สารบัญ6 หัวข้อหลัก
- 1.ฐานกฎหมาย นิยาม ความมุ่งหมาย และหลักการจัดการศึกษา
- 2.สิทธิของบุคคล การมีส่วนร่วม และระบบการศึกษา
- 3.ผู้เรียน กระบวนการเรียนรู้ หลักสูตร และการประเมิน
- 4.โครงสร้างบริหาร การกระจายอำนาจ และผู้ร่วมจัดการศึกษา
- 5.มาตรฐาน คุณภาพ วิชาชีพ และทรัพยากรของสถานศึกษา
- 6.งบประมาณ เทคโนโลยี บทเฉพาะกาล และการใช้กฎหมายปัจจุบัน
ฐานกฎหมาย นิยาม ความมุ่งหมาย และหลักการจัดการศึกษา
ฐานกฎหมาย ฉบับแก้ไข และสถานะปัจจุบัน — พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 เป็นกฎหมายแม่บทที่กําหนดความมุ่งหมาย สิทธิ ระบบการศึกษา แนวการจัดการศึกษา โครงสร้างบริหาร มาตรฐานและการประกันคุณภาพ วิชาชีพครู ทรัพยากร และเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา ตัวบทเดิมประกาศเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2542 และ ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา ตามบทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง กฎหมายได้รับการแก้ไขโดยฉบับที่ 2 พ.ศ. 2545 ฉบับที่ 3 พ.ศ. 2553 และ ฉบับที่ 4 พ.ศ.
2562 การอ่านฉบับปัจจุบันต้องนําข้อความแก้ไขเข้าแทนที่ตัวบทเดิม โดยเฉพาะบทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง บทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง บทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง บทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง บทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง บทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง บทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง บทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง และบทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง ไม่ควรยึดเอกสารรวมฉบับเก่าซึ่งยังแสดงองค์กรการอุดมศึกษาภายใต้กระทรวงศึกษาธิการแบบเดิม ฉบับที่ 2 ปรับโครงสร้างการบริหารให้สอดคล้องกับการปฏิรูประบบราชการ แยกภารกิจวัฒนธรรม เพิ่มบทบาทคณะกรรมการการอาชีวศึกษา และแก้การบริหารเขตพื้นที่ ฉบับที่ 3
แยกเขตพื้นที่การศึกษาขั้นพื้นฐานเป็นเขตพื้นที่ประถมศึกษาและมัธยมศึกษา ส่วนฉบับที่ 4 ปรับขอบเขตอํานาจเมื่อจัดตั้งกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม คํานิยามและขอบเขตสาระสําคัญ — การศึกษา ตามบทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง เป็นกระบวนการเรียนรู้เพื่อความเจริญงอกงามของบุคคลและสังคม ผ่านการถ่ายทอดความรู้ การฝึก การอบรม การสืบสานวัฒนธรรม การสร้างความก้าวหน้าทางวิชาการ การสร้างองค์ความรู้ และการจัดสภาพแวดล้อม สังคมการเรียนรู้กับปัจจัยเกื้อหนุนให้บุคคลเรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต จึงมีความหมายกว้างกว่าการเรียนในห้องเรียน
การศึกษาขั้นพื้นฐาน หมายถึงการศึกษาก่อนระดับอุดมศึกษา ส่วนการศึกษาตลอดชีวิตเกิดจากการผสมผสานการศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัยเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างต่อเนื่อง นิยามนี้เชื่อมสิทธิการศึกษาเข้ากับการเรียนรู้หลายรูปแบบและการเทียบโอน มิได้จํากัดเส้นทางไว้ที่หลักสูตรในระบบเพียงอย่างเดียว สถานศึกษา ครอบคลุมสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย โรงเรียน ศูนย์การเรียน วิทยาลัย สถาบัน มหาวิทยาลัย หน่วยงานการศึกษา หรือหน่วยงานรัฐและเอกชนอื่นที่มีอํานาจหน้าที่หรือวัตถุประสงค์จัดการศึกษา ส่วนสถานศึกษาขั้นพื้นฐานคือสถานศึกษาที่จัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน การจําแนกประเภทมีผลต่อกฎหมายเฉพาะ หน่วยกํากับ คณะกรรมการ และระบบประกันคุณภาพที่ใช้
ความมุ่งหมายและหลักการจัดการศึกษา — บทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง กําหนดความมุ่งหมายให้การศึกษาพัฒนาคนไทยเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ทั้งร่างกาย จิตใจ สติปัญญา ความรู้ และคุณธรรม มีจริยธรรมกับวัฒนธรรมในการดํารงชีวิต และอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข เป้าหมายจึงครอบคลุมพัฒนาการของบุคคลทั้งหมด ไม่ใช่เพียงผลสัมฤทธิ์ทางวิชาการหรือความสามารถประกอบอาชีพ บทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง กําหนดสาระที่กระบวนการเรียนรู้ต้องปลูกฝัง ได้แก่ จิตสํานึกด้านประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข สิทธิ หน้าที่ เสรีภาพ กฎหมาย ความเสมอภาค ศักดิ์ศรีมนุษย์
ความเป็นไทย ประโยชน์ส่วนรวม ศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรม กีฬา ภูมิปัญญา ความรู้สากล การอนุรักษ์ทรัพยากร ความสามารถประกอบอาชีพ การพึ่งตนเอง ความคิดริเริ่ม และการเรียนรู้ต่อเนื่อง บทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง วางหลักสามประการ คือการศึกษาเป็นการศึกษาตลอดชีวิตสําหรับประชาชน สังคมมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา และสาระกับกระบวนการเรียนรู้ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง หลักทั้งสามทําให้รัฐมิใช่ผู้จัดแต่เพียงฝ่ายเดียว และทําให้การศึกษาไม่สิ้นสุดเมื่อบุคคลออกจากระบบโรงเรียนหรือสําเร็จวุฒิระดับหนึ่ง
สิทธิของบุคคล การมีส่วนร่วม และระบบการศึกษา
สิทธิและความเสมอภาคทางการศึกษา — บทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง รับรองให้บุคคลมีสิทธิและโอกาสเสมอกันในการรับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ไม่น้อยกว่า 12 ปี ซึ่งรัฐต้องจัดอย่างทั่วถึง มีคุณภาพ และไม่เก็บค่าใช้จ่าย สิทธินี้เป็นสิทธิในการศึกษาขั้นพื้นฐาน มิใช่คําเดียวกับการศึกษาภาคบังคับเก้าปีตามบทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง จึงต้องแยกจํานวนปี วัตถุประสงค์ และกลไกบังคับออกจากกัน บุคคลที่มีความบกพร่องทางร่างกาย จิตใจ สติปัญญา อารมณ์ สังคม การสื่อสารหรือการเรียนรู้ ผู้พิการหรือทุพพลภาพ ผู้พึ่งตนเองไม่ได้ ผู้ไม่มีผู้ดูแล หรือผู้ด้อยโอกาส
มีสิทธิและโอกาสได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐานเป็นพิเศษ การจัดการศึกษาจึงต้องแก้อุปสรรคที่เกิดจากสภาพบุคคล เศรษฐกิจ สังคม และการเข้าถึง มิใช่ให้บริการแบบเดียวแล้วถือว่าเสมอภาค สําหรับคนพิการ กฎหมายกําหนดให้จัดการศึกษาตั้งแต่แรกเกิดหรือพบความพิการโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย พร้อมสิทธิในสิ่งอํานวยความสะดวก สื่อ บริการ และความช่วยเหลือทางการศึกษาตามหลักเกณฑ์ในกฎกระทรวง ส่วนบุคคลที่มีความสามารถพิเศษต้องได้รับการจัดการศึกษาด้วยรูปแบบเหมาะสมโดยคํานึงถึงความสามารถเฉพาะของบุคคลนั้น
สิทธิของครอบครัว ชุมชน เอกชน และสถาบันสังคม — บทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง ให้บุคคล ครอบครัว องค์กรชุมชน องค์กรเอกชน องค์กรวิชาชีพ สถาบันศาสนา สถานประกอบการ และสถาบันสังคมอื่น มีสิทธิจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานนอกเหนือจากรัฐ เอกชน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยต้องเป็นไปตามกฎกระทรวง สิทธิในการจัดจึงมีฐานกฎหมายแต่ยังต้องผ่านหลักเกณฑ์ด้านคุณภาพและการกํากับที่เกี่ยวข้อง บิดา มารดา หรือผู้ปกครองมีสิทธิได้รับการสนับสนุนจากรัฐให้มีความรู้ความสามารถในการเลี้ยงดูและให้การศึกษา เงินอุดหนุนสําหรับการศึกษาขั้นพื้นฐานที่ครอบครัวจัด
และการลดหย่อนหรือยกเว้นภาษีค่าใช้จ่ายการศึกษาตามบทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง สิทธิประโยชน์แต่ละชนิดต้องใช้ตามกฎหมายหรือหลักเกณฑ์ที่กําหนด มิได้เกิดเป็นจํานวนเงินตายตัวจากพระราชบัญญัตินี้โดยตรง บทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง ให้บุคคล ครอบครัว ชุมชน และองค์กรต่าง ๆ ที่สนับสนุนหรือจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานได้รับการสนับสนุนด้านความรู้ เงินอุดหนุน และสิทธิทางภาษีตามควรแก่กรณี หลักนี้รับรองทั้งบทบาทผู้จัดและผู้สนับสนุน แต่ขอบเขตต้องสัมพันธ์กับรูปแบบการจัด คุณภาพ ผู้เรียน และกฎหมายลําดับรองที่กําหนดวิธีรับรองหรือเบิกจ่าย
รูปแบบ ระดับ และการศึกษาภาคบังคับ — บทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง แบ่งการศึกษาเป็นสามรูปแบบ การศึกษาในระบบมีจุดมุ่งหมาย วิธี หลักสูตร ระยะเวลา การวัดและเงื่อนไขสําเร็จที่แน่นอน การศึกษานอกระบบยืดหยุ่นตามปัญหาและความต้องการของแต่ละกลุ่ม ส่วนการศึกษาตามอัธยาศัยเปิดให้เรียนรู้ด้วยตนเองจากบุคคล ประสบการณ์ สังคม สิ่งแวดล้อม สื่อ และแหล่งความรู้ สถานศึกษาอาจจัดรูปแบบหนึ่งหรือหลายรูปแบบ และต้องมีการ เทียบโอนผลการเรียน ที่สะสมทั้งภายในรูปแบบเดียวกัน ต่างรูปแบบ ต่างสถานศึกษา การเรียนรู้นอกระบบ การเรียนตามอัธยาศัย การฝึกอาชีพ
หรือประสบการณ์ทํางาน หลักนี้สนับสนุนเส้นทางเรียนรู้ที่ต่อเนื่อง แต่การเทียบระดับและหลักฐานต้องเป็นไปตามกฎกระทรวงหรือเกณฑ์ของระบบที่รับโอน การศึกษาในระบบมีสองระดับ คือการศึกษาขั้นพื้นฐานและอุดมศึกษา การศึกษาขั้นพื้นฐานจัดไม่น้อยกว่า 12 ปีก่อนอุดมศึกษา ส่วนอุดมศึกษาแบ่งเป็นระดับต่ํากว่าปริญญาและระดับปริญญา การแบ่งระดับหรือเทียบระดับของการศึกษานอกระบบและตามอัธยาศัยเป็นไปตามกฎกระทรวง จึงไม่ควรนําระดับชั้นของระบบโรงเรียนไปแทนทุกเส้นทางโดยอัตโนมัติ
| ชั้นพิจารณา | สาระที่ต้องแยก | ความเชื่อมโยง |
|---|---|---|
| ผู้รับสิทธิ | บุคคลทั่วไป ผู้มีความต้องการจำเป็นพิเศษ และผู้มีความสามารถพิเศษ | รัฐต้องจัดหรือส่งเสริมให้เหมาะกับสภาพและศักยภาพของแต่ละกลุ่ม |
| ผู้ร่วมจัด | ครอบครัว ชุมชน องค์กรท้องถิ่น เอกชน ศาสนสถาน สถานประกอบการ และสถาบันสังคม | สิทธิในการจัดเชื่อมกับการสนับสนุน กำกับมาตรฐาน และการมีส่วนร่วม |
| รูปแบบ | การศึกษาในระบบ นอกระบบ และตามอัธยาศัย | ระบบเปิดให้ผสมผสานและเทียบโอนผลการเรียนรู้ตามหลักเกณฑ์ |
| ระดับ | การศึกษาขั้นพื้นฐานและการศึกษาระดับอุดมศึกษา | ระดับกำหนดขอบเขตสถาบัน หลักสูตร การบริหาร และมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง |
| ภาคบังคับกับสิทธิขั้นพื้นฐาน | หน้าที่ส่งเด็กเข้าเรียนกับหน้าที่ของรัฐในการจัดบริการโดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย | เป็นคนละฐานหน้าที่ แม้ทำงานร่วมกันเพื่อให้เด็กเข้าถึงการศึกษา |
เนื้อหาสรุปนี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาส่วนบุคคล ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ หรือนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต