บทที่ 1 เจตนารมณ์ ขอบเขต และมาตรฐานร่วม
พระราชบัญญัติการปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์เกิดจากความจำเป็นที่จะลดภาระและต้นทุนของประชาชนในการติดต่อรัฐ และทำให้การบริหารราชการกับบริการสาธารณะใช้เทคโนโลยีเป็นหลักได้ กฎหมายเดิมจำนวนมากเขียนอยู่บนสมมติฐานของกระดาษ การมาด้วยตนเอง และการส่งสำเนาหลายชุด จึงอาจกลายเป็นอุปสรรคแม้หน่วยงานมีระบบดิจิทัลแล้ว กฎหมายฉบับนี้ทำหน้าที่เป็นกฎหมายกลาง รับรองผลของวิธีการอิเล็กทรอนิกส์และปรับหน้าที่ของหน่วยงานให้สอดคล้องกัน โดยมีความสะดวกของประชาชนเป็นจุดตั้งต้น มิใช่เพียงการเปลี่ยนแบบฟอร์มกระดาษให้เป็นไฟล์
กฎหมายใช้บังคับโดยทั่วไปเมื่อพ้นเก้าสิบวันนับแต่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา แต่บทเกี่ยวกับระบบปฏิบัติงานภายใน การแก้อุปสรรคของกฎการเบิกจ่าย การจัดทำวิธีการกลาง และการติดตามเร่งรัดบางส่วนเริ่มใช้ตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศ เมื่อกฎหมายนี้ใช้บังคับ การปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ดำเนินตามกฎหมายนี้โดยไม่ต้องใช้หมวดธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ภาครัฐของกฎหมายว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ เว้นแต่คณะรัฐมนตรีมีมติกำหนดอย่างอื่น จึงต้องแยกฐานบังคับของกฎหมายกลางฉบับนี้ออกจากกติกาเดิม
ขอบเขตครอบคลุมหน่วยงานของรัฐทุกหน่วย เว้นแต่ฝ่ายนิติบัญญัติ ฝ่ายตุลาการ องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ องค์กรอัยการ และหน่วยงานอื่นซึ่งกำหนดในกฎกระทรวง หากจะนำกฎหมายทั้งหมดหรือบางส่วนไปใช้กับองค์กรสี่กลุ่มแรก ต้องตราเป็นพระราชกฤษฎีกา และอาจกำหนดให้ใช้ทั้งองค์กร บางหน่วยงาน หรือเฉพาะงานบางประเภทได้ คำว่า “หน่วยงานของรัฐ” รวมราชการส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค ส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และหน่วยงานอื่นของรัฐ แต่ไม่รวมรัฐวิสาหกิจซึ่งเป็นบริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัด
คำว่า “ขออนุญาต” ในกฎหมายมีความหมายกว้างกว่าการขอใบอนุญาตทั่วไป เพราะรวมการขออนุมัติ จดทะเบียน ขึ้นทะเบียน แจ้ง จดแจ้ง ขอการรับรอง ความเห็นชอบ ความเห็น การพิจารณา อุทธรณ์ ร้องทุกข์ ร้องเรียน การขอให้ดำเนินการ การขอรับเงิน สวัสดิการ และบริการอื่นจากรัฐ ส่วนคำว่า “อนุญาต” ก็ครอบคลุมการตอบสนองรูปแบบเดียวกัน ตั้งแต่ออกใบอนุญาต รับแจ้ง แจ้งผล จ่ายเงิน ให้สวัสดิการ ไปจนถึงให้บริการ ความหมายกว้างนี้ทำให้สิทธิทางอิเล็กทรอนิกส์ไม่ได้จำกัดอยู่ที่งานอนุญาตเชิงธุรกิจ แต่ครอบคลุมการติดต่อราชการของประชาชนจำนวนมาก
คณะรัฐมนตรีมีหน้าที่กำหนดวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงมาตรฐานข้อมูล เทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสารที่หน่วยงานต้องใช้ให้สอดคล้องและเชื่อมโยงกัน ระบบต้องมีความมั่นคงปลอดภัยและประชาชนทั่วไปเข้าถึงได้สะดวก หลักนี้ทำให้ความชอบด้วยกฎหมายของช่องทางต้องเดินคู่กับคุณภาพของโครงสร้างพื้นฐาน หากแต่ละหน่วยงานสร้างวิธีที่ติดต่อกันไม่ได้ ประชาชนยังต้องส่งข้อมูลซ้ำและเจ้าหน้าที่ไม่สามารถแลกเปลี่ยนหลักฐานได้ เป้าหมายของกฎหมายจึงเป็นทั้งการรับรองผลทางกฎหมายและการสร้างระบบราชการซึ่งใช้ข้อมูลร่วมกันอย่างปลอดภัย
บทที่ 2 สิทธิในการยื่นคำขอ ส่งหลักฐาน และยืนยันตัวตน
เมื่อกฎหมายใดกำหนดให้ประชาชนต้องขออนุญาต บุคคลมีสิทธิเลือกยื่นคำขอ ส่งเอกสารหลักฐาน หรือส่งสำเนาหลักฐานด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ และถือว่าเป็นการยื่นที่ชอบด้วยกฎหมายนั้น เจ้าหน้าที่ปฏิเสธรับเพียงเพราะยื่นทางอิเล็กทรอนิกส์ไม่ได้ สำเนาที่ส่งผ่านช่องทางดังกล่าวไม่ต้องลงนามรับรอง หากแบบเดิมกำหนดข้อความ วิธี หรือเงื่อนไขไว้ การยื่นอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งมีข้อความตรงตามแบบถือว่าปฏิบัติครบ และถ้าเดิมต้องส่งเอกสารหลายชุด การส่งทางอิเล็กทรอนิกส์ครั้งเดียวถือว่าครบจำนวนแล้ว
สิทธิเดียวกันใช้โดยอนุโลมกับการส่งหนังสือ รายงาน เอกสาร หรือข้อมูล และการจ่ายค่าคำขอ ค่าธรรมเนียม ภาษีอากร ค่าปรับ หรือเงินอื่นแก่รัฐ อย่างไรก็ตาม กฎหมายเว้นการจดทะเบียนที่ผู้ขอต้องดำเนินการเองเฉพาะตัว เช่น การสมรส การหย่า การรับบุตรบุญธรรม การขอบัตรประจำตัวประชาชน หนังสือเดินทาง หรือการอื่นที่กำหนดในกฎกระทรวง เว้นแต่กฎหมายเฉพาะของเรื่องนั้นอนุญาตให้ทำทางอิเล็กทรอนิกส์ได้ ข้อยกเว้นจึงผูกกับลักษณะการดำเนินการ มิใช่เปิดให้หน่วยงานตัดช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ตามดุลพินิจทั่วไป
- 1ประชาชนเลือกช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ที่หน่วยงานประกาศ แล้วกรอกข้อความตามแบบและแนบหลักฐาน
- 2การส่งครั้งเดียวถือว่าครบจำนวนชุด สำเนาอิเล็กทรอนิกส์ไม่ต้องลงนามรับรอง และชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ได้
- 3หากต้องยืนยันตัวตน หน่วยงานใช้วิธีที่เข้าถึงสะดวก ปลอดภัย และไม่เพิ่มภาระเกินจำเป็น
- 4กรณีต้องตรวจบัตรประชาชน ผู้อนุญาตติดต่อสำนักทะเบียนกลางและรับผลทางอิเล็กทรอนิกส์โดยพลัน
- 5หน่วยงานรับเรื่องไว้ดำเนินการ จะปฏิเสธเพียงเพราะผู้ขอใช้วิธีอิเล็กทรอนิกส์ไม่ได้
ผู้อนุญาตอาจกำหนดวิธีการอิเล็กทรอนิกส์เพิ่มเติมให้ผู้ขอปฏิบัติได้ แต่ต้องมีจุดมุ่งหมายเพื่ออำนวยความสะดวก ป้องกันความเสี่ยง หรือยืนยันตัวตน วิธีนั้นต้องเข้าถึงและใช้งานได้สะดวกเป็นการทั่วไป และต้องไม่เพิ่มภาระหรือค่าใช้จ่ายเกินจำเป็น การยืนยันตัวตนไม่จำเป็นต้องผูกกับการแสดงบัตรประชาชนหรือหนังสือเดินทางเสมอ หากวิธีอื่นสะดวกกว่าสามารถกำหนดได้ หลักได้สัดส่วนนี้ป้องกันไม่ให้การออกแบบความปลอดภัยกลายเป็นการผลักต้นทุนหรือความยุ่งยากกลับไปให้ประชาชนโดยไม่มีเหตุ
หากผู้อนุญาตต้องตรวจความแท้จริงของบัตรประจำตัวประชาชนที่ผู้ขอยื่นหรือแสดง ผู้อนุญาตต้องติดต่อสำนักทะเบียนกลางเพื่อให้ตรวจสอบ และนายทะเบียนประจำสำนักทะเบียนกลางต้องตรวจพร้อมแจ้งผลโดยพลันผ่านวิธีการอิเล็กทรอนิกส์ หน้าที่ตรวจสอบจึงอยู่กับหน่วยงาน ไม่ใช่ให้ประชาชนกลับไปขอหนังสือรับรองจากอีกหน่วยหนึ่ง การส่งข้อมูลเพื่อการตรวจตามหน้าที่นี้ไม่ถือเป็นการเปิดเผยข้อความหรือตัวเลขต้องห้ามตามกฎหมายทะเบียนราษฎร ทำให้การยืนยันตัวตนเกิดผ่านการเชื่อมข้อมูลภาครัฐภายใต้ฐานกฎหมายที่ชัด
สิทธิยื่นทางอิเล็กทรอนิกส์จะเกิดผลจริงเมื่อประชาชนรู้ช่องทางของหน่วยงานและได้รับหลักฐานว่าระบบรับเรื่องแล้ว หน่วยงานจึงต้องออกแบบตั้งแต่จุดรับคำขอ การยืนยันผู้ส่ง การแนบหลักฐาน การชำระเงิน ไปจนถึงการแจ้งสถานะ โดยไม่ย้อนสร้างเงื่อนไขจากโลกกระดาษ เช่น บังคับพิมพ์เอกสารที่ส่งมาแล้วหรือขอสำเนาซ้ำ การวางกระบวนการจากมุมประชาชนทำให้ความสะดวก การป้องกันความเสี่ยง และความน่าเชื่อถือของหลักฐานทำงานร่วมกัน แทนการเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งแล้วละทิ้งอีกด้าน ผู้อนุญาตจึงต้องตรวจทุกเงื่อนไขเพิ่มว่ามีเหตุรองรับหรือไม่ ประชาชนทั่วไปใช้ได้จริงเพียงใด และต้นทุนที่เกิดขึ้นได้สัดส่วนกับความเสี่ยงหรือไม่ มิฉะนั้นช่องทางดิจิทัลอาจมีชื่อว่าสะดวกแต่สร้างขั้นตอนมากกว่าการยื่นแบบเดิม
เนื้อหาสรุปนี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาส่วนบุคคล ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ หรือนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต