กลับไปทำข้อสอบวิชานี้

พระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2566 และที่แก้ไขเพิ่มเติม

อ่านกฎหมายเป็นระบบเดียว ตั้งแต่การแลกข้อมูลและหยุดเส้นทางเงิน ไปจนถึงการคืนทรัพย์ ความรับผิดของผู้ให้บริการ และความผิดของเครือข่ายบัญชี–ซิม

6 หัวข้อ · อ่านประมาณ 25 นาที · มีต้นฉบับจาก mdes.go.th

เปิดเนื้อหาฉบับเต็ม
อ่านฟรีได้ 2 จาก 6 หัวข้อ33%
หัวข้อ 1

บทที่ 1 จากภัยโอนเร็วสู่กฎหมายที่เชื่อมทั้งระบบ

พระราชกำหนดฉบับ พ.ศ. 2566 เกิดจากลักษณะเฉพาะของการหลอกลวงผ่านโทรศัพท์และวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ เงินที่ได้จากผู้เสียหายสามารถถูกโอนไปตามบัญชีหลายทอดในเวลาอันสั้น การบังคับใช้กฎหมายแบบที่แต่ละหน่วยงานถือข้อมูลของตนจึงตามเส้นทางเงินไม่ทัน กฎหมายนี้วางกลไกฉุกเฉินให้ผู้ให้บริการทางการเงิน ผู้ให้บริการโทรคมนาคม และหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายเปิดเผยข้อมูล ระงับธุรกรรม และรับคำร้องทุกข์เชื่อมต่อกัน เป้าหมายมิใช่เพียงลงโทษภายหลัง แต่ต้องหยุดการเคลื่อนย้ายทรัพย์สินก่อนที่เงินจะหลุดออกจากระบบซึ่งติดตามได้

คำว่า “อาชญากรรมทางเทคโนโลยี” ครอบคลุมการกระทำหรือพยายามกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์เพื่อฉ้อโกง กรรโชก หรือรีดเอาทรัพย์ ตลอดจนการฉ้อโกง กรรโชก หรือรีดเอาทรัพย์ที่ใช้ระบบคอมพิวเตอร์เป็นเครื่องมือ ขอบเขตจึงยึดทั้งฐานความผิดและบทบาทของเทคโนโลยี ไม่ได้หมายถึงปัญหาคอมพิวเตอร์ทุกชนิด เมื่อพบเหตุอันควรสงสัย กลไกตามพระราชกำหนดจะเชื่อมข้อมูลบัญชี ธุรกรรม การลงทะเบียนผู้ใช้บริการ และข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์เข้ากับการหยุดธุรกรรมและการสอบสวน

ผู้เกี่ยวข้องและสิ่งที่แต่ละฝ่ายมองเห็น
กลุ่มบทบาทในระบบ
สถาบันการเงินและผู้ประกอบธุรกิจเห็นบัญชี ธุรกรรม เงินอิเล็กทรอนิกส์ และกระเป๋าสินทรัพย์ดิจิทัล พร้อมระงับและส่งต่อสัญญาณ
ผู้ให้บริการโทรศัพท์และโทรคมนาคมเห็นการลงทะเบียน การใช้บริการ ข้อมูลจราจร และบริการสารสั้นที่อาจเป็นช่องทางก่อเหตุ
ตำรวจ กรมสอบสวนคดีพิเศษ และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินตรวจสอบพยานหลักฐาน ดำเนินคดี ติดตามทรัพย์ และเชื่อมข้อมูลจากผู้ให้บริการ
ศปอท. และหน่วยงานกำกับรับแจ้ง ประสานคำสั่ง วิเคราะห์ความเชื่อมโยง ประกาศข้อมูล และกำหนดมาตรฐานป้องกัน

ฉบับแก้ไข พ.ศ. 2568 ขยายคำว่า “ผู้ประกอบธุรกิจ” จากผู้ประกอบธุรกิจตามกฎหมายว่าด้วยระบบการชำระเงินให้รวมผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลตามกฎหมายเฉพาะ พร้อมเพิ่ม “กระเป๋าสินทรัพย์ดิจิทัล” ซึ่งเป็นระบบจัดเก็บสินทรัพย์ดิจิทัล และทำให้ “บัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์” รวมถึงบัญชีสินทรัพย์ดิจิทัล การขยายนี้ปิดช่องว่างระหว่างเงินในบัญชีธนาคาร เงินอิเล็กทรอนิกส์ และทรัพย์สินที่ย้ายเข้าสู่ระบบสินทรัพย์ดิจิทัล เพราะอาชญากรรมหนึ่งเหตุอาจเปลี่ยนรูปทรัพย์สินและใช้ผู้ให้บริการหลายประเภทต่อเนื่องกัน

กลไกของกฎหมายทำงานเป็นวงจรเดียวกัน ชั้นแรกคือการป้องกันด้วยมาตรฐานของหน่วยงานกำกับและการคัดกรองบริการ ชั้นที่สองคือการแลกเปลี่ยนข้อมูลเพื่อเห็นบัญชี บุคคล กระเป๋า หรือเลขหมายที่สัมพันธ์กัน ชั้นที่สามคือการระงับธุรกรรมหรือบริการเมื่อปรากฏเหตุอันควรเชื่อ ชั้นที่สี่คือการร้องทุกข์ การสอบสวน และการตรวจสอบทรัพย์สิน ชั้นสุดท้ายคือการคืนเงินและกำหนดความรับผิดของผู้เกี่ยวข้อง กฎหมายจึงจัดความเร็วของเทคโนโลยีให้เผชิญกับความเร็วของข้อมูล คำสั่ง และการประสานงานภาครัฐ

การอ่านพระราชกำหนดทั้งสองฉบับต้องมองฉบับแก้ไขเป็นส่วนหนึ่งของกติกาเดิม มิใช่กฎหมายคนละระบบ ขั้นตอนระงับธุรกรรมและรับแจ้งจากผู้เสียหายในฉบับตั้งต้นยังเป็นแกนกลาง ส่วนฉบับแก้ไขเพิ่มสินทรัพย์ดิจิทัล มาตรฐานป้องกัน ศูนย์ปฏิบัติการ การคืนเงิน ความรับผิดร่วม และฐานความผิดใหม่ ผลที่ได้คือระบบซึ่งเริ่มก่อนเกิดเหตุด้วยการป้องกัน เดินหน้าทันทีเมื่อพบสัญญาณผิดปกติ และยังติดตามไปถึงการเยียวยาเมื่อสามารถระบุตัวผู้เสียหายกับเงินที่เกี่ยวข้องได้ ความเชื่อมต่อระหว่างบทบาทจึงสำคัญกว่าการจำหน้าที่ของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งแยกออกจากกันเสมอ

หัวข้อ 2

บทที่ 2 ข้อมูลร่วมและมาตรฐานป้องกันก่อนความเสียหาย

เมื่อมีเหตุอันควรสงสัยว่ามีหรืออาจมีอาชญากรรมทางเทคโนโลยี สถาบันการเงินและผู้ประกอบธุรกิจต้องเปิดเผยหรือแลกเปลี่ยนข้อมูลบัญชีและธุรกรรมของลูกค้าที่เกี่ยวข้องผ่านระบบหรือกระบวนการซึ่งหน่วยงานรัฐและหน่วยงานกำกับเห็นชอบร่วมกัน หลังการแก้ไข ข้อมูลดังกล่าวรวมเลขที่กระเป๋าสินทรัพย์ดิจิทัลด้วย การแลกเปลี่ยนมิใช่การส่งข้อมูลอย่างไร้ขอบเขต แต่ผูกกับวัตถุประสงค์เพื่อป้องกัน ปราบปราม หรือระงับอาชญากรรม และต้องแจ้งหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินเพื่อใช้ข้อมูลตามหน้าที่

ด้านโทรคมนาคม ผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์ ผู้ให้บริการโทรคมนาคมอื่น และผู้ให้บริการที่เกี่ยวข้องต้องแลกเปลี่ยนข้อมูลการให้บริการผ่านระบบที่หน่วยงานด้านดิจิทัลและสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติเห็นชอบ หากตำรวจ กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินจำเป็นต้องทราบข้อมูลลงทะเบียนผู้ใช้หรือข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ หน่วยงานนั้นสั่งให้เปิดเผยข้อมูลเท่าที่จำเป็นได้ และผู้ให้บริการต้องส่งภายในเวลาที่กำหนด

ฉบับแก้ไขยกระดับจากการแลกข้อมูลหลังพบเหตุไปสู่การกำหนดมาตรฐานป้องกัน หน่วยงานกำกับด้านการเงิน สินทรัพย์ดิจิทัล โทรคมนาคม และธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์มีอำนาจกำหนดมาตรฐานหรือมาตรการที่ผู้รับการกำกับต้องถือปฏิบัติ ผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์และโทรคมนาคมต้องตรวจสอบเพื่อคัดกรองเนื้อหาบริการสารสั้นหรือ SMS ที่อาจเกี่ยวข้องกับอาชญากรรมตามมาตรฐานที่กำหนด แนวคิดสำคัญคือให้จุดเชื่อมต่อซึ่งเห็นสัญญาณก่อนความเสียหายมีหน้าที่คัดกรอง มิใช่รอให้ผู้เสียหายแจ้งแล้วจึงเริ่มทำงาน

ข้อมูลซึ่งไหลระหว่างหน่วยงานมีความอ่อนไหวสูง กฎหมายจึงอนุญาตการเปิดเผย แลกเปลี่ยน เข้าถึง เก็บ รวบรวม หรือใช้ข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อภารกิจตามพระราชกำหนด โดยไม่ให้อยู่ภายใต้ข้อจำกัดบางประการของกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล แต่ผู้ที่ได้รับหรือครอบครองข้อมูลยังห้ามเปิดเผยแก่บุคคลซึ่งไม่มีหน้าที่เกี่ยวข้อง ข้อยกเว้นจึงเป็นเครื่องมือให้การหยุดเหตุทำได้ทันเวลา ไม่ใช่ใบอนุญาตให้เผยแพร่ข้อมูลทั่วไป ผู้ปฏิบัติต้องรักษาความสัมพันธ์ระหว่างความจำเป็นของข้อมูลกับหน้าที่เฉพาะของผู้รับเสมอ

โครงข่ายข้อมูลที่ดีต้องทำให้แต่ละฝ่ายเห็นเฉพาะสิ่งที่จำเป็นและส่งสัญญาณต่อได้โดยไม่ขาดตอน สถาบันการเงินเห็นบัญชีและธุรกรรม ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลเห็นกระเป๋าและการเคลื่อนย้ายสินทรัพย์ ผู้ให้บริการโทรคมนาคมเห็นการลงทะเบียนและร่องรอยการใช้บริการ ส่วนหน่วยงานรัฐเชื่อมข้อเท็จจริงเหล่านี้เพื่อประเมินเหตุอันควรสงสัย เมื่อข้อมูลชิ้นหนึ่งนำไปสู่การระงับ ต้องส่งต่อสถานะให้ผู้รับโอนทุกทอดและผู้เกี่ยวข้องทราบตามกฎหมาย ระบบจึงเปลี่ยนข้อมูลแยกส่วนให้เป็นเส้นทางซึ่งใช้ตัดวงจรอาชญากรรมได้ พร้อมทิ้งหลักฐานให้ตรวจสอบการตัดสินใจย้อนหลัง

อ่านสรุปฉบับเต็มทุกหัวข้อ
สมาชิก PRO ระบบจะจำหัวข้อที่อ่านค้างไว้ให้ด้วย
PRO 99 บาท/เดือน
เนื้อหาฉบับเต็มต้นฉบับจาก mdes.go.thเปิดต้นฉบับ

เนื้อหาสรุปนี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาส่วนบุคคล ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ หรือนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต