พระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540

กฎหมายรับรองสิทธิประชาชนในการรับรู้ข้อมูลจากรัฐ พร้อมคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

1. ที่มาและหลักการพื้นฐาน2. นิยามสำคัญที่ต้องรู้3. ข้อมูล 3 ระดับ: ต้องลงราชกิจจาฯ / จัดไว้ให้ดู / ขอเป็นรายกรณี4. ข้อมูลที่ไม่ต้องเปิดเผย: ห้ามเด็ดขาด vs ใช้ดุลพินิจ5. หมวดข้อมูลส่วนบุคคล: สิทธิเจ้าของข้อมูลและข้อจำกัดของรัฐ6. เอกสารประวัติศาสตร์: กฎ 75 ปี7. คณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ (กขร.)8. กระบวนการอุทธรณ์และคณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผย (กวฉ.)9. บทกำหนดโทษ10. ขอบเขตและความสัมพันธ์กับกฎหมายอื่น
1

ที่มาและหลักการพื้นฐาน

ส่วนนี้อธิบายว่ากฎหมายนี้คืออะไร ใครรักษาการ และเริ่มบังคับใช้เมื่อไหร่ — เป็นข้อมูลพื้นฐานที่จำเป็นต้องทำความเข้าใจ

กฎหมายนี้เป็นกฎหมายสิทธิในการรับรู้ข้อมูลข่าวสารฉบับแรกของไทย มีหลักการว่าข้อมูลที่หน่วยงานรัฐครอบครองเป็นของประชาชน จึงต้องเปิดเผยเป็นหลัก และปิดเป็นข้อยกเว้น กฎหมายประกาศในราชกิจจานุเบกษาวันที่ 10 กันยายน 2540 และมีผลบังคับใช้หลังจากนั้น 60 วัน คือวันที่ 9 ธันวาคม 2540 โดยกำหนดให้ นายกรัฐมนตรีเป็นผู้รักษาการ และมีอำนาจออกกฎกระทรวง

กฎหมายนี้จัดตั้ง สำนักงานคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ ขึ้นในสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อทำงานวิชาการและธุรการให้คณะกรรมการ รวมถึงให้คำปรึกษาแก่เอกชนและประสานงานกับหน่วยงานรัฐ

2

นิยามสำคัญที่ต้องรู้

ส่วนนี้อธิบายความหมายของคำหลักในกฎหมาย เพราะนิยามกำหนดขอบเขตว่ากฎหมายคุ้มครองอะไรและไม่คุ้มครองอะไร

ข้อมูลข่าวสาร หมายถึงสิ่งที่สื่อความหมายให้รู้เรื่องราวหรือข้อเท็จจริง ไม่ว่าจะอยู่ในรูปแบบใด เช่น เอกสาร รายงาน ภาพถ่าย ฟิล์ม ไฟล์คอมพิวเตอร์ หรือการบันทึกเสียง กล่าวคือครอบคลุมทุกสื่อ

ข้อมูลข่าวสารของราชการ คือข้อมูลที่อยู่ในความครอบครองหรือควบคุมของหน่วยงานรัฐ ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินงานของรัฐหรือข้อมูลเกี่ยวกับเอกชนก็ตาม ดังนั้นแม้ข้อมูลนั้นจะเป็นเรื่องของเอกชน แต่ถ้ารัฐครอบครองอยู่ก็อยู่ภายใต้กฎหมายนี้

ข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคล คือข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งเฉพาะตัวของบุคคลที่ระบุตัวตนได้ เช่น การศึกษา ฐานะการเงิน ประวัติสุขภาพ ประวัติอาชญากรรม รวมถึงลายพิมพ์นิ้วมือ รูปถ่าย และครอบคลุมถึงข้อมูลของผู้ที่เสียชีวิตแล้วด้วย

คำ
ขอบเขตสำคัญ
หน่วยงานของรัฐ
ราชการส่วนกลาง/ภูมิภาค/ท้องถิ่น + รัฐวิสาหกิจ + องค์กรวิชาชีพ + หน่วยงานอิสระ + หน่วยงานตามกฎกระทรวง
เจ้าหน้าที่ของรัฐ
ผู้ปฏิบัติงานให้แก่หน่วยงานของรัฐ (กว้างมาก ไม่จำกัดเฉพาะข้าราชการ)
คนต่างด้าว
บุคคลที่ไม่มีสัญชาติไทยและไม่มีถิ่นที่อยู่ในไทย หรือนิติบุคคลที่ต่างชาติถือหุ้นเกินกึ่งหนึ่ง — มีสิทธิขอข้อมูลเท่าที่กฎกระทรวงกำหนดเท่านั้น
3

ข้อมูล 3 ระดับ: ต้องลงราชกิจจาฯ / จัดไว้ให้ดู / ขอเป็นรายกรณี

ส่วนนี้เปรียบให้เห็นว่าการเข้าถึงข้อมูลแต่ละระดับต่างกันอย่างไร เพราะข้อสอบมักถามสลับว่าข้อมูลไหนอยู่ระดับไหน

กฎหมายแบ่งหน้าที่เปิดเผยข้อมูลของรัฐออกเป็น 3 ระดับตามความเร่งด่วนของการเข้าถึง ระดับแรกคือข้อมูลที่หน่วยงานต้องเผยแพร่เองโดยไม่ต้องรอให้ใครขอ ระดับสองคือข้อมูลที่จัดเตรียมไว้ในที่ทำการให้ใครก็ได้มาตรวจดู และระดับสามคือข้อมูลที่ต้องยื่นคำขอเป็นรายกรณี ข้อมูลระดับหนึ่งและสองไม่ต้องยื่นคำขอ

ระดับ
วิธีเข้าถึง
ประเภทข้อมูล (ตัวอย่างสำคัญ)
ระดับ 1 — ลงราชกิจจาฯ
หน่วยงานต้องส่งลงเผยแพร่เอง ไม่ต้องรอขอ
• โครงสร้างและการจัดองค์กร • สรุปอำนาจหน้าที่และวิธีดำเนินงาน • สถานที่ติดต่อขอข้อมูล • กฎ มติ ครม. ระเบียบ คำสั่ง ที่มีผลทั่วไปต่อเอกชน • ข้อมูลอื่นตามที่ กขร. กำหนด
ระดับ 2 — จัดไว้ในที่ทำการ
ประชาชนมาตรวจดูได้เลย ไม่ต้องยื่นคำขอ
• ผลการพิจารณา/คำวินิจฉัยที่กระทบเอกชน • แผนงาน โครงการ งบประมาณประจำปี • คู่มือการปฏิบัติงานที่กระทบเอกชน • สัญญาสัมปทาน สัญญาผูกขาด สัญญาร่วมทุน • มติ ครม. และมติคณะกรรมการที่ตั้งโดยกฎหมาย
ระดับ 3 — ยื่นคำขอ
ยื่นคำขอต่อหน่วยงานที่ครอบครองข้อมูล
ข้อมูลอื่นใดที่ไม่เข้าระดับ 1-2 และไม่ใช่ข้อมูลต้องห้าม — ตรวจดู ขอสำเนา หรือขอสำเนารับรองได้

กรณีที่ยื่นคำขอแล้ว หน่วยงานต้องให้ข้อมูลภายในเวลาอันสมควร หากไม่สามารถให้ทันทีต้องแจ้งกำหนดเวลา และหากผู้ขอพิสูจน์ได้ว่าไม่มีฐานะทางการเงิน หน่วยงานอาจยกเว้นค่าธรรมเนียมการสำเนาได้

สมาชิก PRO
อ่านสรุปฉบับเต็ม ครบทุกหัวข้อ
อ่านง่าย จำได้จริง · บุ๊คมาร์คอ่านต่อจากที่ค้างไว้อัตโนมัติ
99 บาท/เดือน →

เนื้อหาสรุปนี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาส่วนบุคคล ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ หรือนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต