กลับไปทำข้อสอบวิชานี้

พระราชบัญญัติการบริหารงานและการให้บริการภาครัฐผ่านระบบดิจิทัล พ.ศ. 2562

หลักรัฐบาลดิจิทัล แผนและกลไกกำกับ ธรรมาภิบาลข้อมูล หน้าที่หน่วยงาน การแลกเปลี่ยน และบริการที่ประชาชนตรวจสอบได้

6 หัวข้อ · อ่านประมาณ 25 นาที · มีต้นฉบับจาก ratchakitcha.soc.go.th

เปิดเนื้อหาฉบับเต็ม
อ่านฟรีได้ 2 จาก 6 หัวข้อ33%
หัวข้อ 1

บทที่ 1 จากบริการแยกส่วนสู่ความหมายของรัฐบาลดิจิทัล

พระราชบัญญัติการบริหารงานและการให้บริการภาครัฐผ่านระบบดิจิทัล พ.ศ. 2562 ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2562 และใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศ เหตุผลของกฎหมายเกิดจากการที่เทคโนโลยีก้าวหน้าและเข้าไปอยู่ในวิถีชีวิตกับธุรกิจของประชาชน แต่การบริหารและบริการภาครัฐยังใช้ประโยชน์ได้ไม่เต็มศักยภาพ ฐานข้อมูลกระจัดกระจาย กระบวนงานไม่เชื่อมกัน และประชาชนต้องส่งหลักฐานเดิมซ้ำแก่หลายหน่วย กฎหมายจึงวางกรอบร่วมเพื่อเปลี่ยนทั้งข้อมูล วิธีทำงาน และความสัมพันธ์ระหว่างรัฐกับผู้รับบริการ

คำว่า “ดิจิทัล” ในกฎหมายหมายถึงเทคโนโลยีที่ใช้สัญลักษณ์ศูนย์และหนึ่งหรือสัญลักษณ์อื่นแทนค่าสิ่งต่าง ๆ เพื่อสร้างระบบให้มนุษย์ใช้ประโยชน์ นิยามนี้เปิดกว้างกว่าชื่ออุปกรณ์หรือซอฟต์แวร์ชนิดใดชนิดหนึ่ง และรองรับการพัฒนาเทคโนโลยีโดยไม่ต้องแก้ถ้อยคำทุกครั้ง ส่วน “รัฐบาลดิจิทัล” หมายถึงการนำเทคโนโลยีดิจิทัลเป็นเครื่องมือบริหารงานภาครัฐและบริการสาธารณะ โดยปรับการบริหารจัดการ บูรณาการข้อมูล และเชื่อมการทำงานอย่างมั่นคงปลอดภัยกับมีธรรมาภิบาล เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ อำนวยความสะดวก เปิดเผยข้อมูล และสร้างการมีส่วนร่วม

รัฐบาลดิจิทัลจึงไม่เท่ากับการสแกนเอกสารหรือเปิดเว็บไซต์รับคำขอ หากหน่วยงานยังให้ประชาชนกรอกข้อมูลเดียวกันหลายรอบ เจ้าหน้าที่พิมพ์ข้อมูลจากหน้าจอลงระบบหลังบ้านอีกครั้ง หรือการอนุมัติยังเดินตามสายกระดาษ ระบบนั้นเพียงมีช่องทางอิเล็กทรอนิกส์แต่กระบวนงานยังเหมือนเดิม การเปลี่ยนผ่านตามกฎหมายต้องออกแบบบริการจากเหตุการณ์ของประชาชน เชื่อมข้อมูลที่รัฐมีอยู่แล้ว กำหนดมาตรฐานให้ระบบทำงานร่วมกัน และรักษาหลักฐานดิจิทัลให้เชื่อถือได้ตลอดเส้นทางการตัดสินใจ

ขอบเขตคำว่า “หน่วยงานของรัฐ” กว้าง ครอบคลุมราชการส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค ส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน รัฐสภา ศาล องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ องค์กรอัยการ สถาบันอุดมศึกษาของรัฐ และหน่วยงานอิสระของรัฐ การกำหนดเช่นนี้สะท้อนว่าประชาชนไม่ควรต้องรับภาระจากเส้นแบ่งองค์กรหรือประเภทนิติบุคคลของรัฐ อย่างไรก็ดี แต่ละหน่วยยังต้องดำเนินการภายในหน้าที่และอำนาจของตน การเชื่อมข้อมูลจึงไม่ใช่การเปิดให้ทุกแห่งเข้าถึงทุกอย่างโดยไม่มีขอบเขต

วัตถุประสงค์ของกฎหมายสัมพันธ์กันห้าด้าน ได้แก่ ใช้ระบบดิจิทัลอย่างเหมาะสมและคุ้มค่า พัฒนามาตรฐานกับโครงสร้างพื้นฐานให้เชื่อมโยงกัน สร้างความมั่นคงปลอดภัยและคุ้มครองข้อมูล เปิดข้อมูลสาธารณะเพื่อการเข้าถึง การตรวจสอบและนวัตกรรม และใช้ข้อมูลเพิ่มวินัยการเงินการคลังกับความคุ้มค่างบประมาณ กลไกเหล่านี้ยังต้องเปิดให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมและนำข้อมูลสาธารณะไปต่อยอดประโยชน์ของประเทศ ความสำเร็จจึงต้องดูทั้งความสะดวกของประชาชน ประสิทธิภาพหลังบ้าน คุณภาพข้อมูล สิทธิของบุคคล ความโปร่งใส และผลตอบแทนสาธารณะ ไม่ใช่นับจำนวนแอปหรือจำนวนเอกสารที่แปลงเป็นดิจิทัลเพียงอย่างเดียว

หัวข้อ 2

บทที่ 2 แผน คณะกรรมการ และสำนักงานในฐานะกลไกขับเคลื่อน

กฎหมายกำหนดให้มีแผนพัฒนารัฐบาลดิจิทัลเป็นกรอบและทิศทางของประเทศสำหรับการบริหารงานกับบริการสาธารณะผ่านเทคโนโลยี แผนต้องสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของกฎหมาย ยุทธศาสตร์ชาติ และแผนระดับชาติที่เกี่ยวข้อง ทั้งยังอาจกำหนดให้หน่วยงานซึ่งมีภารกิจเกี่ยวข้องจัดทำระบบบูรณาการข้อมูลร่วมกัน และกำหนดรายชื่อหน่วยงานที่ต้องเผยแพร่ข้อมูลผ่านศูนย์กลางข้อมูลเปิดภาครัฐ เมื่อประกาศใช้แล้ว หน่วยงานของรัฐต้องดำเนินการตามแผนและปรับแผนปฏิบัติการหรือแผนงานของตนให้สอดคล้อง พร้อมส่งให้สำนักงานทราบ

คณะกรรมการพัฒนารัฐบาลดิจิทัลเป็นกลไกกำกับระดับชาติ โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานและมีผู้แทนระดับสูงจากหน่วยงานด้านดิจิทัล งบประมาณ บุคลากร การพัฒนาระบบราชการและการวางแผนประเทศร่วมเป็นกรรมการ ยังเชื่อมผู้ทรงคุณวุฒิจากคณะกรรมการที่ดูแลธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ข้อมูลข่าวสาร คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัลเป็นกรรมการและเลขานุการ องค์ประกอบนี้ทำให้การตัดสินใจไม่แยกเทคโนโลยีออกจากกฎหมาย งบ คน และสิทธิในข้อมูล

หน้าที่ของคณะกรรมการเริ่มจากเสนอแนะนโยบายและจัดทำแผนต่อคณะรัฐมนตรี จัดทำธรรมาภิบาลข้อมูลภาครัฐ กำหนดมาตรฐาน ข้อกำหนดกับหลักเกณฑ์ของระบบดิจิทัล และวางแนวทางพัฒนาบุคลากร คณะกรรมการยังเสนอการจัดทำหรือปรับปรุงกฎหมาย ให้คำแนะนำแก่หน่วยงาน กำกับติดตามการดำเนินงานตามแผน รวมถึงติดตามศูนย์แลกเปลี่ยนข้อมูลกลางกับศูนย์กลางข้อมูลเปิดภาครัฐ แผน มาตรฐาน และระเบียบที่คณะกรรมการกำหนดจะใช้บังคับได้เมื่อประกาศตามขั้นตอนที่กฎหมายวางไว้

สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัลหรือ “สำนักงาน” เป็นหน่วยอำนวยการ สนับสนุน และทำงานวิชาการให้คณะกรรมการ สำนักงานจัดทำร่างแผนและร่างมาตรฐาน ประสาน แนะนำกับช่วยเหลือหน่วยงาน สำรวจและวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อจัดทำตัวชี้วัด ติดตามประเมินผลแผนของประเทศกับแผนหน่วยงาน และสนับสนุนการเชื่อมบริการให้เป็นบริการสาธารณะแบบเบ็ดเสร็จ นอกจากนี้ยังส่งเสริมความรู้และทักษะเจ้าหน้าที่ หลักฐานจากการสำรวจและประเมินทำให้คณะกรรมการเห็นทั้งความก้าวหน้า ช่องว่างมาตรฐาน และอุปสรรคที่ต้องแก้ด้วยกฎหมายหรืองบประมาณ บทบาทสำนักงานจึงไม่ใช่ผู้รับทำระบบแทนทุกหน่วย แต่เป็นผู้สร้างเงื่อนไขร่วมและช่วยให้เจ้าของภารกิจเปลี่ยนวิธีทำงานได้

ความรับผิดชอบของระบบแบ่งเป็นสามชั้นที่ต้องเชื่อมกัน คณะรัฐมนตรีอนุมัติทิศทางระดับประเทศ คณะกรรมการกำหนดธรรมาภิบาลและมาตรฐานพร้อมติดตามผล สำนักงานสนับสนุนด้านวิชาการและการเชื่อมต่อ ส่วนหน่วยงานเจ้าของบริการต้องปรับข้อมูล กระบวนงาน บุคลากรและระบบในอำนาจของตน การมีหน่วยกลางไม่ได้ย้ายความรับผิดชอบคุณภาพบริการออกจากเจ้าของงาน หากระบบเชื่อมได้แต่ข้อมูลต้นทางผิด หรือช่องทางออนไลน์มีอยู่แต่เจ้าหน้าที่ไม่ใช้ หน่วยงานต้นทางยังต้องแก้ที่กระบวนการและการควบคุมของตนเสมอ

อ่านสรุปฉบับเต็มทุกหัวข้อ
สมาชิก PRO ระบบจะจำหัวข้อที่อ่านค้างไว้ให้ด้วย
PRO 99 บาท/เดือน
เนื้อหาฉบับเต็มต้นฉบับจาก ratchakitcha.soc.go.thเปิดต้นฉบับ

เนื้อหาสรุปนี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาส่วนบุคคล ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ หรือนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต