กฎหมายตั้งศาลปกครองเพื่อตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ ครอบคลุมโครงสร้าง อำนาจ และวิธีพิจารณาคดี
→ส่วนนี้อธิบายว่าทำไมต้องมีศาลปกครอง และมันแตกต่างจากที่ผ่านมาอย่างไร
ก่อนปี 2542 ไทยมีคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ทำหน้าที่คล้ายศาลปกครอง แต่เป็นองค์กรในฝ่ายบริหาร ไม่ใช่องค์กรตุลาการ ทำให้การคุ้มครองสิทธิประชาชนไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอ รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2540 จึงกำหนดให้จัดตั้งศาลปกครองเป็นครั้งแรก เพื่อให้มีองค์กรตุลาการอิสระตรวจสอบการกระทำของรัฐตามหลักนิติรัฐ
→ส่วนนี้อธิบายความหมายของคำที่ใช้ตลอดกฎหมาย เพราะข้อสอบมักถามว่าใคร/อะไรเข้านิยามนี้หรือไม่
เจ้าหน้าที่ หมายถึง นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี สมาชิกสภา ข้าราชการ พนักงาน ลูกจ้างของหน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ และราชการส่วนท้องถิ่น รวมถึงบุคคลหรือคณะบุคคลที่กฎหมายให้มีอำนาจทางปกครอง หรือที่ได้รับมอบหมายให้ใช้อำนาจทางปกครอง ดังนั้นเอกชนที่รับมอบอำนาจจากรัฐก็ถือเป็นเจ้าหน้าที่ด้วย
หน่วยงานทางปกครอง หมายถึง กระทรวง ทบวง กรม ราชการส่วนภูมิภาค ราชการส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจที่ตั้งโดยพระราชบัญญัติหรือพระราชกฤษฎีกา และหน่วยงานอื่นของรัฐ รวมถึงบุคคลหรือคณะบุคคลที่กฎหมายให้มีอำนาจดำเนินการทางปกครองในฐานะหน่วยงานทางปกครองด้วย
คดีปกครอง คือข้อพิพาทระหว่างหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่กับเอกชน อันเกิดจากการกระทำหรือละเว้นกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย การออกกฎ คำสั่ง หรือการดำเนินกิจการทางปกครอง หรือจากการกระทำละเมิดของหน่วยงานหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ
→ส่วนนี้แสดงว่าศาลปกครองมีกี่ชั้น ใครทำอะไร และมีองค์กรสนับสนุนอะไรบ้าง
ศาลปกครองแบ่งเป็น 2 ชั้น คือ ศาลปกครองสูงสุด (ตั้งอยู่ที่กรุงเทพฯ เป็นศาลชั้นสุดท้าย) และศาลปกครองชั้นต้น (ซึ่งได้แก่ ศาลปกครองกลางในกรุงเทพฯ และศาลปกครองในภูมิภาคที่ตั้งตามพระราชกฤษฎีกา เช่น เชียงใหม่ ขอนแก่น สงขลา)
สำนักงานศาลปกครอง เป็นส่วนราชการอิสระ ไม่สังกัดกระทรวงใด มีฐานะเป็นนิติบุคคล ทำหน้าที่ธุรการ บริหารงานบุคคล และการเงินของศาล โดยมี เลขาธิการสำนักงานศาลปกครอง เป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุด และมี ประธานศาลปกครองสูงสุด เป็นผู้มีอำนาจสูงสุดในฝ่ายตุลาการ
เนื้อหาสรุปนี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาส่วนบุคคล ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ หรือนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต