บทที่ 1 หลักคิดของระบบอุดมศึกษา
กฎหมายการอุดมศึกษาวางกรอบกลางเพื่อให้การจัดการศึกษาระดับสูงตอบความต้องการของประเทศ ควบคู่กับการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและการสร้างความเป็นเลิศทางวิชาการ สถาบันอุดมศึกษาจึงมิได้มีหน้าที่ผลิตบัณฑิตเท่านั้น แต่ต้องสร้างความรู้ วิจัย พัฒนานวัตกรรม และนำศักยภาพทางวิชาการไปใช้แก้ปัญหาของชุมชนและสังคม การอ่านกฎหมายฉบับนี้ต้องเห็นความสัมพันธ์ระหว่างอิสระของสถาบันกับความรับผิดชอบต่อสาธารณะ เพราะรัฐสนับสนุนทรัพยากรและเปิดพื้นที่ให้สถาบันกำหนดทิศทางของตน ขณะเดียวกันสถาบันต้องแสดงผลลัพธ์ คุณภาพ และความสุจริตให้ตรวจสอบได้
หลักห้าประการที่ทำงานร่วมกัน
แต่ละหลักคุ้มครองพื้นที่คนละด้านและถ่วงดุลกันเป็นระบบ
- 1รับผิดชอบต่อสังคมใช้ความรู้ตอบความต้องการของประชาชนและเปิดผลลัพธ์ให้ติดตาม
- 2เสรีภาพทางวิชาการค้นคว้า สอน และแสดงความเห็นโดยสุจริต พร้อมเคารพสิทธิผู้อื่น
- 3ความเป็นอิสระบริหารภารกิจและทรัพยากรได้ภายใต้กฎหมายและการป้องกันทุจริต
- 4ความเสมอภาคไม่เลือกปฏิบัติและใช้มาตรการลดความเสียเปรียบเพื่อสร้างโอกาสจริง
- 5ธรรมาภิบาลตัดสินใจโปร่งใส ควบคุมภายใน และรับผิดชอบต่อผลที่เกิดขึ้น
ความรับผิดชอบต่อสังคมหมายถึงการจัดการศึกษาที่รับฟังความต้องการของประชาชน ชุมชน และประเทศ พร้อมเปิดเผยผลการดำเนินงานให้สาธารณะติดตามได้ สถาบันต้องมองเห็นผู้ที่ยังเข้าไม่ถึงโอกาสทางการศึกษา พื้นที่ชนบท และกลุ่มที่เสียเปรียบ มิใช่กำหนดภารกิจจากความสะดวกภายในองค์กรเพียงด้านเดียว การบริการวิชาการ การถ่ายทอดความรู้ และการมีส่วนร่วมของประชาชนจึงเป็นส่วนหนึ่งของพันธกิจหลัก หลักนี้ยังทำให้การพิจารณาความสำเร็จต้องมองผลที่เกิดแก่สังคม ไม่ใช่นับเฉพาะจำนวนหลักสูตร โครงการ หรือผลงานที่ผลิตขึ้น
เสรีภาพทางวิชาการคุ้มครองการศึกษา การวิจัย การสอน และการแสดงความคิดเห็นตามหลักวิชาการ แต่เสรีภาพดังกล่าวอยู่ร่วมกับหน้าที่ตามกฎหมาย หน้าที่ของพลเมือง และศีลธรรมอันดี ผู้ใช้เสรีภาพต้องเคารพความคิดเห็นที่แตกต่าง และต้องไม่ขัดขวาง ข่มขู่ หรือควบคุมบุคคลอื่นด้วยวิธีที่ไม่ชอบ สถาบันมีหน้าที่จัดกลไกป้องกันผู้เรียนและบุคลากรจากการคุกคามเพราะการใช้เสรีภาพโดยสุจริต จุดนี้ทำให้เสรีภาพมิใช่อำนาจไร้ขอบเขต แต่เป็นหลักประกันให้การค้นหาความจริงและการแลกเปลี่ยนเหตุผลเกิดขึ้นได้อย่างปลอดภัย (มักออกสอบ)
ความเป็นอิสระทำให้สถาบันบริหารงานวิชาการ การเรียนการสอน การวิจัย บุคลากร การเงิน งบประมาณ และทรัพย์สินได้ตามกฎหมายของตน การกำกับของรัฐจึงต้องทำเฉพาะเท่าที่จำเป็นเพื่อคุ้มครองประโยชน์สาธารณะและต้องคำนึงถึงประเภท กลุ่ม และภารกิจของสถาบัน ขณะเดียวกันความเป็นอิสระต้องมีระบบป้องกันผลประโยชน์ทับซ้อน การทุจริต และการใช้อำนาจโดยมิชอบ สภาวิชาชีพหรือองค์กรอื่นไม่อาจเลือกปฏิบัติหรือแทรกแซงการจัดการศึกษาเกินฐานอำนาจ เพราะมาตรฐานวิชาชีพกับอิสระทางวิชาการต้องประสานกันโดยไม่กลืนบทบาทของอีกฝ่าย
ความเสมอภาคห้ามการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรม แต่เปิดทางให้ใช้มาตรการช่วยเหลือหรือเยียวยาความเสียเปรียบเพื่อให้คนต่างฐานะเข้าถึงโอกาสจริง ส่วนธรรมาภิบาลทำให้สภาสถาบัน ผู้บริหาร และบุคลากรต้องใช้อำนาจอย่างโปร่งใส มีระบบควบคุมภายใน ตรวจสอบ และรับผิดเมื่อผลไม่เป็นไปตามพันธกิจ หลักทั้งห้าจึงทำงานเป็นชุดเดียวกัน คือสังคมกำหนดทิศทาง เสรีภาพเปิดพื้นที่ความรู้ ความเป็นอิสระเปิดพื้นที่บริหาร ความเสมอภาคคุ้มครองการเข้าถึง และธรรมาภิบาลรักษาความน่าเชื่อถือ เมื่อนำไปใช้กับการจัดกลุ่มสถาบัน รัฐย่อมส่งเสริม ประเมิน และจัดทรัพยากรให้เหมาะกับศักยภาพแทนการใช้กรอบเดียวกับทุกแห่ง
บทที่ 2 ภารกิจของสถาบันและโอกาสของผู้เรียน
ภารกิจด้านการศึกษามุ่งสร้างทั้งความเป็นเลิศทางวิชาการหรือวิชาชีพและคุณลักษณะของคนที่รับผิดชอบต่อสังคม หลักสูตรต้องมีคุณภาพขั้นต่ำตามที่ระบบกำหนด แต่สามารถจัดรูปแบบการเรียนรู้ที่หลากหลายและรองรับการเรียนรู้ตลอดชีวิตได้ สถาบันต้องทำให้เนื้อหาและวิธีสอนทันต่อความก้าวหน้าของศาสตร์ ความเปลี่ยนแปลงของงาน และความต้องการกำลังคน มิใช่เปิดหลักสูตรโดยยึดรายได้เป็นตัวนำ ผู้สอนจึงต้องพัฒนาความรู้ต่อเนื่องและเชื่อมการเรียนกับปัญหาจริง เพื่อให้ผู้เรียนใช้ความรู้ได้ ไม่ใช่เพียงผ่านข้อกำหนดของหลักสูตร
การเข้าถึงการศึกษาเป็นหน้าที่ที่ผูกกับความเสมอภาค รัฐต้องสนับสนุนให้ผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์อย่างแท้จริงมีโอกาสเรียนถึงระดับปริญญาตรี และสถาบันอุดมศึกษาของรัฐไม่อาจปฏิเสธการรับเข้า ยุติสภาพ หรือทำให้ผู้เรียนพ้นจากการศึกษาเพียงเพราะไม่มีเงินชำระค่าธรรมเนียมจากความยากจนจริง หลักนี้ไม่ได้ตัดเงื่อนไขด้านความสามารถหรือวินัย แต่ห้ามใช้ฐานะทางเศรษฐกิจเป็นเหตุโดยลำพัง ระบบทุนการศึกษาและความช่วยเหลือจึงต้องค้นหาผู้มีสิทธิอย่างเป็นธรรม และจัดการต่อเนื่องพอให้ผู้เรียนสำเร็จการศึกษา ไม่ใช่ช่วยเฉพาะตอนสมัครเข้าเรียน (มักออกสอบ)
การจัดตั้งสถาบันหรือขยายการจัดการศึกษาต้องพิจารณาความจำเป็น ความคุ้มค่า ความต้องการกำลังคน และโอกาสทางการศึกษาของพื้นที่ การดำเนินกิจการต้องไม่มุ่งแสวงหากำไรจากการสอนเป็นหลัก และสถาบันเอกชนต้องอยู่ภายใต้ข้อจำกัดด้านการระดมทุนจากประชาชนตามที่กฎหมายกำหนด หลักสูตรแต่ละหลักสูตรต้องได้รับความเห็นชอบจากสภาสถาบันและแจ้งต่อกระทรวงก่อนเปิดสอน การออกแบบหลักสูตรจึงเชื่อมตั้งแต่เหตุผลที่ประเทศต้องการ คุณภาพของเนื้อหา ความพร้อมของผู้สอนและทรัพยากร ไปจนถึงผลลัพธ์ที่ผู้เรียนควรมีเมื่อสำเร็จการศึกษา
การวิจัยและนวัตกรรมมีทั้งมิติพัฒนาวิชาการและมิติตอบปัญหาของประเทศ สถาบันสามารถร่วมมือกับหน่วยงานรัฐ เอกชน อุตสาหกรรม ชุมชน หรือสถาบันในและต่างประเทศ จัดกลุ่มวิจัย ใช้ทรัพยากรร่วม และนำผลงานไปใช้ประโยชน์ได้ รวมถึงถ่ายทอดเทคโนโลยี ร่วมลงทุน หรือจัดตั้งนิติบุคคลตามเงื่อนไขทางกฎหมาย รายได้จากกิจกรรมเหล่านี้สามารถนำกลับมาสนับสนุนภารกิจโดยไม่ต้องส่งเป็นรายได้แผ่นดินในกรณีที่กฎหมายอนุญาต ความคล่องตัวนี้มีไว้ให้ความรู้เดินทางจากห้องเรียนและห้องทดลองสู่การใช้งานจริง มิใช่เปิดช่องให้ประโยชน์ส่วนตัวเข้ามาแทนประโยชน์ของสถาบัน
การบริการวิชาการและการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมทำให้สถาบันสัมพันธ์กับพื้นที่ที่ตนตั้งอยู่และกับสังคมในวงกว้าง บริการวิชาการต้องเข้าถึงหน่วยงาน ชุมชน และประชาชน พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้เรียนเข้าร่วมเพื่อสร้างจิตสาธารณะ ส่วนศิลปวัฒนธรรมมิใช่กิจกรรมประกอบ แต่เป็นการรักษาและพัฒนาทุนทางสังคมที่ช่วยให้ความรู้สมัยใหม่เชื่อมกับรากของชุมชน เมื่อสี่ภารกิจทำงานร่วมกัน การสอนให้โจทย์แก่การวิจัย การวิจัยเติมเนื้อหาแก่การสอน การบริการวิชาการนำผลไปใช้ และการเรียนรู้จากชุมชนย้อนกลับมาพัฒนาหลักสูตร วงจรนี้คือภาพของสถาบันที่รับผิดชอบต่อสังคมอย่างแท้จริง
เนื้อหาสรุปนี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาส่วนบุคคล ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ หรือนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต