กลับไปทำข้อสอบวิชานี้

พระราชบัญญัติทนายความ พ.ศ. 2528

จากการรับรองสถานะและบริหารองค์กรวิชาชีพ สู่ใบอนุญาต มรรยาท ความรับผิด สวัสดิการ และการช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย

6 หัวข้อ · อ่านประมาณ 25 นาที

อ่านฟรีได้ 2 จาก 6 หัวข้อ33%
หัวข้อ 1

บทที่ 1 วิชาชีพทนายความและฐานะของสภาทนายความ

พระราชบัญญัติทนายความ พ.ศ. 2528 ปรับระบบควบคุมวิชาชีพทนายความและวางกลไกช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมายไว้ในกฎหมายฉบับเดียว “ทนายความ” ตามกฎหมายมิได้หมายถึงผู้เรียนกฎหมายหรือผู้ให้คำแนะนำทุกคน แต่หมายถึงผู้ที่สภาทนายความรับจดทะเบียนและออกใบอนุญาตให้เป็นทนายความ สถานะจึงเกิดจากทั้งคุณวุฒิ คุณสมบัติ การเตรียมความพร้อม และการรับรองขององค์กรวิชาชีพ เมื่อได้รับอนุญาตแล้ว บุคคลนั้นเป็นสมาชิกสภาทนายความและอยู่ภายใต้กติกามรรยาท การกำกับทะเบียน และความรับผิดทางวิชาชีพตลอดช่วงที่ยังดำรงสถานะ

กฎหมายจัดตั้งสภาทนายความ ประกอบด้วยคณะกรรมการสภาทนายความและสมาชิกทั่วประเทศ พร้อมให้เป็นนิติบุคคล ฐานะนิติบุคคลทำให้สภามีทรัพย์สิน ทำสัญญา บริหารงบ จ้างบุคลากร และรับผิดในกิจการของตนได้โดยแยกจากสมาชิกแต่ละคน แต่สภาไม่ใช่สมาคมเพื่อผลประโยชน์สมาชิกเพียงด้านเดียว เพราะอำนาจออกใบอนุญาตและควบคุมมรรยาทกระทบความเชื่อถือของกระบวนการยุติธรรม จึงต้องดำเนินตามวัตถุประสงค์และวิธีที่กฎหมายกำหนด มีองค์กรตัดสิน มีการประชุม และมีการกำกับจากรัฐมนตรีในฐานะสภานายกพิเศษ

วัตถุประสงค์ของสภาครอบคลุมห้าทิศทางที่สัมพันธ์กัน ได้แก่ ส่งเสริมการศึกษาและการประกอบวิชาชีพ ควบคุมมรรยาท ส่งเสริมความสามัคคีและผดุงเกียรติของสมาชิก จัดสวัสดิการแก่สมาชิก และส่งเสริม ช่วยเหลือ แนะนำ เผยแพร่หรือให้การศึกษาแก่ประชาชนในเรื่องกฎหมาย ด้านแรกสร้างความสามารถ ด้านที่สองรักษาความรับผิด ด้านที่สามสร้างความเป็นองค์กร ด้านที่สี่ดูแลผู้ประกอบวิชาชีพ ส่วนด้านสุดท้ายเชื่อมความรู้ทางกฎหมายกลับสู่สาธารณะ การบริหารสภาจึงต้องรักษาความสมดุล ไม่ให้งานสมาชิกเบียดบังหน้าที่ต่อประชาชน

สภามีอำนาจจดทะเบียนและออกใบอนุญาต รวมทั้งดำเนินกิจการให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์และหน้าที่ตามกฎหมาย รายได้มาจากค่าจดทะเบียน ค่าบำรุงและค่าธรรมเนียม เงินอุดหนุนจากงบประมาณแผ่นดิน รายได้จากทรัพย์สินหรือกิจการอื่น และทรัพย์สินบริจาค เงินเหล่านี้มีที่มาต่างกันแต่ต้องถูกใช้เพื่อพันธกิจตามกฎหมาย การรับเงินสาธารณะและการเก็บค่าธรรมเนียมจากผู้ประกอบวิชาชีพทำให้ความโปร่งใสทางการเงินเป็นเงื่อนไขของความน่าเชื่อถือ รายงานบัญชี การประชุมใหญ่ และการตรวจสอบจึงไม่ใช่งานภายในที่แยกจากการคุ้มครองประชาชน

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมรักษาการตามกฎหมายและดำรงตำแหน่งสภานายกพิเศษแห่งสภาทนายความ บทบาทนี้เป็นจุดเชื่อมระหว่างความเป็นอิสระขององค์กรวิชาชีพกับความรับผิดชอบต่อรัฐและสาธารณะ สภาบริหารกิจการและออกข้อบังคับผ่านตัวแทนสมาชิก ขณะที่สภานายกพิเศษให้ความเห็นชอบหรือทบทวนในเรื่องที่กฎหมายกำหนด ระบบจึงมิใช่การบังคับบัญชาทนายความแบบข้าราชการ และมิใช่การปล่อยให้องค์กรกำกับตนเองโดยปราศจากดุลตรวจ วิชาชีพต้องมีพื้นที่ตัดสินใจตามความเชี่ยวชาญ พร้อมกลไกป้องกันการใช้อำนาจเพื่อคนในวิชาชีพจนกระทบความยุติธรรมและความเชื่อถือของประชาชน

หัวข้อ 2

บทที่ 2 สมาชิก คณะกรรมการ และการบริหารองค์กรวิชาชีพ

สมาชิกสภาทนายความคือทนายความตามกฎหมาย สมาชิกมีสิทธิแสดงความเห็นเป็นหนังสือต่อคณะกรรมการเกี่ยวกับการดำเนินตามวัตถุประสงค์หรืออำนาจหน้าที่ หากสมาชิกร่วมกันตั้งแต่ห้าสิบคนเสนอให้พิจารณาเรื่องใด คณะกรรมการต้องพิจารณาและแจ้งผลโดยไม่ชักช้า สมาชิกยังซักถามการบริหารในที่ประชุมใหญ่ เลือกหรือรับเลือกเป็นนายกและกรรมการ ขณะเดียวกันมีหน้าที่ผดุงเกียรติศักดิ์วิชาชีพและปฏิบัติตามกฎหมาย สมาชิกภาพสิ้นสุดเมื่อตายหรือขาดจากการเป็นทนายความ สิทธิมีส่วนร่วมจึงผูกกับสถานะที่ยังถูกต้องและความรับผิดทางวิชาชีพ

คณะกรรมการสภาทนายความประกอบด้วยผู้แทนกระทรวงยุติธรรม ผู้แทนเนติบัณฑิตยสภา นายก และกรรมการซึ่งสมาชิกทั่วประเทศเลือกตั้งอีกไม่เกินยี่สิบสามคน โดยต้องมีกรรมการซึ่งมีสำนักงานประจำตามภาคไม่น้อยกว่าเก้าคน ภาคละหนึ่งคน โครงสร้างนี้ผสมตัวแทนวิชาชีพจากการเลือกตั้ง มุมของสถาบันกฎหมาย และการเชื่อมกับฝ่ายรัฐ ทั้งยังบังคับให้มีฐานพื้นที่นอกส่วนกลาง ผู้มีสิทธิเลือกตั้งต้องได้จดทะเบียนและรับใบอนุญาตก่อนวันเลือกตั้งตามช่วงที่กำหนด ผู้สมัครต้องมีประสบการณ์วิชาชีพสะสมไม่น้อยกว่าห้าปี และลงคะแนนลับด้วยตนเอง

นายกและกรรมการที่มาจากการเลือกตั้งอยู่ในวาระสามปีและดำรงเกินสองวาระติดต่อกันไม่ได้ นายกแต่งตั้งกรรมการเป็นอุปนายก เลขาธิการ นายทะเบียน เหรัญญิก สวัสดิการ ประชาสัมพันธ์ และตำแหน่งอื่นโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ การประชุมต้องมีกรรมการไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งจึงครบองค์ ใช้เสียงข้างมากและให้ประธานชี้ขาดเมื่อเสียงเท่ากัน หากตำแหน่งว่างก่อนวาระ กฎหมายวางวิธีรักษาการและเลือกแทนเพื่อให้งานต่อเนื่อง พร้อมจำกัดคณะรักษาการให้ทำเพียงงานประจำที่จำเป็นและจัดการเลือกตั้งใหม่

คณะกรรมการบริหารกิจการตามวัตถุประสงค์ แต่งตั้งคณะอนุกรรมการ และออกข้อบังคับเรื่องสมาชิก ค่าบำรุง การย้ายสำนักงาน การประชุม และเรื่องในขอบเขตอำนาจ ข้อบังคับจะใช้ได้เมื่อสภานายกพิเศษให้ความเห็นชอบและประกาศในราชกิจจานุเบกษา หากถูกยับยั้ง คณะกรรมการต้องพิจารณาเหตุผลอีกครั้ง และอาจยืนยันด้วยคะแนนตามเกณฑ์ที่กฎหมายวางก่อนเสนอใหม่ สมาชิกไม่น้อยกว่าหนึ่งร้อยคนยังเสนอให้แก้ข้อบังคับได้ กระบวนการนี้ทำให้กติกาวิชาชีพผ่านทั้งความเห็นของผู้ประกอบวิชาชีพ การกลั่นกรองภายนอก และการประกาศต่อสาธารณะ

การประชุมใหญ่มีทั้งสามัญประจำปีและวิสามัญ สามัญต้องจัดปีละครั้งภายในเดือนเมษายน ส่วนวิสามัญจัดเมื่อมีเหตุสมควรหรือสมาชิกไม่น้อยกว่าหนึ่งร้อยคนเข้าชื่อพร้อมระบุเรื่องและเหตุ หากคณะกรรมการไม่จัดต้องแจ้งเหตุผล และสมาชิกสามารถคัดค้านต่อสภานายกพิเศษ การประชุมใหญ่ต้องมีสมาชิกเข้าร่วมด้วยตนเองไม่น้อยกว่าสามร้อยคนจึงครบองค์ ใช้เสียงข้างมาก และประธานมีเสียงชี้ขาดเมื่อเท่ากัน เวทีนี้ทำให้สมาชิกตรวจการบริหาร บัญชี กองทุน และทิศทางวิชาชีพด้วยมติร่วม ไม่ปล่อยอำนาจไว้กับคณะกรรมการเพียงชุดเดียว

ดุลอำนาจภายในสภาทนายความ
กลไกอำนาจหรือสิทธิสำคัญเครื่องถ่วงดุล
สมาชิกเลือกผู้บริหาร เสนอเรื่อง ซักถาม และเรียกประชุมวิสามัญตามเงื่อนไขต้องรักษาเกียรติวิชาชีพและใช้สิทธิผ่านกระบวนการที่กฎหมายกำหนด
คณะกรรมการบริหารกิจการ แต่งตั้งคณะทำงาน ออกข้อบังคับ และดูแลทะเบียนมาจากการเลือกตั้ง มีวาระ การประชุม และต้องเปิดต่อการมีส่วนร่วมของสมาชิก
สภานายกพิเศษเห็นชอบข้อบังคับและพิจารณาอุทธรณ์หรือการกำกับบางเรื่องต้องแสดงเหตุผลเมื่อยับยั้ง และทำงานภายในกรอบที่กฎหมายกำหนด
ที่ประชุมใหญ่รับรู้ ตรวจสอบ และลงมติในกิจการร่วมของสมาชิกมีองค์ประชุมและวิธีลงมติเพื่อให้ผลสะท้อนสมาชิกจำนวนเพียงพอ
อ่านสรุปฉบับเต็มทุกหัวข้อ
สมาชิก PRO ระบบจะจำหัวข้อที่อ่านค้างไว้ให้ด้วย
PRO 99 บาท/เดือน

เนื้อหาสรุปนี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาส่วนบุคคล ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ หรือนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต

สรุปพระราชบัญญัติทนายความ พ.ศ. 2528 อ่านง่าย จำได้จริง | ติวสอบภาค ข