กฎหมายรับรองสิทธิประชาชนในการรับรู้ข้อมูลจากรัฐ พร้อมคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
→ส่วนนี้อธิบายว่ากฎหมายนี้คืออะไร ใครรักษาการ และเริ่มบังคับใช้เมื่อไหร่ — เป็นข้อมูลพื้นฐานที่จำเป็นต้องทำความเข้าใจ
กฎหมายนี้เป็นกฎหมายสิทธิในการรับรู้ข้อมูลข่าวสารฉบับแรกของไทย มีหลักการว่าข้อมูลที่หน่วยงานรัฐครอบครองเป็นของประชาชน จึงต้องเปิดเผยเป็นหลัก และปิดเป็นข้อยกเว้น กฎหมายประกาศในราชกิจจานุเบกษาวันที่ 10 กันยายน 2540 และมีผลบังคับใช้หลังจากนั้น 60 วัน คือวันที่ 9 ธันวาคม 2540 โดยกำหนดให้ นายกรัฐมนตรีเป็นผู้รักษาการ และมีอำนาจออกกฎกระทรวง
กฎหมายนี้จัดตั้ง สำนักงานคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ ขึ้นในสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อทำงานวิชาการและธุรการให้คณะกรรมการ รวมถึงให้คำปรึกษาแก่เอกชนและประสานงานกับหน่วยงานรัฐ
→ส่วนนี้อธิบายความหมายของคำหลักในกฎหมาย เพราะนิยามกำหนดขอบเขตว่ากฎหมายคุ้มครองอะไรและไม่คุ้มครองอะไร
ข้อมูลข่าวสาร หมายถึงสิ่งที่สื่อความหมายให้รู้เรื่องราวหรือข้อเท็จจริง ไม่ว่าจะอยู่ในรูปแบบใด เช่น เอกสาร รายงาน ภาพถ่าย ฟิล์ม ไฟล์คอมพิวเตอร์ หรือการบันทึกเสียง กล่าวคือครอบคลุมทุกสื่อ
ข้อมูลข่าวสารของราชการ คือข้อมูลที่อยู่ในความครอบครองหรือควบคุมของหน่วยงานรัฐ ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินงานของรัฐหรือข้อมูลเกี่ยวกับเอกชนก็ตาม ดังนั้นแม้ข้อมูลนั้นจะเป็นเรื่องของเอกชน แต่ถ้ารัฐครอบครองอยู่ก็อยู่ภายใต้กฎหมายนี้
ข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคล คือข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งเฉพาะตัวของบุคคลที่ระบุตัวตนได้ เช่น การศึกษา ฐานะการเงิน ประวัติสุขภาพ ประวัติอาชญากรรม รวมถึงลายพิมพ์นิ้วมือ รูปถ่าย และครอบคลุมถึงข้อมูลของผู้ที่เสียชีวิตแล้วด้วย
→ส่วนนี้เปรียบให้เห็นว่าการเข้าถึงข้อมูลแต่ละระดับต่างกันอย่างไร เพราะข้อสอบมักถามสลับว่าข้อมูลไหนอยู่ระดับไหน
กฎหมายแบ่งหน้าที่เปิดเผยข้อมูลของรัฐออกเป็น 3 ระดับตามความเร่งด่วนของการเข้าถึง ระดับแรกคือข้อมูลที่หน่วยงานต้องเผยแพร่เองโดยไม่ต้องรอให้ใครขอ ระดับสองคือข้อมูลที่จัดเตรียมไว้ในที่ทำการให้ใครก็ได้มาตรวจดู และระดับสามคือข้อมูลที่ต้องยื่นคำขอเป็นรายกรณี ข้อมูลระดับหนึ่งและสองไม่ต้องยื่นคำขอ
กรณีที่ยื่นคำขอแล้ว หน่วยงานต้องให้ข้อมูลภายในเวลาอันสมควร หากไม่สามารถให้ทันทีต้องแจ้งกำหนดเวลา และหากผู้ขอพิสูจน์ได้ว่าไม่มีฐานะทางการเงิน หน่วยงานอาจยกเว้นค่าธรรมเนียมการสำเนาได้
เนื้อหาสรุปนี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาส่วนบุคคล ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ หรือนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต