่มหรือสิ้นสิทธิแตกต่างกัน ระบบเงินเดือนทําหน้าที่ประมวลผลตามข้อมูลเท่านั้น ไม่ทําให้คําสั่งที่ขาดผู้มีอํานาจ วันมีผล ตําแหน่ง หรืออัตราเงินเดือนกลับมาสมบูรณ์ได้
เอกสารสี่ชั้นก่อนคำนวณเงิน
- 1ฉบับหลักและฉบับแก้ตรวจว่าข้อความใดยังใช้ ถูกแทน ถูกเพิ่ม หรือถูกยกเลิก พร้อมวันเริ่มบังคับ
- 2คำสั่งทางการบริหารงานบุคคลยืนยันผู้มีอำนาจ ตำแหน่ง อัตรา เหตุ และวันที่มีผลต่อสิทธิ
- 3ข้อเท็จจริงการปฏิบัติราชการตรวจวันเริ่มงาน วันพ้นราชการ การส่งมอบ การย้าย และสถานะการลา
- 4ข้อมูลในระบบจ่ายตรงบันทึกผลตามกฎหมายและคำสั่ง พร้อมกระทบยอดย้อนหลังโดยไม่ให้ระบบสร้างสิทธิใหม่
การมาปฏิบัติราชการและรอบจ่ายไม่ใช่เรื่องเดียวกับจำนวนสิทธิ
จํานวนเงินที่มีสิทธิและจํานวนครั้งที่โอนเข้าบัญชีเป็นคนละเรื่อง การเลือกจ่ายเดือนละครั้งหรือสองครั้งเปลี่ยนกระแสเงินสดและจังหวะหักรายการ แต่ไม่เพิ่มหรือลดสิทธิรายเดือน ข้าราชการเลือกได้ตามหลักเกณฑ์ของกรมบัญชีกลาง หน่วยงานไม่มีอํานาจบังคับให้ทุกคนเปลี่ยนพร้อมกัน และกลไกใหม่นี้มิได้ทําให้บํานาญกลายเป็นเงินที่จ่ายสองรอบโดยอัตโนมัติ
ไม่มาปฏิบัติราชการ ละทิ้งหน้าที่ และหนีราชการ — ข้าราชการละทิ้งหน้าที่โดยไม่มีเหตุอันสมควรให้ ไม่จ่ายสําหรับวันที่ละทิ้งหน้าที่ ต้องมีข้อเท็จจริงและกระบวนการที่ระบุวันชัด ไม่หักเงินเดือนจากความสงสัยหรือใช้แทนโทษวินัยโดยไม่มีฐาน กรณีไม่มาปฏิบัติราชการอื่นนอกจากละทิ้งหน้าที่หรือหนีราชการ สิทธิเงินเดือนเป็นไปตาม กฎหมายที่เกี่ยวข้องหรือตามที่อธิบดีกรมบัญชีกลางกําหนด จึงต้องจําแนกเหตุ เช่นลาได้รับอนุญาต ขาดงาน เหตุสุดวิสัย หรือคําสั่งให้ไปปฏิบัติภารกิจ ถ้าข้าราชการตายในระหว่างหนีราชการ กฎหมาย
ห้ามจ่ายเงินช่วยพิเศษ ตามบทเฉพาะ ต้องมีหลักฐานสถานะในวันที่เสียชีวิต ไม่เอาการสอบสวนที่ยังไม่ยุติมาแทนข้อเท็จจริงโดยไม่ตรวจอํานาจ แบบตรวจสอบที่ดีแยกสามเรื่อง: จ่ายเงินเดือนวันใดหรือไม่ การดําเนินวินัยเป็นอย่างไร และสิทธิเงินช่วยพิเศษหลังตายมีหรือไม่ ทั้งสามอาจใช้ข้อเท็จจริงร่วมกันแต่มีบทและผลต่างกัน เงินเดือนหนึ่งหรือสองรอบ: สิทธิเลือกตามหลักกรมบัญชีกลาง — บทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง ปัจจุบันให้จ่ายเงินเดือนข้าราชการตามหลักเกณฑ์ของ กรมบัญชีกลาง และฉบับที่ 6
รองรับกรณีคณะรัฐมนตรีกําหนดให้จ่ายเดือนละสองครั้ง ข้าราชการเลือกแบบครั้งเดียวหรือสองครั้งตามหลักเกณฑ์กรมบัญชีกลาง ไม่ใช่หน่วยงานบังคับทุกคนให้เปลี่ยน การเลือกจํานวนรอบเป็นเรื่องกระแสเงินสดและการหักรายการใน e-Payroll ไม่เปลี่ยนจํานวนสิทธิรายเดือนหรือฐานกฎหมายเงินเดือน หน่วยงานต้องแจ้งผลต่อวันเงินเข้า รายการหัก และช่วงเปลี่ยนแปลงความประสงค์อย่างชัดเจน การเพิ่มรอบจ่ายตามฉบับที่ 6 อยู่เฉพาะบทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง จึง ไม่ เพราะเพิ่มเฉพาะบทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง
เมื่อตอบว่าบํานาญเปลี่ยนเป็นสองรอบโดยอัตโนมัติ วันจ่ายเงินเดือนกับบํานาญปัจจุบันต่างกันคือ เงินเดือนอาจจ่ายสองครั้ง บํานาญไม่มี หลักสองรอบตามฉบับนี้ ข้อความบทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง เดิมที่ว่า “จ่ายวันทําการสุดท้าย” ล้าสมัยเพราะฉบับที่ 4 แก้วันจ่ายแล้ว และฉบับที่ 6 เพิ่มกลไกสองรอบ การใช้ปฏิทินจ่ายจริงต้องตรวจหลักกรมบัญชีกลางของปีนั้น ไม่ดึงวันเก่าจากไฟล์รวมที่ไม่อัปเดต
ส่วนการไม่มาปฏิบัติราชการต้องแยกข้อเท็จจริงให้ละเอียด การละทิ้งหน้าที่โดยไม่มีเหตุอันสมควรมีผลไม่จ่ายสําหรับวันที่ระบุ ขณะที่การลา เหตุสุดวิสัย การขาดงาน หรือการหนีราชการอาจใช้กฎหมายและผลต่างกัน การหักเงินเดือนจึงต้องเกิดหลังวินิจฉัยสถานะของวันอย่างมีหลักฐาน และต้องแยกจากโทษวินัยหรือสิทธิเงินช่วยพิเศษเมื่อถึงแก่ความตาย แม้จะอาศัยเหตุการณ์เดียวกันก็ตาม
เนื้อหาสรุปนี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาส่วนบุคคล ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ หรือนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต