พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (PDPA)

กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับแรกของไทย ครอบคลุมทั้งภาครัฐและเอกชน บังคับใช้เต็มรูปแบบ 1 มิ.ย. 2565

1. ที่มาและขอบเขตการบังคับใช้2. นิยามสำคัญ3. คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPC)4. หลักความยินยอมและฐานทางกฎหมาย 6 ฐาน5. หลักการเก็บข้อมูลและการแจ้งให้ทราบ6. ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว (Sensitive Personal Data)7. สิทธิของเจ้าของข้อมูล 7 ประการ8. หน้าที่ของผู้ควบคุมและผู้ประมวลผล9. เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (DPO) และ DPIA10. การโอนข้อมูลไปต่างประเทศ11. คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ สำนักงาน PDPC และการร้องเรียน12. ความรับผิดทางแพ่งและบทกำหนดโทษ
1

ที่มาและขอบเขตการบังคับใช้

ส่วนนี้อธิบายว่ากฎหมายนี้เกิดขึ้นเพื่ออะไร ใช้บังคับกับใครบ้าง และมีกรณีใดบ้างที่ยกเว้น — เป็นกรอบใหญ่ก่อนเข้าเนื้อหาทุกหมวด

PDPA ประกาศในราชกิจจานุเบกษาวันที่ 27 พฤษภาคม 2562 และบังคับใช้เต็มรูปแบบ 1 มิถุนายน 2565 ถือเป็นกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับแรกของไทยที่บังคับทั้งภาครัฐและเอกชนพร้อมกัน โดยอ้างอิงหลักการจาก GDPR ของสหภาพยุโรป รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมเป็นผู้รักษาการตามกฎหมายนี้

กฎหมายนี้ใช้บังคับกับผู้ควบคุมหรือผู้ประมวลผลที่อยู่ในราชอาณาจักร ไม่ว่าจะประมวลผลข้อมูลในหรือนอกประเทศก็ตาม นอกจากนี้ยังครอบคลุมถึงผู้ที่อยู่นอกราชอาณาจักรหากเสนอสินค้า/บริการแก่คนในไทย หรือเฝ้าติดตามพฤติกรรมของคนในไทย หลักการ extraterritorial นี้หมายความว่าบริษัทต่างชาติที่ให้บริการคนไทยต้องปฏิบัติตาม PDPA ด้วยโดยไม่มีข้อยกเว้นด้านที่ตั้ง

กรณีที่กฎหมายนี้ไม่ใช้บังคับ มี 6 กรณี

  • การใช้ข้อมูลเพื่อประโยชน์ส่วนตนหรือกิจกรรมในครอบครัวเท่านั้น เช่น ถ่ายรูปงานครอบครัว
  • หน่วยงานรัฐที่มีหน้าที่ด้านความมั่นคงของรัฐ ความมั่นคงทางการคลัง หรือความปลอดภัยสาธารณะ รวมถึงการปราบปรามการฟอกเงิน
  • กิจการสื่อมวลชน งานศิลปกรรม หรืองานวรรณกรรม ที่เป็นไปตามจริยธรรมวิชาชีพหรือประโยชน์สาธารณะ
  • สภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา รัฐสภา และคณะกรรมาธิการ ในการดำเนินการตามอำนาจหน้าที่
  • การพิจารณาพิพากษาคดีของศาล การบังคับคดี และการวางทรัพย์
  • บริษัทข้อมูลเครดิตและสมาชิกตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจข้อมูลเครดิต
2

นิยามสำคัญ

ส่วนนี้แยกให้เห็นว่าคำสำคัญแต่ละคำหมายถึงอะไร และต่างกันตรงไหน — ข้อสอบมักถามว่าข้อมูลใดเป็นหรือไม่เป็นข้อมูลส่วนบุคคล หรือถามความต่างระหว่างผู้ควบคุมกับผู้ประมวลผล

ข้อมูลส่วนบุคคล คือข้อมูลที่ทำให้ระบุตัวบุคคลได้ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม เช่น ชื่อ-นามสกุล เลขบัตรประชาชน IP address คุกกี้ ข้อมูล GPS หรือหมายเลขบัญชีธนาคาร สิ่งสำคัญคือ ข้อมูลของผู้ที่เสียชีวิตแล้วไม่ถือเป็นข้อมูลส่วนบุคคลตามกฎหมายนี้ ดังนั้น PDPA จึงไม่คุ้มครองข้อมูลของคนตาย

บทบาท
ลักษณะ
ตัวอย่าง
ผู้ควบคุมข้อมูล (Data Controller)
มีอำนาจตัดสินใจวัตถุประสงค์และวิธีการประมวลผล
ธนาคารที่เก็บข้อมูลลูกค้า, โรงพยาบาลที่เก็บข้อมูลผู้ป่วย
ผู้ประมวลผลข้อมูล (Data Processor)
ดำเนินการตามคำสั่งของผู้ควบคุม ไม่มีอำนาจตัดสินใจเอง
บริษัท Cloud ที่รับเก็บข้อมูลแทน, บริษัทรับส่งอีเมลการตลาด

ในทางปฏิบัติ องค์กรเดียวกันอาจเป็นทั้งผู้ควบคุมสำหรับข้อมูลบางส่วน และผู้ประมวลผลสำหรับข้อมูลอีกส่วนหนึ่งในเวลาเดียวกันได้ นอกจากนี้ ความยินยอม (Consent) หมายถึงการแสดงเจตนาโดยชัดแจ้ง สมัครใจ และมีข้อมูลที่เพียงพอของเจ้าของข้อมูล เพื่ออนุญาตให้ดำเนินการกับข้อมูลของตน

3

คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPC)

ส่วนนี้อธิบายโครงสร้างของคณะกรรมการ PDPC ว่าประกอบด้วยใครบ้าง มีวาระเท่าไหร่ และมีอำนาจทำอะไร — ข้อสอบมักถามจำนวนและองค์ประกอบ

คณะกรรมการ PDPC ทำหน้าที่กำกับดูแลการบังคับใช้กฎหมายในภาพรวม มีกรรมการรวม 16 คน แต่งตั้งโดย ครม. ประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิมีวาระ 4 ปี ดำรงตำแหน่งติดต่อกันไม่เกิน 2 วาระ หากกรรมการพ้นตำแหน่งก่อนวาระต้องแต่งตั้งผู้แทนภายใน 60 วัน

ประเภทกรรมการ
บุคคล
จำนวน
ประธานกรรมการ
ผู้ทรงคุณวุฒิที่ผ่านการสรรหา แต่งตั้งโดย ครม.
1 คน
รองประธานกรรมการ
ปลัดกระทรวงดิจิทัลฯ (โดยตำแหน่ง)
1 คน
กรรมการโดยตำแหน่ง
ปลัดสำนักนายกฯ, เลขาธิการ กฤษฎีกา, เลขาธิการ สคบ., อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิฯ, อัยการสูงสุด
5 คน
กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ
ผู้เชี่ยวชาญด้านคุ้มครองข้อมูล กฎหมาย เทคโนโลยีฯ แต่งตั้งโดย ครม.
9 คน

คณะกรรมการสรรหามี 8 คน มาจากนายกรัฐมนตรี ประธานรัฐสภา ผู้ตรวจการแผ่นดิน และคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ฝ่ายละ 2 คน โดยกรรมการสรรหาไม่มีสิทธิได้รับการเสนอชื่อเป็นกรรมการ PDPC การประชุมต้องมีกรรมการไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งจึงเป็นองค์ประชุม มติใช้เสียงข้างมาก และประธานออกเสียงชี้ขาดเมื่อคะแนนเท่ากัน

อำนาจหน้าที่สำคัญของคณะกรรมการ PDPC มี 13 ประการ สรุปหลักที่มักออกสอบได้ดังนี้

  • จัดทำแผนแม่บทด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เสนอ ครม.
  • ออกประกาศ ระเบียบ และหลักเกณฑ์ต่างๆ เพื่อปฏิบัติการตามกฎหมาย
  • กำหนดหลักเกณฑ์การโอนข้อมูลไปต่างประเทศ
  • ตีความและวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาการบังคับใช้กฎหมาย
  • แต่งตั้งคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ
  • ทบทวนความเหมาะสมของกฎหมายอย่างน้อยทุก 5 ปี
สมาชิก PRO
อ่านสรุปฉบับเต็ม ครบทุกหัวข้อ
อ่านง่าย จำได้จริง · บุ๊คมาร์คอ่านต่อจากที่ค้างไว้อัตโนมัติ
99 บาท/เดือน →

เนื้อหาสรุปนี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาส่วนบุคคล ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ หรือนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต